แนะนำสินค้าชีวภาพ

ขั้นตอนการเพาะเห็ด

การเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ

• ขอบคุณแหล่งข้อมูล:กองเกษตรสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ

ธรรมชาติของเห็ดเป๋าฮื้อ  มักขึ้นอยู่บนต้นไม้ที่ผุพังแล้ว ลักษณะของดอกเห็ดไม่ค่อยจะเป็นรูปทรงที่แน่นอน แต่มีลักษณะคล้ายเห็ดนางรม เนื่องจากเห็ดเป๋าฮื้อเป็นเห็ดที่อยู่ในสกุลเดียวกันกับเห็ดหอม จึงมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงมาก จะต่างกันก็ที่ดอกใหญ่และหายากกว่า สีดอกระยะแรกจะมีสีค่อนข้างคล้ำจนดำเมื่ออายุมากขึ้นจะค่อย ๆ จางลง และเป็นสีน้ำตาลอ่อนเมื่อแก่จัด ตามปกติจะขึ้นได้ดีในฤดูหนาว แต่เนื่องจากเห็ดเป๋าฮื้อมีการปรับตัวต่ออุณหภูมิได้ค่อนข้างสูง ฉะนั้น ในปัจจุบันจึงสามารถที่นะเพาะเห็ดเป๋าฮื้อได้ผลดีทุกฤดูกาล ในทุกภาคของประเทศไทย

 

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเห็ดเป๋าฮื้อ  

1. แสงสว่างแม้ว่าเห็ดเป๋าฮื้อจะไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่จำเป็นต้องใช้แสงสว่างในการปรุงอาหาร แต่แสงสว่างมีส่วนช่วยในการกระตุ้นให้เห็ดออกดอก โดยเฉพาะการเจริญของหมากดอก แต่ถ้าแสงน้อยหรือไม่มีแสงจะกระตุ้นการเจริญของก้านดอก นอกจากนี้ถ้าเห็ดเป๋าฮื้อเจริญในที่มืด หมวดดอกจะมีสีเข้ม แต่ถ้าเห็ดเป๋าฮื้อเจริญเติบโตในแสงสว่าง หมวกดอกจะมีสีจางลง

2. ความชื้นมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของเห็ดเป๋าฮื้อมาก เห็ดพวกนี้ต้องการความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศสูงมาก จึงจำเป็นต้องเพาะในโรงเรือนเพาะเห็ด ความชื้นภายในโรงเรียนที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 90-95 เปอร์เซ็นต์ ถ้าความชื้นสัมพัทธ์สูงจะทำให้ดอกเห็ดมีขนาด ใหญ่และมีน้ำหนักมาก

3.อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ เห็ดเป๋าฮื้อควรอยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 36 องศาเซลเซียส เห็ดจะไม่ออกดอกหรือดอกที่ออกจะมีลักษณะ แคระแกรนมีรูปร่างผิดปกติ

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ

 

 

การผลิตก้อนเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อ

1. การผลิตก้อนเชื้อโดยใช้ฟางหมัก

•นำฟางที่สับเรียบร้อยแล้ว(ยาว 2-8 นิ้ว) มาแช่น้ำหรือรดน้ำให้ทั่ว หลังจากที่ฟางสะเด็ดน้ำแล้ว นำมาผสมกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์ตามสูตร โดยหมักเป็นกองสูงแล้วคลุมด้วยพลาสติก หลังจากหมักได้ 3 วัน รอบ ๆ

กองฟางจะแห้ง ให้ใช้บัว รดน้ำรอบ ๆ ขอบกองฟางจากนั้นให้พลิกกองปุ๋ยหมัก ตีก้อนปุ้ยให้แตกแล้วนำมาคลุกกับปูนขาว หมักต่ออีก 3 วัน เมื่อครบ 3 วันแล้ว ให้พลิกกองปุ๋ยหมัก และให้หมักต่อเป็นรูปเจดีย์ โดยกองแบบหลวม ๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทให้มากที่สุด ทิ้งไว้ 1 วัน วันรุ่งขึ้นให้ผสมรำข้าง เสร็จแล้วให้บรรจุถุงพลาสติกทนร้อนที่ใช้เพาะเห็ด ควรจัดใส่ถุงให้หมดภายในวันนั้น และควรนำก้อนเชื้อไปนึ่งในหม้อนึ่งลูกทุ่งทันทีเพราะถ้าทิ้งไว้นาน ๆ จะเกิดการเจริญของจุลินทรีย์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ยากต่อการกำจัด ซึ่งในภายหลังจะก่อให้เกิดความสูญเสีย ในขั้นตอนการออกดอกได้

•นำฟางแช่ในท่อปูนโดยย่ำให้ฟางจมน้ำ และนุ่น แล้วนำมากองเกลี่ยให้เป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร บนพื้นปูน โรยฟางหนาประมาณ 3-4 นิ้ว หว่านปุ๋ยหรือแอมโมเนียซัลเฟต และโรยฟางสลับกันจนหมดฟางและปุ๋ยโดยกำหนดฟาง และปุ๋ย โดยกำหนดฟางและปุ๋ยให้พอดี ปุ๋ยจะกระจายทั่วกองฟาง กองฟางจะอยู่ในลักษณะทรายคว่ำสูงประมาณ 1.2-1.5 เมตร

เอาผ้าพลาสติกคลุมให้มิดชิดทิ้งไว้ 3 วัน แล้วให้กลับกองฟางครั้งที่สองพร้อมกับใส่ปูนขาวแล้วใช้ ผ้าพลาสติกคลุมไว้ตามเดิมทิ้งไว้อีก 3 วันให้กลับกองฟางใส่รำแล้วบรรจุลงเพาะเห็ดตามกรรมวิธีการ เพาะเห็ดทั่วไปแล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่ง ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนใส่เชื้อเห็ดลงไป  สูตรที่ใช้ในการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ  การผลิตก้อนเชื้อจากฟางข้าว

สูตร 1

ฟางเส้น(ยาว 4-6 นิ้ว) 100 กิโลกรัม ยูเรีย(แอมโมเนียนซัลเฟต 2 กิโลกรัม) 1 กิโลกรัม ปูนขาว 1 กิโลกรัม ปุ๋ยดับเบิลซุปเปอร์ฟอสเฟต 1กิโลกรัม รำละเอียด 3 กิโลกรัม

สูตร 2

ฟางเส้น 100 กิโลกรัม ปุ๋ยนา(สูตร 16-20-0 หรือ 18-20-0 หรือ20-20-0) 2 กิโลกรัม ปูนขาว 1 กิโลกรัม รำละเอียด 3 กิโลกรัม

สูตร 3

ฟางเส้น 100 กิโลกรัม ยูเรีย(คลุกกับฟาง) 2 กิโลกรัม ดีเกลือ(ใส่เมื่อกลับกองครั้งที่ 1 ) 1.2 กิโลกรัม หินปูนหรือปูนขาว 0.5กิโลกรัม น้ำ(ใส่เมื่อกลับกองครั้งที่ 2 ) 140-170กิโลกรัม

สูตร 4

ฟางเส้น 100 กิโลกรัม ยูเรีย(คลุกกับฟาง) 1 กิโลกรัม ส่าเหล้า(คลุกกับฟาง) 0.5 กิโลกรัม ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม หินปูนหรือปูนขาว0.5 กิโลกรัม น้ำ 140-170กิโลกรัม การผลิตก้อนเชื้อจากขี้เลื่อย

สูตร 5

ขี้เลื่อยไม้ยางพารา100 กิโลกรัม รำละเอียด 5-15 กิโลกรัม ข้าวโพดป่น 3-5 กิโลกรัม ดีเกลือ0.3-0.4 กิโลกรัม น้ำ พอประมาณ  กรรมวิธีการผลิตก้อนเชื้อ การอัดถุงทำเหมือนกรรมวิธีการการผลิตเชื้อทั่วไป ในการใช้รำผสมตามปกติยิ่งมากผลผลิตก็สูงตามไปด้วย แต่อัตราความเสียหายเนื่องจากเชื้ออื่นปะปนก็สูงตามไปด้วย ผู้เพาะเห็ดบางรายอาจใช้รำหรือข้าวโพดป่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันในส่วนผสมขึ้นอยู่ กับสภาพของท้องถิ่นและราคาของวัตถุดิบ (ดูรายละเอียดขั้นตอน การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก)  การผลิตก้อนเชื้อจากซังข้าวโพด ถ้าใช้ละอองซ้งข้าวโพดที่ได้จากการสีข้าวโพด ให้มาผสมกับน้ำจนมีความชื้นเหมาะสมแล้วบรรจุถุง ได้เลยไม่ต้องใช้เป็นอาหารเสริม โดยใช้ละอองซังข้าวโพด 100 กิโลกรัม ผสมกับน้ำประมาณ 100 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นซ้งข้าวโพด ให้นำไปป่นด้วยเครื่องบดแกลบ โดยตั้งเครื่องบดให้ออกมาหยาบหน่อยหรือจะใช้เครื่องบดเม็ดข้าวโพด ก็ได้แล้วนำมาเพาะเห็ดคล้ายกับขี้เลื่อยไม้ยางพารา แต่ต้องไม่ใส่รำให้ใช้ซังข้าวโพด 100 กิโลกรัม ผสมกับน้ำ 100 กิโลกรัม คลุกให้เข้ากัน แล้วกองเป็นรูปสามเหลี่ยม คลุมด้วยพลาสติกทิ้งไว้ 3 วันเพื่อให้ซังข้าวโพดนิ่มก่อน แล้วจึงบรรจุถุงพลาสติกทนร้อน และนำไปนึ่งด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่ง ทิ้งให้เย็นก่อนใส่เชื้อเห็ดลงไป  การบ่มก้อนเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อ หลังจากใส่เชื้อเห็ดลงในถุงก้อนเชื้อแล้วให้นำถุงก้อน เชื้อไปบ่มในโรงบ่มเชื้อให้เป็นชั้นเดียวในลักษณะ ตั้งหรืออาจจะวางนอนซ้อนกันเป็นชั้นๆ ก็ได้ ระยะในการบ่มเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อจะใช้ประมาณ 30-45 วันเชื้อจึงจะเจริญเต็มถุง อุณหภูมิที่เหมาะต่อการบ่มเชื้อประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส ถ้าสูงหรือต่ำกว่านี้เชื้อจะเจริญช้า ในขณะที่บ่มเชื้อปัญหาที่สำคัญคือโรดและแมลงศัตรูเห็ดอาจเข้าทำลาย ก้อนเชื้อได้โดยเฉพาะพวกไรและแมลงบางชนิด ดังนั้น จึงควรฉีดยาป้องกันโรดและแมลงศัตรูเห็ด เช่น เซฟวิน 85 ฯลฯ คลุมทับถุงเชื้อเอาไว้ ถ้าโรงเรือนสะอาดการฉีดยาคลุมทับลงบนถุงเห็ดก็ไม่จำเป็นมากนัก  การทำให้เห็ดเกิดดอก หลังจากที่เชื้อเจริญเต็มถุงแล้ว ในการทำให้เกิด ดอกเห็ด ผู้เพาะเห็ดควรใช้วิธีการปฏิบัติดังต่อไปนี้ (ดูรายละเอียดขั้นตอน การเปิดดอกเห็ดเป๋าฮื้อ)

1.การวางก้อนเชื้อนอนแล้วเปิดจุกสำลีให้เห็ด ออกตรงคอขวดวิธีการนี้ประหยัดพื้นที่ในการวางก้อนเชื้อ เพราะสามารถวางซ้อนกันได้หลายชั้นหรืออาจ จะใช้วิธีมัดเป็นพวงแทนในลักษณะนอนก็ได้วิธีการวางก้อน เชื้อแบบนอนเหมาะสำหรับวัสดุที่ใช้เพาะ พวกขี้เลื่อยและซังข้าวโพดแต่วิธีการนี้ไม่สามารถคลุมผิวหน้า(casing) ของถุงเห็ดได้

2. การวางถุงตั้งจะวางติดกันเป็นแบบหน้ากระดานโดย ให้ดอกเห็ดดอกแรกออกมาทางคอขวด แต่ดอกเห็ดจะมีปัญหาหักตรงโคนได้ง่าย หลังจากเก็บดอกเห็ดรุ่นต่อไป ก็คือการคลุมดินหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งจะช่วยให้ก้อนเชื้อไม่แพงเกินไป และมีความชื้นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด ดินที่ใช้ต้องสะอาดและมีลักษณะดังนี้

- ดินที่ปราศจากอินทรีย์วัตถุ เพราะอาจมีจุลินทรีย์เจริญลุกลามลงในถุงได้ โดยให้ขุดลอกผิวดินออกประมาณ 15 ซม. จากนั้นให้ขุดดินที่อยู่ลึกลงไป นำไปใช้คลุมผิวหน้าก้อนเชื้อได้

- ดินร่วนปนทราย เพราะเมื่อรดน้ำจะไม่จับตัวกันเป็นก้อนแข็ง โดยนำดินมาทำให้ละเอียดพอสมควรเสียก่อน

- ไม่เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป ก่อนใช้ควรผสมหินปูน 2-3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักดินแห้งหรือจะใช้ปูนขาวประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ก็ได้

-ดินที่ใช้ต้องปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ แมลงและไส้เดือนฝอย ถ้านึ่งฆ่าเชื้อก่อนนำมาใช้ได้ยิ่งดี หลังจากคลุมดินแล้วรด น้ำบนดินพอหมาดๆ อย่าให้เปียกมากเกินไป (ให้รักษาความชื้นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ) ประมาณ 5-7 วัน เส้นใยจะรวมตัวเป็นตุ่มเห็ดเล็ก ๆ จากนั้นจะขยายใหญ่และเจริญเป็นดอกเห็ดภายใน 3-4 วัน

 

ประโยชน์ของการใช้ดินคลุมก้อนเชื้อเห็ด

1.ดินจะช่วยอมความชื้นไว้ได้ดี ช่วยให้ดอกเห็ดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ไม่ฝ่อ

2. ดินจะช่วยยึดฐานดอกไม่ให้เห็ดล้มได้ง่าย และช่วยบังคับไม่ให้ก้านดอกยาวมากเกินไป

3. ช่วยป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในอากาศไปทำลายก้อนเชื้อเห็ด

4.การคลุมผิวหน้าดินทำให้ก้อนเชื้อได้รับอากาศน้อยลง จึงทำให้ดอกเห็ดเล็ก ๆ ไม่เจริญและอาหารจะถูกสะสม ไว้ในก้อนเชื้อมากซึ่งช่วยให้เห็ดเกิดรุ่นต่อไปสมบูรณ์

 

ปัญหาในการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ

1. เส้นใยเดินไม่เต็มถุงเหตุเพราะอุณหภูมิสูงหรือมี เชื้อจุลินทรีย์อื่นเจริญแทรก แก้โดยอาจเพิ่มเวลานึ่งก้อนเชื้ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง

2. ดอกเห็ดแห้งฝ่อเพราะความชื้นไม่พอ ควรรดน้ำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน

3.มีหนอนทำลายเชื้อเห็ด เป็นเพราะสำลีอุดจุกพื้นและ ไม่มีกระดาษหุ้มสำลีไว้ทำให้แมลงวันวางไข่ไว้

4. ไรทำลายเชื้อเห็ด ควรให้โรงบ่มอยู่ห่างจากวัสดุหมัก

5. เชื้อเห็ดเจริญแล้วหยุดส่วนที่เชื้อไม่เดินจะมีสีคล้ำ กว่าปกติเป็นเพราะวัสดุหมักผสมเปียกเกินไป

6.เชื้อราที่ขึ้นปะปนในก้อนเชื้อเกินทั่วไปไม่แน่นอน เหตุเพราะมดแดงตัวเล็กๆ หรือ แมลงกัดบริเวณข้างถุงพร้อมกับนำเชื้อราอื่น ๆ เข้าไปควรรักษาโรงเรือนให้สะอาดและฉีดยาฆ่าแมลงป้องกัน

เทคนิคการผลิตก้อนเชื้อคุณภาพสูง

โดย อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ นายกสมาคมนักวิจัยและผู้เพาะเห็ดแห่งประเทศไทย

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

 

สูตรอาหารเห็ดในน้ำหนัก 100 กิโลกรัม มีสูตรดังนี้

- ขี้เลื่อย ๗๐ กิโลกรัม

- ปุ๋ยหมัก (หากไม่มีปุ๋ยอาหารหมักให้ใช้ขี้เลื่อยเป็น ๙๐ กิโลกรัม) ๒๐ กิโลกรัม

- แร่ม้อนท์ ๓ กิโลกรัม – รำ ๗ กิโลกรัม

- น้ำมะพร้าวอ่อนหมักเชื้อพลายแก้ว ๑ ผล

- น้ำมะพร้าวอ่อนหมักเชื้อไมโตฟากัส ๑ ผล

- น้ำเปล่า

หมายเหตุ

: เชื้อพลายแก้ว ป้องกันกำจัดเชื้อรา

: เชื้อไมโตฟากัส ป้องกันกำจัดไร

: แร่ม้อนท์ ทำให้เส้นใยดอกเห็ดมีคุณภาพ

๑. นำวัสดุต่างๆ มาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างทั่วถึง (เชื้อพลายแก้ว และเชื้อไมโตฟากัสที่หมักแล้วนำมาผสมน้ำเปล่า ๑๐ – ๒๐ ลิตรก่อน แล้วโชยให้ทั่ว จากนั้นเติมน้ำเปล่าให้ความชื้น ๕๐-๖๐ % คลุกเคล้า)

๒. นำวัสดุอาหารเห็ดที่คลุกเคล้า และได้ความชื้นพอเหมาะแล้ว มากรอกใส่ถุงพลาสติกให้ได้น้ำหนักประมาณ ๘ ขีดถึง ๑ กิโลกรัม

๓. อัดให้แน่นพอประมาณ ระวังอย่าให้ถุงปริแตก หรือเสี้ยนตำถุง เพราะจะทำให้เมื่อนึ่งแล้วภายหลังอาจมีเชื้อปนเปื้อนได้จากรอยรั่ว ควรมีแผ่นยางรองเพื่อลดแรงกระแทก ป้องกันถุงปริแตกหรือเสี้ยนตำ

๔. ใส่คอขวด ดึงปากพลาสติกให้ถุงก้อนอาหารตึง

๕. ปั่นใยฝ้ายเป็นก้อนเป็นจุกปิด และปิดฝาครอบพลาสติกอีกชั้น

๖. นำเข้าเตานึ่ง เรียงอย่าให้เบียดแน่น ต้องให้ไอน้ำผ่านได้ทั่วถึง นึ่งด้วยไอน้ำร้อน เป็นเวลา ๓-๕ ชั่วโมง (นึ่งนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับขนาดของเตานึ่งด้วย) โดยเริ่มจับเวลาที่อุณหภูมิประมาณ ๑๐๐ องศาเซลเซียสหรือไอน้ำเดือด

๗. นึ่งครบเวลา นำมาตั้งให้เย็นรอใส่หัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง

๘. หัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง ก่อนเทใส่ในก้อนอาหารเห็ดที่นึ่งสุกแล้ว ต้องเขย่าให้ร่วนก่อน

๙. ก่อนใส่เชื้อเห็ด ต้องเช็ดหรือฆ่าเชื้อืที่มือ ด้วยแอลกอฮอล์ ๗๐ %

๑๐. ฉีดแอลกอฮอล์ ๗๐ % ฆ่าเชื้อที่บริเวณปากถุงด้วย

๑๑. ลนไฟปากขวด จนถึงคอขวดหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง เพื่อฆ่าเชื้อโรคหรือแมลงไร รา ที่เกาะติดอยู่

๑๒. ดึงจุกใยฝ้ายออก เทหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่างลงในก้อนอาหารเห็ด การเทหัวเชื้อเห็ดต้องเทในที่ไม่มีลมพัดผ่าน หรือในห้องที่ลมสงบนั่นเอง ต้องเทด้วยความชำนาญ และรวดเร็ว เพือ่ไม่ให้เชื้ออื่นปลิวตกลงไปปนเปื้อน เทเสร็จแล้วรีบอุดจุกใยฝ้ายกลับตามเดิม โดยช่วงเทจะอยู่ในมือตลอดเวลา ห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด

๑๓. อุดจุก ปิดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ รัดด้วยยางรัดอีกครั้ง หัวเชื้อข้าวฟ่าง ๑ ขวด เทใส่ก้อนอาหารเห็ดที่นึ่งแล้วได้ประมาณ ๒๕-๓๐ ก้อน

๑๔. นำก้อนอาหารเห็ดที่ใส่เชื้อแล้วขึ้นชั้นวาง ตั้งบ่มให้เส้นใยเจริญเต็มก้อน พร้อมที่จะนำไปเปิดดอกในโรงเปิดต่อไป ระยะเวลาเส้นใยเดินเต็มก้อนอาหารขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ดนั้นๆ

๑๕. เมื่อเส้นใยเดินเต็มก้อน เห็ดมีความพร้อมที่จะเปิดดอก นำก้อนเห็ดเข้าโรงเปิดดอก การวางก้อนง่ายสุดคือ วางซ้อนกันเป็นชั้นเป็นแถวแต่วางได้ไม่สูงนัก หรือวางแบบทรงเอ หรือแบบแขวนก้อน ฯลฯ การวางในลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นเป็นแถวไม่ควรวางซ้อนกันเกิดว่า ๖-๗ ก้อน เพราะหากวางซ้อนมากๆ ก้อนล่างๆ เห็ดจะออกน้อยหรือไม่ออกเลย เนื่องจากน้ำหนักที่กดลงมาทำให้เส้นใยเห็ดมีความเครียด การสร้างโรงเรือนเปิดดอก ไม่ควรสร้างหลังใหญ่หลังเดียว แต่ควรสร้างหลังย่อม ๆ หลายๆ หลัง เป็นการป้องกันการระบาดของโรคศัตรูเห็ด โรงเรือน ควรมีการระบายถ่ายเทอากาศดี แต่สามารถเก็บรักษาความชื้นได้ด้วย หากดอกเห็ดแห้ง แสดงว่าลมโกรก ความชื้นน้อย หากดอกแฉะเน่า แสดงว่าความชื้นมากเกินไป หากดอกเห็ดผิดรูป หงิกงอ เป็นได้ว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงเรือนมีมาก หรือถูกไรรบกวน

 

ที่มา : มนตรี บุญจรัส ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

ลักษณะดังกล่าวเกิดจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น ความแปรปรวนของอากาศ อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ภายในโรงเรือน นอกจากนี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เชื้ออ่อนแอ มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป หรืออากาศร้อนจัด เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคสาเหตุแต่อย่างใด ตามความเข้าใจของผู้เพาะเห็ด ความผิดปกติของดอกเห็ดที่พบโดยทั่วไป เช่น อาการขอบดอกหงิกในเห็ดสกุลนางรม ซึ่งได้แก่ เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฐาน เห็ดนางรมฮังการี และเห็ดเป๋าอื้อ

ลักษณะอาการของดอกหงิกที่พบในเห็ดนางรมและเห็ดภูฐานจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน นั้นคือ ดอกเห็ดเกิดเป็นกระจุกๆ ละหลายดอก ประมาณ 5-15 ดอก แต่ละดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1-2 เซนติเมตร บางดอกมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยแต่ไม่เกิน 4 ซม. หมวกดอกไม่บานหรือไม่คลี่ออก ก้านดอกอาจเกิดเดี่ยวหรือติดเป็นเนื้อเดียวกันจากก้านของดอกเห็ด 3-4 ดอก ไม่มีลักษณะของหมวกดอกปกติให้เห็น ขอบหมวกหงิกงอหยักไปมา หรือขอบหมวกม้วนออก ส่วนอีกลักษณะหนึ่งที่พบ คือ มีความผิดปกติที่ก้านซึ่งค่อนข้างยาวบิดเบี้ยวไม่มีหมวกเห็ด หรือก้านดอกเห็ดใหญ่ผิดปกติ หมวกดอกมีลักษณะเป็นกรวยคล้ายปากแตร ดอกเล็กไม่คลี่บาน ส่วนสีของดอกเห็ดนั้นยังคงมีสีขาวหรือสีขาวนวลปกติหรือสีเทาอ่อน สำหรับอาการบนเห็ดเป๋าอื้อ จะแตกต่างกับเห็ดนางรมและเห็ดภูฐาน คือ ก้านดอกจะสั้นผิดปกติ มีลักษณะลีบไม่สมบูรณ์ หมวกดอกมีขนาดเล็กบิดเบี้ยว ดอกไม่คลี่บานออก ในดอกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะไม่บานเต็มที่ ขอบดอกหยักโค้งไปมา บางดอกขอบอกม้วนลงหงิกงอ หมวกดอกแตกเป็นติ่งเล็กบนก้านดอกเดียวกัน สีดอกเห็ดมีสีเทาดำทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

กรณีพบว่าดอกเห็ดในโรงเรือนแสดงอาการหมวกดอกหงิกดังที่กล่าวข้างต้นแนะนำให้แก้ไขปัญหาตามแนวทางต่อไปนี้

1.การถ่ายเทอากาศ โรงเรือนที่เพาะเห็ดจะต้องมีช่องระบายอากาศอย่างเพียงพอควรเปิดประตูและหน้าต่างในตอนเช้ามือเพื่อระบายอากาศ และป้องกันการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

2.แสงสว่าง ตรวจความเข้มของแสงในโรงเพาะให้เพียงพอพอกับการพัฒนาเจริญเติบโตของดอกเห็ด โดยใช้วิธีเปิดช่องหน้าต่างหรือช่องแสง หรือใช้แสงไฟช่วย โดยเฉพาะในช่วงเก็บดอกเห็ดตอนเช้ามือ

3.ความชื้น ควรตรวจตราความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศภายนอกและภายในโรงเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปความชื้นสัมพันธ์ในระยะเปิดดอกจะอยู่ระหว่าง 80-90 เปอร์เซ็นต์และความชื้นในโรงเพาะจะมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิสูงต่ำของอากาศภายนอกโรงเรือน ดังนั้นในฤดูหนาวที่มีอากาศแห้งความชื้นต่ำ ควรใช้ผ้าพลาสติกบุโรงเรือนด้านในปิดประตูหน้าต่างโรงเรือนไว้ป้องกันความชื้นระเหยให้น้ำวันละ 3 เวลา ก็จะช่วยให้โรงเรือนเปิดดอกมีความชื้นพอเหมาะส่วนในฤดูร้อน อุณหภูมิและอากาศภายนอกโรงเรือนจะสูง การรักษาความชื้นจะกระทำโดยให้น้ำวันละหลายครั้ง รวมทั้งน้ำที่พื้นโรงเรือน ข้างฝา และหลังคา มีการระบายอากาศภายในโรงเรือนก็จะช่วยให้โรงเรือนมีความชื้นได้ตามต้องการ

วิธีแก้ที่สามารถพอสรุปได้

เพิ่มความชื้นและระบายอากาศเยอะๆ ครับ

เพราะช่วงนี้ฝนตกอากาศเย็นช่วงกลางคืนตอนกลางวันร้อนถ้าความชื้นไม่ถึงการที่อุณหภุมิกลางวันกับกลางคืนต่างกันมากๆเซลล์บนดอกกับเชลล์ใต้ดอกโตไม่เท่ากันจึงเกิดใบหงิกตามมาครับ

สวัสดีครับวันนี้มีเอกสารเผยแพร่มาแนะนำครับ เป็นวิธีการเพาะเห็ดหูหนูครับ เชิญอ่านได้ที่นี้ครับ การเพาะเห็หูหนู

 

เห็ดหูหนู

เห็ดหูหนู

ล้างหน้าก้อนเชื้อเห็ดนางรม-นางฟ้าเก่ากระตุ้นการออกดอก

ก้อนเห็ดเมื่อเรา เปิดดอกไปได้ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป อาหารด้านในก็จะเริ่มหมดไป และปริมาณผล ผลิตก็จะเริ่มน้อยลง หน้าก้อนเห็ดอาจจะแข็ง เรามีวิธีการกระตุ้นให้ดอกเห็ด ออกได้อีกและปริมาณการให้ผลผลิตเทียบเท่ากับครั้งที่สองของการออกดอกในเดือน แรก โดยวิธีการง่าย ๆ คือการล้างหน้าก้อนเห็ด

 

++ วิธีการมีดังนี้ ++

1. เอาคอขวดออก 2.ดึงถุงให้ยืดจนสุดและพับปากถุงเข้าไปนิดหน่อย 3.ใช้น้ำฉีดไปล้างที่หน้าก้อนเห็ด โดยถ้าก้อนไหนหน้าก้อนแข็งมากก็เอามือถู หรือใช้ช้อนขูดออกเบา ๆ 4.หลังจากนั้นประมาณ 3-5 วันเห็ดจะเริ่มออกดอกพร้อม ๆ กัน

 

ที่มา : คลังความรู้ ตลาดเกษตร.com

Page 24 of 32« First...10...20212223242526272829...Last »

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่