แนะนำสินค้าชีวภาพ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ด

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

สวัสดีครับก่อนอื่นต้องถามๆกันก่อนว่าช่วงหนาวนี้เห็ดออกกันดีไหมครับ และคนที่ทำก้อนเชื้อเชื้อเดินช้าเร็วยังไงบ้างครับ

แต่ปกติเข้าหนาวเชื้อเห็ดจะเดินช้านิดหน่อยนะครับ วันนี้จึงมาแนะนำเทคนิคการหยอดเชื้อสำหรับคนที่ทำก้อนนะครับซึ่งบางท่านอาจจะใช้วิธีนี้อยู่แล้ว

นะครับแต่ที่ฟาร์มผมจะทำแบบนี้และสังเกตุว่าเชื้อมันเดินเต็มเร็วกว่าเดิม 3-5 วันครับ

วิธีมีอยู่ว่าก้อนหยอดเชื้อเห็ดเราต้องแคะเม็ดข้าวฟ่างให้แตกตัวก่อนให้ไหมครับ

ดังนั่นเราต้องแคะให้แตกตัวก่อนที่จะหยอดจริงประมาณ 2 วัน หลังจาก 2 วันเส้นใยเห็ดจะเริ่มสานตัวที่เม็ดข้างฟ่าง

จะเป็นสีขาวๆครับ แต่ไม่สานกันแน่นมาก พอจะหยอดลงก้อนเชื้อที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ก็นำมาเขย่าให้แตกร่วนครับและก็หยอดได้เลย

พอเม็ดข้าวฟ่างลงไปสัมผัสกับขี้เลื่อยปุปมันก็เริ่มเดินเชื้อต่อได้ทันทีครับ

 

เป็นเทคนิคง่ายๆครับ ลองนำไปทำดูครับ

เขียนและรายงานโดย  Siammushroom

เลิกเพาะเห็ดหันมาขายก้อนรายได้งาม! เลิกเพาะเห็ดหันมาขายก้อน รายได้งามที่ฟาร์ม ‘ราชพฤกษ์’ : โดย…สรศักดิ์ ทับทิมพราย ที่จริงหลังจากที่ เพลิน กลิ่นมาก เลิกอาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง ตั้งใจจะเพาะเห็ดขายในนามฟาร์มราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ต.โคกกะเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี แต่ขายได้ไม่นานลูกค้าสนใจก้อนเพาะเห็ด จึงหันมาเอาดีด้านการผลิตก้อนเพาะเห็ดชนิดต่างๆ ปรากฏว่าขายดีมาก ลูกค้าต้องจองข้ามปี เพลิน บอกว่า ที่เลิกอาชีพเก่าผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป เพราะระยะหลังกิจการไม่ค่อยดี จึงตัดสินใจหันมาทำฟาร์มเพาะเห็ดขาย เพราะเห็นว่า คนทั่วไปเริ่มบริโภคเห็ดชนิดต่างๆ มากขึ้น เริ่มทดลองเพาะเห็ดขายทีละเล็กทีละน้อยในนามฟาร์มเห็ดราชพฤกษ์ นำดอกเห็ดส่งขายตามร้านต่างๆ ต่อมามีลูกค้าเริ่มสนใจขอซื้อก้อนเพาะเห็ดไปเพาะเลี้ยงเอง จึงหันมาผลิตก้อนเพาะเห็ดสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งก้อนเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดภูฏาน เห็ดโคนดำ เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดฮังการี เห็ดหูหนู เห็ดเข็มทอง ส่วนก้อนเห็ดจะใช้ขี้เลื่อยจากไม้ยางมาที่สั่งมาจาก จ.ยะลา และสุราษฎร์ธานี นำมาผสมกับ ปูนขาว รำข้าว เกลือ และอาหารเสริมของเห็ด จากนั้นก็นำมาใส่ถุงอัดให้แน่น ถุงละ 8-9 ขีด แล้วนำมาปิดฝา รอการเข้านึ่งด้วยไอน้ำเพื่อฆ่าเชื้อทั้งหมด โดยใช้เวลานึ่งไอน้ำนาน 5 ชั่วโมง จากนั้นนำมาผึ่งให้เย็นประมาณ 4-5 ชั่วโมง จึงจะหยอดเชื้อเห็ดแต่ละชนิดที่ลูกค้าสั่ง ส่วนใหญ่ที่ขายดีที่สุดมีก้อนเพาะเห็ดฮังการี เห็ดโคนญี่ปุ่นเป็นต้น สำหรับราคาก้อนเพาะเห็ดจะขายในราคาที่แตกต่างกัน อาทิ เห็ดภูฏานและเห็ดฮังการี ก้อนละ 7 บาท ส่วนเห็ดหูหนู เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดเป๋าฮื้อ ขายก้อนละ 10 บาท แต่ละวันจะมีรายได้เฉลี่ยอย่างต่ำวันละ 3,500 บาท โดยก้อนเห็ดแต่ละก้อนลูกค้าสามารถเก็บผลผลิตได้เป็นปี บางชนิดเก็บผลผลิต 2 ปี อย่างเห็ดภูฏาน และเห็ดโคนญี่ปุ่น จะให้ผลผลิต 3-4 วันเก็บได้ ลูกค้าที่สั่งก้อนเพาะเห็ด แต่ละรายจะสั่ง 2,000 ก้อน ขึ้นไป บางฟาร์มก็มาซื้อและไปเพาะโดยไม่ต้องไปทำก้อนเอง เดือน ขันเงิน ชาว ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ลูกค้าซื้อก้อนเพาะเห็ด บอกว่า สั่งก้อนเพาะเห็ด มีเห็ด ฮังการี และเห็ดโคนญี่ปุ่น ครั้งละ 2,000 ก้อน นำไปเพาะได้นานถึง 2 ปีกว่าจะหมดเชื้อ จึงจะเปลี่ยนก้อนเพาะเห็ดใหม่เช่นเดียวกับ นุช ชุบศร ชาว ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี ก็สั่งเห็ด 2 ชนิด ไปเพาะเลี้ยงในโรงเรือนที่สร้างด้วยไม้ไผ่ และมุงด้วยแฝก ช่วงที่นำเชื้อเห็ดมาเพาะ สามารถเก็บผลผลิตได้นานกว่าปีครึ่งแล้ว และทุกวันนี้ยังเก็บผลผลิตอยู่ ก็นับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ที่สามารถทำรายได้ถึงวันละ 3,500 บาท หากสนใจเพาะเห็ดปรึกษาได้ที่โทร.08-9897-0334 ——————– (เลิกเพาะเห็ดหันมาขายก้อน รายได้งามที่ฟาร์ม ‘ราชพฤกษ์’ : โดย…สรศักดิ์ ทับทิมพราย)

ขายก้อนเห็ดรายได้งาม

ขายก้อนเห็ดรายได้งาม

ขี้เลื่อย

ขี้เลื่อย

แต่เดิมการทำเห็ดถุงโดยใช้ขี้เลื่อยเป็นวัตถุดิบ จะมีการเติมอาหารเสริมสำคัญคือ รำละเอียด 6% ต่อมามีการเติมหินปูนบด, ยิปซัม, ดีเกลือ, บ้างเติมกากถั่วป่น, เศษพืชป่นที่มีมากในพื้นที่ น้ำตาลทรายแดง, กากน้ำตาล น้ำหมักพืช ฮอร์โมนพืช ฯลฯ ใครว่าใช้อะไรดีก็หามาเติม จนเกิดปัญหาต้นทุนสูง มีกลิ่นดึงดูดแมลงหวี่เห็ด และมด แม้แต่ไร เมื่อสัตว์เหล่านี้มาที่ถุงเห็ดก็ทำให้ถุงเห็ดติดเชื้อปนได้ง่าย มีข้อมูลในวารสารเห็ดไทยเรื่องการใช้ขี้เลื่อยเก่ามาเป็นส่วนผสมกับขี้ เลื่อยใหม่แล้วได้ผลดี ผู้วิจัยอ้างว่าในขี้เลื่อยเก่ามีบักเตรี บาซิลลัส ซับติลิส เชื้อนี้สปอร์ไม่ตายเมื่อพาสเจอร์ไรซ์ แต่กลับช่วยกระตุ้นการเจริญของเส้นใยเห็ด ในประเทศไทยได้นำเชื้อบักเตรี บาซิลลัส ซับติลิส สายพันธุ์พลายแก้ว มาหมักขยายจำนวนแล้วผสมในขี้เลื่อยก่อนทำถุง ซึ่งก็แสดงผลที่ดีมากและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ฟาร์มเห็ดดอนปรูได้ปรับสูตรลงเหลือเพียงขี้เลื่อย 100 กก. แร่ม้อนท์ 3 กก. (หรือภูไมท์ซัลเฟต 5 กก.) รำละเอียด 6 กก. อื่นๆ ตัดออกหมด แต่เติมน้ำหมักพลายแก้วเพื่อป้องกันราและน้ำหมักไมโตฝาจ เพื่อป้องกันกำจัดไร ถ้าจะผลิตถุงเห็ดส่งลูกค้าที่มีปัญหาแมลงหวี่มากก็จะเติมน้ำหมักบีทีด้วย วิธีนี้ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดกลิ่นดึงดูดศัตรูเห็ดด้วย ในกรณีของการใช้น้ำหมักและยิปซัมไปได้ทั้งหมด แต่แร่ม้อนท์ให้แร่ธาตุจำเป็นต่างๆ แก่เห็ดไดดีทั้งธาตุรอง และธาตุเสริม เมื่อนำถุงเชื้อมาผลิตดอกเห็ดก็ได้ดอกเห็ดใหญ่ สมบูรณ์ น้ำหนักดี

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล คุณอำพล สุขเกตุ

อากาศร้อน เห็ดไม่ออกดอก

อากาศร้อน เห็ดไม่ออกดอก

สภาพภูมิอากาศที่ร้อนอบอ้าวยาวนานต่อเนื่อง ส่งผลทำให้สิ่งมีชีวิตหลากหลายในโลกใบนี้เกิดสภาพความเครียดและต้องปรับตัวเพื่อให้ร่างกายรับกับสภาพที่เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้ ยังมีข่าวมนุษย์ตายจากคลื่นความร้อนอยู่เป็นระยะทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความพิกลฉลฉ้อของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สามารถปรับตัวทนทานได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตขนาดที่เล็กก็ยังไม่หลุดพ้นจากความตายความเครียด ทำให้เราไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ นั้นมีการเจ็บป่วยล้มตายมากน้อยเพียงใด เพราะยังไม่มีผู้ใดนำข้อมูลด้านนี้มาเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์อย่างแพร่หลายมากนัก จะมีก็เพียงผู้เพาะเห็ดที่ทำการเลี้ยงจุลินทรีย์เชื้อราเท่านั้นที่จะพอทราบคร่าวๆอยู่บ้าง ในสภาพที่อากาศเปลี่ยนแปลงหนาวจัด ร้อนจัดเห็ดจะมีปัญหาการออกดอกที่น้อยลง แห้งเหี่ยวเสียหายง่าย

ในช่วงนี้ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงระยะปลายฝนต้นหนาว แต่สภาพภูมิอากาศทั้งในกรุงเทพและรอบๆ ในเขตภาคกลาง ปรากฎว่าสภาพภูมิอากาศยังคงร้อนอย่างต่อเนื่องยาวนาน ถึงจะก้าวเข้าสู่เดือนธันวาคมแล้วก็ตาม จึงไม่แน่ใจว่าปีนี้จะมีอากาศหนาวให้ได้สัมผัสมากน้อยเพียงใด เทคนิคการดูแลเห็ดในโรงเรือนให้มีความสม่ำเสมอในการให้ผลผลิตจะต้อง ควบคุมคอนโทรลให้สภาพอากาศภายในโรงเรือนนิ่ง ไม่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวสลับสับเปลี่ยนจนเห็ดไม่สามารถปรับตัวได้ จะทำให้ผลผลิตของเห็ดออกน้อย เนื่องจากเห็ดเกิดอาการเครียดการเจริญเติบโตไม่สอดคล้องสัมพันธ์กับสภาพแวด ล้อมด้วยคิดว่ายังไม่ใช่ฤดูกาลที่เขาควรจะเจริญเติบโตแพร่ขยายกระจายพันธุ์ ออกมา

วิธี การหนึ่งที่ช่วยให้อากาศภายในโรงเรือนเพาะเห็ดเย็นขึ้นนอกจากการเพิ่มปริมาณ การให้น้ำที่เพิ่มขึ้นเป็น 4 รอบ 5 รอบแล้วก็คือการเปิดชายผ้าใบหรือแสลนด์จากพื้นด้านล่างขึ้นมาประมาณ 1 คืบเพื่อให้เกิดการระบายถ่ายเทอากาศภายในโรงเรือนเพิ่มมากขึ้น หรือจะใช้วิธีการเปิดประตูหรือผ้าใบด้านหน้าและด้านหลังทิ้งไว้ประมาณ 1 -2 ชั่วโมง (ในกรณีที่อุณหภูมิภายในโรงเรือนร้อนจัดมากๆ หรือระยะบ่ายแก่ๆ ของวัน) นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิลดลงมาอยู่ในช่วงที่เหมาะสมแล้วยังช่วยเพิ่มปริมาณ อากาศหรืออ๊อกซิเจนเพิ่มเข้าไปในโรงเรือนได้อย่างเต็มที่ การเปิดให้อากาศถ่ายเทแบบกว้างต้องค่อยๆ ทำและคอยสังเกตด้วยว่ามีความเหมาะสมหรือจำเป็นมากน้อยหรือไม่ อัน นี้ต้องดูว่าถ้าเปิดจากชายด้านล่างแล้วสามารถช่วยระบายถ่ายอากาศได้ดีเพียง พอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดด้านหน้าด้านหลัง เกษตรกรผู้เพาะเห็ดสามารถที่จะประยุกต์ดัดแปลงได้หลากหลายวิธีการในการทำให้ โรงเรือนมีสภาพอุณหภูมิความชื้นที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดได้

ที่มา:

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

พืชสมุนไพรไล่แมลง

พืชสมุนไพรไล่แมลง

พืชสมุนไพรไล่แมลง

พืชสมุนไพรไล่แมลง คนไทยรู้จักนำสมุนไพรในป่ามาใช้ประโยชน์มาเนิ่นนานหลายชั่วอายุคน สืบทอดกันมาเป็นภูมิปัญญาโบราณที่ทรงคุณค่า ต่อมามีการศึกษาวิจัยสมุนไพรในทางลึก ส่งผลให้เกิดการนำมาใช้ระโยชน์อย่างกว้างขวาง ความสำคัญของสมุนไพรมิใช่เพียงมีค่าต่อการส่งเสริมสุขภาพเท่านั้น หากแต่ยังมีประโยชน์ทางเกษตรกรรมอย่างมาก สามารถใช้ป้องกันและกำจัดโรค แมลง ศัตรูพืช ได้ดีไม่แพ้สารเคมี และยังมีข้อดีมากกว่าทั้ง ประหยัด และปลอดภัย ไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นการใช้สมุนไพรในการเกษตร น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบันและอนาคต สมุนไพรแต่ละชนิดมีผลต่อศัตรูพืชต่างๆ กันออกไป เพื่อการนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงต้องศึกษารายละเอียด รู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้อง ของสมุนไพรแต่ละชนิดดังต่อไปนี้

 

ขี้เหล็ก ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: ด้วงถั่วเขียว ป้องกันและกำจัดแมลงในโรงเก็บ วิธีใช้: นำใบอ่อน ๑ ขีด บดให้ละเอียดแล้วคลุกเมล็ดถั่วเขียวจำนวน ๑ กก. สามารถป้องกันและกำจัดแมลงในโรงเก็บได้จำพวกแมลงปีกแข็ง  ด้วง ต่างๆ 

 

ข่า ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: แมลงวันทอง วิธีใช้: นำเหง้าแก่สดหรือตากแห้ง บดเป็นผงละเอียด แล้วแช่น้ำพอท่วมข่าค้างไว้  ๑  คืน กรองด้วยผ้าขาวบางนำไปฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงวันทองไม่ให้มาวางไข่

 

ขิง ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: แมลงวันทอง วิธีใช้: นำเหง้าขิงแก่มาทุบ หรือบดให้ละเอียด แล้วนำไปแช่น้ำ ๑ ลิตร (น้ำ ๑ ขวดโค้กลิตร) ค้างไว้ ๑ คืน นำน้ำที่ได้จากการกรองเอากากออก ผสมกับน้ำสะอาดอีก น้ำครึ่งปี๊บ นำไปฉีดพ่นแปลงผักผลไม้

 

คูน ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม มอดแป้ง ด้วงต่างๆ วิธีใช้: นำฝักคูนมาบดให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำในอัตราส่วน ฝักคูน ๑ กก. ต่อ น้ำหนึ่งปี๊บ ทิ้งไว้ ๓-๔ วัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ แล้วนำไปฉีดพ่นในแปลงผัก สามารถฆ่าหนอนในแปลงผักผักได้

 

ดาวเรือง ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: เพลี้ยกระโดด เพลี้ยต่างๆ หนอนใยผัก หนอนกัดกินผัก แมลงหวี่ขาว แมลงวัน ด้วงต่างๆ วิธีใช้: วิธีที่ ๑. นำดอกดาวเรืองมาคั้น กรองเอาแต่น้ำ ให้ได้ปริมาณ ๑๕ ลิตร(น้ำ๑ใน๓ ของปี๊บ)  ใช้กำจัดหนอนในแปลงผัก หนอนกัดกินผัก แมลงหวี่ขาวได้ผลดี วิธีที่ ๒. น้ำคั้นดอกดาวเรือง น้ำครึ่งปี๊บ ก่อนนำไปใช้ผสมน้ำสบู่ ๑ ช้อนโต๊ะ เพื่อเป็นสารจับใบ ใช้กำจัดเพลี้ยต่างๆ ได้ผลดี วิธีที่ ๓. ปลูกต้นดาวเรืองร่วมกับการปลูกพืชหลัก สามารถป้องกันหนอนและเพลี้ยต่างๆ

 

ตะไคร้ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: ใช้ในการดับกลิ่นเหม็น ไล่แมลง ยุง ไร วิธีใช้: นำตะไคร้ทั้งต้นมาบดหรือตำ จากนั้นนำไปวางบริเวณที่ต้องการกำจัดกลิ่น เช่น ตามมุมห้อง หรือตู้เสื้อผ้า ช่วยในการไล่แมลง และยุง จากบริเวณที่ต้องการได้

 

ตะไคร้หอม ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช:  แมลงสาบ หนอนกัดกินผัก หนอนใยผัก ไล่ยุง วิธีใช้: นำเหง้าและใบตะไคร้หอม มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วบดให้ละเอียดประมาณ ๕ ขีด นำมาผสมน้ำครึ่งปี๊บ แช่ทิ้งไว้ ๑  วัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ ผสมสารจับใบเช่น สบู่หรือแชมพู ฉีดพ่นกำจัดหนอน

 

น้อยหน่า ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยต่างๆ  หนอนกัดกินผัก หนอนใยผัก ด้วงเต่าทอง แมลงวันทอง วิธีใช้: ใช้เมล็ดน้อยหน่าแห้ง ๑ กก. ตำให้ละเอียด แล้วแช่น้ำครึ่งปี๊บ ทิ้งไว้ ๑ วัน แล้วกรองเอาแต่น้ำก่อนใช้ผสมน้ำสบู่ ๑ ช้อนโต๊ะ (๑ ช้อนแกงทานข้าว) แล้วใช้ฉีดพ่นทุกๆ ๗-๑๐ วัน ช่วงเวลาเย็น

 

บอระเพ็ด ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยต่างๆ  หนอนกอ (นอกจากนี้ยังสามารถกำจัดโรคข้าวตายพราย โรคยอดเหี่ยว โรคข้าวลีบได้อีกด้วย วิธีใช้: วิธีที่ ๑. ใช้เถาบอระเพ็ด ๕ กก. สับเป็นชิ้นเล็กๆ ทุบให้แหลก แช่น้ำ ๑ ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ ๒ ชั่วโมง แล้วเอาน้ำไปฉีดในแปลงเพาะกล้า วิธีที่ ๒. ใช้เถาบอระเพ็ด ๑ กก. สับหว่านปนในแปลงเพาะกล้าขนาด ๔  เมตร วิธีที่ ๓. ใช้เถาบอระเพ็ดตัดเป็นท่อนๆ ขนาด ๕ นิ้ว ปริมาณ ๑๐ กก. หว่านในนาข้าวพื้นที่ ๑ ไร่ หลังปักดำหรือหว่านข้าวแล้ว ๗ วัน และทำอีกครั้งหลังข้าวอายุ ๒ เดือน ใช้ควบคุมหนอนกอ และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

 

พริก ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: มด เพลี้ยอ่อน หนอนผีเสื้อกะหล่ำ ด้วงเต่า ด้วงต่างๆ  แมลงในโรงเก็บ โรคใบด่าง ไวรัสโรคใบหดของผัก วิธีใช้: วิธีที่ ๑. นำพริกแห้ง ๑ ขีด ต้มในน้ำ ๑ ลิตร  (๑ ขวดโค้กลิตร) ให้เดือด แล้วนำพริกมาตำให้ละเอียด แล้วนำไปละลายในน้ำที่ต้ม กรองเอาแต่น้ำ แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปอีก ๑ ปี๊บ ก่อนจะนำไปใช้ผสมสารจับใบ เช่น น้ำสบู่ แชมพู สามารถฉีดพ่นได้ทุกๆ ๗ วัน การนำไปใช้ควรทดลองแต่น้อยๆ ก่อน เพราะสารละลายที่เข้มข้นเกินไป จะทำให้ใบไหม้ หากพืชเกิดอาการดังกล่าว ให้ผสมน้ำเพื่อให้เจือจาง ควรใช้อย่างระมัดระวังอาจเกิดแสบร้อนตามผิวหนังผู้ใช้ วิธีที่ ๒. ใช้น้ำคั้นจากใบและดอกของพริก ไปฉีดพ่นก่อนที่จะมีการระบาดของโรคใบด่างโรคใบหดของผักต่างๆ สามารถป้องกันพืชก่อนเป็นโรคได้ดี

 

มะละกอ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: โรคราสนิม โรคราแป้ง วิธีใช้: นำใบมะละกอมาหั่นประมาณ ๑ กก. แล้วนำไปผสมกับน้ำ ๑ ลิตร จากนั้นให้คั้นเอาน้ำ และกรองโดยใช้ผ้าขาวบาง แล้วเติมน้ำ ๔ ลิตร เติมสบู่ลงไป ๑ ช้อนกาแฟละลายให้เข้ากัน แล้วนำไปฉีดพ่น

 

ยาสูบ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: โรครา ด้วงต่างๆ หนอนกอ หนอนชอนในใบหรือชอนใบ หนอนผีเสื้อ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ และไรต่างๆ วิธีใช้: ใช้ยาสูบ ๑ กก. ต่อน้ำ ๒ ขวดโค้กลิตร แช่ไว้ ๑ คืน กรองเอาแต่น้ำแล้วเติมลงไปอีก ๓ ปี๊บ ฉีดพ่นอย่าให้ละอองยาถูกตัว ฉีดพ่นแล้ว ๓-๔ วัน จึงสามารถเก็บไปบริโภคได้

 

ยูคาลิปตัส ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: หนอน แมลงวัน วิธีใช้: นำใบยูคาลิปตัสมาบดให้ละเอียด และหมักกับน้ำ ในสัดส่วน ใบยูคาลิปตัส ๒ กก. ต่อน้ำครึ่งปี๊บ หมักทิ้งไว้ ๑ วัน กรองเอาสารละลายไปฉีดพ่น หรือเทราดบริเวณที่มีหนอน แมลงวัน

 

สะเดา ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: ตั๊กแตน หนอนชอนใบ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดด แมลงหวี่ขาว หมัดผัก หนอนกัดกินผัก หนอนกระทู้ หนอนกอ หนอนบุ้ง แมลงในโรงเก็บ วิธีใช้: วิธีที่ ๑. โรยเมล็ดสะเดาบดตามแปลงผัก วิธีที่ ๒. นำเมล็ดสะเดา ๑ กก. บดให้ละเอียด ห่อผ้าแช่น้ำ ๑ ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ ๑ คืน ก่อนใช้ผสมน้ำสบู่ ๑ ช้อนโต๊ะ นำไปฉีดพ่นทุกๆ ๗ วัน ในตอนเย็น วิธีที่ ๓. นำเมล็ดและใบสะเดา เหง้าข่าแก่ ตะไคร้หอม อย่างละ ๒ กก. สับให้ละเอียด แล้วตำหรือบดรวมกัน แช่น้ำ ๑ ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ ๑ คืน แล้วกรองเอาหัวเชื้อที่ได้ ผสมน้ำเปล่า ๑ ปี๊บ ต่อน้ำยา ๐.๕ ลิตร(ครึ่งขวดโค้กลิตร) ฉีดพ่นทุกๆ ๗ วัน ในตอนเย็น วิธีที่ ๔.นำเมล็ดสะเดาแห้ง ที่ประกอบด้วยเปลือกหุ้มเมล็ด และเนื้อเมล็ด มาบดให้ละเอียด แล้วนำผงเมล็ดสะเดามาหมักกับน้ำ ในอัตราส่วน ๑ กก. ต่อน้ำ น้ำ ๑ ปี๊บ โดยใช้ผงสะเดาใส่ไว้ในถุงผ้าขาวบาง แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ ๑ วัน ใช้มือบีบถุงตรงส่วนของผงสะเดา  เมื่อจะใช้ก็ยกถุงผ้าออก บีบถุงให้น้ำในผงสะเดาออกมาให้หมด ก่อนใช้นำน้ำที่ได้ผสมน้ำสบู่หรือแชมพู แล้วนำไปฉีดพ่น

 

โหระพา ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: เพลี้ยอ่อน หนอนแมลงวัน หนอนเจาะหัวมันเทศ แมลงวัน วิธีใช้: นำน้ำมันหอมระเหยโหระพา ๒ ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ ๑ ลิตร ใช้ฉีดพ่นพืชผัก                                                                                               
ที่มาข้อมูลจาก                                                                                            สำนักงานเกษตรจังหวัดอยุธยา

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่