แนะนำสินค้าชีวภาพ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ด

ใกล้ถึงหน้าฝนแล้ว เป็นฤดูของเห็ดป่า

ในระยะต้นฤดูฝนถ้าเดินทางไปต่างจังหวัด หรือชนบททางภาคเหนือของประเทศไทย จะเห็น ชาวชนบทเก็บของป่ามาวางขายข้างทางอาจจะเป็นผักหวานป่า หน่อ ไม้ เห็ด ฯลฯ โดยจัดสร้างเป็นเพิงพักอาศัยชั่วคราวสำหรับบังแดดและฝนหรือไม่บางครั้งก็ยกเป็นแผงไม้ไผ่อยู่ใต้ร่มไม้ เห็ดที่เก็บมาได้จะถูกใส่กระทงใบตองหรือใบไม้ วางขายในราคาที่ไม่แพงนักแต่ถ้าเป็นเห็ดโคนจะมีราคาค่อนข้างแพง คือ กก.ละ 100-200 บาท ในการเก็บเห็ดป่ามารับประทานนั้น ผู้เก็บมักคุ้นเคยกับชนิดของเห็ดและเคยเก็บอยู่เป็นประจำแทบทุกปี เช่นเดียวกับการเก็บผักหวานป่ามารับประทาน เพราะถ้าผิดพลาดอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ถึงแม้ว่าผู้เก็บจะมั่นใจว่าเห็ดที่เก็บมาบริโภคได้ แต่ถ้าผู้ซึ่งไม่รู้จักเห็ดป่าเหล่านั้นและไม่เคยรับประทาน ก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงซื้อไปรับประทาน เพราะถ้าหากเกิดการผิดพลาดอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากเห็ดพิษสามารถผลิตสารเคมีที่เป็นพิษ เช่น สารหนูหรือไซยาไนด์ ซึ่งทำอันตรายต่ออวัยวะภายในและระบบประสาทของผู้บริโภคได้ จากเอกสารในทางวิชาการต่างประเทศมีคำแนะนำในการรับประทานเห็ดป่า ข้อควรระวังและข้อสังเกตซึ่งควรทราบคร่าวๆ ดังนี้คือ

- เห็ดที่มีหมวก (cap) สีขาวไม่ควรเก็บมารับประทาน

- เห็ดที่มีวงแหวนรอบก้านดอก ไม่ควรเก็บมารับประทาน

- เห็ดที่มีฐานรองดอกเป็นโพรงบวม ไม่ควรเก็บมารับประทาน

- เห็ดที่หมวก (cap) มีลักษณะเป็นสะเก็ด ไม่ควรเก็บมารับประทาน

- เห็ดที่ไม่มีครีบดอก (gills) อยู่ใต้หมวก (cap) ไม่ควรเก็บมารับประทาน

- เห็ดที่มีรูปร่างคล้ายมันสมองหรือลักษณะคล้ายอานม้า ไม่ควรเก็บมารับประทาน

- เห็ดที่มีลักษณะกลม ถ้าผ่าดูลักษณะภายในไม่ใช่สีขาวอย่ารับประทาน เพราะสปอร์แก่เกินไปอาจเป็นอันตรายได้

- อย่ารับประทานเห็ดที่ขึ้นอยู่ใกล้มูลสัตว์หรือขึ้นอยู่บนมูลสัตว์

ข้อแนะนำในการรับประทานเห็ดป่า

ข้อแนะนำในการรับประทานเห็ดป่า

ข้อแนะนำในการรับประทานเห็ดป่า

ข้อแนะนำในการรับประทานเห็ดป่า

ความมหัศจรรย์ของเห็ด 3 อย่าง ในการล้างพิษ

เห็ดเป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูง ใช้ทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังไม่มีสารตกค้างอย่างเนื้อสัตว์
แต่ถ้านำเห็ดอย่างน้อย 3 ชนิดมาปรุงเป็นอาหาร จะเกิดประโยชน์ขึ้นอย่างมาก

ประโยชน์ของเห็ด 3 อย่างคือ

- ช่วยล้างพิษที่สะสมในตับ ทั้งจากอาหารและสารเคมี เช่น พิษจากสุรา สารตกค้างในเนื้อสัตว์ สารเคมีจากเครื่องสำอาง (ลิปสติกสีสด ยาย้อมผม)

- ช่วยล้างพิษพวกอนุมูลอิสระ ซีสต์ เนื้องอก มะเร็ง อัลฟาท็อกซิล ไวรัสตับอักเสบ สเก็ดเงิน

- ช่วยล้างไขมันในตับ

ทานเห็ด 3 อย่างล้างพิษ

ทานเห็ด 3 อย่างล้างพิษ

ทานเห็ด 3 อย่างล้างพิษ

ทานเห็ด 3 อย่างล้างพิษ

ทานเห็ด 3 อย่างล้างพิษ

ทานเห็ด 3 อย่างล้างพิษ

- ตับแข็งแรงขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้อารมณ์ดี การสร้างเม็ดเลือดแดงดี

นักเพาะเห็ดยุคใหม่

นักเพาะเห็ดยุคใหม่

 

ดอกเห็ด เป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่มีการซื้อ-ขายกัน ทั้งในตลาดบนและตลาดล่าง ซึ่งกลยุทธ์การแข่งขันในการทำการตลาดในโลกปัจจุบัน ซึ่งมีการกล่าวถึงกันมากที่สุดก็คือ “คุณภาพและเทคโนโลยี
“คุณภาพ” ของดอกเห็ดเป็นเรื่องสำคัญในการกำหนดการเรื่องราคาและจำนวนหรือปริมาณการซื้อขาย ความสม่ำเสมอของจำนวนผลผลิตเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ตลาดมีความต้องการ ฟาร์มใดมีดอกเห็ดดี สวย ไม่เป็นโรค ไม่มีแมลงกิน ความชื้นไม่สูง สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีจำนวนผลผลิตสม่ำเสมอ สามารถส่งดอกเห็ดได้เป็นประจำ ฟาร์มนั้นก็จะได้ราคาดอกเห็ดที่ดีกว่าฟาร์มอื่น
“เทคโนโลยี” เป็นตัวกำหนด เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดดอกเห็ดที่มีคุณภาพและจำนวนดอกเห็ดที่มีความสม่ำเสมอ อีกทั้งเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ช่วยลดต้นทุนในการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการเพาะเห็ดได้กำไรมากขึ้น เพราะเหตุนี้จึงมีแนวคิดว่า “นักเพาะเห็ดยุคใหม่ควรใส่ใจเทคโนโลยี”
การเพาะเห็ดในประเทศไทย เรามีผู้เพาะเห็ดอยู่ 2 ประเภท

ประเภทแรกเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริม โดยมากจะเพาะเห็ดตามฤดูกาล เช่น หลังเก็บเกี่ยวข้าว ได้ฟางข้าวมาก็จะไปซื้อเชื้อเห็ดแล้วมาเพาะเห็ด มักทำในลักษณะเป็นกอง กองเตี้ยบ้าง กองกลางบ้าง หรือบางท่านมีอาชีพหลักอยู่แล้วต้องการเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริม โดยไปซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอกข้างบ้าน ทำโรงเรือนบ้าง ไม่ทำบ้าง ได้ดอกเห็ดก็นำไปขายที่ทำงานหรือถ้าได้มากหน่อยก็นำไปขายที่ตลาด

นักเพาะเห็ดประเภทที่ 2 ก็คือ นักเพาะเห็ดที่เพาะเห็ดเป็นอาชีพ มีการวางแผน มีการลงทุนมากบ้างน้อยบ้าง ตามกำลังทรัพย์ และความต้องการผลผลิต การเพาะเห็ดฟางแบบเป็นกอง มีหลายท่านทำเป็นอาชีพหลักมีรายได้สม่ำเสมอ เป็นการลงทุนการเพาะเห็ดที่ใช้เงินลงทุนไม่มากและให้ผลตอบแทนคุ้มค่าทีเดียว นักเพาะเห็ดบางท่านหลายฟาร์มที่ลงทุนเพาะเห็ดมากขึ้น มีการสร้างโรงเรือน มีเตานึ่ง มีเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องอำนวยความสะดวกที่ใช้ในการเพาะเห็ด ในประเทศไทยเรา มีฟาร์มเห็ดที่ทำเป็นอาชีพหลักค่อนข้างมาก มีการลงทุนตั้งแต่ระดับหมื่นจนถึงระดับร้อยล้านบาท
นักเพาะเห็ดประเภทไหนที่ควรใส่ใจเทคโนโลยี  น่าจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนักเพาะเห็ดสมัครเล่น เพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก ทั้งนี้ เพราะว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งใกล้ตัวและราคาไม่แพงอย่างที่คิด ถ้าเราเลือกใช้เป็นและถูกต้อง
เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้วัดค่าทางวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเราได้ในการใช้เทคโนโลยี บางท่านอาศัยประสบการณ์ อาศัยความรู้สึกเป็นตัวกำหนด ก็ไม่ผิดถ้าผู้เพาะเห็ดท่านนั้นมีประสบการณ์สูง เพาะเห็ดมานาน แต่ถ้าท่านไม่อยู่ใครจะดูแลฟาร์มเห็ดแทนท่านได้  ขอยกตัวอย่างซัก 1 ตัวอย่าง ให้ท่านพิจารณาคือ สมมติว่า ท่านมีโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าซึ่งเห็ดชนิดนี้ชอบอุณหภูมิ 27-30 องศาเซลเซียส ท่านเข้าไปในโรงเรือนเพาะเห็ดที่มีอุณหภูมิ 31 องศาเซลเซียส กรณีที่ 1 หลังจากที่ท่านนั่งรถติดแอร์กลับจากตลาด ซึ่งเย็นสบายอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส หรือกรณีที่ 2 หลังจากที่ท่านเดินตากแดดร้อนๆ จากชายทุ่งอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ในกรณีที่ 1 ท่านจะรู้สึกร้อนเมื่อเข้าโรงเรือน ในขณะเดียวกัน ในกรณีที่ 2 ท่านจะรู้สึกเย็นเมื่อท่านเข้าไปในโรงเรือน ทั้ง ๆ ที่ภายในโรงเรือนมีอุณหภูมิเดียวกัน คือ 31 องศาเซลเซียส แต่ถ้าท่านมีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิติดอยู่ในโรงเรือน ราคาประมาณ 40-60 บาท ท่านก็จะทราบอุณหภูมิแท้จริงในโรงเรือน
ถ้าเราเริ่มจากโรงเปิดดอก การเพาะเห็ดโดยใช้ขี้เลื่อยในถุงพลาสติค เทคโนโลยีช่วยอะไรเราได้บ้าง ในการที่จะทำให้ได้ดอกเห็ดที่สมบูรณ์ ได้ดอกเห็ดจำนวนมาก ผลผลิตรวมสูง และใช้เวลาสั้นที่สุด ข้อสำคัญก็คือ จะทำให้ต้นทุนในการเปิดดอกเห็ดต่อหน่วยต่ำที่สุด
เราทราบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดดอกเห็ดอย่างน้อย 4 ปัจจัย คือ ปริมาณแสง อุณหภูมิที่เหมาะสม ความชื้นและปริมาณก๊าซออกซิเจน ถ้าเราสามารถควบคุมปัจจัยทั้ง 4 นี้ได้ เท่าที่เห็ดแต่ละชนิดต้องการ ความแน่นอนในการที่เราจะได้ดอกเห็ดก็จะมีมากขึ้น ดอกเห็ดออกพร้อมกัน การบ่มเส้นใยในช่วงพักสั้นลง ทำให้ประหยัดเวลา
ปริมาณแสง เป็นตัวกระตุ้นทำให้เห็ดออกดอกและกำหนดความยาวสั้นของก้านดอกเห็ด เราสามารถใช้ไฟนีออนเสริมได้ถ้าแสงไม่พอ เราสามารถตรวจวัดความเข้มของแสงได้ด้วยการดูลายมือตัวเองว่าเห็นชัดหรือไม่ชัด ถ้าจะให้แน่นอนก็ใช้เครื่องวัดแสง วัดทุกจุดที่วางก้อนเห็ด เครื่องวัดแสงปัจจุบันผลิตในประเทศจีนราคา 3,000 – 5,000 บาท ก็สามารถใช้ได้
อุณหภูมิและความชื้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเปิดดอก อุณหภูมิในโรงเรือนสามารถแก้ไขได้โดยเจาะช่อง เปิดหรือปิดช่องระบายอากาศหรือใช้เครื่องทำความร้อน เครื่องทำความเย็น ความชื้นสามารถเพิ่มได้โดยการให้น้ำ ยิ่งถ้าให้ความชื้นในลักษณะพ่นหมอก ดอกเห็ดก็จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งการให้ความชื้นแบบพ่นหมอก สามารถเลือกใช้ได้หลายวิธีคือ ใช้แรงดัน ใช้การเหวี่ยง ใช้อัลตร้าโซนิค โรงเรือนเพาะเห็ดทุกโรงเรือนควรมีเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งราคาถูกมาก ถ้าเราใช้เทอร์โมมิเตอร์ 2 อัน อันละ 40-60 บาท ทำเป็นกระเปาะเปียกและกระเปาะแห้ง ถ้ามีเงินมากจะซื้อแบบดิจิตอล ก็จะอ่านง่ายและแน่นอนขึ้น
ปริมาณก๊าซออกซิเจนในโรงเรือน เป็นสิ่งที่มองข้ามกันมาก บางโรงเรือนเปิดดอกเห็ดเข้าไปแล้วอึดอัดมาก คนยังอยู่ไม่ได้แล้วเห็ดจะออกดอกได้อย่างไร ปริมาณออกซิเจนสัมพันธ์กับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถ้าคาร์บอนไดออกไซด์สูง เห็ดก็มีการแบ่งตัวของเส้นใย ไม่ออกดอก หรือถ้าออกดอกแล้วดอกเห็ดจะมีลักษณะเป็นหูดหรือหนังคางคก ถ้าปริมาณก๊าซออกซิเจนมีเพียงพอ ดอกเห็ดจะสวยสมบูรณ์ขึ้น เราสามารถวัดปริมาณก๊าซออกซิเจนโดยอาศัยความรู้สึกในการหายใจว่าไม่อึดอัด หรือใช้เครื่องวัดหาปริมาณออกซิเจน และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ราคาเครื่องวัดของจีนประมาณ 6,000-8,000 บาท
นอกเหนือจากปัจจัยทั้ง 4 แล้ว ในโรงเรือนเปิดดอกควรป้องกันแมลงได้ สิ่งที่จะทำให้เรารู้ว่ามีแมลงอยู่ในโรงเรือนเห็ดหรือไม่ เป็นแมลงชนิดใด อุปกรณ์ที่ใช้ถูกที่สุดก็คือ กาวเหนียวดักแมลง ต้นทุนถูกมาก ราคา 1 บาท ต่อหนึ่งจุด เท่านั้น ไรศัตรูเห็ดที่ทำลายก้อนเชื้อเห็ดเป็นจำนวนมาก ถ้ามีแว่นขยายส่องพระ ขยาย 10-20 เท่า อันละประมาณ 200 บาท ก็จะสามารถส่องดูตัวไรเห็นได้
ข้อมูลในการเปิดดอกเห็ดแต่ละชนิด นักวิจัยได้ทำและเขียนสรุปไว้ค่อนข้างจะแน่นอน ถ้าเราใช้เทคโนโลยีทำให้ได้ตามข้อมูลนั้น โอกาสที่เราจะได้ดอกเห็ดก็จะมีมาก อุปกรณ์ที่ใช้วัดค่าต่างๆ ในโรงเรือนราคาไม่แพงนักเมื่อเทียบกับราคาก้อนเชื้อเห็ดในโรงเรือน เครื่องวัดค่าที่ติดตั้งในโรงเรือนแต่ละโรงเรือน มีเครื่องวัดอุณหภูมิ ความชื้น และกาวดักแมลง ราคาไม่เกิน 200 บาท ต่อโรงเรือน อุปกรณ์วัดค่าแสงและปริมาณออกซิเจน สามารถเวียนใช้ได้หลายโรงเรือน
จากโรงเปิดดอกมาถึงโรงทำก้อนเชื้อเห็ด ปัจจุบันเราทำก้อนเชื้อเห็ดจากขี้เลื่อย แล้วมีการใส่อาหารเสริมกันมาก บางท่านยังไม่รู้เลยว่าใส่ไปเพื่ออะไร ได้ยินได้ฟังมาว่าใส่แล้วดีก็ทำตาม ทำให้ต้นทุนสูงและอาจทำให้เกิดการสูญเสียมากด้วย
สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการทำก้อนเชื้อเห็ดก็คือ ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ความชื้น ความแน่นของก้อนเชื้อ น้ำหนักของก้อนเชื้อ ปริมาณธาตุอาหารที่เหมาะสมกับเห็ดแต่ละชนิด การนึ่งฆ่าเชื้อ การเขี่ยเชื้อและการบ่มก้อนเชื้อ ทุกปัจจัยมีความสำคัญเท่าๆ กัน ถ้ามีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไม่สมบูรณ์ ก้อนเชื้อเห็ดก็จะไม่สมบูรณ์หรือเสีย ยิ่งเสียมากต้นทุนการผลิตก็จะมากตาม
เทคโนโลยีในการผลิตก้อนเชื้อเห็ดมีการพัฒนามากในต่างประเทศ แต่ประเทศเรายังมีการพัฒนาน้อยมาก ทำแบบเดิมมาเหมือนเมื่อ 20-30 ปี ที่แล้ว ทำให้เกิดการหมุนเวียนของคนเพาะเห็ดคือ มีคนใหม่เข้ามาเพาะเห็ดสัก 2-3 ปี แล้วก็เลิกเพราะขาดทุน แล้วก็จะมีคนใหม่เข้ามาเพาะเห็ดใหม่ หมุนเวียนอย่างนี้ตลอด 20-30 ปี ที่ผ่านมา ในขณะที่ฟาร์มเห็ดที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้มีกำไร มีความมั่นใจ มีการขยายฟาร์มมากขึ้น เพราะรู้ว่าลงทุนแล้วจะได้กำไร
สำหรับนักเพาะเห็ดบ้านเรา ฟาร์มเล็กฟาร์มใหญ่ควรคำนึงถึงเทคโนโลยีให้มาก บางฟาร์มทำมาหลายปี ไม่เคยมีการวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำที่ใช้และที่ก้อนเชื้อเห็ดเลย ทั้งๆ ที่อุปกรณ์ที่ใช้วัดราคาถูกมาก จะใช้กระดาษลิทมัสราคา 30-50 บาท ต่อม้วน หรือใช้ KU kid ราคา 300-500 บาท ตรวจได้หลายสิบครั้ง หรือจะซื้อเครื่องมือดิจิตอลตรวจวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างและความชื้นราคาประมาณ 2,500-3,000 บาท ใช้ได้ตลอดหลายปี ก็ไม่มีใช้ แต่ซื้อขี้เลื่อยราคารถละ 20,000 บาท หรือปล่อยให้มีก้อนเสียเป็นพันถุงเสียได้ ถ้าไม่ซื้อไว้ใช้ก็นำน้ำหรือก้อนเชื้อเห็ดไปที่สำนักงานพัฒนาที่ดินตรวจให้ ก็สามารถทำได้ โดยให้ตรวจหาปริมาณธาตุอาหาร Ca, Mg, C, N, P, K, Fe ด้วยก็จะดี จะทำให้เรารู้ว่า เราควรจะใช้อาหารเสริมอะไร และใส่จำนวนเท่าไร ใส่มากไป ไม่ใช่ว่าจะดี ทำให้สิ้นเปลือง และทำให้มีการเกิดการปนเปื้อนสูงขึ้นได้
สัดส่วนของคาร์บอนกับไนโตรเจนก็มีส่วนที่สำคัญในด้านผลผลิต เทคโนโลยีในส่วนนี้จะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการค้นคว้าวิจัยมากขึ้น
เทคโนโลยีในการใช้พลังงานนึ่งเห็ด การเขี่ยเชื้อ การทำ Hygiene และการจัดการเพื่อลดการปนเปื้อนให้น้อยลง มีการคิดกันมาก แต่ขาดการส่งเสริมให้มีการนำไปใช้จริง นักเพาะเห็ดต้องเรียนรู้ ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง
สำหรับเกษตรกรบ้านเรา สิ่งที่ควรทำง่ายๆ ก็คือ ควรรู้ว่าอุณหภูมิในก้อนเชื้อเห็ดขณะนึ่งมีอุณหภูมิสูงสุดเท่าไร โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์ชนิดคงค่าสูงสุดไว้ได้ ขนาด 200 องศาเซลเซียส แล้วนำลงไปเสียบไว้ในก้อนเชื้อเห็ดขณะที่นึ่ง จะทำให้รู้ว่าอุณหภูมิในขณะนึ่งก้อนเชื้อเห็ด ภายในก้อนเชื้อมีอุณหภูมิสูงเกิน 100 องศาเซลเซียส หรือไม่ เทอร์โมมิเตอร์ที่ว่าราคาไม่แพงมาก ใช้ทดสอบหลายจุดในเตานึ่ง จะทำให้ทราบได้ว่าจุดไหนอุณหภูมิไม่ถึง จะได้ลดการสูญเสีย

การวัดจำนวนและชนิดของจุลินทรีย์ในห้องเขี่ยเชื้อก็มีความจำเป็น โดยใช้อาหารวุ้น PDA ธรรมดา เปิดทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที แล้วคอยเช็คดูเป็นสิ่งที่น่าจะทำ เทคโนโลยีในการเขี่ยเชื้อและทำเชื้อเห็ดยิ่งก้าวล้ำไปมาก นักเพาะเห็ดบ้านเราที่นิยมเก็บเนื้อเยื่อจากดอกเห็ดมาทำเชื้อเอง ควรที่จะมีการตรวจสอบหาไวรัสบ้าง เพราะว่าขณะนี้ไวรัสได้มีการระบาดค่อนข้างมาก ทำให้ผลผลิตลดลงมาก
           คำว่าคุณภาพและเทคโนโลยีจึงเป็นของคู่กัน เทคโนโลยีเป็นตัวทำให้ได้คุณภาพ เทคโนโลยีเป็นตัวที่ทำให้ลดต้นทุนการผลิต นักเพาะเห็ดยุคใหม่จึงควรใส่ใจเทคโนโลยีให้มาก อย่ารังเกียจเทคโนโลยี อย่าหนี จงวิ่งเข้าหาและเลือกนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ตามความเหมาะสม โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะมีสูง

termomiter

termomiter

เป็นที่ทราบกันดีในวงการเพาะเห็ด ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟาง เห็ดนางรม-นางฟ้า เห็ดขอน ฯลฯ

ในเรื่องของแมลงศัตรูเห็ดที่ระบาดกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นไรศัตรูเห็ด แมลงหวี่ หนอนแมลงหวี่ เชื้อรา หรือแม้กระทั่งราเห็ด (เห็ดที่ไม่พึงประสงค์)

ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตเห็ดลดลง หรือหากระบาดหนักก็ไม่ได้ผลผลิตก็มี ทำให้ต้องขาดทุน

บางท่านถึงกับเข็ดขยาดกับการเพาะเห็ดไปเลยก็มี วันนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง “แมลงหวี่” ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญสำหรับการเพาะเห็ดอย่างหนึ่ง

ซึ่งการระบาดนั้นเกิดจากกลิ่นอับภายในโรงเรือน กลิ่นอับจากก้อนเชื้อเห็ด รวมถึงการหมักหมมเศษวัสดุต่าง ๆ ทั้งเนื้อเยื่อเห็ดหลังจากช้อนเขี่ยทำความสะอาดหน้าก้อน บางท่านก็ทิ้งไว้ที่พื้นโรงเรือน ทำให้เน่าบูด ซึ่งเป็นกลิ่นที่ดึงดูดแมลงหวี่จากภายนอกเข้ามาภายในโรงเรือนทั้งสิ้น

การระบาดของแมลงหวี่เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดหนอนชอนไชอยู่ในก้อน เกิดจากแมลงหวี่วางไข่ที่หน้าก้อน แล้วกลายเป็นหนอน ชอนไช กินเส้นใยเห็ด และชอนไชทำให้เส้นใยเห็ดเสียหาย อีกทั้งแมลงหวี่เมื่อมาตอมที่หน้าก้อนก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดเกิดเชื้อรา ทำให้ก้อนเชื้อเห็ดชะงักการออกดอก บางท่านไม่รู้วิธีแก้ไข ก็ทิ้งก้อนบ้างก็มี

ป้องกันแมลงหวี่ในโรงเรือนเพาะเห็ด

ป้องกันแมลงหวี่ในโรงเรือนเพาะเห็ด

ผู้เขียนจะขอพูดถึงวิธีการป้องกันที่เกษตรกรทุกท่านสามารถทำได้ดังนี้นะครับ

1. รักษาความสะอาดภายในโรงเรือน ไม่ทิ้งดอกเห็ด หรือเนื้อเยื่อหลังจากแคะทำความสะอาดหน้าก้อนไว้ที่พื้นโรงเรือน ควรเก็บให้แล้วนำไปทิ้งให้ห่างจากโรงเรือน

2. ใช้ภาชนะพลาสติกสีเหลือง (กระป๋องน้ำมันเครื่องเชลล์) ทากาวเหนียวดักแมลง แขวนทั้งภายในและภายนอกโรงเรือนให้ทั่ว ควรติดให้แขวนให้สูงเพื่อไม่ให้เกะกะในการทำงาน แขวนยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี วิธีการนี้จะทำให้แมลงหวี่ที่บินเข้าภายทั้งภายในและภายนอกเข้าไปติดกับดักที่เราทำไว้ ก็เป็นการลดประชากรของแมลงหวี่ไปด้วยอีกวิธีหนึ่ง

3. ผนังโรงเรือนทั้งภายในและภายนอกควรฉีดพ่นด้วยไทเกอร์เฮิร์บ (สมุนไพรผงรวมไล่แมลง) อัตรา 20-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก 7 วัน ซึ่งกลิ่นฉุนของไทเกอร์เฮิร์บจะทำให้แมลงหวี่ไม่กล้าเข้าไปวางไข่ภายในโรงเรือน และไม่กล้าเข้าใกล้โรงเรือน ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นผลดีในกรณีการเข้าระบาดของไรศัตรูเห็ดด้วยครับ

4. หว่านสเม็คไทต์ชนิดผงที่พื้นโรงเรือนที่ชื้นแฉะเนื่องจากการให้น้ำหรืออาจจะมีเศษดอกเห็ดเน่าสะสมอยู่ การหว่านสเม็คไทต์ให้หว่านบาง ๆ เพื่อดูดกลิ่นอับที่เกิดขึ้น ควรมีการหว่านเมื่อผู้เพาะเห็ดพบว่าภายในโรงเรือนมีกลิ่นอับ หรือกลิ่นเน่าเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งนี้วิธีการนี้จะเป็นการลดกลิ่นล่อแมลงหวี่เข้ามาอีกทางหนึ่ง

สำหรับผู้ที่พบแมลงหวี่อยู่ในโรงเรือนเพาะเห็ดแล้วก็ให้นำวิธีตั้งแต่ข้อที่ 1 จนถึงข้อสุดท้ายไปฏิบัติกันได้เลยครับ แต่หากพบว่ามีหนอนแมลงหวี่เข้าไปชอนไชอยู่ในก้อนเชื้อเห็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการหมักเชื้อบีทีชีวภาพด้วยสูตรต่าง ๆ ที่ชมรมฯ แนะนำ (แล้วแต่สะดวก) เมื่อหมักครบ 24 ชั่วโมง ก็ผสมน้ำ แล้วใช้สลิง (เครื่องมือฉีดยาของแพทย์) ดึงน้ำหมักบีทีชีวภาพขึ้นมาฉีดอัดไปที่บริเวณก้อนที่หนอนแมลงหวี่ระบาด เท่านี้ก็กำจัดหนอนแมลงหวี่ก่อนที่จะโตเต็มวัยกลายไปเป็นแมลงหวี่เข้ามาวางไข่ในก้อนเชื้อเห็ดได้อยู่หมัด ในทางกลับกันก้อนที่ไข่ของแมลงหวี่จะกลายเป็นหนอน บางก้อนอาจจะมีปัญหาเรื่องเชื้อราซึ่งตัวพาหะก็คือแมลงหวี่ สปอร์ของเชื้อราอาจจะติดขาติดตัวแมลงหวี่มา แล้วมาเกิดที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดของเรา ก็ให้หมักบาซิลลัส-พลายแก้ว หมักให้ครบ 24 ชั่วโมง ผสมน้ำสเปรย์บาง ๆ เข้าไปที่หน้าก้อน หากเป็นในก้อนให้ใช้สลิงฉีดอัดไปบริเวณที่เกิดเชื้อรานั้น ๆ

หากผู้เพาะเห็ดมือใหม่ทั้งหลายเข้าไปสอบถามในเรื่องการเพาะเห็ดกับผู้ที่มีความชำนาญหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปรมาจารย์เห็ด” ก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “หากจะทำฟาร์มเพาะเห็ดให้ประสบความสำเร็จนั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงก็คือความสะอาดทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน ฟาร์มนั้น ๆ จะต้องมีการจัดการฟาร์มเห็ดที่ดี” ซึ่งหากผู้เพาะเห็ดทำได้ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำฟาร์มเพาะเห็ด

ที่มา : เขียนโดย นายสามารถ บุญจรัส (นักวิชาการ)

 

กาวเหนียวดักแมลงทาตรงที่พลาสติกสีเหลือง เอาไว้ล่อให้แมลงหวี่มาติดครับ

บีที บาซิลลัส ปราบหนอน ศัตรูเห็ด

บีที บาซิลลัส ปราบหนอน ศัตรูเห็ด

ถ้ามีหนอนเข้าทำลายก้อนเห็ดต้องใช้ นี้เลยครับ BT

สะเดา-สมุนไพรรวม-ไล่แมลง

สมุนไพรรวม-ไล่แมลง

สมุนไพรใช้สำหรับป้องกันและไล่แมลงศัตรูเห็ดครับ

เรามารู้จักก้อนเชื้อเห็ด

ก้อนเชื้อเห็ดประกอบไปด้วย

-

-

-

-

มีกี่แบบ

-

-

-

 

Page 44 of 44« First...102030...35363738394041424344

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่