แนะนำสินค้าชีวภาพ

ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในกระเป๋าไม่มั่นคง รายได้น้อย รายจ่ายสูง จนผู้คนส่วนใหญ่ต้องหาทางออกโดยการมองหางาน อาชีพเสริมเข้ามาจุนเจือรายได้ปกติที่ไม่ค่อยจะเพียงพอเท่าไรนัก

งานอาชีพเสริมหลายๆ งานมีคนหันไปทำกันมากมาย เพราะเห็นว่าง่าย สะดวก และน่าจะมีเงินรายได้เข้ามาบ้าง จึงหันไปจับทำกัน ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง อยู่ที่ว่าแต่ละบุคคลจะปฏิบัติเช่นไร ทำถูกต้องตามลักษณะชิ้นงานไหม? และผู้บริโภคให้การยอมรับหรือเปล่า ทุกขั้นตอนมีรายละเอียดในเชิงลึก งานอาชีพเสริมจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่เราเดินไปถูกทางหรือเปล่า รู้เทคนิคและวิธีการอย่างละเอียดแล้วหรือยัง?

อย่างเช่น อาชีพเสริมในภาคเกษตรที่หลายๆ คนมักจะให้ความสนใจเป็นลำดับต้นๆ ก็คืออาชีพ “การเพาะเห็ด” ทุกคนมองเห็นแล้วว่า “เห็ด” นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ตลาดผู้บริโภคยังไปได้ดี จึงมีผู้ให้ความสนใจประสงค์จะเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริมกันมาก ซึ่งจริงๆ แล้วหากมีการลงทุนถึงขั้นดำเนินการเพาะเห็ดขึ้นมา การเพาะเห็ดไม่น่าจะเป็นงานเสริมอย่างที่เข้าใจ การเพาะเห็ดน่าจะเป็นงานหลักเสียมากกว่า เพราะการเพาะเห็ดต้องดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ต้องมีเวลาในการเก็บเห็ด ขายเห็ด และปฏิบัติการกับเห็ดในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและจุกจิกพอสมควร ดังนั้น การเพาะเห็ดถ้าจะให้ประสบความสำเร็จจึงไม่น่าจะเป็นเพียงแค่งานนอกแถว เสริมรายได้เท่านั้น

การเพาะเห็ดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้ครอบครัวนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก ถ้าตั้งใจทำจริงและมีเวลาให้กับงานอย่างเพียงพอ “คุณวรรณา พรหมศรี” ผู้ที่หันมายึดอาชีพการเพาะเห็ดทำเป็นธุรกิจจริงจัง เห็ดที่เธอเพาะเป็นงานหลักก็คือ “เห็ดโคนญี่ปุ่น” ทำมา 2 ปี ประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย

คุณวรรณา บอกว่า แรกเริ่มเดิมที ทำงานกินเงินเดือนมาก่อน ต่อมาก็คิดหารายได้เสริมในครัวเรือนหันมาเย็บผ้าโหลก็ไม่ค่อยดี จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการเกษตร มีพื้นที่ดินทำกินอยู่ 2 ไร่ แรกเริ่มปลูกชะอมตัดยอดขาย ราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ปัญหาแรงงานที่จะมาช่วยหายากก็เลยเปลี่ยนหันมาเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เพราะเห็นว่ามีตลาดรองรับค่อนข้างดี

คุณวรรณา กล่าวต่อไปว่า เมื่อคิดเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็ศึกษาเรื่องราวของเห็ดจากหนังสือเกษตร จากตำรับตำราต่างๆ ก่อน จากนั้นจึงไปดูงานการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นตามฟาร์มต่างๆ ขอคำแนะนำจากเขาเอามาศึกษาเป็นข้อมูลพื้นฐาน จนแน่ใจว่าสามารถเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นได้ก็ลงมือทำอย่างจริงจังเลย

การเพาะเห็ดสำหรับมือใหม่ต้องเริ่มต้นจากโรงเรือนเพาะเห็ดไปก่อน คุณวรรณา บอกว่า สร้างโรงเรือนเพาะเห็ดขึ้นมา 2 โรงเรือน ขนาด 5×12 เมตร กับ 5×9 เมตร พื้นโรงเรือนเทปูน ทำชั้นวางเห็ดเป็นแบบตัว A ตัวโรงเรือนใช้จากและหญ้าคา

เมื่อเตรียมโรงเรือนเรียบร้อยก็ต้องหาก้อนเชื้อเห็ดเข้ามาเพาะ คุณวรรณา บอกว่า สำหรับมือใหม่ขั้นแรกขอแนะนำให้หาซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะดีกว่า และควรเลือกซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่มีเชื้อเดินเต็มก้อนแล้วมาเพาะต่อจะดีกว่า ถึงแม้ว่าก้อนเชื้อเห็ดที่มีเชื้อเดินเต็มก้อนราคาจะสูงกว่าเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าก้อนที่เชื้อเพิ่งเริ่มเดิน เพราะแบบนั้นอัตราเสี่ยงที่ก้อนเชื้อเห็ดเสียมีมาก เพื่อความแน่นอนควรเลือกซื้อก้อนที่เชื้อเดินเต็มก้อนพร้อมที่จะเติบโตเป็นดอกเห็ดได้เลย

เมื่อซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาแล้ว ก่อนที่จะนำก้อนเชื้อเห็ดเข้าไปตั้งที่ชั้นวางในโรงเรือน จะต้องทำความสะอาดในโรงเรือนให้ดีเสียก่อน ใช้น้ำฉีดล้างทั้งโรงเรือนถ้าเพาะเห็ด ครั้งแรกที่พื้นยังไม่ต้องโรยปูนขาวก็ได้ แต่ครั้งต่อๆ ไปจำเป็นต้องโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรคตามพื้นโรงเรือนให้ทั่ว

ทำความสะอาดโรงเรือนก่อนที่ก้อนเชื้อเห็ดจะมายิ่งดีใหญ่ พอซื้อก้อนเชื้อเห็ดมา นำเข้าไปวางตามชั้นในโรงเรือนได้เลย จากนั้นก็เป็นรายละเอียดขั้นตอนของการให้น้ำ ใช้ระบบการให้น้ำแบบสเปรย์หมอกเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิในโรงเรือน เห็ดโคนญี่ปุ่นชอบอุณหภูมิในโรงเรือนอยู่ที่ 26-28 องศาเซลเซียส สเปรย์หมอกด้านบนก้อนเชื้อเห็ด ใช้สายยางต่อเข้ากับหัวสเปรย์ขึงเป็นราวด้านบนให้ละอองน้ำครอบคลุมภายใน ทั้งโรงเรือน

คุณวรรณา กล่าวว่า การให้น้ำเห็ดโคนญี่ปุ่นในขั้นตอนแรกสำคัญมาก พอเอาก้อนเชื้อเห็ดที่เชื้อเดินเต็มก้อนเข้าโรงเรือนก็เปิดก้อนเชื้อได้เลย จากนั้นเริ่มให้สเปรย์หมอก เปิดสเปรย์หมอกทุก 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 นาที ให้สเปรย์หมอกเช่นนี้ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 วัน

สำหรับหน้าก้อนเชื้อเห็ด พอเปิดจุกก้อนเชื้อออกก็ใช้น้ำฉีดเข้าไปที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดทุกก้อนทำตอนเช้า กลางวัน และตอนเย็น รวม 5 วัน จากวันแรกนับไปประมาณ วันที่ 3 สังเกตที่หน้าก้อนจะมีเม็ดเล็กๆ เกิดออกมา เม็ดนั้นจะค่อยโตขึ้นเป็นขนาดไข่ปลาสีขาวและสีครีม ในวันที่ 4-5

พอวันที่ 6-7 เห็ดก็จะออกมาเป็นดอกเล็กๆ หัวมีสีดำ เริ่มแรกก็มีลักษณะคล้ายเข็มเล็กๆ ต่อมาก็ขยายโตขนาดก้านไม้ขีดไฟ และพัฒนาเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดให้เก็บได้ในช่วงของวันที่ 7-8

ย้อนมาถึงระบบการให้น้ำ พอครบ 5 วัน ก็งดการให้น้ำหน้าก้อน เหลือให้น้ำทางสเปรย์หมอกอย่างเดียวให้ช่วงเช้า กลางวัน ยังคงเป็น 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง เหมือนเดิม แต่ตอนกลางคืนงดน้ำเหลือให้เพียงครั้งเดียว เพิ่มความชื้นในโรงเรือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าขืนให้น้ำตลอด 24 ชั่วโมง จะส่งผลถึงดอกเห็ดหัวหลุดร่วงง่าย ก้านดอกจะกลวง เก็บได้ไม่นานก้านจะมีสีคล้ำไว สาเหตุที่เห็ดหัวหลุดง่ายก็เป็นเพราะให้น้ำในช่วงกลางคืนนั่นเอง

หลังจากงดให้น้ำตอนกลางคืน 2 วัน ราววันที่ 7-8 ดอกเห็ดก็จะบานเก็บได้แล้ว ให้รีบเก็บออกมาทันที อย่ารอให้ดอกตูมเริ่มบาน เดี๋ยวจะไม่ทันกาล ต้องเก็บช่วงดอกกำลังตูม และเก็บก่อนการให้น้ำ โดยถอนเห็ดออกมาทั้งดอกเลย เมื่อเก็บออกมาแล้วก็วางเรียงลงบนภาชนะตะกร้าสี่เหลี่ยมที่หิ้วเข้าไปใส่ด้วย วางเรียงไปในแนวเดียวกัน  อย่าวางมั่วสะเปะสะปะ เพราะเวลาเอาเห็ดออกมาทำความสะอาดและบรรจุถุงขาย หัวดอกเห็ดจะได้ไม่เกี่ยวกันจนหัวหลุด ทำให้ขายไม่ได้ราคา

คุณวรรณา กล่าวอีกว่า การเก็บเห็ดนั้นไม่ต้องเลือกเวลากลางวัน กลางคืน เห็นดอกไหนโตเก็บได้ก็รีบเก็บออกมาทันที สามารถเก็บดอกเห็ดที่ทยอยโตออกมาได้ 3-5 วัน เมื่อเก็บออกมาก็รีบทำความสะอาดโดยใช้มีดหรือกรรไกรเล็กๆ ตัดสิ่งที่ติดกับดอกเห็ดออก จากนั้นนำเข้าตู้เย็นทันที มิเช่นนั้นเห็ดจะบานไม่ทันเอาไปขาย

ในเรื่องของตลาดขายเห็ดนั้น คุณวรรณา บอกว่า เอาไปส่งเองที่ตลาดไท มีขาประจำคอยรับซื้ออยู่ ส่วนหนึ่งก็ขายตรงให้กับลูกค้าที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และคลีนฟาร์มเป็นฟาร์มผักปลอดภัยจากสารพิษที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี

ส่วนที่ก้อนเชื้อเห็ดหลังเก็บดอกหมดแล้ว ก็ทำความสะอาดหน้าก้อนเชื้อ ใช้ด้ามช้อนขูดหน้าก้อนเชื้อให้เรียบ เอาตั้งทิ้งไว้เช่นนั้น งดให้น้ำตลอด 15 วันเต็ม เป็นการพักก้อนเชื้อระยะหนึ่ง ระหว่างนั้นให้ทำความสะอาดในโรงเรือน ใช้ปูนขาวโรยพื้นฆ่าเชื้อ หรือจะใช้สารสะเดา สารสมุนไพรชีวภาพป้องกันเชื้อในโรงเรือนก็ได้ เปิดข้างโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทเข้าในโรงเรือนได้สะดวก ไม่ให้ความชื้นภายในไปทำให้โรงเรือนเกิดหมักหมม ปล่อยให้ก้อนเชื้อแห้ง 15 วัน

จากนั้นก็ล้างโรงเรือนอีกครั้ง ปิดข้างฝาให้ดี เริ่มให้น้ำโดยสเปรย์หมอกทุก 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง ฉีดน้ำหน้าก้อนเห็ด เช้า กลางวัน เย็น เหมือนเดิม จนครบ 15 วัน หยุดฉีดหน้าก้อน ลดสเปรย์หมอกเหลือแค่กลางวัน กลางคืนให้ครั้งเดียว วันที่ 7-8 เก็บดอกเห็ดได้อีกเป็นรอบที่ 2 ทำอย่างนี้เรื่อยไป เห็ดโคนญี่ปุ่นดูแลง่าย

คุณวรรณา บอกว่า โรคราเขียว ราเหลืองไม่มี เพราะดูแลตั้งแต่เลือกซื้อก้อนเห็ดมาเลย มาช่วงปีหลังหันมาทำก้อนเชื้อเห็ดเอง เพิ่มเติมนึ่งก้อนเห็ดเองเป็นการขยายงานการเพาะเห็ดให้มากขึ้น และจากใช้ชั้นวางก้อนเห็ดก็เปลี่ยนมาใช้เชือกโยงแบบแขวนง่ายและสะดวกดี

“เห็ดโคนญี่ปุ่นดีค่ะ ราคาขายก็ดี ตลาดให้การยอมรับ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพด้วย”

คุณวรรณา พรหมศรี ทำธุรกิจเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเป็นธุรกิจในครัวเรือนอยู่ที่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี จะไปดูฟาร์มหาไม่ยาก จากแยกถนนพหลโยธิน เข้ามาตามเส้นทางอำเภอหนองแซง สังเกตเห็นวัดหนองสองห้องขวามือ เลี้ยวรถขับตรงผ่านหน้าวัด ประมาณ 20 เมตร บ้านอยู่ซ้ายมือ ก่อนจะไปโทร.นัดแนะกันก่อน หรือสนใจจะพูดคุยติดต่อได้ที่ โทร. (087) 119-1552 ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1313986200&grpid=no&catid=&subcatid=

Related posts:

Leave a Reply

Page 1 of 11

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่