แนะนำสินค้าชีวภาพ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ด

 

ว่ากันว่าเห็ดเป็นอาหารมหัศจรรย์นั้น จากฤดูการเกิดก็ไม่เหมือนกับพืชผักชนิดอื่นๆ ใช้เวลาเพาะเพียงสั้นๆ
แต่ได้จำนวนมากมายดาษดื่น ถึงเวลางอกงามแต่ละทีก็ผุดขึ้นราวกับตั้งนาฬิกาปลุกธรรมชาติ พอใกล้เวลาก็มุดหายลงดิน เก็บตัวเงียบรอเวลาอีกครั้ง คนเก็บจะต้องมีความชำนาญ รู้ลักษณะ รู้ชนิด รู้ต้นตอแหล่งกำเนิด เพราะเห็ดบางชนิด
เห็นหน้าตาสวยงาม อาจกลายเป็นเห็ดมีพิษ ใครไม่รู้จริงเผลอนำไปรับประทานเป็นได้เดือดร้อนกันแน่

อาหารเห็ด

ภาพดอกเห็ด

ปัจจุบันเห็ดที่เรานิยมรับประทานกันมีอยู่มากมายหลายชนิด มีทั้งแบบสด บรรจุกระป๋อง หรือแม้แต่เห็ดตากแห้ง
ความนิยมในการรับประทานมีมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยรูปแบบ และรสชาติเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอาหารประเภทพืชผักด้วยกัน รวมทั้งการที่คนหันมานิยมรับประทานอาหารแบบมังสวิรัติกันมากขึ้นก็ทำให้เห็ดถูกนำมาใช้ปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์มากขึ้นตามไปด้วย มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่าเห็ดมีคุณสมบัติป้องกันโรคได้

ภาพอาหารเห็ด

อาหารเห็ด

  • ในประเทศจีน และญี่ปุ่น นิยมนำเห็ดมาปรุงเป็นน้ำแกง น้ำชา ยาบำรุงร่างกาย และยารักษาโรคต่างๆ

มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเห็ดมากว่า 30 ปียืนยันว่าในเห็ดมีสารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
และลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และช่วยในการต้านมะเร็งหลายๆ ชนิดด้วย

  • ในสหรัฐอเมริกาก็มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเห็ดเช่นกันได้ผลออกมายืนยันการค้นพบแบบเดียวกับชาวเอเชีย แต่สำหรับการวิจัยถึงผลการใช้เห็ดเป็นยารักษาโรคนั้นยังคงอยู่ในขั้นแรกๆ เท่านั้น

เห็ดที่นักวิทยาศาสตร์นิยมเอามาวิเคราะห์เพื่อการวิจัยนั้นส่วนใหญ่เป็นเห็ดชนิดที่คนมักนำมาปรุงอาหาร และหาได้ง่าย เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดกระดุมหรือแชมปิญอง เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดโคน เห็ดหูหนู หรือ เห็ดหลินจือ อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่าเห็ดแชมปิญอง (White mushroom) มีบทบาทช่วยในการรักษา
และป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด เมื่อเทียบกับเห็ดรับประทานได้ชนิดอื่นๆ โดยสารบางอย่างในเห็ดชนิดนี้ไปช่วย
ยับยั้งเอ็นไซม์ aromatase ทำให้เกิดการยับยั้งการแปรฮอร์โมนแอนโดรเจนให้กลายเป็นเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมด ประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย

ภาพอาหารเห็ด

อาหารเห็ด

  • ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการทดลองนำเห็ดหอมมาสกัด พบว่าในเห็ดหอม ให้น้ำตาลโมเลกุลขนาดใหญ่ (mega-sugar)

ที่เรียกว่า เบต้ากลูแคนส์ (beta-glucans) ถึง 2 ชนิด ได้แก่ lentinan และ LEM (Lentinula edodes mycelium)
ซึ่งช่วยทำหน้าที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับการติดเชื้อ และชะลอการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ซึ่งในการทดลอง
ให้สาร lentinan กับผู้ป่วยมะเร็งร่วมกับการทำเคมีบำบัดก็พบว่าก้อนมะเร็งมีขนาดลดลง และอาการข้างเคียงจากการ
ทำเคมีบำบัดก็เกิดขึ้นน้อยลงด้วย

ขณะนี้ทีมวิจัยในญี่ปุ่นกำลังมองหาความเป็นไปได้ในการใช้ LEM ที่ได้จากเห็ดหอมมาบำบัดผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV
และยังพบอีกว่า สารสกัดจากเห็ดหอมอีกตัวหนึ่ง ชื่อ eritadenine เป็นตัวช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดและระดับ
โคเลสเตอรอลให้กับร่างกายได้อีกด้วย

 

หลากหลายพันธุ์เห็ดรสอร่อย

เห็ดนำมาปรุงอาหารให้อร่อยได้หลากหลายวิธี ทั้งต้มน้ำแกง ผัด ยำ ย่าง หรือทอด

ที่เห็นมากในบ้านเรา ได้แก่

  • เห็ดหอม มีทั้งแบบเนื้อบางและหนา คนนิยมนำเห็ดหอมตากแห้งมาปรุงอาหารเพราะให้กลิ่นหอมมากกว่าแบบสด

ซึ่งก่อนปรุงต้องลวกในน้ำเดือดประมาณครึ่งชั่วโมง หรือแช่น้ำอุ่นประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ช่วยให้เนื้อเห็ดนุ่มขึ้น
น้ำแช่เห็ดหอมนี้ยังเก็บเอาไปทำเป็นน้ำสต๊อกปรุงรสอาหารได้ด้วย คนนิยมนำมาปรุงอาหารเจ เพราะเนื้อนุ่มเหนียวและ
กลิ่นหอมชวนกิน ชาวจีนยกให้เห็ดหอมเป็นอาหารตำรับ “อมตะ” เพราะคุณสมบัติความเป็นยาบำรุงกำลัง และบรรเทา
อาการไข้หวัด การไหลเวียนเลือดไม่ดี ปวดกระเพาะอาหาร รวมทั้งอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย ซึ่งเห็ดหอมนี้จะให้โปรตีนได้มากกว่าเห็ดแชมปิญองถึง 2 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินบี ซีลีเนียม และธาตุอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ช่วยบำรุงกระดูกแข็งแรง ลดไขมันในเลือด และต้านโคเลสเตอรอล

ภาพเห็ดหอม

เห็ดหอม

  • เห็ดหูหนูดำ นอกจากเห็ดหูหนูดำแล้วยังมีเห็ดหูหนูขาว เนื้อกรุบกรอบคล้ายๆ กัน แถมยังมีสีขาวน่ารับประทานมากกว่าตามร้านเย็นตาโฟนิยมนำมาใช้แทนแมงกะพรุน หรือต้มเป็นสุกี้หรือทำยำรวมมิตรก็อร่อยไม่น้อย
ภาพเห็ดหูหนูดำ

เห็ดหูหนูดำ

  • เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า และเห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดสามอย่างนี้อยู่ในตระกูลเดียวกัน เจริญเติบโตเป็นช่อๆ คล้ายพัด
ภาพเห็ดนางรม

เห็ดนางรม

เห็ดนางรมมีสีขาวอมเทา เห็ดนางฟ้าจะมีสีขาวอมน้ำตาล ขณะที่เห็ดเป๋าฮื้อจะมีสีคล้ำและเนื้อเหนียวหนา และนุ่มอร่อย
คล้ายเนื้อสัตว์มากกว่า จึงมักถูกจัดเป็นอาหารจานหรูเมนูจักรพรรดิ์ ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด และโรคกระเพาะอาหาร เห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมผิวเรียบนุ่ม รสชาติก็นุ่ม นำมาปรุงได้หลายแบบทั้งผัด ชุบแป้งทอด หรือแม้แต่ย่างก็ให้รสชาติดี แต่ไม่ควรใช้ไฟแรงเพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสหมดไป

  • เห็ดฟาง เป็นเห็ดยอดนิยมของคนไทย นิยมเพาะกันบนกองฟางข้าวชื้นๆ โคนมีสีขาว ส่วนหมวกสีน้ำตาลอมเทา
ภาพเห็ดฟาง

เห็ดฟาง

หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดตลอดทั้งปี ให้วิตามินซีสูง และมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด เชื่อว่าหากรับประทานประจำ
จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันลดการติดเชื้อต่างๆ แต่ก็ไม่ควรรับประทานสด ๆ เพราะมีสารที่คอยยับยั้งการดูดซึมอาหาร ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก และลดอาการผื่นคันต่าง ๆ

  • เห็ดหลินจือ นอกจากใช้รับประทานแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางอีกด้วย
ภาพเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ

เพราะมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส แถมยังมีฤทธิ์แก้อักเสบ ลดความดันเลือด แก้ปวดศีรษะ รวมทั้งลดไขมันในเส้นเลือดด้วย

  • เห็ดเข็มทอง เป็นเห็ดสีขาวหัวเล็กๆ ขึ้นติดกันเป็นแพ รสชาติเหนียวนุ่ม นำมารับประทานแบบสดๆ ใส่กับสลัดผักก็ได้ ถ้าชอบสุกก็นำไปย่าง ผัดหรือลวกแบบสุกี้
ภาพเห็ดเข็มทอง

เห็ดเข็มทอง

  • เห็ดกระดุม หรือเห็ดแชมปิญอง รูปร่างกลมมน ผิวเนื้อนุ่มนวล มีให้เลือกทั้งแบบสด หรือบรรจุกระป๋อง
ภาพเห็ดกระดุม

เห็ดกระดุม

  • เห็ดโคลน เป็นเห็ดหายาก รสอร่อย ที่จะมีให้รับประทานเฉพาะในหน้าฝน บางคนจึงนิยมนำมาทำเป็นเห็ดดองเพื่อเก็บไว้รับประทานตลอดปี
ภาพเห็ดโคลน

เห็ดโคลน

 

 

นานาสารอาหารจากเห็ด

เห็ดเป็นอาหารที่ปราศจากไขมัน มีปริมาณน้ำตาล และเกลือต่ำมาก แถมยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงเมื่อเทียบกับโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี วิตามินบีรวม ซีลีเนียม โปแตสเซียม และทองแดง
จึงเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงที่ควรเลือกรับประทานเป็นประจำ

ภาพอาหารเห็ด

อาหารเห็ด

 

ซีลีเนียม เป็นสารอาหารที่ช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระใกล้เคียงกับวิตามินอี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งและโรคภัยต่างๆ ที่มากับวัยสูงอายุ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ การรับประทานเห็ดหอม (ชิ้นขนาดกลางๆ 5 ชิ้น)จะให้ซีลีเนียมประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน นอกจากในเห็ดแล้ว ยังมีอยู่ในธัญพืช และเนื้อสัตว์ด้วย

โปแตสเซียม เป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ความสมดุลของน้ำในร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อ และระบบประสาทต่างๆ ทาง FDA ของสหรัฐอเมริการะบุไว้ว่าการรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของโปแตสเซียมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความดันเลือดสูง และอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งในเห็ดนั้นมีโปแตสเซียมสูง
และโซเดียมต่ำ การรับประทานอาหารที่ปรุงจากเห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญอง 1จานจะให้โปแตสเซียมได้พอๆ กับส้มหรือ
มะเขือเทศลูกโตๆ เลยทีเดียว

วิตามินบีรวม ในเห็ดขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบีรวม ไม่ว่าจะเป็น ไรโบฟลาวิน
(ที่นอกจากจะได้จากเห็ดแล้ว ยังมีมากในเครื่องในสัตว์ นม ไข่ และเต้าหู้) ช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณและการมองเห็น
ขณะที่ไนอาซิน (ยังพบมากในปลาทูน่า เนื้อแดง ถั่วลิสง และอะโวคาโด)จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
และระบบประสาท สถาบันอาหารแห่งสหรัฐอเมริกาได้ประมาณไว้ว่า การรับประทานเห็ดแชมปิญองขนาดกลางๆ 5 ชิ้น
จะได้ปริมาณไรโบฟลาวินมากพอๆ กับการดื่มนมสดถึง 8 ออนซ์

ทองแดง เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการเช่นเดียวกันเพื่อมาช่วยเสริมการทำงานของธาตุเหล็ก


แหล่งที่มา : horapa.com

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนประชาชนที่นิยมบริโภคเห็ดโดยเฉพาะเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ควรเลือกรับประทานเห็ดที่รู้จักจริง ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละปีจะมีผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากการรับประทานเห็ดเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก

ภาพเห็ดพิษ

เห็ดพิษ

สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนเหมาะสมต่อการเจริญพันธุ์ของพืชตระกูลเห็ด ทำให้มีเห็ดป่าหลายชนิดที่เจริญเติบโตในสภาพธรรมชาติประกอบกับคนไทยนิยมบริโภคเห็ดเนื่องจากเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ทั้งนี้เห็ดต่าง ๆ บางชนิดไม่สามารถรับประทานได้ เนื่องจากมีสารพิษเป็นส่วนประกอบอยู่ เมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการมึนเมาและประสาทหลอนหรือบางรายบริโภคมากเกินไปก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงมักปรากฏข่าวและมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตหรือได้รับอันตรายจากการรับประทานเห็ดอยู่เป็นประจำ

สำหรับเห็ดพิษในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในตระกูล Amanita ซึ่งเป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรง มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น

  • เห็ดระโงกหินหรือในภาคเหนือเรียกว่า เห็ดไข่ตายซาก ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกระจายทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ดอกมีสีขาวบริสุทธิ์ หมวกเห็ดรูปครึ่งวงกลมสีขาวกว้าง 5-12 ซม. ผิวเรียบ รูปกะทะคว่ำ ครีบสีขาวไม่ติดกันกับก้าน มีวงแหวนเป็นแผ่นบางสีขาวห้อยลงมาคล้ายม่านก้านสีขาว โคนก้านเป็นกะเปาะผิวเรียง สปอร์สีขาว เป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรงเมื่อรับประทานเข้าไปพิษจะเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุ่นแรง อาเจียน ใจสั่น อ่อนเพลีย สารพิษที่ตรวจพบในเห็ดคือ phallotoxin และ amatoxin มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ตับ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะกำเริบจนถึงขั้นเสียชีวิตอาจภายใน 4-6 ชั่วโมง ในต่างประเทศเรียกเห็ดชนิดนี้ว่า deadly poisonous mushroom
  • เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อนหรือ เห็ดกระโดงตีนต่ำ ดอกเห็ดเมื่อยังอ่อนเป็นก้อนกลมแล้วเจริญบานออกเป็นร่มขึ้นตามสนามหญ้าและทุ่งนา หมวกเห็ดสีขาวกว้าง 10-20 ซม. กลางหมวกมีสีน้ำตาล ซึ่งแตกออกเป็นเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมกระจายออกไปถึงกึ่งกลางหมวก ครีบสีขาวเมื่อแก่จัดจะเป็นสีเทาอมเขียวหม่น ก้านรูปทรงกระบอกสีขาว โคนก้านใหญ่เป็นกระเปาะเล็กน้อย ใต้หมวกมีวงแหวนใหญ่และหนา ขอบสีน้ำตาล ขอบล่างสีขาว สปอร์รูปไข่สีเขียวอ่อนเป็นเห็ดที่มีพิษไม่ร้ายแรงนัก ผู้รับประทานจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่นและอ่อนเพลีย แต่ถ้าเป็นเด็กและรับประทานมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้
  • เห็ดพิษส่วนใหญ่มักมีสีสันฉูดฉาด แต่มีเห็ดพิษบางชนิด เช่น เห็ดในตระกูล Amanita ที่มีสีขาวเหมือนเห็ดธรรมดา เมื่อยังอ่อนจะคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้หรือมีลักษณะตูม มีปลอกหุ้มสีขาวเหมือนเห็ดฟาง แต่ปลอกหุ้มของเห็ดฟางสีจะคล้ำกว่า ดังนั้น ผู้บริโภคควรระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานเห็ดชนิดที่ไม่รู้จักหรือไม่ทราบแหล่งที่มา รวมทั้งเห็ดป่าต่าง ๆ ซึ่งมีโอกาสเกิดพิษได้มากกว่าเห็ดทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้หากพบเห็นผู้รับประทานเห็ดพิษควรรีบให้การช่วยเหลือโดยการพยายามทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้หมดแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ที่มา : จากหนังสือข่าวกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

วันนี้มีบทความดีๆเกี่ยวกับการเพาะเห็ดมาแนะนำให้ลองอ่านศึกษากันดูครับ

อ่านได้ที่นี้ —>>  เอกสารความรู้เกี่ยวกับเห็ด อบรมการเพาะเห็ด

บทความอบรมการเพาะเห็ด

บทความอบรมการเพาะเห็ด

หลังจากที่เราเพาะเห็ดไปได้ซักระยะก้อนเชื้อเห็ดก็จะเริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาและอายุของมัน

ถ้าปกติเราขนไปทิ้งก็น่าเสียดายอยู่วันนี้เลยจะมาแนะนำการทำปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นไม้ ดอกไม้จากก้อนเห็ดเก่า

แต่แนะนำว่าเมื่อทำเสร็จแล้วให้นำไปใช้ยังพื้นที่อื่นที่ไม่ใช้พื้นที่เพาะเห็ด เพราะกลัวเรื่องของเชื้อราปนเปื้อน

ก้อนเห็ดเก่า มีประโยชน์ นำไปทำเป็นปุ๋ยได้

ก้อนเห็ดเก่า มีประโยชน์ นำไปทำเป็นปุ๋ยได้

วัสดุและอุปกรณ์

1. ก้อนเชื้อเห็ดเก่า จำนวน 100 กิโลกรัม

2. ขี้วัวเก่า จำนวน 1 กิโลกรัม

3. ขี้ไก่เก่า จำนวน 1 กิโลกรัม

4. กากน้ำตาล จำนวน 1 ลิตร

5. ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 1 ขวด(ขวดน้ำขนาด 1 ลิตร)

 

วิธีการทำ
1. นำก้อนเชื้อเห็ดที่ไม่ใช้แล้ว มาทุบให้ละเอียด แล้วกองไว้ในที่ร่ม

2. นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วรดน้ำพอชื้น(ใช้มือบีบดูหน้าจับก้อนแล้วไม่คลาย แปลว่าใช้ได้)

3. กลับกองปุ๋ยหมักทุกๆ 7 วัน เพื่อเป็นการระบายความร้อนในกอง

4. เมื่อหมักปุ๋ยไว้ได้ประมาณ 15 วัน ก็สามารถนำไปบำรุงต้นไม้ได้ตามต้องการ (ให้ตามขนาดของพืช)

 

ประโยชน์และการนำไปใช้

นำไปใช้ใส่ในพืชผักผลไม้ เช่น มังคุด ปาล์ม มะพร้าว มะนาว ฯลฯ จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชผักให้เร็วขึ้น

 

  • เห็ดหอม หรือ เห็ดชิตาเกะ เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด อีกทั้งยังเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็งด้วย และมีกรดอะมิโนถึง 21 ชนิด มีวิตามิน บี 1 บี 2สูงพอๆ กับยีสต์ มีวิตามินดีสูง ช่วยบำรุงกระดูกและมีปริมาณโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการไข้หวัดชาวจีนยกให้้เห็ดหอมเป็็นอาหารต้้นตำรับ “อมตะ”
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

  • เห็ดหูหนู  เป็นกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต สามารถเพิ่มความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาวในผู้สูงอายุ ทำให้ภูมิต้านทานร่าง กายดี ขึ้น รว มทั้งช่วยรักษาโรคกระเพาะและริดสีดวง เห็ดหูหนูขาวช่วยบำรุงปอดและไต
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

 

  • เห็ดหลินจือ มีสารสำคัญ เช่น เบต้ากลูแคนซึ่งมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง คนญี่ปุ่นมักใช้ควบคู่กับการรักษาโรคมะเร็งและโรคผู้สูงอายุเช่น โรคหัวใจ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และโรคความดันโลหิตสูง
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

 

  • เห็ดกระดุม หรือ เห็ดแชมปิญอง รูปร่างกลมมน คล้ายกระดุมที่มีขนาดใหญ่ ผิวเนื้อนวล มี ให้เลือกทั้งแบบสด หรือบรรจุกระป๋อง มีบทบาทในการรักษาและป้อง กันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่ สุดโดยสารบางอย่างในเห็ด นี้จะไปช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส ทำให้เกิดการยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนเอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน  เมื่อร่างกาย ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

 

  • เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าและเห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดสามอย่างนี้อยู่ในตระกูลเดียวกัน เจ ริญเติบโตเป็นช่อ ๆคล้ายพัด เห็ดนางรมมีสีขาวอมเทา เห็ดนางฟ้ามีสีขาวอมน้ำตาล ขณะที่เห็ดเป๋าฮื้อจะมีสีคล้ำ และเนื้อเหนียวหนานุ่ม อร่อยคล้ายเนื้อสัตว์มากกว่า เชื่อว่าสามารถป้องกันโรคหวัดช่วยการไหลเวียนของเลือด และโรคกระเพาะ
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

 

  • เห็ดฟาง เป็นเห็ดยอดนิยมของคนไทย นิยมเพาะกันบนกองฟางข้าว ชื้น ๆ โคน มี สีขาว ส่วนหมวกมีสีน้ำตาลอมเทา หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด ให้ วิตามินซีสูง และ มีกรดอะ มิโนสำคัญอยู่หลายชนิดหากรับประทาน เป็นประจำจะช่วยเสริม ภูมิคุ้มกันการ ติดเชื้อต่างๆ อีก ทั้งยังช่วยลดความดันโลหิตและเร่งการสมานแผล
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

 

  • เห็ดเข็มทอง เป็นเห็ดสีขาวหัวเล็ก ๆ ขึ้นติดกัน เป็นแพ รส ชาติเหนียวนุ่ม นำมารับประทานแบบสดๆ ใ ส่ กับสลัด ผักก็ ได้ ถ้าชอบสุกก็ นำ ไปย่าง ผัดหรือลวกแบบ สุกี้ ถ้ากินเป็นประจำ จะช่วยรักษาโรคตับโรคกระเพาะ และลำไส้อักเสบเรื้อรัง
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

 

  • เห็ดโคน ช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้บิดแก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ไอ ละลายเสมหะ การทดลองทางเภสัชศาสตร์พบว่า น้ำที่สกัดจากเห็ดโคนสามารถยับยั้งเชื้อโรคบางชนิด เช่นเชื้อไทฟอยด์
ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

ประโยชน์ทางยาของ เห็ด 8 ชนิด

 

เห็ดที่นักวิทยาศาสตร์นิยมเอามาวิเคราะห์ว่ามีสรรพคุณทางยานั้นส่วนใหญ่เป็นเห็ด ชนิดที่คนมักนำมาปรุงอาหารและหาได้ง่าย เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญอง เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าเห็ดฟาง เห็ดโคน เห็ดหูหนู และ เห็ดหลินจือ อีกทั้งผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่าเห็ดแชมปิญอง มีบทบาทช่วยในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด เมื่อเทียบกับเห็ดรับประทานได้ชนิดอื่นๆโดยสารบางอย่างในเห็ดชนิดนี้ไปช่วย ยับยั้งเอ็นไซม์ aromatase ทำให้เกิดการยับยั้งการแปรฮอร์โมนแอนโดรเจนให้กลายเป็นเอสโตรเจนในผู้หญิง วัยหมด ประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย และในประเทศญี่ปุ่นได้มีการทดลองนำเห็ดหอมมาสกัด พบว่าในเห็ดหอม ให้น้ำตาลโมเลกุลขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า เบต้ากลูแคน ถึง 2 ชนิดได้แก่ lentinan และ LEM (Lenti nula edodes mycelium) ซึ่งช่วยทำหน้าที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับการติดเชื้อ และชะลอการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ซึ่งในการทดลองให้สาร lentinan กับผู้ป่วยมะเร็งร่วมกับการทำเคมีบำบัดก็พบว่าก้อนมะเร็งมีขนาดลดลง และอาการข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดก็เกิดขึ้นน้อยลงด้วย เห็นความอัศจรรย์ของพืชตระกูลต่ำหรือยังคะ ไม่ได้ด้อยประโยชน์เหมือนทีโดนกล่าวหาเลย

-ข้อมูล บางกอกทูเดย์


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่