แนะนำสินค้าชีวภาพ

โปรโมชั่นพิเศษเดือนแห่งความรัก วันแม่ปีนี้ 2557 สั่งซื้อสินค้าผ่านทาง Line ลด 12% ทุกรายการ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2557

 

โปรโมชั่นพิเศษเดือนแห่งความรัก วันแม่ปีนี้ 2557

โปรโมชั่นพิเศษเดือนแห่งความรัก วันแม่ปีนี้ 2557

เรื่องของการเพาะ เห็ดนั้น กล่าวได้ว่าขึ้นอยู่กับอัธยาศรัยของผู้เพาะโดยแท้ นอกจากเกษตรกรจะ สามารถเลือกชนิดเห็ดที่ชอบ ระยะเวลา ปริมาณที่เพาะได้ตามความสมัครใจ และ ความพร้อมได้แล้ว เกษตรกรบางรายยังเลือกที่จะบังคับให้เห็ดทะยอยออกดอกให้ ได้เก็บทุกวัน เพื่อให้ได้เงินทุกวันและไม่ให้ล้นตลาด ในขณะที่เกษตรกรอีกคน อาจเลือกที่จะบังคับให้เห็ดออกดอกเป็นชุดๆ พร้อมๆกัน เพื่อให้เก็บได้คราวละ มากๆ จะได้ไม่เสียเวลา และใช้วิธีหมุนเวียน(กรณีมีก้อนเห็ดมาก) ส่วนวิธีการ บังคับดอกนั้น เฉพาะเห็ดนางฟ้า- นางรม ทำได้หลายวธีทั้งใช้ปุ๋ย ฮอร์โมน แต่ ขอเล่าให้ฟังเฉพาะวิธีงดน้ำ

** ข้อแนะนำ **

1. วิธีการนี้ใช้ได้กับ เห็ดตระกูลนางฟ้า-นางรมเท่านั้น
2.ใช้วิธีการนี้หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกแล้ว(ซึ่งเห็ดรุ่นแรกมักจะออกดอก พร้อมกันอยู่แล้ว)
3. หากอยากให้เห็ดทะยอยออกดอกทุกวัน ก็ใช้วิธีรดนำให้ความชื้นสมำเสมอทุกวัน ก้อนเห็ดจะรัดตัว และเมื่อพร้อมก็จะทะยอยออกดอกให้ได้เก็บทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง

++ วิธีการปฏิบัติ ++
หากอยากให้เห็ดออกดอกเป็นชุด ให้ทำตามวิธีการดังนี้

1. หลังจากเก็บดอกเห็ดชุดแรกเสร็จ ให้ทำความสะอาดหน้าเห็ด หากพบรากเห็ด หรือโคนเห็ดถูกดึงออกไม่หมดติดค้างอยู่ที่คอขวด ให้ใช้ช้อนแคะออกให้หมด

2. จากนั้นงดให้น้ำเห็ดนางรม-นางฟ้า เป็นเวลา 4-7 วัน หากในระยะ 4-5 วันแรกมีเห็ดแทงดอกให้แคะทิ้ง หรือปล่อยให้ดอกเห็ดแห้ง ห้ามใจอ่อนรดน้ำเด็ดขาด

3. เมื่อถึงวันที่ 6-7 หรือหากเป็นพันธุ์หนัก วันที่ 9-10 จะเกิดตุ่มดอกเห็ดชุดใหม่ทะยอยเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ให้เริ่มรดนำให้ความชื้น และอาจกระตุ้นให้ความสดชื่นโดยการใช้เครื่องดื่มชูกำลังที่มีขายทั่วไป อัตรา 1 ขวด ผสมนำ 20 ลิตร ฉีดพ่น หลังให้นำครั้งแรก เห็ดจะออกดอกใด้สมำเสมอยิ่งขึ้น (ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีนะครับ เห็ดจะออกดอกครั้งเดียวแล้วหายไปเลยเพราะเสียกำลัง)

เท่านี้เห็ดนางฟ้า-นางรมของท่านก็จะออกดอกพร้อมกันเป็นชุดๆแล้ว

ล้างหน้าก้อนเชื้อเห็ดนางรม-นางฟ้าเก่ากระตุ้นการออกดอก
ก้อนเห็ดเมื่อเราเปิดดอกไปได้ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป อาหารด้านในก็จะเริ่มหมดไป และปริมาณผล ผลิตก็จะเริ่มน้อยลง หน้าก้อนเห็ดอาจจะแข็ง เรามีวิธีการกระตุ้นให้ดอกเห็ด ออกได้อีกและปริมาณการให้ผลผลิตเทียบเท่ากับครั้งที่สองของการออกดอกในเดือน แรก โดยวิธีการง่าย ๆ คือการล้างหน้าก้อนเห็ด

++ วิธีการมีดังนี้ ++

1. เอาคอขวดออก
2.ดึงถุงให้ยืดจนสุดและพับปากถุงเข้าไปนิดหน่อย
3.ใช้น้ำฉีดไปล้างที่หน้าก้อนเห็ด โดยถ้าก้อนไหนหน้าก้อนแข็งมากก็เอามือถู หรือใช้ช้อนขูดออกเบา ๆ
4.หลังจากนั้นประมาณ 3-5 วันเห็ดจะเริ่มออกดอกพร้อม ๆ กัน

กาวเหนียวดักแมลง แบบไข ใช้ง่าย ทาสะดวก

หลักการ

กับดักกาวเหนียวเป็นการใช้วัสดุทาด้วยสารที่มีลักษณะเหนียว คล้ายกาว เพื่อดักแมลงที่บินมาให้ติดกาวเหนียว ทำให้แมลงเหล่านั้นไม่สามารถเคลื่อนที่หรือบินหนีไปได้

กลุ่มแมลงเป้าหมาย

แมลงศัตรูพืชผัก เช่น เพลี้ยอ่อน ด้วงหมัดผัก แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ แมลงวันเจาะผล แมลงวันหนอนชอนใบ ผีเสื้อหนอนคืบ หนอนใยผัก และผีเสื้อกลางวันชนิดต่าง ๆ
การใช้กับดักกาวเหนียวในแปลงผัก กรณีที่มีศัตรูพืชระบาด ควรติดตั้งกับดักให้สูงประมาณ 30 ซม หรือสูงกว่ายอดต้นผักเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว โดยใช้กับดักประมาณ 60-80 กับดัก/พื้นที่ 1 ไร่ ส่วนในฤดูที่มีการระบาดของศัตรูพืชน้อยอาจใช้เพียง 15 – 20 กับดัก/ไร่
ใช้ในโรงเรือนเพาะเห็ด – ติดให้มาที่สุดเท่าที่จะติดได้ เพื่อตัดวงจรแมลงในโรงเรือน

คุณสมบัติ :

- กาวเหนียว ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีสารเคมีตกค้าง

- สำหรับดักแมลงศัตรูพืชทุกชนิด เพลี้ยอ่อน หนอนชอนใบ

- ทนแดด ทนน้ำ ทนน้ำฝน ทนความร้อนได้ดี

- ใช้สะดวกในแปลงผัก สวนดอกไม้ ไม้ดอก ไม้ผล ไร่นา ทาครั้งเดียวใช้ได้นาน 60 วัน

- ใช้เป็นกับดักแมลงวันทองได้ดี

วิธีใช้ :

- ทากาวลงแผ่นพลาสติกที่มีสีเหลือง

- ติดให้สูงกว่าพื้นประมาณ 20-40 ซ.ม.

- ระยะห่าง 3 – 4 เมตร

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

- แมลงที่มาติดกับดักแผ่นสีเหลืองทากาวนั้น ส่วนใหญ่ได้แก่ แมลงต่อไปนี้ครับ (รวบรวมจากงานวิจัยหลาย ๆ ฉบับน่ะครับ)

- ส่วนใหญ่จะเป็นแมลงที่ออกมาให้เห็นในเวลากลางวันครับ ได้แก่…

- เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น ด้วงหมัด แมลงหวี่ขาว แมลงวันเจาะผล แมลงวันทอง แมลงวันหนอนชอนไป และผีเสื้อกลางวันชนิดต่าง ๆ ครับ

- ส่วนผีเสื้อกลางคืน ที่มาติดกับดัก ก็ได้แก่ ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้หลอดหอม ผีเสื้อกลางคืนของหนอนใยผัก ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้ผัก และผีเสื้อกลางคืนของหนอนคืบกะหล่ำ ครับ

- ซึ่งแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็พบในแปลงปลูกดอกไม้ด้วยเช่นกันนะครับ แต่อาจะไม่มากเท่าแปลงผักครับ

- และที่สำคัญก็คือ แมลงศัตรูเหล่านี้ ดื้อยาฆ่าแมลงเสียแล้วเป็นส่วนมากน่ะครับ การใช้กับดักกาวเหนียวทาบนแผ่นสีเหลือง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ ที่น่าจะนำมาทบทวนกัน สำหรับแมลงศัตรูที่ดื้อยาแล้วด้วยเช่นกันนะครับ

อิทธิพลของสีต่อการบินเข้าติดกับดักกาวเหนียวของแมลงวันทองและแมลงต่างๆ พบว่า
พบว่า สีเหลืองได้ผลดีที่สุดครับ

- เพราะแมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่นั้น ชอบสีเหลืองครับ

 

กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง แถมถุงเหลือง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง แถมถุงเหลือง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง

ข้าพเจ้าเคยเล่นการเมืองท้องถิ่น(อบต.) อยู่ 2 สมัย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาดข่า ใน 2 สมัยนั้นหมายถึง 8 ปี (พ.ศ.2540-2548) ข้าพเจ้าไม่มีเวลาไปประกอบอาชีพเลย เงินเก่าที่สะสมไว้ก็หมด และต้องกู้ยืมจากเพื่อนบ้าน วันแล้ววันเล่า จนทำให้ ข้าพเจ้านำครอบครัวเข้าสู่หนี้สินถึงจำนวนกว่า 4 ล้านบาท

จากนั้นตัดสินใจลงเวทีการเมือง มามองเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ตามปรัชญา ของพระองค์ท่าน ในหลวงของเรา ข้าพเจ้ามีพื้นฐานอยู่คือ มีที่ทำกินอยู่ 65 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อที่แบ่งเอาไว้ให้ เมื่อปี พ.ศ.2534 และหลังจากนั้นก็พยายามทำสวนอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีเวลาทำ ดินก็แห้งแล้ง และแหล่งน้ำก็ไม่พอ

มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ปรึกษากับภรรยาของข้าพเจ้า และถามเธอว่า ตื่นเช้ามาแต่ละวันเธอจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นลูกสาว 2 คนกำลังเรียนอยู่ คนโตอยู่มหาวิทยาลัย อีกคนเล็กอยู่มัธยมใกล้บ้าน ภรรยาข้าพเจ้าตอบว่า จะต้องใช้ประมาณวันละ 1,000 บาท เพราะรวมถึงผ่อนดอกเบี้ยเงินกู้เขาด้วย ข้าพเจ้าได้คิดหนักอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ข้าพเจ้าวางกรอบให้ตนเองคิด หาเงินอยู่เฉพาะในที่ดินของตนเองเท่านั้น จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ให้เวลามากๆ กับลูกๆ ไม่คิดที่จะไปหาเงินจากต่างถิ่น

ในที่สุดข้าพเจ้าก็คิดออก  โดยเริ่มต้นปลูกพริก 2 งาน ทำฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม ในเนื้อที่ 1ไร่ เริ่มจากการไถพรวนดินยกร่อง กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามแนวที่ดินได้ประมาณ 20 แปลง ปลูกพริกสายพันธุ์พริกส้ม ลักษณะเมล็ดดิบสีทอง เมื่อสุดสีออกส้ม รสเผ็ด จุดเด่นคือกลิ่นหอม ดูแลรักษาง่าย ที่ดินอีกส่วนหนึ่งข้าพเจ้าได้ทำฟาร์มเห็ด เพื่อเปิดดอกเอง จำนวน 4 ฟาร์ม กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร จะได้ก้อนเห็ดฟาร์มละ 5,000 ก้อน รวมจำนวน 20,000 ก้อน เป็นเห็ดนางฟ้าภูฐาน และเห็ดฮังการี่

เมื่อพริกอายุได้ประมาณ 3 เดือนก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า กับภรรยาคู่ชีวิตของข้าพเจ้า ใช้เวลาเก็บพริก ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 3 โมงเช้า (06.00น.-09.00น.) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้พริกคนละ 10 กก. รวมเป็น 20 กก. ขายส่งกก.ละ 50 บาท เพราะเราทำเป็นพริกอินทรีย์ ราคาไม่มีตกกว่านั้น รวมเป็นเงิน 1,000 บาท ส่วนเห็ดนั้น ได้เริ่มเก็บผลผลิตตั้งแต่ เอาเข้าฟาร์มได้ 1 เดือน ฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม แบ่งเป็นฮังการี 2 ฟาร์ม นางฟ้าภูฐาน 2 ฟาร์ม เก็บดอกเห็ดได้เฉลี่ยวันละ 40 กก. ราคากก.ละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท

ดังนั้นในที่ดิน 1 ไร่ ของข้าพเจ้า แต่ละวันได้จากพริก 1,000 บาท ได้จากเห็ด 1,200 บาท รวมเป็นเงินวันละ 2,200 บาท หรือเดือนละ 66,000 บาท ซึ่งไม่ได้รวมถึง ช่วงไหนราคาพริกขึ้น หรือราคาเห็ดเพิ่มขึ้น ฉะนั้นข้าพเจ้าก็เลยเห็นทางออก และสามารถที่จะส่งลูกเรียนจบ ปริญญาตรี ได้ทั้ง 2 คน โดยไม่ได้ยืมจากกองทุนการศึกษาของรัฐบาลเลย ทั้งยังสามารถปลดหนี้สิ้นทั้งหมดได้ภายในเวลา 4 ปี

 

แหล่งที่มา : kasetonline.com

 

 

วิธีเพาะเห็ดแบบรวดเร็วและประหยัดแรงงาน มอบไว้เป็นมรดกโลก

การปลูกเห็ดกำลังเป็นเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรมากโข ในวงกว้าง   แต่การบ่มเพาะเห็ดเพื่อการค้า มีกระบวนการที่เหนื่อยยากอยู่ส่วนหนึ่งคือ ช่วงบ่มเชื้อ ที่ต้องให้ความชื้นด้วยการฉีดพ่นละอองน้ำทุกวันเป็นเวลานานนับเดือน

 

ครั้งหนึ่งผมเคยไปซื้อถุงเชื้อเห็ดมาลองเพาะดู  ซื้อมาสองถุง ถุงหนึ่งทำการรดน้ำแบบที่คนขายบอกตามวิธีการมาตรฐาน   อีกถุงหนึ่งผมไม่รดน้ำเลย  แต่เอาจานใส่น้ำไปวางไว้ก้นถุง (เอาถุงห้อยลอยไว้)  ปลากดว่า (ปลาหมอก็คงว่าด้วยแหละ) ถุงหลังนี้ออกดอกใน ๒วัน  ส่วนอีกถุงที่ปลูกตามวิธีปกติออกดอกใน ๔ วัน  แถมดอกในถุงหลังงามกว่าเสียอีก แถมยังไม่ต้องเสียแรงรดน้ำ ๔ วัน เช้าเย็น

 

ด้วยเหตุนี้ผมเลยเกิดแนวคิดในการเพาะเห็ดแบบใหม่ดังนี้

1) สร้างโรงเรือนเป็นเรือนทรงกระบอกกลม  หรือ ๘ เหลี่ยมด้านเท่า  ทำด้วยเสาไม้ไผ่ก็ได้ แล้วหุ้มผนังโดยรอบด้วยผ้าพลาสติกแบบ slant  (มีรูพรุน)  ส่วนหลังควรคลุมด้วยพลาสติกสีชา หรือทึบ  กันแดด ฝน

2)  สมมติว่าโรงเรือนมีขนาดเส้นผ่าศก. สัก ๕ เมตร  จากนั้นตรงกลางห้องให้ขุดบ่อขนาด ๒ เมตร ลึก 50 ซม.  เอาพลาสติกรองก้น เอาน้ำเทลงไปให้เต็ม  เอาสุ่มไก่ไปครอบไว้ เอาใส้ตะเกียง หรือเศษผ้าขี้ริ้ว ไปห้อยไว้กับสุ่มไก่ ปล่อยปลายให้จุ่มน้ำจนเปียกโชก

3)  จากนั้นพื้นที่วงรอบนอกของบ่อน้ำ  ก็เอาลวดหรือเชือก ไปห้อยไว้จากขื่อหลังคาโดยรอบ ห้อยยาวมาถึงพื้นห้อง   แล้วเอาถุงเห็ดไปห้อยไว้กับเชือกเหล่านี้อีกที (โดยไม่ต้องทำชั้นวางถุงเห็ดให้สิ้นเปลือง)  โดยเชือกเส้นหนึ่งก็ห้อยได้สัก ๒๐ ถุง   เชือกสองร้อยเส้นก็อาจห้อยได้  4000 ถุง

 

จากนั้นก็ปล่อยเขาเสรี  ไม่ต้องรดน้ำเช้าเย็นให้เหนื่อยยาก  ทั้งนี้เพราะน้ำจากบ่อตรงกลางจะระเหยออกมาผ่านเส้นผ้าขี้ริ้ว แล้วแพร่กระจายความชื้นออกไปทั่วห้อง

 

ส่วนการระบายอากาศก็จะดีเพราะผนังเป็น slant ที่มีรูพรุน  แดดก็เข้ามารำไรแบบกระจายผ่านรูพรุนของ slant ซึ่งเห็ดมักชอบบรรยากาศแบบนี้

 

ผลดีของวิธีนี้คือ

-ประหยัดแรงงานและเวลาในการรดน้ำ รวมทั้งประหยัดน้ำด้วย (ประหยัดเครื่องฉีดพ่นด้วย) (ประหยัดสุขภาพคนทำงานด้วย เพราะไม่ต้องไปอยู่ในห้องชื้นๆ อับๆ นานๆ )

-เห็ดได้ความชื้นตลอดเวลา ๒๔ ชม.  (เหมือนสภาพป่าจริงๆ )  ทำให้น่าจะร่นเวลาการเพาะปลูก และได้ดอกเห็ดมากกว่า  (ดังที่ได้พิสูจน์แบบจานใต้ห่อแล้ว)

-ประหยัดค่าก่อสร้างโรงเรือน  (ไม่ต้องมีชั้นวางเห็ด) แถมยังสามารถเดินเข้าไปเก็บเห็ดสะดวก ไม่ต้องเอื้อมมือผ่านขอบชั้น

 

ให้ฟรีๆ  ไม่สงวนลิขสิทธิ์  ท่านใดเอาไปใช้ได้ผลอย่างไรแจ้งกันด้วย เป็นวิทยาทาน    ควรมีการทำวิจัยเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความสม่ำเสมอของความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ

การควบคุมความชื้นให้มากน้อยในช่วงเวลาต่างๆ ก็ไม่ยาก  เพียงเพิ่มลดจำนวนเส้นผ้าขี้ริ้ว ก็ได้แล้ว

 

โชคดีมีเห็ดกิน ขาย กันทั้งปีเด๊อพี่น้องเด๊อ จะได้ไม่ต้องไปรับจ้างเดินขบวน เผาบ้านเผาเมืองเหมือนเก่าก่อน

…คนถางทาง (๑ พย. ๕๕)

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่