แนะนำสินค้าชีวภาพ

ข่าวดี … วันแห่งความรัก 2560 สำหรับลูกค้าสยามเห็ดฟาร์ม แจกฟรี !!! Vitamin เห็ด สำหรับทำก้อนเห็ด 1 ขวด 500 cc
… วันนี้ วันเดียวเท่านั้น

ลูกค้าสยามเห็ดฟาร์ม Like & Share รับฟรีและส่งฟรี 1 ขวด 500cc สามารถทดลองใช้ได้กับขี้เลื่อย 500 กิโลกรัม แจกฟรี 1 วันเท่านั้น จนกว่าของจะหมดนะคร้าบ …
ติดต่อได้ทาง line id = @siammushroom

วิตามินเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม

วิตามินเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม

วิตามินเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม

วิตามินเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม

วิตามินเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม

วิตามินเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม

 

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อยถือเป็นเห็ดที่อยู่คู่เมืองไทยมาแสนนานสมับก่อนการเพาะเห็ดโคนน้อยนั้น

เค้าจะทำเป็นฤดูเท่านั้น เช่นหลังเก็บเกี่ยวถั่วเหลือง ถั่วดิน ข้าวโพด แล้วเปลือกพวกนี้เค้ามักจะมาสุมกันละเอาน้ำรด ประมาณ7-10วันก็จะมีเห็ดพวกนี้เกิดขึ้น

ถ้าเกิดจากถั่วดินก็เรียกเห็ดถั่วดิน แต่การเกิดเห็ดพวกนี้จะเกิดไม่มากเพราะต้องพึ่งธรรมชาติ ดังนั้นเห็ดพวกนี้มักจะมีจำนวนน้อย รสชาติอร่อย หวาน การขายมักจะขายในพื้นที่เท่านั้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นบรรดาเห็ดถั้วดิน ข้าวโพด ถั่วโหลือง รสชาดดีที่สุดคือถั่วเหลือง คนเหนือเรียกเห็ดถั่วเน่า ใต้เรียกเห็ดขี้ม้า ต่อมา เปลี่ยนชื่อเพราะชื่อมันไม่เป็นมงคล เปลี่ยนเป็นชื่อ เห็ดโคนน้อย

โดย อาจารย์อานนท์ เอื้อตระกุล เป็นผู้ที่ตั้งชื่อเห็ดโคนน้อยนี้ขึ้นมาใหม่

5589289110004

เห็ดโคนน้อยหรือเห็ดถั่วนั้นเป็นเห็ดที่มีโปรตีนสูงเป็นอันดับ1ในบรรดาเห็ดทั้งหมดมันจึงโตเร็วและบานเร็ว นิสัยของเห็ดโคนน้อยชอบอากาศแบบร้อนชื้นอุณภูมิ 35-38จะเป็นอุณภูมิที่เห็ดโคนน้อยชอบมากที่สุด

ความชื้นต้องประมาณ80%ขึ้นไป การเพาะเห๋ดโคนน้อยแบบก้อนจะมีการดูแลง่ายกว่าการเพาะแบบฟางมากขึ้นถึง3เท่า

ทั้งลดการเกรา การเก็บ การเพาะ

 

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่ (10) เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่ (14) เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่ (16)จำหน่ายดอกเห็ดโคนน้อยปลอดสารพิษ

ใช้วัสดุจากธรรมชาติไม่ส่วนผสมของเคมี

จำหน่ายดอกเห็ดโคนน้อย กิโลกรัมละ 130 บาท

สนใจติดต่อ 086-6700482

Line : @siammushroom

 

ก้อนเชื้อเห็ดโคนน้อย

 

จำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดโคนน้อย เปิดดอกจากถุงก้อนเชื้อ

ราคาก้อนละ 15 บาท ขั้นต่ำ 30 ก้อนขึ้นไป

มีบริการจัดส่งทั่วไทย ขนส่งเอกชน , Kerry

ต่อต่อสอบถาม line id = @SiamMushroom

 

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

เห็ดโคนน้อย เชียงใหม่

ก้อนเชื้อเห็ดโคนน้อย (2)

ก้อนเชื้อเห็ดโคนน้อย

วิธีเพาะเห็ดโคนน้อย

 

เห็ดโคนน้อย หรือ เห็ดโคนเพาะ ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือ “เห็ดถั่ว” นั่นเอง แต่เป็นคนละชนิดกับเห็ดโคนปลวก เห็ดถั่วเป็นเห็ดที่เรารู้จักกันมานานแล้ว และสามารถที่จะนำไปเพาะเพื่อเป็นการค้าก็ได้ เห็ดโคนน้อยนี้จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละจังหวัด เช่น เห็ดถั่วทอง (กาญจนบุรี) เห็ดโคนน่านหรือเห็ดโคนขาว (ลำปาง แม่ฮ่องสอน) เห็ดคราม (ขอนแก่น มหาสารคาม) เป็นต้น การตั้งชื่อเห็ดโคนน้อย ก็เพื่อเป็นจุดขาย และปัจจุบันก็เป็นที่ยอมรับกันในวงการเพาะเห็ด


เห็ดโคนน้อย (เห็ดถั่ว) เป็นเห็ดที่เพาะง่าย และให้ผลผลิตที่สูง มีรสชาติอร่อย จึงเริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้างมากขึ้น จากเดิมที่บริโภคเฉพาะในท้องถิ่น เราสามารถนำมาบริโภคได้ภายใน 5-7 วันนับจากวันที่เริ่มเพาะเห็ด โดยใช้ ฟางข้าว เป็นวัสดุเพาะ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะใช้วัสดุเพาะอื่น ๆ เพาะได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นต้นและใบถั่วต่าง ๆ ต้นและซังข้าวโพด ทะลายปาล์มน้ำมัน ผักตบชวา ต้นและใบกล้วยที่นำมาหมักให้ย่อยสลายบางส่วน ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นวัสดุเพาะได้ทั้งสิ้น และเป็นวัสดุเพาะที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น การเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนสามารถทำได้ง่ายๆโดยวิธีการเพาะแบบกอง ไม่จำเป็นต้องเพาะในโรงเพาะเห็ด


อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ด

  1. วัสดุใช้ในการเพาะเห็ดโคนน้อย (เห็ดถั่ว) เช่น ฟางข้าว ต้นข้าวโพด เปลือกมันสำปะหลัง ผักตบชวา ต้นหรือใบกล้วยแห้ง ทะลายปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
  2. ไม้แบบหรือกระบะเพาะ ขนาดที่มีความกว้าง 30 ยาว 50 สูง 30 เซนติเมตร หรือทำจากแผ่นโลหะก็ได้
  3. ก้อนเชื้อเห็ดโคนน้อย จะต้องเป็นเชื้อที่บริสุทธิ์ แข็งแรง และเป็นสายพันธุ์ที่คัดเลือกมาแล้ว
  4. อาหารเสริมใส่ให้กับเห็ดโคนน้อย โดยใช้ปุ๋ยยูเรียในอัตราการใช้ 0.5 กิโลกรัม ต่อน้ำ 70 ลิตร
  5. อุปกรณ์การต้มน้ำ ได้แก่ ถังน้ำมัน 200 ลิตร หรือหม้อต้ม และเชื้อเพลิง อาจใช้ฟืนหรือก๊าซหุงต้มก็ได้
  6. เชือกสำหรับมัดฟางข้าว
  7. พลาสติกสำหรับคลุมกองวัสดุเพาะเพื่อปรับอุณหภูมิที่เราต้องการ และเป็นการบ่มกองวัสดุเพาะด้วย

วิธีการเพาะ อัดวัสดุเพาะในกระบะหรือแบบพิมพ์ เสร็จแล้วอัดฟางให้แน่นแล้วนำเชือกมามัดฟางให้เป็นก้อน หรือจะกะน้ำหนักให้ได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม ต่อมัด หลังจากนั้น ต้มน้ำแล้วละลายอาหารเสริมในน้ำที่เดือด ที่อุณหภูมิประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส หรือพอน้ำเดือด จึงนำวัสดุเพาะฟางข้าวที่มัดเป็นก้อนจุ่มลงไป ในน้ำทิ้งเอาไว้นาน 5-10 นาที เพื่อให้อาหารเสริมได้ซึมเข้าไปในวัสดุเพาะ และเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดโรคและแมลง และวัชพืชเห็ดต่าง ๆ อีกด้วย จากนั้น นำขึ้นแล้วปล่อยให้เย็นลง ใส่เชื้อเห็ดลงไป


ถ้าใส่เชื้อเห็ดในขณะที่วัสดุเพาะที่ยังร้อนอยู่จะทำให้เชื้อเห็ดตายได้ ยีก้อนเชื้อเห็ดให้กระจายออก นำมาผสมกับรำข้าวในอัตราส่วน 1:1 แล้วหยอดเชื้อเห็ดเป็นจุด ๆ รอบ ๆ กองวัสดุเพาะ แต่ละจุดห่างกัน 10-15 เซนติเมตร และต้องลึกลงไปในวัสดุเพาะ 1 นิ้ว ใช้มือหรือไม้ทำเป็นรูใส่เชื้อเห็ดก็ได้ หลังจากนั้น นำพลาสติกมาคลุมที่กอง ใช้พลาสติกสีดำหรือสีฟ้าก็ได้ โดยพลาสติกจะเป็นตัวที่จะดึงดูดแสงและควบคุมอุณหภูมิได้ดี


จากนั้นคลุมด้านบนอีกชั้นด้วยกระสอบป่านหรือฟางข้าวก็ได้ เพื่อให้เกิดความร้อนภายในกองวัสดุเพาะ เชื้อเห็ดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 35-45 องศาเซลเซียส ระยะนี้ ไม่จำเป็นจะต้องนำอากาศเข้าไปในกองเห็ด เส้นใยเห็ดโคนน้อยจะเจริญเติบโตได้รวดเร็ว โดยปกติ 4-5 วัน เส้นใยเห็ดจะเจริญได้ทั่วทั้งวัสดุเพาะแล้ว


การกระตุ้นให้เส้นใยเห็ดโคนน้อยเกิดดอก ต้องยกวัสดุคลุมกองให้สูงขึ้นกว่าในตอนแรก เนื่องจากเวลาเกิดดอกแล้วจะติดอยู่กับพลาสติกที่คลุมอยู่และเป็นการสะดวกในการเก็บผลผลิต การทำที่คลุมต้องทำเป็นลักษณะคล้ายฝาชีครอบลงไปเพื่อสะดวกต่อการเปิดปิดง่าย จะใช้วัสดุที่ทำจากไม้ไผ่ หรือกรงเหล็กครอบกองก็ได้ ให้มีความสูง 20-30 เซนติเมตร และคลุมด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันการระเหย และต้องเจาะรูเพื่อเป็นการระบายอากาศ ส่วนด้านบนและด้านหลังควรคุมด้วยฟางแห้งให้มิดชิด


สำหรับการดูแลรักษาโดยทั่ว ๆ ไป หลังการเพาะจะต้องดูแลเรื่องศัตรูพืช เช่น มด ไรต่าง ๆ ไม่ให้มารบกวน อาจโรยปูนขาวรอบๆกอง และควรจะให้อุณหภูมิอยู่ประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส และรดน้ำบนพื้นหรือวัสดุคลุมกอง หากภายในกองแห้งเกินไป


การเก็บผลผลิตจะเริ่มเก็บช่วงบ่ายถึงเย็น วิธีเก็บให้ใช้มีดสอดไปที่ฐานของดอกเห็ดพร้อมทั้งบิดไปมา ซ้ายขวา ดอกเห็ดโคนน้อยมีขนาดเล็กจะหลุดได้ง่าย จึงต้องระมัดระวัง เมื่อเก็บดอกเห็ดแล้วควรนำไปใส่ภาชนะที่สะอาด เช่น ตะกร้าหรือกะละมัง และไม่ควรใส่มากเกินไป จะทำให้ดอกเห็ดทับกันทำให้ช้ำได้ง่าย ดอกเห็ดจะบานและเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 3-5 ชั่วโมง การยืดเวลาไม่ให้เห็ดเกิดความเสียหายได้ง่าย จึงควรเก็บในที่เย็น ที่อุณหภูมิ ประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส และเก็บในลักษณะสูญญากาศ

 

ที่มา : http://stri.cmu.ac.th/article_detail.php?id=27

 


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่