แนะนำสินค้าชีวภาพ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ด

เห็ดหลินจือแดง ฟาร์มเห็ดหลินจือ เชียงใหม่ reishi-lingzhi-chiangmai-thailand (1)

เห็ดหลินจือแดง ฟาร์มเห็ดหลินจือ เชียงใหม่ reishi-lingzhi-chiangmai-thailand (1)

เห็ดหลินจือ เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายและรักษาโรคเป็นที่ยอมรับ กันอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลานาน ล่าสุดอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำสรรพคุณของพืชที่มากคุณค่าชนิดนี้มาใช้รักษาผู้ป่วยโรคไตร่วมกับการ รักษาแผนปัจจุบัน ซึ่งมีผลทำให้อาการไข่ขาวรั่วในปัสสาวะของผู้ป่วยไตลดลงและป้องกันภาวะเข้า สู่ไตวายได้

รศ.พญ.ดร. นริสา ฟูตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้เปิดเผยถึงสถิติของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังว่ามีประมาณ ๒๕๐ คน ต่อหนึ่งล้านคนต่อปี ผู้ป่วยไตเรื้อรังที่เข้าสู่ภาวะไตวายขั้นสุดท้ายต้องเข้ารับการฟอกไตหรือ เปลี่ยนไตอยู่ในอัตรา ๗% ต่อปี และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังพบว่า ๓ – ๕% ของผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บจะมีความผิดปกติของไต สาเหตุของการเกิดโรคไตนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกับสิ่งกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ ได้รับสารพิษ ฯลฯ อย่างไรก็ตามสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการไตวายขั้นสุดท้ายมาจาก ปัจจัยเสี่ยงคือ การเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูงปัจจุบันวิธีรักษาโรคไตจะรักษาโดยการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่ เป็นสาเหตุทำให้ป่วยเป็นโรคไตร่วมกับการให้ยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งยากดภูมิคุ้มกันซึ่งใช้ได้ผลในผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น ผู้ป่วยที่มีอาการไตเรื้อรังขั้นรุนแรงจะมีการตายของเนื้อไต ในที่สุดจะเข้าสู่ภาวะไตวายขั้นสุดท้ายภายในระยะเวลา ๑๐ – ๑๕ ปี

รศ.พญ.ดร. นริสา กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษาร่วมกับนักวิจัยหลายท่านได้นำไปสู่การนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษา ผู้ป่วยโรคไตร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เห็ดหลินจือได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องการสร้างสมดุลของระบบภูมิ คุ้มกันในร่างกาย มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเป็นพิษที่มีอยู่ในเลือดซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาโรคต่างๆ จึงเป็นที่มาของการนำพืชสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มีอาการดื้อต่อการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน โดยปกติแล้วเซลล์บุผิวหลอดเลือดในร่างกายของเราจะทำหน้าที่สร้างสารขยายหลอด เลือดทำให้เลือดแข็งตัวและหลอดเลือดไม่อุดตัน จากการศึกษาวิจัยโดยการตรวจสอบน้ำเลือดของผู้ป่วยในหลอดทดลองซึ่งมีเซลล์บุ ผิวหลอดเลือดพบว่าน้ำเลือดในผู้ป่วยจะทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดตายในอัตรา ที่สูง เนื่องจากในน้ำเลือดของผู้ป่วยมีสารกระตุ้นการอักเสบ ซึ่งทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดรวมไปถึงเซลล์ไตตาย ในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง แสดงให้เห็นถึงภาวะสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเสียไป เลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงไตจึงพร่อง ทั้งนี้จากการศึกษาโดยการให้เห็ดหลินจือในรูปของแคปซูลแก่ผู้ป่วยโรคไตร่วม กับยาแผนปัจจุบันคือยาขยายหลอดเลือด ผลการศึกษาพบว่าสารที่เสริมการอักเสบมีภาวะลดน้อยลง สารต้านการอักเสบมีภาวะที่สูงขึ้นและทำให้การตายของเซลล์บุผิวหลอดเลือดลดลง มีเลือดไปเลี้ยงไตเพิ่มขึ้น อัตราการกรองของเสียเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันระดับของโปรตีนหรือไข่ขาวที่รั่วออกมาในปัสสาวะก็ลดลงอย่าง เห็นได้ชัด ช่วยฟื้นฟูสมรรถนะการทำงานของไตได้ดียิ่งขึ้น เป็นการยืดอายุการเข้าสู่ภาวะไตวายได้

รศ.พญ.ดร. นริสา ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไตว่าผู้ป่วยจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ บริโภคและการดำเนินชีวิตโดยให้ความสำคัญในเรื่องอาหาร น้ำ อากาศ การออกกำลังกาย การกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณที่จำกัด ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ ดื่มน้ำให้มากเพียงพอเพื่อไม่ให้ไตขาดเลือด ที่สำคัญคือควรงดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด

ข่าวสารและบทความดีๆจาก : จุฬาสัมพันธ์ ปีที่ 48 ฉบับที่ 24

เห็ดหลินจือแดงกับความดันโลหิตสูง
อาการ หน้ามืดตาลาย หูอื้อ ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย อาการที่กล่าวมานี้ ล้วนเกิดจากการผิดปกติของหลอดเลือด ที่ไม่สามารถนำเอาออกซิเจน ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายได้เพียงพอ เมื่อรับประทานเห็ดหลินจือ ซึ่งมี สารออร์แกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) จำนวนมากเพียงพอ ที่จะฟื้นฟูอวัยวะที่ขาดออกซิเจนได้ สารออแกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) ในเห็ดหลินจือ จะช่วยดึงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า
สารออร์แกนิกเยอร์มาเนียม (Organic Germanium) จะช่วยปรับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะสมดุล สารไตรเทอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ช่วยลดความดันโลหิต ทำให้การไหลเวียนโลหิตในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ นอกจากนั้นยังช่วยระบบการย่อย ส่งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดคลอเสรเตอรอลและไขมัน ช่วยล้างพิษในตับ

ความดันสูง

สยามเห็ดฟาร์ม รู้สึกยินดีที่ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ ให้ความสนใจในการเพาะเห็ด และได้ส่งนักเรียนเข้ามาอบรมกับทางเรา ดังนั้นจัดให้แบบไม่มีกั๊ก จัดเต็มเน้นๆ ทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ เพื่ออนาคตของชาติ

 

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

สยามเห็ดฟาร์ม อบรมการเพาะเห็ด โรงเรยนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่

<<<< ทำไมเห็ดหลินจือแดง สามารถรักษาโรคหัวใจได้ >>>>

heart-
สาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ การมีไขมันจับที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจจึงส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งหนา (ท่อเลือดแดงแข็ง) ช่องในหลอดเลือดจึงตีบแคบลง และก่อให้เกิดการอักเสบของผนังหลอดเลือด หรือผนังหลอดเลือดบาดเจ็บเสียหาย ร่างกายจะซ่อมแซมผนังส่วนเสียหาย
โดยการจับตัวเป็นก้อนของเกร็ดเลือดและเม็ดเลือดขาวจึงยิ่งส่งผลให้ช่องในหลอดเลือดตีบแคบลงอีก เลือดจึงหล่อเลี้ยง
กล้ามเนื้อหัวใจลดลงจึงเกิดเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
และบ่อยครั้งการซ่อมแซมจากร่างกายนี้ก่อให้หลอดเลือดถึงอุด
ตันจึงส่งผลให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากสาเหตุขาดเลือด
ซึ่งอาจเกิดได้อย่างเฉียบพลัน และเมื่อรุนแรงจะเป็นสาเหตุให้
หัวใจหยุดทำงานทันที จึงเสียชีวิตได้ทันทีกะทันหัน นอกจากนั้น หลอดเลือดหัวใจยังสามารถบีบหดตัวได้ ดังนั้นเมื่อมีการหดตัว
ของหลอดเลือด จึงส่งผลให้รูท่อหลอดเลือดตีบแคบลงจึงเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได้ เช่น จากภาวะมีความเครียดสูง เป็นต้น

++ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ++

1.มีไขมันในเลือดสูง

2.โรคเบาหวาน เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้หลอดเลือดอักเสบ

3.โรคความดันโลหิตสูงจากผนังหลอดเลือดแข็งตัว (หลอดเลือดแดงแข็ง) และมักเกิดร่วมกับโรคเรื้อรังอื่นๆเช่น เบาหวานและไขมันในเลือดสูง

4.สูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่ทำลายเซลล์ของหลอดเลือดโดยตรง ก่อให้หลอดเลือดแข็งและยังทำลายเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรงด้วย

5.อ้วน เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง

6.ขาดการออกกำลังกาย เพราะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอ้วน

7.ความเครียด เพราะส่งผลให้หลอดเลือดต่างๆโดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองบีบหดตัว ช่องในหลอดเลือดจึงตีบแคบ กล้ามเนื้อหัวใจและเซลล์สมองจึงขาดเลือดได้

8.กินอาหารไม่มีประโยชน์และกินอาหารไขมันสูง จึงมีผลต่อสุขภาพของเซลล์ต่างๆทั่วร่างกายรวมทั้งของหลอดเลือดหัวใจ

9.พันธุกรรม เพราะพบโรคได้สูงกว่าในคนมีประวัติครอบครัวเป็น
โรคนี้

+++ เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคเหล่านี้ได้อย่างไร +++

1.เห็ดหลินจือมีฤทธิ์ลดความหนืดของเลือด ลดความเข้มข้น
ของเลือดทำให้เลือดไหลเวียนดี ได้สะดวก เพิ่มค่าความเร็วใน
การตกตะกอนของเลือด ลดระดับไขมันในเลือดทั้งคลอเรสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ยับยั้งการรวมตัวของเกร็ดเลือดช่วย
ให้เม็ดเลือดแดงเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพื่อให้ไหลผ่านไปตาม
เลือดไปตามอวัยวะต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

2.เห็ดหลินจือจะมีสารสำคัญที่ช่วยลดความดันโลหิต และลด
ไขมันในเลือดคือ กรดกาโนเดอริค ที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือทำ
หน้าที่ยับยั้งการรวมตัวของเกร็ดเลือด นอกจากนี้ยังพบอีกว่า
เห็ดหลินจือมี สารอัลคาลอยด์ ซึ่งสารชนิดนี้จะทำหน้าที่ลด
แรงเสียดทานในผนังของเส้นเลือดของหัวใจ

3.เห็ดหลินจือยังมีสารเยอมาเนียมที่จะช่วยเข้าไปเพิ่มออกซิ
เจนในเลือดและช่วยสลายลิ่มเลือดไม่ให้อุดตันได้ ทั้งยังช่วย
สลายไขมันและคอเรสเตอรอลที่อุดตันตามผนังหลอดเลือด
ทำให้ร่างกายมีออกซิเจนในกระแสเลือดมากขึ้น จึงส่งผลต่อ
การทำงานของหัวใจได้ดีขึ้น

จากการกินยาแผนปัจจุบันมากเกินไปจึงส่งผลให้ตับ ไตมีปัญหาตามมา
ดังนั้นเราจึงควรหันมาให้ความสำคัญในการรักษากับสมุนไพรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและไม่มีสารตกค้าง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแม้จะรับประทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็ตาม

ที่มา website: www.herbfarm4u.com

HIV blood sample

นับจากปี พ.ศ.2528 ที่เริ่มมีการแพร่ระบาดโรคเอดส์เป็นครั้งแรกในเมืองไทย มีเรื่องเล่าถ่ายทอดกันมากมายถึงการใช้เห็ดหลินจือในการรักษาโรคเอดส์โดยมีทั้งเหตุการณ์ที่ได้ผล คือผู้ป่วยมีอาการปกติ ไม่แสดงอาการใดๆของโรคออกมาและที่ไม่ได้ผล คือผู้ป่วยมีอาการทรุดลงมาก จนถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี

กล่าวได้ว่า การใช้เห็ดหลินจือในการรักษาผู้ป่วยเอดส์มีมาโดยตลอด แต่ขาดความรู้ความชำนาญในด้านปริมาณและการดูแลเสริมที่ถูกต้อง จึงไม่มีใครกล้าฟันธงว่า การใช้เห็ดหลินจือรักษาโรคเอดส์ดีจริงหรือไม่ แต่จากประสบการณ์ของผมที่ได้พานพบกับผู้ป่วยเอดส์มานานกว่าสิบสี่ปีมีผู้ป่วยหลายรายได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก อาทิ

ทหารเรือชาวสัตหีบคนหนึ่ง ป่วยเป็นเอดส์ระยะสุดท้ายเมื่อราวปี พ.ศ.2537 ร่ายกายผ่ายผอมมาก แรงน้อย มีแผลเน่า เปื่อยตลอดตัว เนื่องจากภูมิต้านทานลดต่ำลงมาก ค่า CD4 ( เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ) เหลือเพียง 60 เท่านั้น จนแพทย์ผู้รักษาให้ออกจากโรงพยาบาลนำกลับมารักษาตัวที่บ้าน เนื่องจากคิดว่าไม่มีทางใดช่วยให้อาการดีขึ้นได้แล้ว คนไข้ผู้นี้ได้รับคำแนะนำให้ทานเห็ดหลินจือสกัดชนิดแคปซูล ขนาดบรรจุสารสกัดแคปซูลละ 125 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละประมาณ 15-20 แคปซูล ก่อนอาหารทั้งสามมื้อ ผลปรากฏว่าผู้ป่วยรายนี้มีอาการดีวันดีคืน จนร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ แม้จะยังคงมีเชื้อ เอชไอวีอยู่ในร่างกายก็ตาม

เช่นเดียวกับผู้ป่วยเอดส์รายหนึ่งที่จังหวัดลำปาง ก่อนติดเชื้อมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม แต่กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อน้ำหนักก็ลดลงมาจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกนั่ง และทุกคนต่างคิดว่าไม่รอด แต่เมื่อได้รับยาเห็ดหลินจือแคปซูลขนาด 125 มิลลิกรัมผสมสารสกัดมะระขี้นก 20 มิลลิกรัม( เพื่อกระตุ้นการรับประทานอาหารเพิ่ม ) ในเวลาสี่เดือนน้ำหนักขึ้นจาก 35 กิโลกรัมมาอยู่ที่ 52 กิโลกรัม และกลับมาทำงานได้ตามปกติผ่านไปอีกสามปี น้ำหนักขึ้นมาที่ 75 กิโลกรัม แม้ในตัวเขาจะยังคงมีเชื้อเอชไอวีอยู่และมีรอยคล้ำดำตามลำตัวก็ตาม ปัจจุบันผู้ป่วยรายนี้ยังใช้ยาสกัดเห็ดหลินจืออยู่อย่างสม่ำเสมอ

เหล่านี้เป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนเท่านั้นครับ กล่าวได้ว่า สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเกิดจากการได้รับยาเห็ดหลินจือในปริมาณที่ถูกต้องจนทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานสูง แม้เชื้อในร่างกายจะยังคงคายพิษร้ายออกมา หรือแม้ร่างกายจะไม่สามารถกำจัดเชื้อร้ายเอชไอวีให้หมดไปได้แต่ก็สามารถต้านทานไว้จนไม่แสดงอาการของโรคออกมา
หลายคนมีปัญหาคาใจในยาแผนโบราณ และไม่ยอมศึกษาข้อเท็จจริงเพื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงพลาดการรับรู้สิ่งดีๆ สิ่งที่คุณค่าที่มนุษย์จะสามารถแสวงหาได้จากยาสมุนไพร เช่นเดียวกับเห็ดหลินจือที่มีการพัฒนาทั้งระบบการผลิตและมีการวิจัยกันมาอย่างต่อเนื่อง

ถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะหันหน้ามาให้ความสำคัญกับสมุนไพรกันให้มากกว่านี้

ที่มา: อ. มงคลศิลป์ บุญเย็น. นิตยสารBeWell. ปีที่ 3 ฉบับที่ 29 (กุมภาพันธ์ 2551) หน้า 44-45.

Page 6 of 45« First...234567891011...203040...Last »

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่