แนะนำสินค้าชีวภาพ

Author Archive

เราเคยสังเกตกันไหมครับว่าทุกฤดูฝนจะมีเห็ดจากธรรมชาติออกมาให้เราได้บริโภครับประทานกันทุกฤดูกาลและมีหลากหลายชนิดของเห็ดเท่าที่คนเก็บของป่าจะนำออกมาขายได้และในฤดูกาลนี้ก็มักจะมีข่าวชาวบ้านบริโภคเห็ดพิษเห็ดเมาเจ็บป่วยและตายลงไปด้วยเช่นกันเนื่องด้วยว่ามีเห็ดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติออกมามากมายหลากหลายชนิดให้เราได้เลือกเก็บเลือกกิน สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยเกื้อหนุนค้ำจุนให้เห็ดเจริญเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอความชื้นช่วยทำเส้นใย (mycelium) ของเห็ดสามารถที่จะพัฒนาเจริญเติบโตไปตามกระบวนการได้อย่างสม่ำเสมอและรวดรวดเร็วเมื่อพัฒนาจนครบระยะก็จะเกิดดอกเห็ดออกมา

ในการเพาะเห็ดที่เลียนแบบธรรมชาติทุกชนิดจึงควรให้ความเอาใจใส่กับความชื้นเป็นพิเศษคือพยายามให้สภาวะแวดล้อมที่เพาะเห็ดนั้นสามารถกักเก็บ ควบคุมอุณหภูมิให้มีความชื้นได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ผันแปรไปตามสภาวะแวดล้อมภายนอกซึ่งในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูงและหลากหลายวันหนึ่งมีหลายบรรยากาศเดี๋ยวเช้าหนาว กลางวันร้อน เย็นฝนตก เป็นต้นถ้าปล่อยให้เห็ดเป็นไปตามยถากรรมก็จะทำให้ผลผลิตเห็ดออกมาน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอีกทั้งทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนอันนี้ผู้เพาะเห็ดรายใหม่จึงต้องระมัดระวังและให้ความสนใจเป็นพิเศษเนื่องด้วยประการณ์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆนั้นยังน้อยอยู่

การให้ความชื้นแก่เห็ดจะแตกต่างจากการให้น้ำพืชที่สามารถใช้น้ำรดให้เปียกชุ่มโชกเหมือนฝนตกสัมผัสได้ทุกสัดส่วนของต้นไม้ก็ไม่เป็นไรแต่เห็ดถ้าทำอย่างกรณีเดียวกันบางครั้งอาจจะทำให้เห็ดบอบช้ำเน่าเสียได้ง่ายความจริงถ้าเป็นการเพาะแบบโรงเรือนก็ควรที่จะรักษาความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเรือนให้สม่ำเสมอด้วยการราดรดที่พื้น ด้านข้างก้อนหรืออาจจะใช้ทรายมารองพื้นเพื่อกักเก็บดูดซับรักษาความชื้นไว้ให้ได้นานที่สุดโดยที่ไม่จำเป็นต้องฉีดพ่นเสปรย์ผ่านหน้าก้อนอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งก็ได้(ถ้ามีความชื้นสัมพันธ์ในโรงเรือนที่เพียงพอ และอากาศตามฤดูกาลไม่ร้อนจัดมากเกินไป) การใช้สารอุ้มน้ำ “โพลิเมอร์” (CrosslinkedCopolymer of Acrylamide and PotassiumAcrylate) ซึ่งมีความสามารถดูดกักเก็บน้ำได้มากถึง 200 เท่าเมื่อนำไปไว้ในโรงเรือนเห็ดสามารถที่จะให้ความชื้นระเหยออกมาสู่บรรยากาศภายในโรงเรือนได้ตลอดเวลาเมื่อสภาพอากาศเริ่มเหือดแห้งลดลงไป อีกทั้งการนำโพลิเมอร์ไปโรยบนหน้าก้อนเห็ดที่เดินเต็มก้อนแล้วโดยพับหรือตัดปากถุงให้เหลือพื้นที่เหนือก้อนเชื้อประมาณ1 ถึง 2 เซนติเมตร ก็จะเป็นการคลุมผิวหน้าก้อน (Casing) เพื่อรักษาความชื้นให้แก่ก้อนเห็ดได้ตลอดเวลาเมื่อวางไว้ตามใต้ร่มไม้ชายคาหรือสวนยางสวนปาล์มก็จะสามารถให้ผลผลิตเห็ดออกมาได้โดยที่ไม่ต้องใช้โรงเรือนที่อาจจะเป็นการสิ้นเปลืองต้นทุนมากเกินไปเหมาะสำหรับผู้ที่มีสวนป่า สวนยาง สวนปาล์มและต้องการให้มีเห็ดไว้รับประทานใต้โคนต้นไม้

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปอลดสารพิษ

ปัญหาหน้าถุงเห็ดเหลืองและเน่า สาเหตุ น้ำเข้าถุงเห็ด การแก้ไข ใช้มีดกรีดเป็นรอยเล็ก ๆ ใต้ขอบถุงเพื่อระบายน้ำออก แล้วเอาเห็ดที่เน่าออกให้สะอาด

ปัญหา เห็ดดอกแรกเหี่ยวแห้งเหลือง สาเหตุ แคะหน้าถุงแล้วขี้เลื่อยแตกทำให้ เส้นใยประสานกันช้า ความชื้นในโรงเรือนน้อย การแก้ไข เก็บดอกที่เหี่ยวทิ้ง เพิ่มความชื้นในโรงเรือนโดยการรดน้ำ แก้ไขโรงเรือนอาจมีลมโกรกมากไป

ปัญหา ดอกเห็ดเน่าเปียกและเหลือง สาเหตุ ความชื้นในโรงเรือนมากเกินไป อากาศในโรงเรือนไม่ถ่ายเท การแก้ไขลดการให้น้ำภายในโรงเรือน ถ้าดอกเห็ดภายในโรงเรือนบาน เป็นส่วนใหญ่ควรรดน้ำน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ เพื่อป้องกันน้ำขังบนดอกและทำให้เน่าเหลืองได้ ปรับทิศทางระบายอากาศภาย ในโรงเรือนเพื่อให้มีการถ่ายเทที่ดีขึ้น ในเวลากลางคืนให้เปิดประตูโรงเรือน เพื่อไล่ความชื้นและอากาศเก่าออก

ปัญหา ภายในโรงเรือนอบอ้าว สาเหตุทิศทางระบายอากาศไม่ดี การแก้ไข เปิดหรือปรับช่องระบายอากาศของโรงเรือน ปัญหาแมลงสาบบุก ผู้เพาะเห็ดมือใหม่ อาจพบปัญหา แมลงสาบมาแทะกินดอกเห็ด อาจมีเพียงเล็กน้อย ดอกเห็ดแหว่ง ไม่สวย ขายไม่ได้ราคา แต่บางรายปลูกเรือนเพาะเห็ดใกล้ท่อระบายน้ำ เวลาเห็ดออกดอกอาจมีแมลงสาบเข้ามาเป็นฝูง อาจกัดกินเห็ดจนโกร๋นเหลือแต่ก้านดอก การป้องกันกำจัดแมลงสาบทำได้หลายวิธีร่วมกัน ควรทำตั้งแต่เริ่มมีปัญหาเพียงเล็กน้อย อย่ารอให้ปัญหาใหญ่ หรือแมลงสาบขยายพันธุ์จนมีมาก เมื่อพบร่องรอยการกัดแทะดอกเห็ดให้สำรวจ ว่าแมลงสาบหลบซ่อนที่ใด เข้ามาสู่บริเวณที่ดอกเห็ดอย่างไร หากไต่ขึ้นทางต้นเสาอาจใช้กาวสองหน้าติดรอบเสา ซึ่งจะทำลายหนวดและขาของแมลงสาบได้จำนวนหนึ่ง ถ้าแมลงสาบเข้ามาโดยการบิน ให้เลือกจุดที่เหมาะสมให้แมลงเข้าเรือนเพาะเห็ดเห็นได้ง่าย จุดนี้ติดตั้งหลอดแบล็คไลท์ เปิดไฟเวลากลางคืนใช้กะละมังใส่น้ำใส่สารลดแรงตึงผิวของน้ำด้วยผงซักฟอก เพื่อให้แมลงมาเล่นไฟแล้วตกน้ำ จมน้ำตายได้ง่ายขึ้น หากสามารถหากรงดักแมลงสาบมา ใช้ได้ก็ควรนำมาใช้ด้วย เส้นทางออกจากที่ซ่อนจะมาก้อนเห็ดนั้นควรมี ถาดเหยื่อพิษวางไว้ให้แมลงสาบกิน ก็ลดแมลงสาบได้อีกส่วนหนึ่ง แมลงสาบยังถูกล่อได้ด้วยกลิ่นที่ใช้ล่อแมลงอื่นๆ เช่น กลิ่นล่อแมลงวันผลไม้ เป็นต้น แม้ขวดน้ำอัดลม ขวดเหล้าเบียร์ มีเศษ เหลือตกค้าง จับวางทางตั้งเติมน้ำ 1 ใน 3 ของขวดตั้งไว้ แมลงสาบจะเข้าไปสำรวจจมน้ำในขวดขึ้นมาไม่ได้ สัตว์ที่กินแมลงสาบได้ดีในธรรมชาติ คือ ต๊กโต (ตุ๊กแก) ซึ่งจะตามกลิ่นสาบไปและจับแมลงสาบกิน ผู้เพาะเห็ดจึงไม่ควรรังเกียจเสียงร้องและ รูปร่างของสัตว์ที่กินแมลงสาบและแมลงอื่น การมีต๊กโตจะช่วยลดจิ้งจกให้น้อยลงด้วยส่วนหนึ่ง และลดหนูขนาดเล็กๆ ลงไปด้วย

นางเสิงสาง ถามะนัด อายุ 59 ปี หมู่ 6 บ้านคำมะเบื่อ ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เกษตรกรคนขยันเมืองอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเองมีอาชีพทำนา ทำไร่ แต่รายได้ก็ไม่ค่อยพอใช้จ่ายในครัวเรือน ประกอบกับพื้นที่ทำนา ทำไร่ก็มีไม่มาก จึงคิดหาอาชีพอื่นมาทำเสริม ในที่สุดก็มาเพาะเห็ดขาย โดยนำเอาความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการไปดูงานตามสถานที่ต่างๆ มาปรับปรุงประยุกต์การเพาะปลูกเห็ดด้วยตนเองในระดับครอบครัว โดยไปซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาจากญาติพี่น้องครั้งแรกซื้อมาจำนวน 1000 ก้อนๆ ละ 6 บาท นำมาเพาะในโรงเรือนที่สร้างและมุงด้วยหญ้าแฝกจำนวน 1 โรงขนาดเล็กๆ เห็ดที่นำมาเพาะก็เริ่มออกดอกเก็บไปขายที่ตลาดได้นอกเหนือจากนำมาเป็นอาหารในครัวเรือน ซึ่งลงทุนซื้อก้อนเชื้อเห็ดไป 6,000 บาท ไม่รวมค่าโรงเรือนและอื่นๆ ก็สามารถขายได้ประมาณ 15,000 บาท ตอนแรกดีใจมากหลังจากนั้นจึงหันมาทุ่มเททำเห็ดขายอย่างจริงจังตลอดปี

นางเสิงสาง บอกต่อไปว่า ต่อจากนั้นก็ได้ขยายโรงเรือนออกไปอีกเป็น 3 แห่ง โดยเช่าที่ชาวบ้านที่ติดกันเพิ่มขึ้นอีก 2 ไร่เศษ ซื้อก้อนเชื้อเห็ดเพิ่มอีกเป็น 7,000-10000 ก้อน ก็ให้ผลผลิตได้ดีเช่นเคย สามารถเก็บไปขายตามตลาดในตัวเมือง ซึ่งในขณะนี้มีพ่อค้าแม่ค้าสนใจมาซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะขายส่งในราคา กิโลกรัมละ 50 บาท 60 บาทบ้างแล้วแต่ชนิดของเห็ด เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดบด ราคา กิโลกรัมละ 100 บาท และเห็ดฟางในวันนี้ราคาท้องตลาดก็จะมีราคาที่ 80 บาท/ กิโลกรัม เห็ดที่ราคาแพงกว่าเพื่อนก็จะเป็นจำพวกเห็ดหลินจือฯ ซึ่งก็ขายดีบางวันไม่พอขายต้องสั่งซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ จนถึง 40,000 ก้อน ต่อจากนั้นก็มีการพัฒนาการทำก้อนเชื้อเห็ดเองทั้งปลูกเห็ดขายและขายก้อนเชื้อเห็ดเริ่มเป็นที่รู้จักไปอย่างแพร่หลาย มีกลุ่มสนใจมาดูงานการเพาะเห็ดและซื้อก้อนเชื้อเห็ดมากขึ้นทุกวัน ส่วนมากก็จะเป็นจังหวัดใกล้เคียงเช่น ยโสธร อุบลฯ มุกดาหาร ศรีสะเกษ สถานศึกษาต่างๆ หรือแม้แต่ สปป.ลาว ซึ่งก็จะทำให้ครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 10,000-20.000 บาท/เดือน

การเพาะเห็ดมีวัสดุอุปกรณ์ในการเพาะหลายอย่างเช่น เปลือกถั่วเหลือง ชานอ้อย กากเปลือกมันสำปะหลัง เถ้าแกลบ อาหารเสริม เป็นวัสดุที่ช่วยให้เชื้อเห็ดที่เพาะเจริญได้ดี นอกจากนี้อาจใช้แป้งสาลี รำละเอียด หรือ อาหารเสริมสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง นำมาคลุกเชื้อเห็ดก่อนเพาะก็ได้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกเห็ด เช่น บัวรดน้ำชนิดฝอยละเอียด หัวฉีดน้ำชนิดฝอย ไม้ทุบก้อนเชื้อเห็ด มีด ไม้ไผ่ ถุงพลาสติก ในส่วนสภาพอากาศที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดจะมีอุณหภูมิระหว่าง 35-37 องศาเซลเซียส เห็ดจะขึ้นได้ดีทั้งในฤดูฝนและในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนจะช่วยเร่งให้ดอกเห็ดโตเร็ว ในช่วงอากาศหนาว ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวยต่อความสมบูรณ์ของดอกเห็ดชนิดต่างๆ แต่หน้าหนาวผลผลิตจะลดน้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้ราคาสูง หลังฤดูเกี่ยวข้าวอากาศร้อนเห็ดมีมากและแรงงานมีมาก มีคนเพาะมาก จึงเป็นธรรมดา ที่เห็ดต่างๆ จะมีราคาต่ำลง ในฤดูฝน ชาวนาส่วนมากทำนา การเพาะเห็ดน้อยลง ราคาเห็ดก็จะดีขึ้น เรื่องความชื้นก็เป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดมาก เป็นตัวกำหนดการเจริญของเส้นใยเห็ด ที่สำคัญถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศภายในถุงเห็ดไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป น้ำที่จะใช้ต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนานๆ จนมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรจะนำมาใช้ในการเพาะเห็ด ควรจะรดเพียงครั้งเดียว หรืออาจจะช่วยบ้างเฉพาะในกรณีที่ ความชื้นมีน้อยหรือแห้งจนเกินไป การให้ความชื้นนี้โดยการโปรยน้ำจากฝักบัว หัวฉีดฝอยรอบบริเวณถุงเชื้อเห็ด เห็ดต่างๆ จะไม่ชอบแสงแดดโดยตรงนัก ถ้าถูกแสงแดดมากเกินไป เส้นใยเห็ดอาจจะตายได้ง่าย จึงควรจะทำการคลุมด้วยผ้าพลาสติก หรือหญ้ามุงหลังคาโรงเรือน เพื่อพรางแสงแดดให้ดอกเห็ดไม่โดนแสงแดดจัด เห็ดต่างๆ จะมีสีขาวนวลสวย ถ้าดอกเห็ดโดนแดดจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีดำเร็วขึ้นกว่าปกติ ขั้นตอนในการเพาะเห็ดก็ไม่ยุ่งยาก เพราะมีโรงเรือนเป็นการเฉพาะตามที่เตรียมไว้แล้ว นอกนั้นการเร่งเอาผลผลิตก็จะใช้โรยอาหารเสริม อย่าโรยมากเพราะจะเกิดการเน่าเสียได้ การรักษาระดับความชื้นก็ให้อยู่ในระดับมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และต้องรักษาอุณหภูมิภายในโรงเรือนเพาะเห็ด ให้อยู่ในระดับ 37-40 องศาเซลเซียส ประมาณวันที่ 4 รดน้ำด้วยฝักบัวชนิดฝอยเพื่อดัดเส้นใยให้โรงเรือนชุ่มอยู่เสมอ รักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ต้องแก้ปัญหาโดยการเปิดช่องลมระบายอากาศ ประมาณวันที่ 6-7 เห็ดจะเริ่มออกดอก ในช่วงวันนี้ห้ามรดน้ำหรือเปิดโรงเรือนเด็ดขาด และช่วงวันที่ 8 ขึ้นไปดอกเห็ดจะเริ่มมีขนาดใหญ่ จนสามารถเก็บได้ โดยการเก็บให้เก็บอย่างประณีตอย่าให้กระทบกระเทือนดอกอื่นๆ จะเก็บผลผลิตได้ 2-7 ครั้ง เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้วให้ปิดโรงเรือนไว้เหมือนเดิม

การเก็บผลผลิต เมื่อ ผ่านไปประมาณ 5-7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสีขาวเล็กๆ เกิดขึ้น ตุ่มสีขาวเหล่านี้จะเจริญเติบโตเป็นเห็ดต่อไป และจะเริ่มเก็บเห็ดได้เมื่อเพาะไปแล้วประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ความร้อน และการที่จะเก็บ เห็ดได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะและฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็วกว่าฤดูหนาว เพราะความร้อนช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเห็ด นอกจากนั้นถ้าใส่อาหารเสริมด้วยแล้ว จะทำให้เกิดดอกเห็ดเร็วกว่าไม่ใส่อีกด้วย ดอกเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุก มีทั้งอ่อนและแก่ ถ้ามีดอกเล็กๆ มากกว่าดอกใหญ่ ควรรอเก็บเมื่อดอกเล็กโตหรือรอเก็บชุดหลัง เก็บดอกเห็ดทั้งกระจุกโดยใช้มือจับทั้งกระจุกอย่างเบาๆ แล้วหมุนซ้ายและขวาเล็กน้อย ดึงขึ้นมาพยายามอย่าให้เส้นใยกระทบกระเทือน สำหรับศัตรูและการป้องกันต้องกำจัดมดและปลวก มดจะเข้าทำรังหรือทำลายเชื้อเห็ด การป้องกันกำจัดมดและปลวก โดยใช้เกลือแกงหรือผงซักฟอกเล็กน้อย ไร จะกัดกินเส้นใยเห็ดทำให้ผลผลิตลดลง เกิดจากการนำวัสดุที่ไม่สะอาดมีไรติดมาด้วย การป้องกันทำได้โดยเลือกวัสดุที่สะอาด ถ้ามีไรระบาดรุนแรงให้หยุดเพาะชั่วคราว ทำความสะอาดภาชนะและพื้นที่ตลอดจนเผาทำลายเศษวัสดุที่เป็นแหล่งอาศัยให้หมด รา เชื้อราจะแย่งน้ำและอาหารจากเส้นใยเห็ดและดอกเห็ด เชื้อราบางชนิดทำให้เกิดโรคและอาการผิดปกติแก่ดอกเห็ด ทำให้ผลผลิตลดลง การป้องกันเชื้อราทำได้โดยเลือกวัสดุเพาะที่สะอาดใหม่และแห้งสนิท เลือกเชื้อเห็ดที่ไม่มีเชื้อราปน และต้องควบคุมอุณหภูมิความชื้นให้เหมาะสมกับการงอกงามของเห็ดอยู่เสมอ นอกนั้นก็มักจะมีเห็ดอื่นๆ ที่ไม่ต้องการเกิดแซมขึ้นมาต้องกำจัดทิ้ง เพื่อให้การเพาะเห็ดได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและเก็บได้นาน จะทำให้มีกำไรงามรายได้มั่นคงยั่งยืน นางเสิงสาง กล่าว

การเพาะเห็ดขายนับเป็นอีกช่องทางการทำกินที่น่าสนใจ เพราะสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง ท่านที่สนใจสามารถติดต่อ สั่งซื้อได้ที่นางเสิงสาง ถามะนัด บ้านคำมะเบื่อ หมู่ที่ 6 ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000

วิเชียร เกื้อทาน/อำนาจเจริญ

วิธีแก้ไขแมลงหวี่ในก้อนเห็ด

สาเหตุการเกิดหนอนแมลงหวี่ในเห็ด และวงจรของการเกิดหนอนแมลงหวี่ วิธีการป้องกันและกำจัด

เรื่องเกี่ยวกับ หนอนแมลงหวี่ศัตรูที่พบเจอในหน้าก้อนเชื้อเห็ด ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก วงจรชีวิตหนอนแมลงหวี่ปีกแข็งกันก่อน

ระยะไข่ จะสังเกตได้ว่าเป็นเม็ดกลม ๆ รี เม็ดเป็นสีขาวคล้าย ๆ ไรไข่ปลาแต่ไม่ใช่สามารถมองเห็ดได้ด้วยตาเปล่า เมื่อไข่ได้รับการผสมพร้อมที่จะฟักตัวจะมีจุดสีดำ ๆ
ระยะตัวอ่อน หลัก จากที่ไข่มีการฟักตัวออกมาแล้วสังเกตได้ว่าลำตัวจะมีสีขาว หรือสีส้มอ่อน สังเกตดี ๆอาจจะคล้าย ๆ ราส้มแต่ไม่ใช่ เพราะหนอนสามารถที่จะเคลื่อนย้ายตัวและกัดกินเส้นใยเห็ด
ระยะดักแด้ จะมีลักษณะเป็นตัวสีขาวนวล ๆ และสีจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีดำ พร้อมที่จะเป็นตัวแก่
ระยะตัวเต็มไว หรือตัวแก่ จะ มีลักษณะเป็นตัวสีดำ ปีกแข็ง จะตอมอยู่หน้าก้อนเชื้อเห็ด และไข่ทิ้งไว้ที่หน้าก้อนเหมือนเดิมหากไม่มีการกำจัด จะทำให้ประชากรของแมลงหวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหาย

สาเหตุของการเกิดหนอนแมลงหวี่มีหลายประการด้วยกัน พอสรุป ได้ดังนี้

1.โดยสัญชาติตะญาณของแมลงหวี่ มักชอบของที่มีกลิ่นเน่าเหม็น รวมทั้งกลิ่นแอมโนเนียจากก้อนอาหาร

2. เกิดจากหน้าก้อนเห็ดสกปรก หลังจากการเก็บดอกไปแล้ว ยัง มีเศษรากหรือโคนของเห็ดที่ยังดึงออกไม่หมด หากไม่มีการขูดหน้าก้อน ทำความสะอาด เวลาที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดให้น้ำ แล้วน้ำเข้าไปขัง รากหรือโคนเห็ดก็จะอุ้มน้ำจนแฉะเน่าเละ

3.โรงเรือนเพาะเห็ดมีความเหม็นอับชื้น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่มีการระบายอากาศ

4.ไม่เคยฉีดพ่นจุลินทรีย์ กำจัด ไรเห็ด หนอน และ เชื้อรา ตามพื้น ผนังโรงเรือน หรือเสา อยู่เป็นประจำ เพราะบางทีเราอาจไม่คาดคิด ฉีดพ่นจุลินทรีย์แค่หน้าก้อนเห็ดเพียงอย่างเดียว แมลงหวี่จะซุกซ่อนตามผนัง

5.เพาะเลี้ยงเห็ดอย่างต่อเนื่องไม่มีการล้างหรือพักโรงเรือน ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค และแพร่ระบาดภายในโรงเรือน

แนวทางป้องกันจะกำจัดหนอนแมลงหวี่ที่มาทำลายหน้าก้อนเห็ด

1. โรงเรือนที่เพาะเห็ด ควรหมั่นที่จะทำความสะอาด ตามพื้นโรงเรือน ผนัง ซอกมุมจาก เสา เปิด โรงเรือนให้ได้มีอากาศถ่ายเทบ้าง ไม่อับ และหมั่นฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ (จุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวให้ทำการหมักขยายตามสูตรของชมรมเกษตรปลอดสารพิษก่อน เพื่อที่จะ ลดต้นทุน ส่วนไทเกอร์เฮิร์บเป็นสมุนไพรชนิดผงที่มีกลิ่นสามารถไล่แมลงหวี่ไม่ให้เข้า มาภายในโรงเรือน) ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งโรงเรือนทั้งด้านนอนและด้านใน อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อตัดวงจรการเกิดของหนอนแมลงหวี่

2. ก่อนการเปิดดอก ในขณะที่เส้นใยเห็ดเดินมากกว่า 25% หรือก่อนเปิดดอก ควรที่จะทำการป้องกันด้วยการหมักจุลินทรีย์เชื้อบีทีชีวภาพก่อน อาจจะหมักด้วยน้ำมะพร้าวจากลูก , น้ำเต้าหู้ ,ไข่ไก่ ,นมผงเด็ก,นมข้นหวาน,นมไวตามิลล์ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวก

3. ก่อนนำเข้าเปิดดอกในโรงเรือน ควรคัดถุงก้อนเชื้อเห็ดที่แสดงอาการทำลายของ แมลง โรค เชื้อราและไรทิ้งหรือหากไม่แน่ใจควรแยกกองไว้ต่างหาก และทำการฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากพบการระบาดมากให้ฉีดวันเว้นวัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง โดยฉีดพ่นหน้าก้อน และใช้เข็มสลิงฉีดอัดเข้าไปในก้อนเน้นตรงจุดที่เกิดเชื้อโรคเป็นพิเศษ หากพบการระบาดน้อย ให้ฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน ติดต่อกัน 3-4 เช่นกัน

4. หากแมลงหวี่มาตอมหน้าก้อน ควรแขวนกับดักกาวเหนียวทาบนกระดาษสีเหลือง แต่ถ้าไม่มีกาวเหนียวให้ใช้วาสลีนทาบนกระดาษแทนก็ได้ แต่ต้องทาบ่อย เพราะว่าวาสลีนนี้จะแห้งเร็ว ควรเปลี่ยนกับดักกาวเหนียว เมื่อพบว่ามีตัวแมลงมาติดจนเต็มหรือประมาณ 45-60 วัน/ครั้ง และแขวนกับกาวเหนียวให้มากเท่าที่จะมากได้ เพื่อเป็นการช่วยลดประชากรของหนอนแมลงหวี่

5. ขณะเปิดดอกแล้วควรที่จะหมั่นตรวจสอบสังเกตอยู่เป็นประจำ ดังนั้นหากพบการทำลายที่ควรจะคัดแยกออกและดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการฉีดพ่น จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากไม่หายควรที่จะสละก้อนทิ้งและเผาทำลาย

6. หลังจากการเก็บดอกเห็ดแล้ว ควรทำความสะอาดหน้าก้อนเชื้อทุกครั้ง โดยการใช้ปลายช้อนขูดที่ก้อนเอา เศษ และรากโคนเห็ดที่ยังติดอยู่ออกให้หมดและฉีดพ่นด้วย จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส ทันที รวมถึงเนื้อเยื่อเห็ดที่ขูด ดอกเห็ดที่แห้งเหี่ยว เศษดอกเห็ดที่คัดทิ้งหรือร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่ตั้งใจควรมีการเก็บทิ้งในถัง ขยะให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ควรให้ตกหล่นบริเวณพื้นโรงเรือน เพราะจะทำให้เน่าและเพิ่มกลิ่นอับ เป็นที่ชื้นชอบของแมลงศัตรูเห็ด

7. เมื่อหมดรุ่นอายุของก้อนเชื้อ หลังจากการขนย้ายก้อนทิ้ง หรือทำปุ๋ยหมัก ควร ที่จะการว่างเว้นหรือพักโรงเรือนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นในระหว่างพักโรงเรือน เปิดโรงเรือนทิ้งไว้ 7-15 วัน จากนั้นทำความสะอาดด้วยสารสกัดจากสมุนไพร ไพเรี่ยม 20 ซีซี+ โทแบคโท 20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นสลับกับจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ ทั้งในและนอกโรงเรือน

8. การ กำจัดกลิ่นอับภายในโรงเรือน ผู้เพาะเห็ดควรหว่านสเม็คไทต์ หรือภูไมท์ ที่พื้นโรงเรือนอยู่เป็นประจำ หรือจะหว่านบาง ๆ เมื่อพบว่ากลิ่นอับภายในโรงเรือนรุนแรง การหว่านเพื่อลดกลิ่นอับภายในโรงเรือนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โรงเรือนถูก สุขลักษณะ ไม่เป็นที่ดึงดูดแมลงศัตรูเห็ด

CREDIT :-

Article Credit : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เห็ดนางฟ้า
เทคนิคเพิ่มผลผลิตเห็ดนางฟ้าในช่วงหน้าหนาว

ขณะที่อากาศค่อนข้างร้อนการผลิตเห็ดขอนขาว และเห็ดกระด้างจะได้ผลดีกว่าเห็ดภูฐาน  ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในที่หนาวเย็นกว่า ประเทศไทย ส่วนฤดูร้อนและฤดูฝน การผลิตเห็ดนางรมขาวหรือนางรมฮังการีจะดีกว่าเห็ดภูฐาน  ที่บางครั้งแทบไม่ เกิดดอกเห็ดเลย ดังนั้นการวางแผนการผลิตโดยทำตารางกำหนดงาน หรือปฏิทินการผลิตเห็ดแต่ละชนิด ให้สอดคล้องกับฤดูกาลจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ น้อยไปกว่าผลิตเห็ดอะไรขายให้ใคร
 
                เห็ดภูฐานมีชื่อเต็มๆ ว่าเห็ดนางฟ้าภูฐาน มี 2 สายพันธุ์คือดำกับขาว(หรือครีม) เพาะโดยใช้ขี้เลื่อยแบบเดียวกับการเพาะเห็ดถุงทั่วไป เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดยานากิ เห็ดกระด้าง เห็ดขอน เห็ดหอม ฯลฯ เกิดดอกเห็ดได้ดีในเดือนพฤศจิกายน  ธันวาคม มกราคม ถ้าปีใดหนาวเร็วก็นับเดือนตุลาคมด้วย    และปีใดหมดหนาวช้าก็อาจนับเดือนกุมภาพันธ์ด้วย ภาคเหนือและอีสานอากาศเย็นกว่าจึงผลิตเห็ดได้มากกว่า แต่กรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่กว่า รับสินค้าได้มากกว่า เมื่อเข้าเดือนตุลาคม การผลิตถุงเชื้อเห็ดก็ควรลดเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฐานขาว ให้น้อยลงแล้วเพิ่มการผลิตเห็ดนางฟ้าภูฐานดำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามความหนาวในภาคกลางไว้ใจไม่ได้ จึงไม่ควรทุ่มเทผลิตแต่นางฟ้าภูฐานดำทั้ง 100% บางปีมีร้อนสลับหลายวันที่เห็ดไม่เกิดดอก แต่ถ้าเราผลิตถุงเชื้อเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฐานขาวได้สัก 20-30% เห็ดจำนวนนี้จะเกิดดอกให้พอเก็บขายได้เงินบ้าง แม้จะร้อนจนเห็ดนางฟ้าภูฐานดำ ไม่สร้างดอกเห็ดก็ตาม

ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่