แนะนำสินค้าชีวภาพ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ด

โรคเห็ด หมายถึงอาการผิดปกติที่ดอกเห็ดแสดงออกทางรูปร่าง เช่น ดอกเล็ก แคระแกรน หรือทางด้านโครงสร้าง เช่น ดอกสมบูรณ์แต่มีจุดแผลในกรณีของเห็ดที่เพาะในถุงขี้เลื่อย หมายถึงการที่เส้นใยเห็ดไม่เจริญเติบโตหรือเส้นใยไม่เดินดิน หรือเส้นใยเดินแต่หยุดชะงัก เนื่องจากมีเชื้อราอื่นเจริญได้เร็วกว่า หรือเส้นใยเดินและมีเชื้อราอื่นปนเปื้อนในถุงเพาะเห็ดเป็นบางส่วน
โรคของเห็ดโดยทั่วไป แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. โรคเห็ดที่เกิดจากเชื้อมีสาเหตุ
2. โรคเห็ดที่เกิดจากเชื้อไม่มีสาเหตุ

————————————————————————————————

โรคเห็ดที่เกิดจากเชื้อมีสาเหตุ

เกิดจากเชื้อรา เชื้อบักเตรีหรือเชื้อไวรัส หรือเกิดจากไส้เดือนฝอย เชื้อราบางชนิดทำให้เส้นใยเห็ดเจริญเติบโตช้า หรือชะงักการเจริญเติบโต เรียกว่าเป็นเชื้อราแข่งขัน หมายถึงเป็นพวกที่เจริญเร็วกว่าและแย่งอาหารจากเชื้อเห็ด เชื้อราบางชนิดเป็นพวกสร้างสารปฏิชีวนะ ที่มีผลไปชะงักการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์อื่นๆ รวมทั้งเส้นใยเห็ด ส่วนโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ได้แก่ โรคไวรัสของเห็ดสกุลนางรม เป็นต้น

เชื้อราที่เกิดขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระยะหัวเชื้อ ซึ่งอยู่ในรูป ของอาหารวุ้น หรือในรูปของเมล็ดข้าวฟ่าง หรือหัวเชื้อเห็ดฟางในฟางหมักกับขี้ม้า และเปลือกบัวบรรจุในถุงพลาสติก ตลอดจนถุงเห็ดที่บ่มไว้เพื่อเตรียมเปิดดอก แม้แต่ในแปลงเพาะเห็ดฟาง หรือในโรงเรือนเพาะเห็ดแชมปิญอง และเห็ดฟางแบบอุตสาหกรรม เชื้อราเหล่านี้อาจจะเป็นเชื้อราจำพวกเชื้อราปนเปื้อน หรือเชื้อราแข่งขัน และ เชื้อราที่เป็นวัชพืช (weed fungi) หรือเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับดอกเห็ดหรือเส้นใยเห็ดก็ได้

—————————————————————————————————

โรคเห็ดที่เกิดจากเชื้อไม่มีสาเหตุ

ลักษณะอาการผิดปกติบางชนิดของดอกเห็ด เกิดจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น การแปรปรวนของอากาศ อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปจากที่ควรเป็นตามฤดูกาล ความชื้นในวัสดุเพาะไม่เพียงพอ หรือสภาพภายในโรงเรือนเพาะเห็ดไม่เหมาะ เช่น มีแสงมากเกินไป ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีน้อย และโรงเรือนมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดมากเกินไป หรือเกิดจากการเสื่อมของหัวเชื้อ หรือลักษณะผิดปกติบางชนิดทางพันธุกรรม โรคที่เกิดจากเชื้อไม่มีสาเหตุ ได้แก่

1. โรคราสนิมของเห็ดเป๋าฮื้อ ลักษณะดอกเห็ดภายนอกและโคนดอกจะเป็นสีซีด ๆ สีน้ำตาลคล้ายสนิม บางแผลขยายมารวมกันเกิดเป็นบริเวณสีน้ำตาลขนาดใหญ่กลายเป็นสีน้ำตาลครึ่งดอกจนกระทั่งเกือบหมดทั้งดอก ถ้าเกิดโรคในขณะดอกเห็ดยังเล็ก ดอกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ฝ่อแห้ง มักเกิดกับดอกรุ่นแรกและในระยะเปลี่ยนอากาศ เช่น จากร้อนเป็นฝน ฝนเป็นหนาว

2. โรคดอกหงิกของเห็ดสกุลนางรม ลักษณะอาการบนดอกเห็ดนางรมและเห็ดภูฎานคล้ายคลึงกัน คือดอกเห็ดเกิดเป็นกระจุก กระจุกละหลายดอก ประมาณ 5 – 15 ดอก แต่ละดอกมีขนาด ประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 4 เซนติเมตร หมวกดอกไม่บาน หรือไม่คลี่ออก ก้านดอกอาจเกิดเดี่ยว ๆ หรือติดเป็นเนื้อเดียวกันกับก้าน ดอกเห็ด 3-4 ดอก ขอบหมวกหงิกงอหยักไปมา หรือขอบหมวกม้วนออก
อีกลักษณะคือก้านยาวบิดเบี้ยวผิดปกติ ไม่มีหมวกดอกหรือก้านดอกเห็ดใหญ่กว่าผิดปกติ หมวกดอกเป็นกรวยคล้ายปากแตร ดอกเล็กและไม่คลี่บาน ครีบของดอกหยักเป็นคลื่น ครีบไม่ชิดติดกัน และครีบเป็นเนื้อเดียวกันกับก้านดอก ยังคงมีสีขาว หรือขาวนวลปกติ หรือสีเทาอ่อนๆ ลักษณะอาการบนดอกเห็ดเป๋าฮื้อมีก้านดอกสั้นผิดปกติ ลีบไม่สมบูรณ์ หมวกดอกมีขนาดเล็กบิดเบี้ยว ดอกไม่คลี่บานออก ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ไม่บานเต็มที่ ขอบดอกหยักโค้งลงมา บางดอกขอบดอกม้วนหงิกงอ หมวกดอกบางดอกแตกเป็นติ่ง ๆ บนก้านดอกเดียวกัน ดอกเห็ดมีสีเทา ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

3. โรคไวรัสของเห็ดนางรม หมวกเห็ดนางรมม้วนขึ้นหรืองอลง ดอกมีขนาดเล็ก ขอบดอกไม่เรียบเมื่อถูกน้ำจะฉ่ำน้ำมากกว่าปกติ หรือดอกแคระแกรน ช่อดอกสั้นเป็นกระจุก เชื้อไวรัสนี้สามารถถ่ายทอดได้
ด้วยวิธีสัมผัส และสามารถป้องกันได้โดยไม่ใช้ดอกที่สงสัยว่าจะเป็น โรคนี้ไปทำพันธุ์ (ต่อดอก)

แนวทางการแก้ไขปัญหา

1. การถ่ายเทอากาศ ตรวจดูสภาพโรงเรือนว่ามีช่องระบายอากาศเพียงพอหรือไม่ หรืออาจเพิ่มช่องเปิด – ปิด (บานกระทุ้ง) ที่ด้านข้างทั้งสองด้าน เพื่อระบายอากาศและป้องกันการสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควรเปิดประตูและหน้าต่างในตอนเช้ามืด เพื่อระบายอากาศ

2. แสงสว่าง ตรวจความเข้มของแสงในโรงเรือนให้มีความสว่างเพียงพอกับการพัฒนาการเจริญเติบโตของดอกเห็ด และให้พร้อมสำหรับตรวจความผิดปกติต่าง ๆ ของโรงเรือนและดอกเห็ด โดยใช้วิธีเปิดช่องหน้าต่าง หรือช่องแสง หรือใช้แสงไฟช่วย โดยเฉพาะช่วงเก็บเห็ดตอนเช้ามืด

3. ความชื้น ความชื้นที่ตรวจดูมี 2 อย่าง คือ ความชื้นสัมพัทธ์อากาศภายนอกโรงเรือน และความชื้นภายในโรงเรือนระยะเปิดดอกความชื้นโดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 80 – 90 % ความชื้นใน
โรงเรือนสัมพันธ์กับอุณหภูมิสูงต่ำของอากาศภายนอก ดังนั้นฤดูหนาวอากาศแห้ง ความชื้นต่ำ ควรใช้ผ้าพลาสติกกบโรงเรือนด้านใน ไม่ควรเปิดประตู หน้าต่างโรงเรือนไว้เพราะความชื้น จะระเหยไป การให้น้ำ 3 เวลา จะช่วยให้โรงเรือนมีความชื้นพอเหมาะ ส่วนในฤดูร้อนอุณหภูมิภายนอกโรงเรือนจะสูง
ควรให้น้ำวันละหลาย ๆ ครั้ง รดน้ำที่พื้นที่ข้างฝาและหลังคาจะช่วยให้โรงเรือนมีความชื้นตามที่ต้องการ นอกจากนี้ควรมีการระบายอากาศภายในโรงเรือน
4. สูตรอาหาร สูตรอาหารที่ใช้เป็นสูตรมาตรฐานหรือดัดแปลงเพิ่มธาตุอาหารบางชนิดเข้าไป การเปลี่ยนแปลงทางเคมีและฟิสิกส์ของวัสดุไม่สมดุล ทำให้คุณภาพของวัสดุและธาตุอาหาร เปลี่ยนไปด้วย

——————————————————————————————————

โรคของเห็ดถุง

โรคของเห็ดถุงที่พบโดยทั่วไป มีดังนี้
โรคซึ่งเกิดจากเชื้อรา เกิดได้ทั้งจากเชื้อราแข่งขันและเชื้อราโรคเห็ด (disease fungi) โดยทั่วไปเชื้อราปนเปื้อนหรือเชื้อราแข่งขันมักจะเกิดขึ้นกับขี้เลื่อย ซึ่งเป็นวัสดุเพาะขณะกำลังบ่มเชื้อ เชื้อราเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกที่เส้นใยเจริญเร็วมาก เมื่อเกิดเชื้อราแข่งขัน จะสังเกตเห็นเส้นแบ่งเขต (Zone line) ที่บริเวณเส้นใยเห็ดเจริญมาบรรจบกันกับเส้นใยของเชื้อราปนเปื้อน หรือถ้ามีเชื้อราอื่นเกิดขึ้นบริเวณปากถุง เช่น เชื้อรา Neuropora ทำให้เกิดการระบาดไปทั่วทั้งโรงเพาะ การเกิดเชื้อราปนเปื้อนในถุงเพาะเห็ด มักเป็นสาเหตุให้การเพาะเห็ดได้รับความเสียหาย ผลผลิตเห็ดลดลง เชื้อราสาเหตุได้แก่
1. เชื้อรากลุ่มแอสเพอร์จิลลัส (Aspergillus) ลักษณะบางส่วนของถุงเห็ดหรือก้อนเชื้อเห็ดมีสีเขียวเข้มเกือบดำ หรือสีน้ำตาล เกิดติดกับบริเวณที่มีสีเขียวเข้ม อาจเกิดที่ส่วนบนใกล้ปากถุงแล้วลามลงไปข้างล่าง หรืออาจเกิดจากด้านบนขึ้นไปก็ได้ เมื่อนำก้อนเชื้อเห็ดไปแยกเชื้อบริสุทธิ์พบว่า มีเชื้อ Aspergillus 3 กลุ่ม คือ Aspergullus flavus, A. fumigatus, A. niger

2. เชื้อราโบไตรโอดิฟโพลเดีย (Botryodiplidia) หรือราดำ ทำให้ขี้เลื่อย
ในถุงเพาะเห็ดมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ โดยเริ่มแรกเชื้อรามีสีขาว ต่อมา
เชื้อราสีขาวจะขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทิ้งไว้นานๆ สังเกตเห็นก้อนเล็กๆ สีดำนูนออกมาที่ผิวของถุงพลาสติก ก้อนสีดำคือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราที่เรียกว่า pycnidium ซึ่งภายในมีสปอร์เกิดขึ้นมากมาย

3. เชื้อรากลุ่มราเขียว หรือ Green mould (Trichoderma Gliocladium) เนื่องจากสปอร์ของเชื้อรามีสีเขียวอ่อนใส เมื่อเกิดรวมกันหนาแน่นทำให้เห็นเป็นหย่อมสีเขียวมะกอก หรือเขียวเข้มในถุงเห็ด ครั้งแรกจะเห็นเส้นใยสีขาวเจริญเติบโตดีในก้อนเชื้อเห็ดแล้วเปลี่ยนสีไป เนื่องจากเชื้อรา
มีอายุมากขึ้น เชื้อราเขียวที่พบมีดังนี้

- ราเขียว Gliocladium sp. ซึ่งเชื้อรา G. virens ยังทำให้เกิดโรคกับดอกเห็ดนางรมได้
– ราเขียว Trichoderma spp.ได้แก่ T.harzlianum hamatum, T.aureoviride

4. ราเขียวเพนนิซิเลียม และเพซิโลไมซีส (Penicillum หรือ Pacelomyces) รา 2 ชนิดนี้มีลักษณะรูปร่างทางสัณฐานวิทยาคล้ายคลึงกันมาก เป็นพวกที่สร้างสปอร์จำนวนมาก Pacelomyces มักเกิดในถุงเพาะเห็ดหอม

5. ราสีส้ม หรือราร้อน (Neurospora sp.) ลักษณะเป็นผงสีชมพูอมส้ม หรือเป็นก้อนติดกันสีชมพู บางถุงอาจมีราสีส้มเกิดที่ก้นถุงได้ ราสีส้มมักเกิดเป็นกระจุกบริเวณปากถุง เชื้อระยะนี้สร้างส่วนขยายพันธุ์ (สปอร์) ในระยะ Imperfect stage จึงเรียกเป็นเชื้อรา Monilia ราสีส้มทำให้เส้นใยเห็ดเจริญไม่ได้ เนื่องจากเชื้อรานี้เจริญเร็วปกคลุมเชื้อเห็ดเสียก่อน

6. ราเมือก (Slime Mould) ลักษณะเป็นเส้นเมือกสีเหลืองชัดเจนที่บริเวณด้านข้าง ๆ ถุง และบริเวณปากถุง มักเกิดกับถุงเห็ดที่เก็บดอกไปแล้วหลายรุ่นและเป็นถุงที่อยู่ด้านล่าง ถุงเห็ดหูหนู ที่กรีดถุงด้านข้างเมื่อรดน้ำนาน ๆ ทำให้ถุงเห็ดแฉะ หรือถุงเห็ดภูฐานที่หมดรุ่นแล้ว แต่ยังไม่มีการขนย้ายเพื่อทำความสะอาดโรงเรือน

การป้องกันการเกิดเชื้อราปนเปื้อนในถุงเพาะเห็ด

1. ตรวจสอบความสะอาดและความบริสุทธิ์ของหัวเชื้อก่อนซื้อ
2. ถ่ายเชื้อหรือใส่เชื้อในห้องที่สะอาดปราศจากฝุ่นและลมพัด
3. คัดแยกถุงเสียถุงแตก มีจุกสำลีขึ้น ไปนึ่งใหม่หรือเผาทำลาย
4. รักษาความสะอาดโรงเพาะ และบริเวณรอบ ๆ ฟาร์ม
5. เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้ว ควรพักโรงเห็ดประมาณ 2-3 สัปดาห์
เพื่อทำความสะอาด พ่นยาฆ่าแมลงหรือเชื้อราก่อนนำเห็ดชุดใหม่

โรคที่เกิดจากเชื้อบักเตรี

1. โรคเน่าสีน้ำตาลของเห็ดภูฎาน เกิดจากเชื้อซูโตโมแนส โทลลาสซิโอ (Pseudomonas tolaasii) ลักษณะอาการคือหมวกเห็ดด้านบนเป็นจุดสีเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขยายไปทั่ว หมวกก้านดอกมีแผลเป็นปื้นสีเหลือง หรือสีน้ำตาลแดง แผลนี้ยุบตัวได้ โรคนี้มีผลทำให้ดอกเห็ดมีขนาดเล็กกว่าปกติ ผิวหมวกมีสีน้ำตาลอ่อนช้ำไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

2. โรคจุดสีน้ำตาลของเห็ดเป๋าฮื้อ และโรคเน่าเหลืองของเห็ดสกุลนางรม (เห็ดนางรม เห็ดภูฎาน) เกิดจากเชื้อซูโตโมแนส ฟลูโอเรสเซนส์ (Pseudomonas fluorescens) ลักษณะอาการของเห็ดเป๋าฮื้อคือ
ดอกเห็ดที่เพิ่งโผล่ออกมามีสีเหลืองซีด บางดอกมีการม้วนงอไม่สมบูรณ์ ดอกไม่พัฒนา ส่วนดอกที่เจริญออกมาได้ดีวันต่อมาจุดสีน้ำตาลจะเข้มและยุบตัว ส่วนอาการในเห็ดสกุลนางรมคือดอกเห็ดที่เพิ่งโผล่ออกมาสีเหลือง ดอกมีขนาดเล็กกว่าปกติ ดอกม้วนงอ ดอกเห็ดเหี่ยวเหลืองทั้งกระจุกและไม่พัฒนา โรคนี้ทำให้เก็บหมวกดอกไม่บานเต็มที่ ก้านลีบเป็นกระจุก หมวกดอกด้านบนและด้านล่าง รวมทั้งก้านดอกมีจุดสีน้ำตาลอ่อนประปรายอีก 1 – 2 ผลผลิต ดอกเห็ดในรุ่นแรกไม่ได้ผลผลิต และถ้าปริมาณเชื้อมีมากและลงไปในถุงเห็ดจะทำให้เกิดความเสียหายหมดทั้งรุ่น

การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากบักเตรี

ลดความชื้นในโรงเพาะไม่ให้เกิด 80 – 85 % การรดน้ำไม่ควรให้หยดน้ำค้างอยู่บนดอก ควรให้ผิวหน้าของดอกเห็ดแห้งภายใน 3 ชั่วโมง ถ้าจำเป็นให้รดด้วยน้ำคลอรีน (คลอร็อกซ์ หรือไฮเตอร์ละลายน้ำ) อัตราส่วน 10 ซีซี ต่อน้ำ 1 ปิ๊บ เพื่อฆ่าเชื้อโรค

**********************************************************

ที่มาของข้อมูล: สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร

เรื่องของการเพาะ เห็ดนั้น กล่าวได้ว่าขึ้นอยู่กับอัธยาศรัยของผู้เพาะโดยแท้ นอกจากเกษตรกรจะ สามารถเลือกชนิดเห็ดที่ชอบ ระยะเวลา ปริมาณที่เพาะได้ตามความสมัครใจ และ ความพร้อมได้แล้ว เกษตรกรบางรายยังเลือกที่จะบังคับให้เห็ดทะยอยออกดอกให้ ได้เก็บทุกวัน เพื่อให้ได้เงินทุกวันและไม่ให้ล้นตลาด ในขณะที่เกษตรกรอีกคน อาจเลือกที่จะบังคับให้เห็ดออกดอกเป็นชุดๆ พร้อมๆกัน เพื่อให้เก็บได้คราวละ มากๆ จะได้ไม่เสียเวลา และใช้วิธีหมุนเวียน(กรณีมีก้อนเห็ดมาก) ส่วนวิธีการ บังคับดอกนั้น เฉพาะเห็ดนางฟ้า- นางรม ทำได้หลายวธีทั้งใช้ปุ๋ย ฮอร์โมน แต่ ขอเล่าให้ฟังเฉพาะวิธีงดน้ำ

** ข้อแนะนำ **

1. วิธีการนี้ใช้ได้กับ เห็ดตระกูลนางฟ้า-นางรมเท่านั้น
2.ใช้วิธีการนี้หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกแล้ว(ซึ่งเห็ดรุ่นแรกมักจะออกดอก พร้อมกันอยู่แล้ว)
3. หากอยากให้เห็ดทะยอยออกดอกทุกวัน ก็ใช้วิธีรดนำให้ความชื้นสมำเสมอทุกวัน ก้อนเห็ดจะรัดตัว และเมื่อพร้อมก็จะทะยอยออกดอกให้ได้เก็บทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง

++ วิธีการปฏิบัติ ++
หากอยากให้เห็ดออกดอกเป็นชุด ให้ทำตามวิธีการดังนี้

1. หลังจากเก็บดอกเห็ดชุดแรกเสร็จ ให้ทำความสะอาดหน้าเห็ด หากพบรากเห็ด หรือโคนเห็ดถูกดึงออกไม่หมดติดค้างอยู่ที่คอขวด ให้ใช้ช้อนแคะออกให้หมด

2. จากนั้นงดให้น้ำเห็ดนางรม-นางฟ้า เป็นเวลา 4-7 วัน หากในระยะ 4-5 วันแรกมีเห็ดแทงดอกให้แคะทิ้ง หรือปล่อยให้ดอกเห็ดแห้ง ห้ามใจอ่อนรดน้ำเด็ดขาด

3. เมื่อถึงวันที่ 6-7 หรือหากเป็นพันธุ์หนัก วันที่ 9-10 จะเกิดตุ่มดอกเห็ดชุดใหม่ทะยอยเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ให้เริ่มรดนำให้ความชื้น และอาจกระตุ้นให้ความสดชื่นโดยการใช้เครื่องดื่มชูกำลังที่มีขายทั่วไป อัตรา 1 ขวด ผสมนำ 20 ลิตร ฉีดพ่น หลังให้นำครั้งแรก เห็ดจะออกดอกใด้สมำเสมอยิ่งขึ้น (ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีนะครับ เห็ดจะออกดอกครั้งเดียวแล้วหายไปเลยเพราะเสียกำลัง)

เท่านี้เห็ดนางฟ้า-นางรมของท่านก็จะออกดอกพร้อมกันเป็นชุดๆแล้ว

ล้างหน้าก้อนเชื้อเห็ดนางรม-นางฟ้าเก่ากระตุ้นการออกดอก
ก้อนเห็ดเมื่อเราเปิดดอกไปได้ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป อาหารด้านในก็จะเริ่มหมดไป และปริมาณผล ผลิตก็จะเริ่มน้อยลง หน้าก้อนเห็ดอาจจะแข็ง เรามีวิธีการกระตุ้นให้ดอกเห็ด ออกได้อีกและปริมาณการให้ผลผลิตเทียบเท่ากับครั้งที่สองของการออกดอกในเดือน แรก โดยวิธีการง่าย ๆ คือการล้างหน้าก้อนเห็ด

++ วิธีการมีดังนี้ ++

1. เอาคอขวดออก
2.ดึงถุงให้ยืดจนสุดและพับปากถุงเข้าไปนิดหน่อย
3.ใช้น้ำฉีดไปล้างที่หน้าก้อนเห็ด โดยถ้าก้อนไหนหน้าก้อนแข็งมากก็เอามือถู หรือใช้ช้อนขูดออกเบา ๆ
4.หลังจากนั้นประมาณ 3-5 วันเห็ดจะเริ่มออกดอกพร้อม ๆ กัน

ข้าพเจ้าเคยเล่นการเมืองท้องถิ่น(อบต.) อยู่ 2 สมัย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาดข่า ใน 2 สมัยนั้นหมายถึง 8 ปี (พ.ศ.2540-2548) ข้าพเจ้าไม่มีเวลาไปประกอบอาชีพเลย เงินเก่าที่สะสมไว้ก็หมด และต้องกู้ยืมจากเพื่อนบ้าน วันแล้ววันเล่า จนทำให้ ข้าพเจ้านำครอบครัวเข้าสู่หนี้สินถึงจำนวนกว่า 4 ล้านบาท

จากนั้นตัดสินใจลงเวทีการเมือง มามองเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ตามปรัชญา ของพระองค์ท่าน ในหลวงของเรา ข้าพเจ้ามีพื้นฐานอยู่คือ มีที่ทำกินอยู่ 65 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อที่แบ่งเอาไว้ให้ เมื่อปี พ.ศ.2534 และหลังจากนั้นก็พยายามทำสวนอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีเวลาทำ ดินก็แห้งแล้ง และแหล่งน้ำก็ไม่พอ

มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ปรึกษากับภรรยาของข้าพเจ้า และถามเธอว่า ตื่นเช้ามาแต่ละวันเธอจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นลูกสาว 2 คนกำลังเรียนอยู่ คนโตอยู่มหาวิทยาลัย อีกคนเล็กอยู่มัธยมใกล้บ้าน ภรรยาข้าพเจ้าตอบว่า จะต้องใช้ประมาณวันละ 1,000 บาท เพราะรวมถึงผ่อนดอกเบี้ยเงินกู้เขาด้วย ข้าพเจ้าได้คิดหนักอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ข้าพเจ้าวางกรอบให้ตนเองคิด หาเงินอยู่เฉพาะในที่ดินของตนเองเท่านั้น จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ให้เวลามากๆ กับลูกๆ ไม่คิดที่จะไปหาเงินจากต่างถิ่น

ในที่สุดข้าพเจ้าก็คิดออก  โดยเริ่มต้นปลูกพริก 2 งาน ทำฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม ในเนื้อที่ 1ไร่ เริ่มจากการไถพรวนดินยกร่อง กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามแนวที่ดินได้ประมาณ 20 แปลง ปลูกพริกสายพันธุ์พริกส้ม ลักษณะเมล็ดดิบสีทอง เมื่อสุดสีออกส้ม รสเผ็ด จุดเด่นคือกลิ่นหอม ดูแลรักษาง่าย ที่ดินอีกส่วนหนึ่งข้าพเจ้าได้ทำฟาร์มเห็ด เพื่อเปิดดอกเอง จำนวน 4 ฟาร์ม กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร จะได้ก้อนเห็ดฟาร์มละ 5,000 ก้อน รวมจำนวน 20,000 ก้อน เป็นเห็ดนางฟ้าภูฐาน และเห็ดฮังการี่

เมื่อพริกอายุได้ประมาณ 3 เดือนก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า กับภรรยาคู่ชีวิตของข้าพเจ้า ใช้เวลาเก็บพริก ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 3 โมงเช้า (06.00น.-09.00น.) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้พริกคนละ 10 กก. รวมเป็น 20 กก. ขายส่งกก.ละ 50 บาท เพราะเราทำเป็นพริกอินทรีย์ ราคาไม่มีตกกว่านั้น รวมเป็นเงิน 1,000 บาท ส่วนเห็ดนั้น ได้เริ่มเก็บผลผลิตตั้งแต่ เอาเข้าฟาร์มได้ 1 เดือน ฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม แบ่งเป็นฮังการี 2 ฟาร์ม นางฟ้าภูฐาน 2 ฟาร์ม เก็บดอกเห็ดได้เฉลี่ยวันละ 40 กก. ราคากก.ละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท

ดังนั้นในที่ดิน 1 ไร่ ของข้าพเจ้า แต่ละวันได้จากพริก 1,000 บาท ได้จากเห็ด 1,200 บาท รวมเป็นเงินวันละ 2,200 บาท หรือเดือนละ 66,000 บาท ซึ่งไม่ได้รวมถึง ช่วงไหนราคาพริกขึ้น หรือราคาเห็ดเพิ่มขึ้น ฉะนั้นข้าพเจ้าก็เลยเห็นทางออก และสามารถที่จะส่งลูกเรียนจบ ปริญญาตรี ได้ทั้ง 2 คน โดยไม่ได้ยืมจากกองทุนการศึกษาของรัฐบาลเลย ทั้งยังสามารถปลดหนี้สิ้นทั้งหมดได้ภายในเวลา 4 ปี

 

แหล่งที่มา : kasetonline.com

 

 

วิธีเพาะเห็ดแบบรวดเร็วและประหยัดแรงงาน มอบไว้เป็นมรดกโลก

การปลูกเห็ดกำลังเป็นเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรมากโข ในวงกว้าง   แต่การบ่มเพาะเห็ดเพื่อการค้า มีกระบวนการที่เหนื่อยยากอยู่ส่วนหนึ่งคือ ช่วงบ่มเชื้อ ที่ต้องให้ความชื้นด้วยการฉีดพ่นละอองน้ำทุกวันเป็นเวลานานนับเดือน

 

ครั้งหนึ่งผมเคยไปซื้อถุงเชื้อเห็ดมาลองเพาะดู  ซื้อมาสองถุง ถุงหนึ่งทำการรดน้ำแบบที่คนขายบอกตามวิธีการมาตรฐาน   อีกถุงหนึ่งผมไม่รดน้ำเลย  แต่เอาจานใส่น้ำไปวางไว้ก้นถุง (เอาถุงห้อยลอยไว้)  ปลากดว่า (ปลาหมอก็คงว่าด้วยแหละ) ถุงหลังนี้ออกดอกใน ๒วัน  ส่วนอีกถุงที่ปลูกตามวิธีปกติออกดอกใน ๔ วัน  แถมดอกในถุงหลังงามกว่าเสียอีก แถมยังไม่ต้องเสียแรงรดน้ำ ๔ วัน เช้าเย็น

 

ด้วยเหตุนี้ผมเลยเกิดแนวคิดในการเพาะเห็ดแบบใหม่ดังนี้

1) สร้างโรงเรือนเป็นเรือนทรงกระบอกกลม  หรือ ๘ เหลี่ยมด้านเท่า  ทำด้วยเสาไม้ไผ่ก็ได้ แล้วหุ้มผนังโดยรอบด้วยผ้าพลาสติกแบบ slant  (มีรูพรุน)  ส่วนหลังควรคลุมด้วยพลาสติกสีชา หรือทึบ  กันแดด ฝน

2)  สมมติว่าโรงเรือนมีขนาดเส้นผ่าศก. สัก ๕ เมตร  จากนั้นตรงกลางห้องให้ขุดบ่อขนาด ๒ เมตร ลึก 50 ซม.  เอาพลาสติกรองก้น เอาน้ำเทลงไปให้เต็ม  เอาสุ่มไก่ไปครอบไว้ เอาใส้ตะเกียง หรือเศษผ้าขี้ริ้ว ไปห้อยไว้กับสุ่มไก่ ปล่อยปลายให้จุ่มน้ำจนเปียกโชก

3)  จากนั้นพื้นที่วงรอบนอกของบ่อน้ำ  ก็เอาลวดหรือเชือก ไปห้อยไว้จากขื่อหลังคาโดยรอบ ห้อยยาวมาถึงพื้นห้อง   แล้วเอาถุงเห็ดไปห้อยไว้กับเชือกเหล่านี้อีกที (โดยไม่ต้องทำชั้นวางถุงเห็ดให้สิ้นเปลือง)  โดยเชือกเส้นหนึ่งก็ห้อยได้สัก ๒๐ ถุง   เชือกสองร้อยเส้นก็อาจห้อยได้  4000 ถุง

 

จากนั้นก็ปล่อยเขาเสรี  ไม่ต้องรดน้ำเช้าเย็นให้เหนื่อยยาก  ทั้งนี้เพราะน้ำจากบ่อตรงกลางจะระเหยออกมาผ่านเส้นผ้าขี้ริ้ว แล้วแพร่กระจายความชื้นออกไปทั่วห้อง

 

ส่วนการระบายอากาศก็จะดีเพราะผนังเป็น slant ที่มีรูพรุน  แดดก็เข้ามารำไรแบบกระจายผ่านรูพรุนของ slant ซึ่งเห็ดมักชอบบรรยากาศแบบนี้

 

ผลดีของวิธีนี้คือ

-ประหยัดแรงงานและเวลาในการรดน้ำ รวมทั้งประหยัดน้ำด้วย (ประหยัดเครื่องฉีดพ่นด้วย) (ประหยัดสุขภาพคนทำงานด้วย เพราะไม่ต้องไปอยู่ในห้องชื้นๆ อับๆ นานๆ )

-เห็ดได้ความชื้นตลอดเวลา ๒๔ ชม.  (เหมือนสภาพป่าจริงๆ )  ทำให้น่าจะร่นเวลาการเพาะปลูก และได้ดอกเห็ดมากกว่า  (ดังที่ได้พิสูจน์แบบจานใต้ห่อแล้ว)

-ประหยัดค่าก่อสร้างโรงเรือน  (ไม่ต้องมีชั้นวางเห็ด) แถมยังสามารถเดินเข้าไปเก็บเห็ดสะดวก ไม่ต้องเอื้อมมือผ่านขอบชั้น

 

ให้ฟรีๆ  ไม่สงวนลิขสิทธิ์  ท่านใดเอาไปใช้ได้ผลอย่างไรแจ้งกันด้วย เป็นวิทยาทาน    ควรมีการทำวิจัยเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความสม่ำเสมอของความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ

การควบคุมความชื้นให้มากน้อยในช่วงเวลาต่างๆ ก็ไม่ยาก  เพียงเพิ่มลดจำนวนเส้นผ้าขี้ริ้ว ก็ได้แล้ว

 

โชคดีมีเห็ดกิน ขาย กันทั้งปีเด๊อพี่น้องเด๊อ จะได้ไม่ต้องไปรับจ้างเดินขบวน เผาบ้านเผาเมืองเหมือนเก่าก่อน

…คนถางทาง (๑ พย. ๕๕)

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คุณสมยศ  กรุณา หัวหน้าฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ศูนย์รวมสวนเห็ดอรัญญิก

“ถ้าคนไม่มีประสบการณ์ในการเพาะเห็ดเลยควรเริ่มต้นจากการซื้อก้อนเชื้อสำเร็จไปที่เขาหยอดเชื้อแล้ว ไปลองเพาะดูก่อนเราดูแลรดน้ำให้ออกดอก เมื่อเราทำตรงนี้จนมีประสบการณ์ชำนาญแล้ว มีตลาดรองรับที่แน่นอนแล้ว เราอาจจะลองซื้อก้อนเชื้อสำเร็จมาเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเรามั่นใจว่าสามารถผลิตก้อนเชื้อเองได้ เราก็ผลิตก้อนเนื้อเองได้ โดยเราต้องลงทุนเพิ่ม คือ อุปกรณ์หม้อนึ่งฆ่าเชื้อและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น วัตถุดิบพวกขี้เลื่อย”

ที่จริงแล้วตลาดของเห็ด เราสามารถทำได้ตั้งแต่ การผลิตหัวเชื้อเห็ด หรือการผลิตก้อนเชื้อเห็ด ขายก็ได้ แต่ถ้าเราไม่มีความชำนาญ ควรผลิตดอกเห็ดขายก่อน เราก็สามารถแบ่งช่องทางการขายได้อีก ทั้งขายดอกสด ขายดอกแห้ง หรือขายผลิตภัณฑ์เห็ดที่แปรรูปแล้ว หรือจะนำเห็ดสดดองเกลือแล้วส่งขายต่างประเทศ ซึ่งมีบริษัทต่างประเทศมาลงทุนทำแบบนี้อยู่ รับซื้อเห็ดสดมาดองแล้วส่งกลับไปบ้านเขา อันนี้ก็เป็นอีกตลาดหนึ่ง”

“สถานการณ์ดอกเห็ดตอนนนี้มีแนวโน้มที่สามารถเพาะเลี้ยงไปได้เรื่อย ๆ เพราะว่าในอนาคตสัตว์ต่าง ๆ สามารถเกิดโรคระบาดได้ง่าย แต่โรคระบาดเห็ดจะไม่กระทบกระเทือนถึงสุขภาพผู้บริโภค มีแต่กระทบกับผู้ผลิตเท่านั้นที่ผลิตได้น้อยลง”

“นโยบายของรัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญ ในเรื่องของการผลิตอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เห็ด ก็เป็นตัวหนึ่งที่มีรสชาติอร่อย โปรตีนสูง ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ ยังมีพวกวิตามิน กรดอมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด แล้วยังเป็นอาหารหลักของกลุ่มที่ทานมังสวิรัส ยังมีคุณค่าทางด้านสมุนไพรที่จะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ด้วย”

“อยากแนะนำให้เกษตรกรผู้ผลิตควรมองถึงคุณภาพเห็ดด้วย ถ้าเรามองแต่ว่าจะทำให้ได้วันละ 100 กก. 200 กก. ถ้าเราเน้นแต่ปริมาณ เราจะไม่ได้ในเรื่องของราคา ในช่วงที่อากาศเหมือน ๆ กัน เห็ดตัวเดียวกันก็ออกดอกมาเยอะ พร้อม ๆ กัน ราคาก็ถูกลงเหมือนกับสินค้าเกษตรตัวอื่น ๆ แต่ถ้าเราสามารถควบคุมคุณภาพของเห็ด และผลิตเห็ดได้หลาย ๆ ชนิดผสมผสานกันลงไปในฟาร์มของเรา ในช่วงที่เราเพาะเห็ดนางรม เราก็เพาะเห็ดหอมด้วย เห็ดหลินจือด้วย เห็ดโคนญี่ปุ่นด้วย หรือเห็ดอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่เราเพาะได้ บางช่วงที่เห็ดนางรมราคาถูก แต่เห็ดตัวอื่นยังมีราคาแพง ก็จะทำให้เราอยู่ในอาชีพการเพาะเห็ดได้นานอย่างยั่งยืน ถ้าเราเพาะแต่เห็ดตัวใดตัวหนึ่ง บางช่วงถ้าราคาถูกเราจะขาดทุน แล้วจะอยู่ในอาชีพการเพาะเห็ดไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ไปเรื่อย ๆ”

“เราจะเก็บดอกที่ตูมไว้อีกนิด แล้วไม่รดน้ำก่อนเก็บ 2 ชม. เราจะได้เห็ดที่มีคุณภาพขายได้ราคา อย่างเห็นล้นตลาดจะไม่เกิน 2-3 วัน ถ้าเราเก็บดอกตูมเราจะยืดเวลาไปได้อีก โดยแช่ไว้ในห้องเย็นจะชะลอการขายได้”

“เราอาจจะเริ่มจากตลาดในชุมชนท้องถิ่นของเราก่อนก็ได้ โดยดูว่าในชุมชนเรานิยมบริโภคเห็ดอะไร แล้วถ้าเป็นต่างจังหวัดต้องดูด้วยว่าช่วงไหนที่เห็ดป่าจะออก เพราะคนต่างจังหวัดจะนิยมบริโภคเห็ดป่ามากกว่า เห็ดเพาะเลี้ยง ซึ่งเราอาจจะเปลี่ยนไปรับเห็ดป่ามาจำหน่ายแทน”

“นอกจากนี้ เราจะส่งเห็ดไปตลาดขายส่งใหญ่ ๆ อย่างตลาดไท ปากคลองตลาด ตลาดสี่มุมเมือง หรือตลาดสดทั่ว ๆ ไป หรือตลาดชุมชนของเราเอง ที่มีถึง 100 หลังคาเรือน เราสามารถผลิตเห็ดขายได้แล้ว เราสามารถกำหนดคุณภาพ ควบคุมราคาได้ง่ายด้วย”

“อีกตลาดหนึ่งที่น่าสนใจ เราสามารถกำหนดราคาที่แท้จริงได้ คือ การแปรรูปเห็ด ซึ่งต่างจากเราขายเห็ดสด ที่เราต้องพึ่งพากลไกตลาด ที่พ่อค้าคนกลางเป็นคนกำหนดราคา โดยทั่วไป เขาจะรับเห็ดไปขายให้ก่อน แต่ยังไม่กำหนดราคา พอเขาขายได้เสร็จถึงจะมาบอกราคาทีหลัง อย่างเขาบอก กก.ละ 7 บาท เราก็ต้องขาย เราไม่สามารถต่อรองราคาอะไรได้มาก เพราะผลผลิตออกมาทุกวัน ๆ เพราะเราต้องการปริมาณมาก ถ้ามองไปอาจจะไม่ได้กำไร จากการเพาะเห็ดเลยก็ได้ หรือกำไรน้อย แต่ถ้าเราเพาะเองขายเองก็จะดีกว่า แต่เราก็ต้องมาดูว่ามีบุคคลากรตรงนี้หรือเปล่า ถ้าไม่มีเกษตรกรรวมตัวกันเพาะเห็ด โดยแบ่งหน้าที่กันทำได้ก็จะดี”

“ทุกอาชีพต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ใหม่ ๆ เราอาจจะไม่รู้ว่าเห็ดอะไรช่วงไหนดอกออกเยอะ แต่ขอให้ทำไปเราจะสะสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ เราจะรู้ว่าช่วงนี้เห็ดชนิดนี้ออกเยอะ เราก็จะทำให้เห็ดของเราออกน้อย พอช่วงนี้เห็ดชนิดนี้ออกดอกน้อย เราทำให้ของเราออกดอกเยอะ”

“การแปรรูปเห็ด เป็นช่องทางการตลาดอีกช่องทางหนึ่งเลย โดยเราไม่ต้องรีบส่งเห็ดสดขายให้หมด เราสามารถชะลอการขายได้ออกไปได้ เป็นเดือน เป็นปี ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแปรรูปเห็ดเป็นผลิตภัณฑ์อะไรออกมา”

“การแปรรูปต้องดูว่าอย่าง ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ เขานิยมบริโภคอะไรกัน เช่น แหนม ปลาร้า น้ำพริก ซอส ซีอิ๊ว ซึ่งเราต้องมาดูผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ เราเอาเห็ดเข้าไปเกี่ยวข้องได้ไหม ทั้ง 100% หรือ 60% หรือ 20% ถ้าเรายิ่งเอาเห็ดสดไปเกี่ยวได้มากเท่าไร มันก็ยิ่งไปรองรับเห็ดสดเรามากเท่านั้น อีกอย่างเห็ดแปรรูป เราสามารถเพิ่มราคาได้อีก 20-50% ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแปรรูปเป็นอะไร อาหารคาว อาหารหวาน ได้ทั้งนั้น”

 

ที่มา : http://www.thaikasetsart.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA/

Page 20 of 50« First...10...16171819202122232425...4050...Last »

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่