แนะนำสินค้าชีวภาพ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ด

ตัวช่วยเพิ่มความชื้นในโรงเรือน

ควบคุมความชื้นในโรงเรือนเพาะเห็ด
ควบคุมความชื้นในโรงเรือนเพาะเห็ด

วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องความชื้นในโรงเรือน

ความชื้นเป็นปัจจัยหลักๆที่ส่งผลในการออกดอกของเห็ด

วันนี้จะมาแนะนำตัวช่วยเพิ่มความชื้นน่ะครับ คือ มินิสปริงเกอร์แบบหัวสเปรย์ และ หัวพ่นหมอก

วิธีติดตั้งก็ไม่ยากเราก็เดินท่อ PE ในโรงเรือนผ่านตรงที่มีก้อนเห็ดอยู่โดยเดินติดบนหลังคาด้านในเป็นแถวๆ

ให้ท่อ PE อยู่แนวเดียวกับที่เราวางก้อนเห็ด หลังจากนั่นก็นำหัวสเปรย์ หรือ หัวพ่นหมอกมาติดโดยเว้นระยะตามรัศมีของแต่ล่ะหัวที่กำหนดไว้

เท่านี้ก็จะได้ตัวช่วยในการรดน้ำเห็ดและควบคุมความชื้นในโรงเรือนครับ

รูปภาพมินิสปริงเกอร์แบบหัวสเปรย์

มินิสปริงเกอร์แบบหัวสเปรย์
มินิสปริงเกอร์แบบหัวสเปรย์
มินิสปริงเกอร์แบบหัวสเปรย์
มินิสปริงเกอร์แบบหัวสเปรย์

วิดีโอสาธิตการใช้งานมินิสปริงเกอร์แบบหัวสเปรย์

YouTube Preview Image

รูปภาพมินิสปริงเกอร์แบบหัวพ่นหมอก

มินิสปริงเกอร์แบบหัวพ่นหมอก
มินิสปริงเกอร์แบบหัวพ่นหมอก
มินิสปริงเกอร์แบบหัวพ่นหมอก
มินิสปริงเกอร์แบบหัวพ่นหมอก

วิดีโอสาธิตการใช้งานมินิสปริงเกอร์แบบหัวพ่นหมอก

YouTube Preview Image

เพื่อนๆผู้เพาะเห็ดทั้งหลาย หน้าหนาวนี้เพาะเห็ดพันธ์ไหนกันบ้างครับ ถ้ายังไม่มีพันธ์ที่จะเพาะในใจ

ผมขอแนะนำ นางรมสายพันธ์ฮังการี ครับ สามารถเพาะได้ตลอดปีครับ แต่พอโดนช่วงอากาศเย็นใบดอกจะเข้มนิหน่อย

แต่อากาศเย็นช่วงกลางคืน ก็เป็นตัวชักนำให้เห็ดออกดีนะครับ  แนะนำหนาวนี้ก่อนนอนรดน้ำเห็ดอีกสักรอบนะครับ

เพิ่มความชื้นในอากาศ เพราะหน้าหนาวอากาศค่อนข้างแห้ง ความชื้นมีน้อยครับ

20131120_071920

20131120_072002

คุณเฉลาทำฟาร์มเห็ดนางฟ้าภูฐาน  แรกเริ่มเดิมทีคุณเฉลาเริ่มจากซื้อก้อนเห็ดมาเปิดดอกขาย แต่ประสบกับปัญหาขาดทุนเนื่องจากเห็ดที่ซื้อมาเปิดดอกไม่ค่อยออกดอก ผลผลิตน้อย คุณเฉลาเลยตัดสินใจที่จะทำก้อนเห็ดเองเลยได้ไปเรียนการทำก้อนเห็ดที่ฟาร์มเห็ดดอนปูและได้มาทดลองทำลองผิดลองถูกมาเรื่อย โดยลองปรับเปลี่ยนสูตรอาหารในก้อนเห็ดมาเรื่อยจนได้สูตรที่คุณเฉลาคิดว่าเจ๋งที่สุดแล้วในตอนนี้ สูตรอาหารเห็ดที่ว่านี้ก็มีสูตรดังต่อไปนี้

-                   ขี้เลื่อย                            100         กิโลกรัม

-                   แร่ม้อนท์                       3              กิโลกรัม

-                   รำละเอียด                     5              กิโลกรัม

-                   ปูนขาว                           3              ขีด

-                   น้ำสะอาด                      20           ลิตร

โดยตอนผสมอาหารเห็ดน้ำที่ใช้ผสมจะใส่ เชื้อพลายแก้ว(ป้องกันเชื้อรา) เชื้อบีที(ป้องกันหนอน) ไมโตฟากัส(ป้องกันไรเห็ด) เข้าไปด้วยเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคต่างๆที่มากับขี้เลื่อย สูตรอาหารเห็ดนี้คุณเฉลาบอกว่าผลผลิตเห็ดที่ได้ดีมากๆ เฉลี่ยแล้วเห็ด 100 ก้อนจะเก็บผลผลิตเห็ดได้ 7 กิโลกรัมใน 3-4 หน้าแรกและผลผลิตจะลดลงเรื่อยๆในเดือนต่อๆมาอาจจะเหลือ 5 กิโลกรัมบ้าง 3 กิโลกรัมบ้าง แต่เห็ดสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 5-6 เดือนเลย โดยตัวเลขผลผลิตเห็ดนี้ไม่ได้เก็บที่ฟาร์มคุณเฉลาอย่างเดียวแต่ลูกฟาร์มที่มาซื้อก้อนเห็ดคุณเฉลาก็ได้ผลผลิตเห็ดพอๆกัน ทำให้ลูกฟาร์มคุณเฉลาพอใจกับผลผลิตเห็ดที่ได้ คือเก็บดอกเห็ดแค่เดือนแรกก็ได้ต้นทุนค่าก้อนเห็ดคืนแล้ว อีก 5-6 เดือนที่เหลือก็คือผลกำไรที่ได้อยู่ที่ว่าใครจะดูแลรักษาสภาพก้อนเชื้อเห็ดได้ดีกว่ากัน ทางผู้เขียนได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมคุณเฉลาถึงที่ฟาร์มและได้เจอกับลูกฟาร์มที่มาซื้อก้อนเชื้อเห็ดเพื่อไปเปิดดอกพอดีเลยได้พูดคุยกันเล็กน้อยทางคุณพี่ที่มาซื้อก้อนเห็ดบอกว่าเห็ดที่ซื้อไปออกดอกดีมาก ออกสม่ำเสมอ เห็ดออกระเบิดระเบ้อเลยเก็บไม่หวาดไม่ไหว

นี่ก็เป็นข้อมูลดีๆให้กับท่านสมาชิกที่ทำฟาร์มเห็ดนางฟ้าภูฐานเผื่อจะได้นำสูตรอาหารเห็ดนี้ไปทดลองปรับใช้กับสูตรของตัวท่านเองได้เผื่อจะได้ต่อยอดการทำเห็ดของตัวท่านเองได้

ที่มา : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สวัสดีครับสำหรับผู้สนใจที่อยากจะเพาะเห็ด ที่อยู่ในเขต จ.ลำพูน เชียงใหม่ และ จังหวัดใกล้เคียง

ถ้าท่านใดสนใจที่อยากจะเริ่มทำก้อนเห็ดเองแต่ไม่รู้จะหาขี้เลื่อยไม้ยางพาราได้ที่ไหน ซึ่งเป็น วัสดุหลักในการเพาะเห็ด

ทางฟาร์มเรา ยินดีแบ่งขายให้ครับ แต่ต้องเตรียมภาชนะมาใส่เองนะครับ เช่น กระสอบ

สนใจติดต่อ คุณอรวรรณ 089-8355836 คุณ นิรุธ 087-1741199

สูตรและเทคนิคการใช้ บีเอสพลายแก้ว ผลิตก้อนเชื้อเห็ดอย่างมีคุณภาพ

พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

หลังจากที่มีการนำจุลินทรีย์ “บีเอสพลายแก้ว” ที่พัฒนาและส่งเสริมโดยท่านอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ เข้ามาใช้ในกระบวนการและขั้นตอนการผลิตของเห็ดชนิดต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตเห็ดเป็นอย่างมาก มีการนำไปต่อยอดแตกแขนงขยายฐานความรู้ทางด้านวิชาการไปในหลายๆภาคส่วน ซึ่งนับว่าเป็นคุณูปการอย่างยิ่งสำหรับผู้เพาะประกอบอาชีพเพาะเห็ดโดยทั่วไป เพราะทำให้การแก้ไขปัญหาเชื้อราที่รบกวนเห็ดมีความง่ายและสะดวกมากขึ้น เพราะในอดีตปัญหานี้จะแก้ไขและรักษาด้วยความยุ่งยาก เพราะเนื่องจาก “เห็ด” ก็จัดว่าเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง แต่เป็นชนิดหรือสกุลที่สูงกว่าเชื้อราชั้นต่ำโดยทั่วไป ดังนั้นเมื่อจะใช้ยาหรือสารเคมีในการกำจัดเชื้อราในเห็ดก็จะทำให้ตัวของ “เห็ด” เองมักจะได้รับผลกระทบเสียหายไปด้วย อีกทั้งปัญหาเรื่องสารเคมีหรือยาฆ่าเชื้อราที่เป็นอันตรายตกค้างติดไปกับดอกของเห็ดด้วย ทำให้ไม่เป็นที่ปรารถนาของผู้บริโภค

นอกจากจะใช้ บีเอสพลายแก้ว ไว้คอยดูแลรักษาเมื่อเกิดปัญหาในระยะที่มีเชื้อราเข้าทำลายก้อนเชื้อและดอกแล้ว อีกเทคนิคหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เพาะเห็ดคือ การนำ บีเอสพลายแก้ว เข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิตก้อนเชื้อของเห็ดถุง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการปนเปื้อนของเชื้อราตั้งแต่แรกเริ่มของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างประสิทธิภาพให้ก้อนเชื้อมีความสะอาดปราศจากเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อการเจริญเติบโตของเส้นใย ช่วยให้ก้อนเชื้อมีผลผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก คุณภาพของเส้นไยสมบูรณ์แข็งแรงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มผู้ซื้อที่นำไปเปิดดอกจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง
ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ชีวภาพจำหน่ายออยู่มากมายหลายยี่ห้อ มีทั้งชนิดผงและชนิดน้ำแตกต่างกันไปในตลาดปัจจุบัน อัตราการใช้ประมาณ 80 – 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (หนึ่งปิ๊ป) เมื่อนำไปฉีดในเลือกสวนไร่นาหนึ่งไร่จะตกอยู่ที่ 300 – 400 บาทและจะต้องฉีดอยู่ทุกๆ 3 -5 วันต่อครั้ง นับว่ายังเป็นราคาที่แพงและสิ้นเปลืองอยู่มาก จึงได้พยายามหาวิธีลดต้นทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้ โดยการทดลองหาสูตรการขยายเชื้อในรูปแบบต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในแต่ละท้องถิ่น ดังเช่น

1.การขยายเชื้อบีเอสพลายแก้วด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน ใช้มะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้มพอใส่เชื้อลงไปได้ ใส่เชื้อพลายแก้ว 1 ช้อนชา (1 ซอง = 5 กรัม) ปิดฝาทิ้งไว้ 1-2 วัน นำมาผสมน้ำได้ 20 ลิตร
2.การขยายเชื้อบีเอสพลายแก้วด้วยน้ำมะพร้าวแก่จากตลาด นำน้ำมะพร้าวแก่จากตลาดมาต้มให้เดือด 5 นาที ช้อนฟองทิ้ง ตั้งให้เย็น ใส่เชื้อพลายแก้ว 1 ช้อนชา (1 ซอง = 5 กรัม) ต่อน้ำมะพร้าว 15 ลิตร (ถ้าน้ำมะพร้าวไม่พอเติมน้ำเปล่าจนได้รวม 15 ลิตรก่อนต้ม) ให้อากาศแบบที่ใช้ในตู้ปลา 24 ชั่วโมง,นำไปผสมกับน้ำได้รวม 100 ลิตร สำหรับฉีดพ่น
3. การขยายเชื้อบีเอสพลายแก้วด้วยนมข้นหวานและน้ำตาลทราย ใช้น้ำ 15 ลิตรเติมนมข้นหวาน 1 กระป๋อง น้ำตาลทราย 3 ช้อนแกง เชื้อพลายแก้ว 1 ช้อนชาหรือ 1 ซอง ให้อากาศแบบตู้ปลา 24 ชั่วโมง สามารถผสมน้ำได้ 100ลิตร หรือ 5 ปี๊ป
4.การขยายเชื้อบีเอสพลายแก้วด้วยไข่ไก่สด ใช้น้ำ 20 ลิตร ไข่ไก่ 5 ฟอง เชื้อพลายแก้ว 1 – 2 ช้อนชาหรือ 1 ซอง สเม็คไทต์ 5 ขีด (500 กรัม) น้ำมันพืช 1.5 – 2 ช้อนชา เป่าอากาศแบบในตู้ปลา 24 ชั่วโมง ใช้ผสมน้ำ 5 ปี๊ป ( 100 ลิตร)
5.การขยายบีเอสพลายแก้วด้วยนมกล่อง ใช้นมกล่องพาสเจอร์ไลท์ตามท้องตลาดทั่วไป 1 กล่อง (240 ซีซี.) เปิดฝาออกให้เทเชื้อใส่ได้ เติมเชื้อพลายแก้ว 1 ซอง (5 กรัม) หมักทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง นำมาผสมน้ำได้ 20 ลิตร
การนำ บีเอสพลายแก้ว เข้ามาร่วมในกระบวนการผลิตก้อนเชื้อเห็ดถุง จะต้องนำไปผ่านขั้นตอนการหมักขยายตามกระบวนการหรือวิธีการที่กำหนดไว้ข้างต้นเสียก่อนเพื่อจะได้ช่วยประหยัดต้นทุนการผลิต และต้องหมักให้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้คือประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง จึงค่อยนำมาผสมร่วมกับน้ำเพียงแค่ 10 ลิตรเท่านั้น (โดยใช้สูตรมะพร้าวอ่อน, และนมพาสเจอร์ไรท์ ให้ใช้ในกรณีผลิตก้อนเชื้อเห็ดเท่านั้นส่วนจะใช้ในการปราบเชื้อรากับพืชผักพืชไร่ไม้ก็ใช้ตามสูตรที่หนดไว้เดิมคือผสมน้ำ 20 ลิตรนะครับ) แล้วนำไปราดรดเพื่อเป็นการให้ความชื้นกับขี้เลื่อยจำนวน 100 กิโลกรัม เติมรำละเอียดเพิ่มเข้าไปอีก 6 กิโลกรัมแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัมละลายในน้ำ 60 ลิตรกวนให้ละลายจนหมดแล้วจึงราดรดลงไปในกองขี้เลื่อยอีกครั้งหนึ่งสุดท้ายนำภูไมท์ซัลเฟตถุงสีเหลืองโรยผสมตามไปอีกจำนวน 3 กิโลกรัม (ทดแทนกลุ่มวัสดุปูนและยิปซั่ม) ทีนี้ทำการผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ทำการสังเกตดูว่าความชื้นของขี้เลื่อยมีความเหมาะสมหรือไม่ โดยทดลองกำขี้เลื่อยที่ผสมเรียบร้อยดีแล้วค่อย ๆ ปล่อยออกช้า ๆ ถ้าขี้เลื่อยยังแตกตัวร่วงหล่นอยู่แสดงว่าความชื้นยังไม่เพียงพอ ควรเพิ่มน้ำเปล่าหรือจะเป็นน้ำที่ผสมเชื้อบีเอสพลายแก้วอีกก็ได้ แต่ต้องค่อยเติมทีละน้อยจนสามารถกำขี้เลื่อยให้แน่นแล้วจะมีน้ำไหลออกตามง่ามมือเล็กน้อย หลังจากนั้นแบมือออกขี้เลื่อยก็ยังคงจับตัวกันอยู่เช่นเดิมไม่แตกตัวร่วงหล่นจึงจะใช้ได้ แล้วนำมากรอกใส่ถุง ๆ ละ 900 – 1,000 กรัม ใส่คอขวดอุดจุกสำลีตั้งทิ้งไว้ 3 วัน 3 คืน จึงค่อยนำไปนึ่งฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 90 – 100 องศาเซลเซียสนาน 3 ชั่วโมงแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นลงจึงนำไปใส่เชื้อเห็ดตามที่ต้องการ
เมื่อเปรียบเทียบกับการเตรียมถุงเชื้อแบบดั้งเดิมที่ใช้ปูนขาว ดีเกลือ ยิปซั่มฯลฯเป็นอาหารและใช้น้ำเปล่าเป็นตัวให้ความชุ่มชื้นคลุกเคล้าผสมเพียงอย่างเดียวแล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้อทันทีกับวิธีแบบใหม่นี้ ปรากฏว่าการหมักด้วยภูไมท์ซัลเฟตถุงสีเหลืองและเชื้อบีเอสพลายแก้วกับขี้เลื่อยทิ้งไว้ 3 วัน 3 คืน นำไปนึ่งฆ่าเชื้อ จะมีความแตกต่างกันอย่างมากโดยเส้นใยจะเล็กละเอียด เจริญเร็ว ก้อนขาวจัดแน่นเร็ว ความเสียหายจากราเขียวและราปนเปื้อนต่างๆ น้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย หากเป็นฟาร์มที่ผลิตถุงเชื้อเห็ดขาย ก็จะขายได้เร็วขึ้น และเต็มถุงเร็วไม่เป็นราเขียว

ที่มา : เกษตรปลอดสารพิษ

Page 20 of 46« First...10...16171819202122232425...40...Last »

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่