แนะนำสินค้าชีวภาพ

Author Archive

ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในกระเป๋าไม่มั่นคง รายได้น้อย รายจ่ายสูง จนผู้คนส่วนใหญ่ต้องหาทางออกโดยการมองหางาน อาชีพเสริมเข้ามาจุนเจือรายได้ปกติที่ไม่ค่อยจะเพียงพอเท่าไรนัก

งานอาชีพเสริมหลายๆ งานมีคนหันไปทำกันมากมาย เพราะเห็นว่าง่าย สะดวก และน่าจะมีเงินรายได้เข้ามาบ้าง จึงหันไปจับทำกัน ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง อยู่ที่ว่าแต่ละบุคคลจะปฏิบัติเช่นไร ทำถูกต้องตามลักษณะชิ้นงานไหม? และผู้บริโภคให้การยอมรับหรือเปล่า ทุกขั้นตอนมีรายละเอียดในเชิงลึก งานอาชีพเสริมจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่เราเดินไปถูกทางหรือเปล่า รู้เทคนิคและวิธีการอย่างละเอียดแล้วหรือยัง?

อย่างเช่น อาชีพเสริมในภาคเกษตรที่หลายๆ คนมักจะให้ความสนใจเป็นลำดับต้นๆ ก็คืออาชีพ “การเพาะเห็ด” ทุกคนมองเห็นแล้วว่า “เห็ด” นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ตลาดผู้บริโภคยังไปได้ดี จึงมีผู้ให้ความสนใจประสงค์จะเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริมกันมาก ซึ่งจริงๆ แล้วหากมีการลงทุนถึงขั้นดำเนินการเพาะเห็ดขึ้นมา การเพาะเห็ดไม่น่าจะเป็นงานเสริมอย่างที่เข้าใจ การเพาะเห็ดน่าจะเป็นงานหลักเสียมากกว่า เพราะการเพาะเห็ดต้องดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ต้องมีเวลาในการเก็บเห็ด ขายเห็ด และปฏิบัติการกับเห็ดในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและจุกจิกพอสมควร ดังนั้น การเพาะเห็ดถ้าจะให้ประสบความสำเร็จจึงไม่น่าจะเป็นเพียงแค่งานนอกแถว เสริมรายได้เท่านั้น

การเพาะเห็ดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้ครอบครัวนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก ถ้าตั้งใจทำจริงและมีเวลาให้กับงานอย่างเพียงพอ “คุณวรรณา พรหมศรี” ผู้ที่หันมายึดอาชีพการเพาะเห็ดทำเป็นธุรกิจจริงจัง เห็ดที่เธอเพาะเป็นงานหลักก็คือ “เห็ดโคนญี่ปุ่น” ทำมา 2 ปี ประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย

คุณวรรณา บอกว่า แรกเริ่มเดิมที ทำงานกินเงินเดือนมาก่อน ต่อมาก็คิดหารายได้เสริมในครัวเรือนหันมาเย็บผ้าโหลก็ไม่ค่อยดี จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการเกษตร มีพื้นที่ดินทำกินอยู่ 2 ไร่ แรกเริ่มปลูกชะอมตัดยอดขาย ราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ปัญหาแรงงานที่จะมาช่วยหายากก็เลยเปลี่ยนหันมาเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เพราะเห็นว่ามีตลาดรองรับค่อนข้างดี

คุณวรรณา กล่าวต่อไปว่า เมื่อคิดเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็ศึกษาเรื่องราวของเห็ดจากหนังสือเกษตร จากตำรับตำราต่างๆ ก่อน จากนั้นจึงไปดูงานการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นตามฟาร์มต่างๆ ขอคำแนะนำจากเขาเอามาศึกษาเป็นข้อมูลพื้นฐาน จนแน่ใจว่าสามารถเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นได้ก็ลงมือทำอย่างจริงจังเลย

การเพาะเห็ดสำหรับมือใหม่ต้องเริ่มต้นจากโรงเรือนเพาะเห็ดไปก่อน คุณวรรณา บอกว่า สร้างโรงเรือนเพาะเห็ดขึ้นมา 2 โรงเรือน ขนาด 5×12 เมตร กับ 5×9 เมตร พื้นโรงเรือนเทปูน ทำชั้นวางเห็ดเป็นแบบตัว A ตัวโรงเรือนใช้จากและหญ้าคา

เมื่อเตรียมโรงเรือนเรียบร้อยก็ต้องหาก้อนเชื้อเห็ดเข้ามาเพาะ คุณวรรณา บอกว่า สำหรับมือใหม่ขั้นแรกขอแนะนำให้หาซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะดีกว่า และควรเลือกซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่มีเชื้อเดินเต็มก้อนแล้วมาเพาะต่อจะดีกว่า ถึงแม้ว่าก้อนเชื้อเห็ดที่มีเชื้อเดินเต็มก้อนราคาจะสูงกว่าเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าก้อนที่เชื้อเพิ่งเริ่มเดิน เพราะแบบนั้นอัตราเสี่ยงที่ก้อนเชื้อเห็ดเสียมีมาก เพื่อความแน่นอนควรเลือกซื้อก้อนที่เชื้อเดินเต็มก้อนพร้อมที่จะเติบโตเป็นดอกเห็ดได้เลย

เมื่อซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาแล้ว ก่อนที่จะนำก้อนเชื้อเห็ดเข้าไปตั้งที่ชั้นวางในโรงเรือน จะต้องทำความสะอาดในโรงเรือนให้ดีเสียก่อน ใช้น้ำฉีดล้างทั้งโรงเรือนถ้าเพาะเห็ด ครั้งแรกที่พื้นยังไม่ต้องโรยปูนขาวก็ได้ แต่ครั้งต่อๆ ไปจำเป็นต้องโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรคตามพื้นโรงเรือนให้ทั่ว

ทำความสะอาดโรงเรือนก่อนที่ก้อนเชื้อเห็ดจะมายิ่งดีใหญ่ พอซื้อก้อนเชื้อเห็ดมา นำเข้าไปวางตามชั้นในโรงเรือนได้เลย จากนั้นก็เป็นรายละเอียดขั้นตอนของการให้น้ำ ใช้ระบบการให้น้ำแบบสเปรย์หมอกเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิในโรงเรือน เห็ดโคนญี่ปุ่นชอบอุณหภูมิในโรงเรือนอยู่ที่ 26-28 องศาเซลเซียส สเปรย์หมอกด้านบนก้อนเชื้อเห็ด ใช้สายยางต่อเข้ากับหัวสเปรย์ขึงเป็นราวด้านบนให้ละอองน้ำครอบคลุมภายใน ทั้งโรงเรือน

คุณวรรณา กล่าวว่า การให้น้ำเห็ดโคนญี่ปุ่นในขั้นตอนแรกสำคัญมาก พอเอาก้อนเชื้อเห็ดที่เชื้อเดินเต็มก้อนเข้าโรงเรือนก็เปิดก้อนเชื้อได้เลย จากนั้นเริ่มให้สเปรย์หมอก เปิดสเปรย์หมอกทุก 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 นาที ให้สเปรย์หมอกเช่นนี้ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 วัน

สำหรับหน้าก้อนเชื้อเห็ด พอเปิดจุกก้อนเชื้อออกก็ใช้น้ำฉีดเข้าไปที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดทุกก้อนทำตอนเช้า กลางวัน และตอนเย็น รวม 5 วัน จากวันแรกนับไปประมาณ วันที่ 3 สังเกตที่หน้าก้อนจะมีเม็ดเล็กๆ เกิดออกมา เม็ดนั้นจะค่อยโตขึ้นเป็นขนาดไข่ปลาสีขาวและสีครีม ในวันที่ 4-5

พอวันที่ 6-7 เห็ดก็จะออกมาเป็นดอกเล็กๆ หัวมีสีดำ เริ่มแรกก็มีลักษณะคล้ายเข็มเล็กๆ ต่อมาก็ขยายโตขนาดก้านไม้ขีดไฟ และพัฒนาเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดให้เก็บได้ในช่วงของวันที่ 7-8

ย้อนมาถึงระบบการให้น้ำ พอครบ 5 วัน ก็งดการให้น้ำหน้าก้อน เหลือให้น้ำทางสเปรย์หมอกอย่างเดียวให้ช่วงเช้า กลางวัน ยังคงเป็น 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง เหมือนเดิม แต่ตอนกลางคืนงดน้ำเหลือให้เพียงครั้งเดียว เพิ่มความชื้นในโรงเรือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าขืนให้น้ำตลอด 24 ชั่วโมง จะส่งผลถึงดอกเห็ดหัวหลุดร่วงง่าย ก้านดอกจะกลวง เก็บได้ไม่นานก้านจะมีสีคล้ำไว สาเหตุที่เห็ดหัวหลุดง่ายก็เป็นเพราะให้น้ำในช่วงกลางคืนนั่นเอง

หลังจากงดให้น้ำตอนกลางคืน 2 วัน ราววันที่ 7-8 ดอกเห็ดก็จะบานเก็บได้แล้ว ให้รีบเก็บออกมาทันที อย่ารอให้ดอกตูมเริ่มบาน เดี๋ยวจะไม่ทันกาล ต้องเก็บช่วงดอกกำลังตูม และเก็บก่อนการให้น้ำ โดยถอนเห็ดออกมาทั้งดอกเลย เมื่อเก็บออกมาแล้วก็วางเรียงลงบนภาชนะตะกร้าสี่เหลี่ยมที่หิ้วเข้าไปใส่ด้วย วางเรียงไปในแนวเดียวกัน  อย่าวางมั่วสะเปะสะปะ เพราะเวลาเอาเห็ดออกมาทำความสะอาดและบรรจุถุงขาย หัวดอกเห็ดจะได้ไม่เกี่ยวกันจนหัวหลุด ทำให้ขายไม่ได้ราคา

คุณวรรณา กล่าวอีกว่า การเก็บเห็ดนั้นไม่ต้องเลือกเวลากลางวัน กลางคืน เห็นดอกไหนโตเก็บได้ก็รีบเก็บออกมาทันที สามารถเก็บดอกเห็ดที่ทยอยโตออกมาได้ 3-5 วัน เมื่อเก็บออกมาก็รีบทำความสะอาดโดยใช้มีดหรือกรรไกรเล็กๆ ตัดสิ่งที่ติดกับดอกเห็ดออก จากนั้นนำเข้าตู้เย็นทันที มิเช่นนั้นเห็ดจะบานไม่ทันเอาไปขาย

ในเรื่องของตลาดขายเห็ดนั้น คุณวรรณา บอกว่า เอาไปส่งเองที่ตลาดไท มีขาประจำคอยรับซื้ออยู่ ส่วนหนึ่งก็ขายตรงให้กับลูกค้าที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และคลีนฟาร์มเป็นฟาร์มผักปลอดภัยจากสารพิษที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี

ส่วนที่ก้อนเชื้อเห็ดหลังเก็บดอกหมดแล้ว ก็ทำความสะอาดหน้าก้อนเชื้อ ใช้ด้ามช้อนขูดหน้าก้อนเชื้อให้เรียบ เอาตั้งทิ้งไว้เช่นนั้น งดให้น้ำตลอด 15 วันเต็ม เป็นการพักก้อนเชื้อระยะหนึ่ง ระหว่างนั้นให้ทำความสะอาดในโรงเรือน ใช้ปูนขาวโรยพื้นฆ่าเชื้อ หรือจะใช้สารสะเดา สารสมุนไพรชีวภาพป้องกันเชื้อในโรงเรือนก็ได้ เปิดข้างโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทเข้าในโรงเรือนได้สะดวก ไม่ให้ความชื้นภายในไปทำให้โรงเรือนเกิดหมักหมม ปล่อยให้ก้อนเชื้อแห้ง 15 วัน

จากนั้นก็ล้างโรงเรือนอีกครั้ง ปิดข้างฝาให้ดี เริ่มให้น้ำโดยสเปรย์หมอกทุก 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง ฉีดน้ำหน้าก้อนเห็ด เช้า กลางวัน เย็น เหมือนเดิม จนครบ 15 วัน หยุดฉีดหน้าก้อน ลดสเปรย์หมอกเหลือแค่กลางวัน กลางคืนให้ครั้งเดียว วันที่ 7-8 เก็บดอกเห็ดได้อีกเป็นรอบที่ 2 ทำอย่างนี้เรื่อยไป เห็ดโคนญี่ปุ่นดูแลง่าย

คุณวรรณา บอกว่า โรคราเขียว ราเหลืองไม่มี เพราะดูแลตั้งแต่เลือกซื้อก้อนเห็ดมาเลย มาช่วงปีหลังหันมาทำก้อนเชื้อเห็ดเอง เพิ่มเติมนึ่งก้อนเห็ดเองเป็นการขยายงานการเพาะเห็ดให้มากขึ้น และจากใช้ชั้นวางก้อนเห็ดก็เปลี่ยนมาใช้เชือกโยงแบบแขวนง่ายและสะดวกดี

“เห็ดโคนญี่ปุ่นดีค่ะ ราคาขายก็ดี ตลาดให้การยอมรับ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพด้วย”

คุณวรรณา พรหมศรี ทำธุรกิจเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเป็นธุรกิจในครัวเรือนอยู่ที่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี จะไปดูฟาร์มหาไม่ยาก จากแยกถนนพหลโยธิน เข้ามาตามเส้นทางอำเภอหนองแซง สังเกตเห็นวัดหนองสองห้องขวามือ เลี้ยวรถขับตรงผ่านหน้าวัด ประมาณ 20 เมตร บ้านอยู่ซ้ายมือ ก่อนจะไปโทร.นัดแนะกันก่อน หรือสนใจจะพูดคุยติดต่อได้ที่ โทร. (087) 119-1552 ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1313986200&grpid=no&catid=&subcatid=

- แมลงที่มาติดกับดักแผ่นสีเหลืองทากาวนั้น ส่วนใหญ่ได้แก่ แมลงต่อไปนี้ครับ (รวบรวมจากงานวิจัยหลาย ๆ ฉบับน่ะครับ)

- ส่วนใหญ่จะเป็นแมลงที่ออกมาให้เห็นในเวลากลางวันครับ ได้แก่…

- เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น ด้วงหมัด แมลงหวี่ขาว แมลงวันเจาะผล แมลงวันทอง แมลงวันหนอนชอนไป และผีเสื้อกลางวันชนิดต่าง ๆ ครับ

- ส่วนผีเสื้อกลางคืน ที่มาติดกับดัก ก็ได้แก่ ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้หลอดหอม ผีเสื้อกลางคืนของหนอนใยผัก ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้ผัก และผีเสื้อกลางคืนของหนอนคืบกะหล่ำ ครับ

- ซึ่งแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็พบในแปลงปลูกดอกไม้ด้วยเช่นกันนะครับ แต่อาจะไม่มากเท่าแปลงผักครับ

- และที่สำคัญก็คือ แมลงศัตรูเหล่านี้ ดื้อยาฆ่าแมลงเสียแล้วเป็นส่วนมากน่ะครับ การใช้กับดักกาวเหนียวทาบนแผ่นสีเหลือง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ ที่น่าจะนำมาทบทวนกัน สำหรับแมลงศัตรูที่ดื้อยาแล้วด้วยเช่นกันนะครับ

อิทธิพลของสีต่อการบินเข้าติดกับดักกาวเหนียวของแมลงวันทองและแมลงต่างๆ พบว่า
พบว่า สีเหลืองได้ผลดีที่สุดครับ

- เพราะแมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่นั้น ชอบสีเหลืองครับ

ที่มา : http://www.gotoknow.org/posts/495768แอคะรัจน์

เห็ดแพง เพราะแล้งไว

ปีนี้อากาศแล้งมาไวกว่าทุกปี เกษตรกรผู้เพาะเห็ดย่อมได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เพราะควมแล้งย่อมมากับ อากาศแห้ง และลมร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้การเพาะเห็ดก้อนที่ทำในระบบเปิดแบบเกษตรกรรายย่อยทั่วไปประสบปัญหา

-ดอกเห็ดแห้ง ตั้งแต่ก่อนบาน

-เห็ดออกดอกน้อย เพราะความชื้นไม่พอ และอากาศร้อน ดอกเห็ดไม่ฟอร์มตัว

-ดอกเห็ดเล็ก น้ำหนักเบา

-ศัตรูเห็ดรบกวนมาก โดยเฉพาะ แมลงหวี่ และ ราเขียว

ในขณะที่เห็ดให้ผลผลิตน้อย ราคาเห็ดกลับสูงขึ้นในช่วงนี้ เช่น เห็ดนางฟ้า-นางรม ราคาส่งสูงขึ้นกว่า 5 บาท/กิโลกรัมซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกิดบ่อยมากนัก หากเกษตรกรสามารถจัดการให้เห็ดออกดอกได้มาก ดี มี และคุณภาพได้ ในระยะ 2-3 เดือนนี้ก็เป็นช่วงเวลาทองทีเดียว แต่ตรงข้ามหากไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาความแล้ง ในฤดูร้อนที่มาถึงไวกว่าคาดนี้ได้ก็เกิดความเสียหายได้มาก เห็ดนับหมื่นก้อนอาจไม่มีผลผลิตให้เก็บเลยก็เคยเจอมาแล้วครับ

อยากแนะนำให้เพื่อนเกษตรกรที่เพาะเห็ดลองปฏิบัติดังนี้ครับ

1.หาพันธุ์เห็ดที่ทนแล้งได้ดี เช๋น ใช้ฮังการี แทน ภูฐานครีมเป็นต้น

2.พ่น หรือ สเปย์น้ำให้บ่อยขึ้น เช่น จาก 1-2 ครั้ง/วัน เป็น 3-4 ครั้ง/วัน

3.จัดชั้นเรียงเห็ดให้ชิดกันมากขึ้น(อาจทำงานยากขึ้น แต่ รักษาความชื้นได้ดีขึ้นด้วย)

4.คลุมโรงเรือนให้มิดชิดขึ้น เพื่อ ป้องกันลมโกรก พัดไล่ความชื้นออกไปจากโรงเรือน

5.เพิ่มทรายที่พื้นโรงเรือน

6.และ รดน้ำเพิ่มความชื้นให้ทั่วทั้งผนัง หรือ พื้นโรงเรือนแทนที่จะพ่นสู่ก้อนเห็ดเพียงอย่างเดียว(หากเป็นการให้น้ำด้วยมินิสปริงเกอร์ หรือ หัวพ่นหมอกก็จะเพิ่มความชื้นได้ดีขึ้นโดยก้อนเห็ดไม่แฉะน้ำมากนัก เห็ดไม่เน่า)

ที่มา : นาย เจษฎา กาพย์ไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร

นางเสิงสาง ถามะนัด อายุ 59 ปี หมู่ 6 บ้านคำมะเบื่อ ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เกษตรกรคนขยันเมืองอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเองมีอาชีพทำนา ทำไร่ แต่รายได้ก็ไม่ค่อยพอใช้จ่ายในครัวเรือน ประกอบกับพื้นที่ทำนา ทำไร่ก็มีไม่มาก จึงคิดหาอาชีพอื่นมาทำเสริม ในที่สุดก็มาเพาะเห็ดขาย โดยนำเอาความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการไปดูงานตามสถานที่ต่างๆ มาปรับปรุงประยุกต์การเพาะปลูกเห็ดด้วยตนเองในระดับครอบครัว โดยไปซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาจากญาติพี่น้องครั้งแรกซื้อมาจำนวน 1000 ก้อนๆ ละ 6 บาท นำมาเพาะในโรงเรือนที่สร้างและมุงด้วยหญ้าแฝกจำนวน 1 โรงขนาดเล็กๆ เห็ดที่นำมาเพาะก็เริ่มออกดอกเก็บไปขายที่ตลาดได้นอกเหนือจากนำมาเป็นอาหารในครัวเรือน ซึ่งลงทุนซื้อก้อนเชื้อเห็ดไป 6,000 บาท ไม่รวมค่าโรงเรือนและอื่นๆ ก็สามารถขายได้ประมาณ 15,000 บาท ตอนแรกดีใจมากหลังจากนั้นจึงหันมาทุ่มเททำเห็ดขายอย่างจริงจังตลอดปี

นางเสิงสาง บอกต่อไปว่า ต่อจากนั้นก็ได้ขยายโรงเรือนออกไปอีกเป็น 3 แห่ง โดยเช่าที่ชาวบ้านที่ติดกันเพิ่มขึ้นอีก 2 ไร่เศษ ซื้อก้อนเชื้อเห็ดเพิ่มอีกเป็น 7,000-10000 ก้อน ก็ให้ผลผลิตได้ดีเช่นเคย สามารถเก็บไปขายตามตลาดในตัวเมือง ซึ่งในขณะนี้มีพ่อค้าแม่ค้าสนใจมาซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะขายส่งในราคา กิโลกรัมละ 50 บาท 60 บาทบ้างแล้วแต่ชนิดของเห็ด เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดบด ราคา กิโลกรัมละ 100 บาท และเห็ดฟางในวันนี้ราคาท้องตลาดก็จะมีราคาที่ 80 บาท/ กิโลกรัม เห็ดที่ราคาแพงกว่าเพื่อนก็จะเป็นจำพวกเห็ดหลินจือฯ ซึ่งก็ขายดีบางวันไม่พอขายต้องสั่งซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ จนถึง 40,000 ก้อน ต่อจากนั้นก็มีการพัฒนาการทำก้อนเชื้อเห็ดเองทั้งปลูกเห็ดขายและขายก้อนเชื้อเห็ดเริ่มเป็นที่รู้จักไปอย่างแพร่หลาย มีกลุ่มสนใจมาดูงานการเพาะเห็ดและซื้อก้อนเชื้อเห็ดมากขึ้นทุกวัน ส่วนมากก็จะเป็นจังหวัดใกล้เคียงเช่น ยโสธร อุบลฯ มุกดาหาร ศรีสะเกษ สถานศึกษาต่างๆ หรือแม้แต่ สปป.ลาว ซึ่งก็จะทำให้ครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 10,000-20.000 บาท/เดือน

การเพาะเห็ดมีวัสดุอุปกรณ์ในการเพาะหลายอย่างเช่น เปลือกถั่วเหลือง ชานอ้อย กากเปลือกมันสำปะหลัง เถ้าแกลบ อาหารเสริม เป็นวัสดุที่ช่วยให้เชื้อเห็ดที่เพาะเจริญได้ดี นอกจากนี้อาจใช้แป้งสาลี รำละเอียด หรือ อาหารเสริมสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง นำมาคลุกเชื้อเห็ดก่อนเพาะก็ได้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกเห็ด เช่น บัวรดน้ำชนิดฝอยละเอียด หัวฉีดน้ำชนิดฝอย ไม้ทุบก้อนเชื้อเห็ด มีด ไม้ไผ่ ถุงพลาสติก ในส่วนสภาพอากาศที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดจะมีอุณหภูมิระหว่าง 35-37 องศาเซลเซียส เห็ดจะขึ้นได้ดีทั้งในฤดูฝนและในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนจะช่วยเร่งให้ดอกเห็ดโตเร็ว ในช่วงอากาศหนาว ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวยต่อความสมบูรณ์ของดอกเห็ดชนิดต่างๆ แต่หน้าหนาวผลผลิตจะลดน้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้ราคาสูง หลังฤดูเกี่ยวข้าวอากาศร้อนเห็ดมีมากและแรงงานมีมาก มีคนเพาะมาก จึงเป็นธรรมดา ที่เห็ดต่างๆ จะมีราคาต่ำลง ในฤดูฝน ชาวนาส่วนมากทำนา การเพาะเห็ดน้อยลง ราคาเห็ดก็จะดีขึ้น เรื่องความชื้นก็เป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดมาก เป็นตัวกำหนดการเจริญของเส้นใยเห็ด ที่สำคัญถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศภายในถุงเห็ดไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป น้ำที่จะใช้ต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนานๆ จนมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรจะนำมาใช้ในการเพาะเห็ด ควรจะรดเพียงครั้งเดียว หรืออาจจะช่วยบ้างเฉพาะในกรณีที่ ความชื้นมีน้อยหรือแห้งจนเกินไป การให้ความชื้นนี้โดยการโปรยน้ำจากฝักบัว หัวฉีดฝอยรอบบริเวณถุงเชื้อเห็ด เห็ดต่างๆ จะไม่ชอบแสงแดดโดยตรงนัก ถ้าถูกแสงแดดมากเกินไป เส้นใยเห็ดอาจจะตายได้ง่าย จึงควรจะทำการคลุมด้วยผ้าพลาสติก หรือหญ้ามุงหลังคาโรงเรือน เพื่อพรางแสงแดดให้ดอกเห็ดไม่โดนแสงแดดจัด เห็ดต่างๆ จะมีสีขาวนวลสวย ถ้าดอกเห็ดโดนแดดจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีดำเร็วขึ้นกว่าปกติ ขั้นตอนในการเพาะเห็ดก็ไม่ยุ่งยาก เพราะมีโรงเรือนเป็นการเฉพาะตามที่เตรียมไว้แล้ว นอกนั้นการเร่งเอาผลผลิตก็จะใช้โรยอาหารเสริม อย่าโรยมากเพราะจะเกิดการเน่าเสียได้ การรักษาระดับความชื้นก็ให้อยู่ในระดับมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และต้องรักษาอุณหภูมิภายในโรงเรือนเพาะเห็ด ให้อยู่ในระดับ 37-40 องศาเซลเซียส ประมาณวันที่ 4 รดน้ำด้วยฝักบัวชนิดฝอยเพื่อดัดเส้นใยให้โรงเรือนชุ่มอยู่เสมอ รักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ต้องแก้ปัญหาโดยการเปิดช่องลมระบายอากาศ ประมาณวันที่ 6-7 เห็ดจะเริ่มออกดอก ในช่วงวันนี้ห้ามรดน้ำหรือเปิดโรงเรือนเด็ดขาด และช่วงวันที่ 8 ขึ้นไปดอกเห็ดจะเริ่มมีขนาดใหญ่ จนสามารถเก็บได้ โดยการเก็บให้เก็บอย่างประณีตอย่าให้กระทบกระเทือนดอกอื่นๆ จะเก็บผลผลิตได้ 2-7 ครั้ง เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้วให้ปิดโรงเรือนไว้เหมือนเดิม

การเก็บผลผลิต เมื่อ ผ่านไปประมาณ 5-7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสีขาวเล็กๆ เกิดขึ้น ตุ่มสีขาวเหล่านี้จะเจริญเติบโตเป็นเห็ดต่อไป และจะเริ่มเก็บเห็ดได้เมื่อเพาะไปแล้วประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ความร้อน และการที่จะเก็บ เห็ดได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะและฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็วกว่าฤดูหนาว เพราะความร้อนช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเห็ด นอกจากนั้นถ้าใส่อาหารเสริมด้วยแล้ว จะทำให้เกิดดอกเห็ดเร็วกว่าไม่ใส่อีกด้วย ดอกเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุก มีทั้งอ่อนและแก่ ถ้ามีดอกเล็กๆ มากกว่าดอกใหญ่ ควรรอเก็บเมื่อดอกเล็กโตหรือรอเก็บชุดหลัง เก็บดอกเห็ดทั้งกระจุกโดยใช้มือจับทั้งกระจุกอย่างเบาๆ แล้วหมุนซ้ายและขวาเล็กน้อย ดึงขึ้นมาพยายามอย่าให้เส้นใยกระทบกระเทือน สำหรับศัตรูและการป้องกันต้องกำจัดมดและปลวก มดจะเข้าทำรังหรือทำลายเชื้อเห็ด การป้องกันกำจัดมดและปลวก โดยใช้เกลือแกงหรือผงซักฟอกเล็กน้อย ไร จะกัดกินเส้นใยเห็ดทำให้ผลผลิตลดลง เกิดจากการนำวัสดุที่ไม่สะอาดมีไรติดมาด้วย การป้องกันทำได้โดยเลือกวัสดุที่สะอาด ถ้ามีไรระบาดรุนแรงให้หยุดเพาะชั่วคราว ทำความสะอาดภาชนะและพื้นที่ตลอดจนเผาทำลายเศษวัสดุที่เป็นแหล่งอาศัยให้หมด รา เชื้อราจะแย่งน้ำและอาหารจากเส้นใยเห็ดและดอกเห็ด เชื้อราบางชนิดทำให้เกิดโรคและอาการผิดปกติแก่ดอกเห็ด ทำให้ผลผลิตลดลง การป้องกันเชื้อราทำได้โดยเลือกวัสดุเพาะที่สะอาดใหม่และแห้งสนิท เลือกเชื้อเห็ดที่ไม่มีเชื้อราปน และต้องควบคุมอุณหภูมิความชื้นให้เหมาะสมกับการงอกงามของเห็ดอยู่เสมอ นอกนั้นก็มักจะมีเห็ดอื่นๆ ที่ไม่ต้องการเกิดแซมขึ้นมาต้องกำจัดทิ้ง เพื่อให้การเพาะเห็ดได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและเก็บได้นาน จะทำให้มีกำไรงามรายได้มั่นคงยั่งยืน นางเสิงสาง กล่าว

การเพาะเห็ดขายนับเป็นอีกช่องทางการทำกินที่น่าสนใจ เพราะสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง ท่านที่สนใจสามารถติดต่อ สั่งซื้อได้ที่นางเสิงสาง ถามะนัด บ้านคำมะเบื่อ หมู่ที่ 6 ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000

วิเชียร เกื้อทาน/อำนาจเจริญ

http://www.banmuang.co.th/2013/02/เกษตรกรอำนาจเจริญปลูกเ

สภาพภูมิอากาศที่ร้อนอบอ้าวยาวนานต่อเนื่อง ส่งผลทำให้สิ่งมีชีวิตหลากหลายในโลกใบนี้เกิดสภาพความเครียดและต้องปรับตัวเพื่อให้ร่างกายรับกับสภาพที่เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้ ยังมีข่าวมนุษย์ตายจากคลื่นความร้อนอยู่เป็นระยะทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความพิกลฉลฉ้อของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สามารถปรับตัวทนทานได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตขนาดที่เล็กก็ยังไม่หลุดพ้นจากความตายความเครียด ทำให้เราไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ นั้นมีการเจ็บป่วยล้มตายมากน้อยเพียงใด เพราะยังไม่มีผู้ใดนำข้อมูลด้านนี้มาเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์อย่างแพร่หลายมากนัก จะมีก็เพียงผู้เพาะเห็ดที่ทำการเลี้ยงจุลินทรีย์เชื้อราเท่านั้นที่จะพอทราบคร่าวๆอยู่บ้าง ในสภาพที่อากาศเปลี่ยนแปลงหนาวจัด ร้อนจัดเห็ดจะมีปัญหาการออกดอกที่น้อยลง แห้งเหี่ยวเสียหายง่าย

ในช่วงนี้ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงระยะปลายฝนต้นหนาว แต่สภาพภูมิอากาศทั้งในกรุงเทพและรอบๆ ในเขตภาคกลาง ปรากฎว่าสภาพภูมิอากาศยังคงร้อนอย่างต่อเนื่องยาวนาน ถึงจะก้าวเข้าสู่เดือนธันวาคมแล้วก็ตาม จึงไม่แน่ใจว่าปีนี้จะมีอากาศหนาวให้ได้สัมผัสมากน้อยเพียงใด  เทคนิคการดูแลเห็ดในโรงเรือนให้มีความสม่ำเสมอในการให้ผลผลิตจะต้องควบคุมคอนโทรลให้สภาพอากาศภายในโรงเรือนนิ่ง ไม่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวสลับสับเปลี่ยนจนเห็ดไม่สามารถปรับตัวได้ จะทำให้ผลผลิตของเห็ดออกน้อย เนื่องจากเห็ดเกิดอาการเครียดการเจริญเติบโตไม่สอดคล้องสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมด้วยคิดว่ายังไม่ใช่ฤดูกาลที่เขาควรจะเจริญเติบโตแพร่ขยายกระจายพันธุ์ออกมา

วิธีการหนึ่งที่ช่วยให้อากาศภายในโรงเรือนเพาะเห็ดเย็นขึ้นนอกจากการเพิ่มปริมาณการให้น้ำที่เพิ่มขึ้นเป็น 4 รอบ 5 รอบแล้วก็คือการเปิดชายผ้าใบหรือแสลนด์จากพื้นด้านล่างขึ้นมาประมาณ 1 คืบเพื่อให้เกิดการระบายถ่ายเทอากาศภายในโรงเรือนเพิ่มมากขึ้น หรือจะใช้วิธีการเปิดประตูหรือผ้าใบด้านหน้าและด้านหลังทิ้งไว้ประมาณ 1 -2 ชั่วโมง (ในกรณีที่อุณหภูมิภายในโรงเรือนร้อนจัดมากๆ หรือระยะบ่ายแก่ๆ ของวัน) นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิลดลงมาอยู่ในช่วงที่เหมาะสมแล้วยังช่วยเพิ่มปริมาณอากาศหรืออ๊อกซิเจนเพิ่มเข้าไปในโรงเรือนได้อย่างเต็มที่ การเปิดให้อากาศถ่ายเทแบบกว้างต้องค่อยๆ ทำและคอยสังเกตด้วยว่ามีความเหมาะสมหรือจำเป็นมากน้อยหรือไม่  อันนี้ต้องดูว่าถ้าเปิดจากชายด้านล่างแล้วสามารถช่วยระบายถ่ายอากาศได้ดีเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดด้านหน้าด้านหลัง เกษตรกรผู้เพาะเห็ดสามารถที่จะประยุกต์ดัดแปลงได้หลากหลายวิธีการในการทำให้โรงเรือนมีสภาพอุณหภูมิความชื้นที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดได้

ที่มา :
มนตรี  บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่