แนะนำสินค้าชีวภาพ

กำจัดโรคแม่ลงศัตรูเห็ด

พอดีได้ไปเจอบทความดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรที่ใช้ขับไล่แมลงหวี่ศัตรูตัวฉกาจของเห็ดครับ

ก็เลยอยากจะเอามาให้ทุกๆท่านได้ลองอ่านดูและถ้าสนใจก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ที่ฟาร์มเห็ดของท่านได้น่ะครับ

อ่านบทความได้ที่นี้ สมุนไพรไล่แมลงหวี่

วันนี้ผมจะมาแนะนำ

ประโยชน์ของจุลินทรีย์ EM น่ะครับ ส่วนตัวผมใช้ EM พ่นในโรงเรือนบ้างอาทิตย์ล่ะครั้ง เพื่อลดกลิ่นอับ ลดแมลงศัตรูเห็ด  แต่จะผสมน้ำส้มควันไม้ไปด้วยน่ะครับ

กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ E.M. (อี.เอ็ม.) คืออะไร                 E.M. ย่อมาจากคำว่า Effective Micro-organisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพคิดค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร.เทรโอะ ฮิงะ (TEROU HIGA) แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ รวบรวมเฉพาะกลุ่มจุลินทรีย์ หมวดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ช่วยปรับปรุงสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น จุลินทรีย์หมวดสร้างสรรค์ที่มีใน EM ได้แก่ กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง แลกโตบาซิลัส  เพนนิซีเลี่ยม ไตรโคเดอมา ฟูซาเรียม สเตรปโตไมซิส  อโซโตแบคเตอ ไรโซเบียม ยีสต์  รา  ฯลฯ                จุลินทรีย์ใน EM ส่วนใหญ่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ และมีพลัง “แอนติออกซิเดชั่น” ซึ่งเป็นพลังสร้างสรรค์ของชีวิต ป้องกันมิให้มีการทำลายชีวภาพที่สำคัญของ เซลล์ได้ป้องกันฤทธิ์ของสารพิษได้หลายชนิด รักษาสภาพธรรมชาติของเซลล์ ได้มิให้เสื่อมสภาพรักษาสุขภาพของคนและสัตว์ มิให้เป็นโรคหรือเจ็บป่วยได้ง่าย

ลักษณะโดยทั่วไปของ EM               เป็นของเหลวสีน้ำตาลกลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน (เกิดจากการทำงานของกลุ่มจุลินทรีย์ต่าง ๆ ใน E.M.) เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีหรือ ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช และแมลงที่เป็นประโยชน์ ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ ที่ทุกคนสามารถนำไปเพาะขยายเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

ลักษณะการผลิต                 เพาะขยายจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากกว่า 80 ชนิด จากกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง – กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติค – กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน – กลุ่มจุลินทรีย์แอคทีโนมัยซีทส์ – กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์                   ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ได้จากธรรมชาตินำมาเพาะเลี้ยงและขยายให้จุลินทรีย์ขยายตัวด้วยปริมาณที่สมดุลกันด้วยเทคโนโลยีพิเศษ โดยใช้อาหารจากธรรมชาติ เช่น โปรตีน รำข้าว และสารประกอบอื่น ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ประโยชน์ของจุลินทรีย์โดยทั่วไป ด้านการเกษตร – ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินและน้ำ – ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืชและโรคระบาดต่าง ๆ – ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศผ่านได้ดี – ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ เพื่อให้เป็นปุ๋ย (อาหาร) แก่อาหารพืชดูดซึมไปเป็นอาหารได้ดี ไม่ต้องใช้พลังงานมากเหมือนการให้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ – ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช พืชให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น – ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ – ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ ไก่และสุกร ได้ภายในเวลา 24 ชม. – ช่วยกำจัดน้ำเสียจากฟาร์มได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ – ช่วยกำจัดแมลงวัน โดยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเป็นตัวแมลงวัน – ช่วยป้องกันอหิวาห์และโรคระบาดต่าง ๆ ในสัตว์แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้ – ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรงมีความต้านทานโรคสูง ให้ผลผลิตสูงอัตราการตายต่ำ

ด้านการประมง- ช่วยควบคุมคุณภาพในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้ – ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำเป็นอันตรายต่อกุ้ง ปลา กบ หรือสัตว์น้ำที่เลี้ยงได้ – ช่วยรักษาโรคแผลต่าง ๆ ในปลา กบ จระเข้ ฯลฯ ได้ – ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ และทำให้เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมปุ๋ยหมักใช้พืชต่างๆ ได้อย่างดี

ด้านสิ่งแวดล้อม- ช่วยปรับสภาพเศษอาหารจากครัวเรือน ให้กลายเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ต่อพืชผักได้ – ช่วยปรับสภาพน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน โรงงาน โรงแรมหรือแหล่งน้ำเสีย – ช่วยดับกลิ่นเหม็นจากกองขยะที่หมักหมมมานานได้

ารเก็บรักษาจุลินทรีย์                   สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน อย่างน้อย 6 เดือน ในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่เกิน 46 – 50 องศาเซลเซียส ต้องปิดฝาให้สนิท อย่าให้อากาศเข้าและอย่าเก็บไว้ในตู้เย็น ทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท การนำ E.M. ไปขยายต่อควรใช้ภาชนะที่สะอาดและใช้ให้หมดภายในเวลาที่เหมาะสม

ข้อสังเกต                     หากนำไปส่องด้วยกล้องจุลทัศน์ที่มีกำลังขยายสูงไม่ต่ำกว่า 700 เท่า จะเห็น จุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ อยู่มากมาย E.M. ปกติจะมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน ถ้าเสียแล้วจะมีกลิ่นเน่าเหมือน กลิ่นจากท่อน้ำทิ้งเก่า ๆ (E.M. ที่เสียใช้ผสมน้ำรดกำจัดวัชพืชได้) กรณีที่เก็บไว้นาน ๆ โดยไม่มีเคลื่อนไหวภาชนะ จะมีฝ้าขาว ๆ เหนือผิวน้ำ E.M.นั่นคือการทำงานของ E.M. ที่ผักตัวเมื่อเขย่าแล้วทิ้งไว้ชั่วขณะ ฝ้าสีขาวจะสลายตัวกลับไปใน E.M. เหมือนเดิม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://share.psu.ac.th

ผุ้เพาะเห็ด มักประสบปัญหาการระบาดของศัตรูเห็ดแตกต่างกันไปในแต่ละแหล่ง

หอยทากเล็ก(หอยแว่น) ก็เป็นศัตรูอีกชนิดที่พบในภาคเหนือ และอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น เดิมหอยชนิดนี้อาศัยในป่า แต่เมื่อป่าถูกทำลายจนไม่เหลือที่อาศัย ประกอบกับศัตรูตามธรรมชาติ(สิ่งมีชีวิตที่ควบคุมประชากรหอยทากชนิดนี้ในธรรมชาติ) เช่น หนอนเรืองแสงของหิ่งหอย ถูกทำลายหายไปเลยทำให้หอยชนิดนี้แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วและระบาดในแปลงผัก กล้วยไม้ รวมถึงในฟาร์มเพาะเห็ด

โดยหอยทากนี้จะออกมากัดกินใบเห็ดในเวลากลางคืน ทำให้ใบเห็ดขาดวิ่น ไม่สามารถจำหน่ายได้ และดอกเห็ดที่ร่วงหล่นยังเน่า นำเชื้อโรคในโรงเห็ด  การใช้สารเคมีประเภทฉีดพ่นก็ไม่เป็นการสมควรเพราะเห็ดต้องเก็บจำหน่ายทุกวัน จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่ประสบปัญหานี้ใช้เหยื่อพิษสำหรับกำจัดหอยสำเร็จรูป เช่น แองโกลสลัก มาวางล่อหอยในโรงเรือนเพาะเห็ด ลดการฟ้งกระจายโดยต้องวางในกับดัก ที่ทำมาจากขวดนำอัดลมขนาด 1.5 หรือ 2 ลิตร นำมาตัดด้านก้นขวด ออกครึ่งหนึ่ง แล้วนำเหยื่อพิษโรยบนอาหารที่หอยชื่นชอบ เช่น มะละกอสุก แล้วนำชิ้นเหยื่อวางในขวดที่เตรียมไว้

นำไปวางในโรงเรียนเพาะเห็ด โรงละ 1-2 กับดัก เจาะรู้ใช้ไม้ปักยึดไม่ให้เลื่อนไหล โดยวางล่อไว้ในช่วงหัวคำ ตรวจเก็บหอยในเช้าของวันถัดไป จะพบหอยทากแว่นมานอนตายรวมกันในขวดพลาสติกที่ใช้ทำเป็นกับดักจำนวนมาก นำซากไปฝังทำลาย  (สำหรับท่านที่แคลงใจในการใช้สารเคมี อยากบอกว่าเหยื่อพิษสำหรับหอยทากเป็นเคมีที่ปลอดภัย เพราะมีฤทธิ์แบบกินตาย คือต้องกินจึงตาย ไม่ฟุ้งกระจายเหมือนการใช้สารเคมีฉีดพ่น และเก็บทำลายได้เมื่อไม่ต้องการใช้)

ใช้เคมีอย่างเข้าใจ  ปลอดภัยถึงผู้บริโภค นะครับ

กำจัดหอยทากศัตรูเห็ด

กำจัดหอยทากศัตรูเห็ด

กำจัดหอยทากศัตรูเห็ด

กำจัดหอยทากศัตรูเห็ด

ฤดูร้อนนี้แมลงศัตรูเห็ดก็ชุกชุมเหลือเกิน การใช้สารเคมีในการปราบก็ไม่ใช้แนวทางที่ถูกต้อง

วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีทำ EM5 เพื่อป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูเห็ด โดยที่ EM5 นี้ไม่มีผลอันตรายต่อคนและเห็ด

EM5 หรือสุโตจู เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ฉีดพ่นเป็นประจำพืชจะสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีแมลงศัตรูพืชรบกวน

ส่วนผสม

  1. EM 1 ส่วน
  2. กากน้ำตาล 1 ส่วน
  3. น้ำส้มสายชูกลั่น 5 % 1 ส่วน
  4. เหล้า 28 – 40 ดีกรี 1 ส่วน
  5. น้ำสะอาด 6 ส่วน

* ถ้าทำ ซุปเปอร์ EM5 จะไม่ใช่น้ำ ให้เพิ่มเหล้าเป็น 2 ส่วน

วิธีทำ

  1. กรณีใช้ภาชนะหมักขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำสะอาดครึ่งลิตร
  2. เติม กากน้ำตาล น้ำส้มสายชู เหล้า และ EM เขย่าให้ละลายเข้ากัน
  3. เติมน้ำให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น หมักไว้ 15 วัน นำไปใช้ได้

* หลังจากเปิดใช้แล้วปิดฝาให้สนิท

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

EM5 หรือ สุโตจู ใช้ป้องกันและปราบแมลงศัตรูเห็ด

ที่มา : บริษัท เอ็มโร เอเชีย จำกัด

 

 

ไรเห็ด เป็นศัตรูเห็ดที่มีขนาดเล็กมาก จนต้องอาศัยแว่นขยายเข้าช่วย จึงจะเห็นได้ชัด ตามสภาพธรรมชาติ มักจะเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาวใส่อยู่กระจายเต็มไปหมดที่น่าสนใจคือการที่ไรชนิดต่าง ๆ ที่ทำลายเห็ดนั้นจะมีวงจรชีวิต (ไข่-ตัวแก่) สั้นมาก โดยใช้เวลาเพียง 4-5 วันเท่านั้น โดยทั่วไปจะพบตัวเมียมากกว่าตัวผู้ถึง 4 เท่า โดยที่ตัวเมียยังสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการออกไข่และเป็นตัว ไม่จำเป็นต้องผสมพันธุ์กับตัวผู้อีกด้วย จึงทำให้ไรสามารถเกิดระบาดทำลายอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เส้นใยเห็ดกำลังแผ่ออกไป หากมีพวกไรดังกล่าวระบาดก็จะทำให้เส้นใยขาดออกจากกัน และไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากไรพวกนี้ชอบทำลายกัดกินส่วนของเส้นใย ไรศัตรูเห็ดที่พบทำลายเห็ดปลูกในไทยนั้น คือ ไรไข่ปลา ( Luciaphorus sp. )

ในการเพาะเลี้ยงเห็ดหูหนูมีปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง คือ มีไรชนิดหนึ่งที่ไปทำลายเส้นใยเห็ดที่เจริญอยู่ในถุงพลาสติกก่อนไปเปิดให้เห็ดออกดอก หรือทำลายโดยตรงที่ดอกเห็ด ทำให้ดอกแคระแกร็น ในถุงที่ถูกไรชนิดนี้ทำลาย จะพบเม็ดกลมเล็ก ๆ เหมือไข่ปลากระจายทั่วไปในถุงเห็ด ชาวบ้านเข้าใจว่าเห็ดเป็นโรค จึงเรียกลักษณะอาการดังกล่าวว่า “โรคไข่ปลา” แต่ความจริงแล้วเป็นไรชนิดหนึ่งที่ไปกินเส้นใยของเห็นหูหนู และอาการเม็ดไข่ปลาที่เห็นนั้น เป็นส่วนท้องของไรตัวเมีย ที่ขยายมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 1 – 2 มม. โดยมีไข่ และตัวอ่อนเจริญอยู่ภายในท้อง ถ้าจะเรียกชื่อให้ถูกต้องแล้ว น่าจะเรียกว่า “ไรไข่ปลา” เพราะเห็ดนั้นไม่ได้เป็นโรค

อนึ่งหากพบการระบาดอย่างรุนแรงแล้ว ก็จะเห็นซากของตัวเต็มวัยที่ตายแล้วด้วยตาเปล่า หรือเห็นคราบทับถมอยู่บริเวณปากถุงเห็ด และชั้นที่ว่างถุงเห็ดอย่างหนาแน่น เห็นเป็นผงฝุ่นสีน้ำตาลอ่อนคล้าย ๆ ขี้เลื่อยละเอียดเต็มไปหมด ไรไข่ปลา (Luciaphorus sp ) ระบาดในเห็ดหูหนูที่เพาะเป็นการค้า อยู่ติดกันเป็นแพ ถ้าดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบว่าที่เห็นเป็นสีขาว ๆ กลมเล็ก ถ้าเราสามารถป้องกันกำจัดไรได้ อาการดังกล่าวก็จะหายไป

ป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด

ป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด

ไรไข่ปลามีการดำรงชีวิตที่แตกต่างไปจากไรแดงที่ทำลายพืช กล่าวคือ ไรตัวแก่เพศเมียจะว่างไข่อยู่ภายใต้ลำตัว แทนที่จะว่างไข่ออกมาภายนอกลำตัว เหมือนไรแดงที่ทำลายพืช นอกจากนั้นแล้ว เมื่อไข่เจริญเติบโตเป็นตัวแก่แล้ว แทนที่จะออกมาจากตัวแม่กลับเจริญเติบโตอยู่ภายใต้ท้องแม่ จนกว่าจะเป็นตัวแก่ จึงจะเจาะผนังท้องของแม่ออกมาภายนอก การผสมพันธุ์ระหว่างตัวแก่ตัวผู้และตัวเมียนั้น ส่วนใหญ่ผสมพันธุ์กันอยู่ภายในท้องแม่ ก่อนออกจากท้องแม่ สำหรับไข่บางฟองที่อาจอยู่ภายใต้ท้องแม่ แต่ยังไม่เจริญเป็นตัวอ่อน เมื่อท้องแม่แตกแล้ว ก็สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนภายหลัง จากนั้นจึงเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ต่อไป ระยะเวลาที่ใช้ในการเจริญเติบโต ตั้งแต่วางไข่จนกระทั้งเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ประมาณ 5-7 วัน

ตัวแม่สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งที่ได้รับการผสมพันธุ์และไม่ได้รับการผสมพันธุ์ตัวแม่ที่ได้รับ การผสมพันธุ์จากตัวผู้จะวางไข่ซึ่งเจริญเติบโตต่อไปเป็นตัวเมียเป็นส่วนใหญ่และมีส่วนน้อยที่เจริญเติบโตเป็นตัวผู้ ซึ่งตรงกันข้ามกับตัวเมียที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์จะวางไข่ซึ่งเจริญเติบโตต่อไปเป็นตัวผู้ทั้งหมด ปริมาณการวางไข่ของตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์ จะมากกว่าตัวแม่ที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์เล็กน้อย คือ ตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์สามารถวางไข่ประมาณ 200 ฟอง ต่อตัวแม่ 1 ตัว ตัวแก่ตัวเมียที่ออกจากท้องแม่แล้ว จะมีระยะเวลาก่อนการตั้งท้อง คือก่อนที่ส่วนท้องจะขยายโต เป็นเม็ดกลมเหมือนไข่ปลา ประมาณ 1-3 วัน สำหรับตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์และประมาณ 3-6 วัน สำหรับตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์ หลังจากนั้น ส่วนท้องจะค่อย ๆ ขยายใหญ่ มีขนาดโตมองเห็นชัดด้วยตาเปล่า เป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ สีเหลืองใส ระยะเวลาตั้งแต่ตัวเมียเริ่มขยายส่วนท้องใหญ่ขึ้น จนกระทั้งท้องแตกใช้เวลาประมาณ 9 วัน อายุของตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์ จะมีชีวิตอยู่ประมาณ 7-11 วัน ซึ่งสั้นกว่าตัวเมียที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์ คือประมาณ 10-16 วัน

การแพร่กระจายหรือการระบาดของไรไข่ปลา จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือจากถุงเห็ดหนึ่งไปอีกถุงหนึ่งนั้น เป็นไปได้โดยที่ไรไข่ปลาติดไปกับถุงเห็ด และตัวไรสามารถเข้าไปในถุงเห็ดทีวางใกล้เคียง โดยตัวไรเดินผ่านเข้าทางจุกสำลี เมื่อเข้าไปในถุงเห็ดก็จะกัดกินเส้นใยสีขาวของเห็ดหูหนู ซึ่งเจริญอยู่ภายใน โดยเริ่มจากบริเวณตรงคอขวดลงมาเรื่อย ถ้าถุงเห็ดถูกไรทำลายมาก เมื่อนำถุงไปเปิดปากถุงให้เห็ดออกดอก ก็จะมีดอกน้อยหรือไม่มีดอกเห็ดและดอกเห็ดที่ออกมาก็จะถูกไรชนิดนี้ทำลายที่ดอกอีก ทำให้ดอกแคระแกร็นมีขนาดเล็กกว่าปกติ ถ้านำดอกเห็ดที่ถูกไรชนิดนี้ทำลายไปจำหน่าย ก็อาจจะเป็นที่รังเกียจแก่คนซื้อด้วย เพราะเห็นเม็ดไข่ปลากระจายอยู่ตามดอกเห็ด ดั้งนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีการป้องกันกำจัดไม่ให้ไรไข่ปลาเข้าทำลายเสียหายแก่เห็ด

 

การแก้ปัญหานี้สามารถทำได้ คือ
1.ใช้ว่านหนอนตายยาก บอระเพ็ด กากน้ำตาล อัตราส่วน 1:1:1 สับละเอียดผสมให้เข้ากัน หมักไว้ 7 วัน นำมาฉีดพ่นที่ก้อนเห็ดในอัตราส่วน 1 ช้อนแกง/น้ำ 1 ลิตร ทำวันเว้นวัน
2.แก้ปัญหาโดยการพักโรงเรือน เปิดระบายอากาศน้ำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อในโรงเรือน การพักโรงเรือนควรทำอย่างน้อย 15 วัน

3.ใช้ บาซิลลัส ไมโตฟากัส (Bacillus mitophagus) เป็นผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในกลุ่มแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับติลิส ที่ได้รับคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด โดยเฉพาะไรไข่ปลา ซึ่งเป็นปัญหาในธุรกิจการเพาะเห็ดเพื่อการค้าปัจจุบัน

 

วิธีการหมักขยายเชื้อ

1. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส ด้วยน้ำมะพร้าวอ่อนใช้มะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้มพอใส่เชื้อลงไปได้ ใส่เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) ปิดฝาทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดให้นำน้ำมะพร้าวอ่อนที่หมักเชื้อแล้วมาผสมน้ำ 20 ลิตร

2. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยน้ำมะพร้าวแก่จากตลาดนำน้ำมะพร้าวแก่จากตลาดมาต้มให้เดือดประมาณ 5 นาที ช้อนฟองทิ้ง ปล่อยไว้ให้เย็น ใส่เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) ต่อน้ำมะพร้าวแก่ 15 ลิตร (ถ้าน้ำมะพร้าวแก่ไม่พอให้เติมน้ำเปล่าจนได้รวม 15 ลิตรก่อนต้ม) ให้อากาศแบบที่ใช้ในตู้ปลา 24 ชั่วโมง เมื่อครบ 24 ชั่วโมง ให้นำไปผสมรวมกับน้ำโดยรวมกับน้ำแล้วให้ได้น้ำ 100 ลิตร

3. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยไข่ไก่สดใช้น้ำ 15 ลิตร ไข่ไก่ 5 ฟอง เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) สเม็คไทต์ 5 ขีด (500 กรัม) น้ำมันพืช 1.5-2 ช้อนชา เป่าอากาศแบบในตู้ปลา 24 ชั่วโมง เมื่อเป่าอากาศครบเรียบร้อยแล้วให้นำไปผสมน้ำโดยรวมกับน้ำแล้วให้ได้น้ำ 100 (หมายเหตุ : การใช้สเม็คไทต์ใส่เข้าไปในขั้นตอนการหมักก็เพื่อดับกลิ่นของไข่เน่าและเหม็น หากหมักไว้บริเวณที่กลิ่นเหม็นไม่มารบกวนไม่จำเป็นต้องใช้ สเม็คไทต์กำจัดกลิ่น, การใส่น้ำมันพืชเพื่อช่วยลดฟองของเครื่องเป่าออกซิเจน)

4. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยนมข้นหวานและน้ำตาลทรายใช้น้ำ 15 ลิตร เติมนมข้นหวาน 1 กระป๋อง น้ำตาลทราย 3 ช้อนแกง (ประมาณ 45 กรัม) เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) แล้วเติมอากาศโดยใช้ออกซิเจนแบบตู้ปลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาผสมรวมกับน้ำให้ได้น้ำ 100 ลิตร

5. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยนมกล่องหนองโพ, นมถั่วเหลืองยูเอชที หรือนมผงเด็กชงใหม่ โดยใช้นมเหล่านี้ 1 กล่อง (ประมาณ 250 ซีซี.) ตวงใส่ถุงพลาสติก โดยผูกถุงด้วยเชือกหรือยางหนังสติ๊กข้างหนึ่ง ใส่เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) แขวนถุงหมักทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วนำไปผสมน้ำ 20 ลิตร พร้อมที่จะฉีดพ่นต่อไป

 

วิธีการใช้

เมื่อหมักขายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส ตามสูตรดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว ให้นำไปฉีดพ่นบริเวณรอบโรงเรือน ผนังโรงเรือน พื้น ชั้นวาง บริเวณก้อนเชื้อ ทำการฉีดพ่นเพื่อป้องกันและกำจัด หากกำลังเปิดดอกอยู่แล้วมีปัญหาของไรเข้าก้อนให้ฉีดอัดเข้าไปในก้อนแบบชุ่มโชก

ฉีดป้องกันไรศัตรูเห็ด : ระยะเวลาฉีดพ่นที่แนะนำ 7 วัน/ครั้ง

หากพบไรศัตรูเห็ดระบาดในก้อนเชื้อ : ระยะเวลาฉีดพ่นที่แนะนำ 3 วันครั้ง

ไมฝาง ไมโตบาซิลลัส ปราบไร ศัตรูเห็ด

ไมฝาง ไมโตบาซิลลัส ปราบไร ศัตรูเห็ด

ป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด

ที่มา : เกษตรพอเพียงรักบ้านเกิด,ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

Page 8 of 9123456789

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่