แนะนำสินค้าชีวภาพ

วิธีแก้ไขแมลงหวี่ในก้อนเห็ด

สาเหตุการเกิดหนอนแมลงหวี่ในเห็ด และวงจรของการเกิดหนอนแมลงหวี่ วิธีการป้องกันและกำจัด

เรื่องเกี่ยวกับ หนอนแมลงหวี่ศัตรูที่พบเจอในหน้าก้อนเชื้อเห็ด ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก วงจรชีวิตหนอนแมลงหวี่ปีกแข็งกันก่อน

ระยะไข่ จะสังเกตได้ว่าเป็นเม็ดกลม ๆ รี เม็ดเป็นสีขาวคล้าย ๆ ไรไข่ปลาแต่ไม่ใช่สามารถมองเห็ดได้ด้วยตาเปล่า เมื่อไข่ได้รับการผสมพร้อมที่จะฟักตัวจะมีจุดสีดำ ๆ
ระยะตัวอ่อน หลัก จากที่ไข่มีการฟักตัวออกมาแล้วสังเกตได้ว่าลำตัวจะมีสีขาว หรือสีส้มอ่อน สังเกตดี ๆอาจจะคล้าย ๆ ราส้มแต่ไม่ใช่ เพราะหนอนสามารถที่จะเคลื่อนย้ายตัวและกัดกินเส้นใยเห็ด
ระยะดักแด้ จะมีลักษณะเป็นตัวสีขาวนวล ๆ และสีจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีดำ พร้อมที่จะเป็นตัวแก่
ระยะตัวเต็มไว หรือตัวแก่ จะ มีลักษณะเป็นตัวสีดำ ปีกแข็ง จะตอมอยู่หน้าก้อนเชื้อเห็ด และไข่ทิ้งไว้ที่หน้าก้อนเหมือนเดิมหากไม่มีการกำจัด จะทำให้ประชากรของแมลงหวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหาย

สาเหตุของการเกิดหนอนแมลงหวี่มีหลายประการด้วยกัน พอสรุป ได้ดังนี้

1.โดยสัญชาติตะญาณของแมลงหวี่ มักชอบของที่มีกลิ่นเน่าเหม็น รวมทั้งกลิ่นแอมโนเนียจากก้อนอาหาร

2. เกิดจากหน้าก้อนเห็ดสกปรก หลังจากการเก็บดอกไปแล้ว ยัง มีเศษรากหรือโคนของเห็ดที่ยังดึงออกไม่หมด หากไม่มีการขูดหน้าก้อน ทำความสะอาด เวลาที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดให้น้ำ แล้วน้ำเข้าไปขัง รากหรือโคนเห็ดก็จะอุ้มน้ำจนแฉะเน่าเละ

3.โรงเรือนเพาะเห็ดมีความเหม็นอับชื้น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่มีการระบายอากาศ

4.ไม่เคยฉีดพ่นจุลินทรีย์ กำจัด ไรเห็ด หนอน และ เชื้อรา ตามพื้น ผนังโรงเรือน หรือเสา อยู่เป็นประจำ เพราะบางทีเราอาจไม่คาดคิด ฉีดพ่นจุลินทรีย์แค่หน้าก้อนเห็ดเพียงอย่างเดียว แมลงหวี่จะซุกซ่อนตามผนัง

5.เพาะเลี้ยงเห็ดอย่างต่อเนื่องไม่มีการล้างหรือพักโรงเรือน ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค และแพร่ระบาดภายในโรงเรือน

แนวทางป้องกันจะกำจัดหนอนแมลงหวี่ที่มาทำลายหน้าก้อนเห็ด

1. โรงเรือนที่เพาะเห็ด ควรหมั่นที่จะทำความสะอาด ตามพื้นโรงเรือน ผนัง ซอกมุมจาก เสา เปิด โรงเรือนให้ได้มีอากาศถ่ายเทบ้าง ไม่อับ และหมั่นฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ (จุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวให้ทำการหมักขยายตามสูตรของชมรมเกษตรปลอดสารพิษก่อน เพื่อที่จะ ลดต้นทุน ส่วนไทเกอร์เฮิร์บเป็นสมุนไพรชนิดผงที่มีกลิ่นสามารถไล่แมลงหวี่ไม่ให้เข้า มาภายในโรงเรือน) ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งโรงเรือนทั้งด้านนอนและด้านใน อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อตัดวงจรการเกิดของหนอนแมลงหวี่

2. ก่อนการเปิดดอก ในขณะที่เส้นใยเห็ดเดินมากกว่า 25% หรือก่อนเปิดดอก ควรที่จะทำการป้องกันด้วยการหมักจุลินทรีย์เชื้อบีทีชีวภาพก่อน อาจจะหมักด้วยน้ำมะพร้าวจากลูก , น้ำเต้าหู้ ,ไข่ไก่ ,นมผงเด็ก,นมข้นหวาน,นมไวตามิลล์ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวก

3. ก่อนนำเข้าเปิดดอกในโรงเรือน ควรคัดถุงก้อนเชื้อเห็ดที่แสดงอาการทำลายของ แมลง โรค เชื้อราและไรทิ้งหรือหากไม่แน่ใจควรแยกกองไว้ต่างหาก และทำการฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากพบการระบาดมากให้ฉีดวันเว้นวัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง โดยฉีดพ่นหน้าก้อน และใช้เข็มสลิงฉีดอัดเข้าไปในก้อนเน้นตรงจุดที่เกิดเชื้อโรคเป็นพิเศษ หากพบการระบาดน้อย ให้ฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน ติดต่อกัน 3-4 เช่นกัน

4. หากแมลงหวี่มาตอมหน้าก้อน ควรแขวนกับดักกาวเหนียวทาบนกระดาษสีเหลือง แต่ถ้าไม่มีกาวเหนียวให้ใช้วาสลีนทาบนกระดาษแทนก็ได้ แต่ต้องทาบ่อย เพราะว่าวาสลีนนี้จะแห้งเร็ว ควรเปลี่ยนกับดักกาวเหนียว เมื่อพบว่ามีตัวแมลงมาติดจนเต็มหรือประมาณ 45-60 วัน/ครั้ง และแขวนกับกาวเหนียวให้มากเท่าที่จะมากได้ เพื่อเป็นการช่วยลดประชากรของหนอนแมลงหวี่

5. ขณะเปิดดอกแล้วควรที่จะหมั่นตรวจสอบสังเกตอยู่เป็นประจำ ดังนั้นหากพบการทำลายที่ควรจะคัดแยกออกและดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการฉีดพ่น จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากไม่หายควรที่จะสละก้อนทิ้งและเผาทำลาย

6. หลังจากการเก็บดอกเห็ดแล้ว ควรทำความสะอาดหน้าก้อนเชื้อทุกครั้ง โดยการใช้ปลายช้อนขูดที่ก้อนเอา เศษ และรากโคนเห็ดที่ยังติดอยู่ออกให้หมดและฉีดพ่นด้วย จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส ทันที รวมถึงเนื้อเยื่อเห็ดที่ขูด ดอกเห็ดที่แห้งเหี่ยว เศษดอกเห็ดที่คัดทิ้งหรือร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่ตั้งใจควรมีการเก็บทิ้งในถัง ขยะให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ควรให้ตกหล่นบริเวณพื้นโรงเรือน เพราะจะทำให้เน่าและเพิ่มกลิ่นอับ เป็นที่ชื้นชอบของแมลงศัตรูเห็ด

7. เมื่อหมดรุ่นอายุของก้อนเชื้อ หลังจากการขนย้ายก้อนทิ้ง หรือทำปุ๋ยหมัก ควร ที่จะการว่างเว้นหรือพักโรงเรือนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นในระหว่างพักโรงเรือน เปิดโรงเรือนทิ้งไว้ 7-15 วัน จากนั้นทำความสะอาดด้วยสารสกัดจากสมุนไพร ไพเรี่ยม 20 ซีซี+ โทแบคโท 20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นสลับกับจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ ทั้งในและนอกโรงเรือน

8. การ กำจัดกลิ่นอับภายในโรงเรือน ผู้เพาะเห็ดควรหว่านสเม็คไทต์ หรือภูไมท์ ที่พื้นโรงเรือนอยู่เป็นประจำ หรือจะหว่านบาง ๆ เมื่อพบว่ากลิ่นอับภายในโรงเรือนรุนแรง การหว่านเพื่อลดกลิ่นอับภายในโรงเรือนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โรงเรือนถูก สุขลักษณะ ไม่เป็นที่ดึงดูดแมลงศัตรูเห็ด

CREDIT :-

Article Credit : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เห็ดนางฟ้า
เทคนิคเพิ่มผลผลิตเห็ดนางฟ้าในช่วงหน้าหนาว

ขณะที่อากาศค่อนข้างร้อนการผลิตเห็ดขอนขาว และเห็ดกระด้างจะได้ผลดีกว่าเห็ดภูฐาน  ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในที่หนาวเย็นกว่า ประเทศไทย ส่วนฤดูร้อนและฤดูฝน การผลิตเห็ดนางรมขาวหรือนางรมฮังการีจะดีกว่าเห็ดภูฐาน  ที่บางครั้งแทบไม่ เกิดดอกเห็ดเลย ดังนั้นการวางแผนการผลิตโดยทำตารางกำหนดงาน หรือปฏิทินการผลิตเห็ดแต่ละชนิด ให้สอดคล้องกับฤดูกาลจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ น้อยไปกว่าผลิตเห็ดอะไรขายให้ใคร
 
                เห็ดภูฐานมีชื่อเต็มๆ ว่าเห็ดนางฟ้าภูฐาน มี 2 สายพันธุ์คือดำกับขาว(หรือครีม) เพาะโดยใช้ขี้เลื่อยแบบเดียวกับการเพาะเห็ดถุงทั่วไป เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดยานากิ เห็ดกระด้าง เห็ดขอน เห็ดหอม ฯลฯ เกิดดอกเห็ดได้ดีในเดือนพฤศจิกายน  ธันวาคม มกราคม ถ้าปีใดหนาวเร็วก็นับเดือนตุลาคมด้วย    และปีใดหมดหนาวช้าก็อาจนับเดือนกุมภาพันธ์ด้วย ภาคเหนือและอีสานอากาศเย็นกว่าจึงผลิตเห็ดได้มากกว่า แต่กรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่กว่า รับสินค้าได้มากกว่า เมื่อเข้าเดือนตุลาคม การผลิตถุงเชื้อเห็ดก็ควรลดเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฐานขาว ให้น้อยลงแล้วเพิ่มการผลิตเห็ดนางฟ้าภูฐานดำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามความหนาวในภาคกลางไว้ใจไม่ได้ จึงไม่ควรทุ่มเทผลิตแต่นางฟ้าภูฐานดำทั้ง 100% บางปีมีร้อนสลับหลายวันที่เห็ดไม่เกิดดอก แต่ถ้าเราผลิตถุงเชื้อเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฐานขาวได้สัก 20-30% เห็ดจำนวนนี้จะเกิดดอกให้พอเก็บขายได้เงินบ้าง แม้จะร้อนจนเห็ดนางฟ้าภูฐานดำ ไม่สร้างดอกเห็ดก็ตาม

ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ปัญหาที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดส่วนใหญ่พบ คือ ในช่วงหน้าหนาวเห็ดจะให้ผลผลิตน้อย และเห็ดมีราสูง ถ้าใครเพาะเห็ดและสามารถทำให้เห็ดออกดอกดีได้ในช่วงนี้ได้นับเป็นนาทีทองก็ว่าได้ เช่นเดียวกับ คุณบุญเพ็ง คำเลิศ เกษตรกร ผู้ใหญ่บ้านนาทุ่งพัฒนา เลขที่ 95หมู่ 14 ต. สำโรงตาเจ็น อ.ขุขันธ์ จ. ศรีสะเกษ ได้เพาะเห็ดมาเป็นเวลากว่า 10 ปี มีโรงเพาะเห็ดขนาด 4X6 เมตรจำนวน 2-4 โรง สามารถเก็บดอกเห็ดขายได้ตลอดทั้งปีไม่เว้นแม่แต่ช่วงหน้าหนาว ทุกวันผู้ใหญ่บุญเพ็งจะเก็บดอกเห็ดและให้ภรรยานำไปจำหน่ายในชุมชนได้วันละ 200-500 บาท/วัน
คุณบุญเพ็ง เล่าว่า ช่วงแรกๆที่เพาะเห็ด จะประสบปัญหา คือ ช่วงหน้าหนาวเห็ดจะออกดอกค่อนข้างน้อย เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็น ไม้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด ในช่วงนี้จะสูงกว่าทุกช่วง เนื่องมาจากผลผลิตมีน้อย
ผู้ใหญ่บุญเพ็งจึงลองปรับเปลี่ยนสูตรให้แตกต่างกันระหว่างฤดูหนาวกับฤดูร้อน จนได้ค้นพบสูตรที่ทำให้เห็ดบดที่เพาะในหน้าหนาวออกดอกไม่แพ้ช่วงฤดูอื่นๆ ดังนี้
สูตรเพาะเห็ดบดหน้าหนาว
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเพาะเห็ด
1. ถุงพลาสติกใสทนร้อนขนาด 6.5×12.5 นิ้ว
2. คอขวดพลาสติกทนร้อน
3. สำลี ยางรัด
4. หม้อนึ่งลูกทุ่ง
5. ตะเกียง
6. แอลกอฮอล์ 70% (ฆ่าเชื้อ)
7. แอลกอฮอล์ 100% (ติดไฟ)
8. กระดาษตัดขนาด 10×10 ซม.
9. เชื้อเห็ด
10.วัสดุเพาะตามสูตร
11. โรงพักบ่มเลี้ยงใยและโรงเรือนเปิดดอก
วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ดบด
ขี้เลื่อยไม้ยางพารา หรือไม้มะม่วง มะขาม 100 กิโลกรัม (12 ปิ๊บ)
ยิปซัม 3 กิโลกรัม
ดีเกลือ 4 ขีด
ปูนขาว 2 ขีด
รำอ่อน 10 กิโลกรัม
ภูไมท์ 1 กิโลกรัม
แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม

วิธีการ
1. ผสมสูตรวัสดุเพาะเข้าด้วยกัน เมื่อผสมจนเข้ากันดี จึงนำไปบรรจุในถุงพลาสติกทนร้อน กดให้แน่น
2. รวบปากถุง รวบคอขวด จีบและพับปากถุง ดึงให้ตึงรัดด้วยยางวง แล้วอุดด้วยฝ้ายหรือสำลี และนำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือฝาครอบพลาสติกมาปิดไว้ ป้องกันไม่ให้สำลีเปียกขณะทำการนึ่งวัสดุเพาะ
3. นำไปเรียงในหม้อนึ่งลูกทุ่ง เต็มแล้วจึงปิดฝา แล้วนึ่งโดยไม่ใช้ความดันเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง โดยใช้ไฟสม่ำเสมอสังเกตุให้ไอน้ำพุ่งตรงตลอดเวลา ต้องพยายามเติมเชื้อเพลิงให้สม่ำเสมอด้วย เมื่อได้เวลาแล้ว นำมาทิ้งไว้ให้เย็น ในสถานที่ที่มีอากาศโปร่ง แล้วนำเชื้อ ขยายมาถ่ายลงถุงเพาะ พยายามใส่เชื้อขยายภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากถุงเพาะเย็นแล้ว มิฉะนั้นเส้นใยจะเดินไม่ตรง เนื่องจากจะมีเชื้อปนเปื้อนเข้ามาแทรกได้

การพักบ่มเส้นใย
หลังจากใส่เชื้อในก้อนเห็ดแล้ว ประมาณ 20 วัน เชื้อจะเดินเกือบเต็มถุงเพาะ ให้เอาสำลีออก แล้วใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดด้ามช้อนแกง เพื่อฆ่าเชื้อโรค จากนั้นเอาด้ามช้อนเขี่ยเมล็ดข้าวฟ่างที่ติดเชื้อราและไม่มีเส้นใยเห็ดออก ส่วนเมล็ดที่ยังมีเส้นใยเห็ดอยู่ห้ามเอาออกเด็ดขาด จากนั้นปิดกระดาษไว้เหมือนเดิม แล้วนำก้อนเห็ดเข้าเตรียมไว้ในโรงเรือนเปิดดอกได้เลย
หมายเหตุ ก่อนนำเห็ดเข้าโรงเรือนเปิดดอก ควรฉีดพ่นด้วยยาฆ่าเชื้อราและแมลงให้เรียบร้อย (น้ำส้มควันไม้ เจือจางกับน้ำ อัตรา 1: 500)

โรงเรือนเปิดดอก
สามารถมุงด้วยพลาสติกและพรางแสงด้วยซาแลน ไม่จำ เป็นต้องใช้แฝกหรือจาก เพราะเป็นเห็ดที่ชอบอุณหภูมิสูง โดยให้มีความชื้น 70-80 %

วิธีการเปิดดิกเห็ดบด
1.หลังจากหยอดเชื้อลงถุงแล้ว เชื้อเดินเกือบเต็มถุง เหลือประมาณ 1 นิ้ว ให้เอาสำลีออก แล้วปิดกระดาษไว้เหมือนเดิม
2. ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ต้องทำอะไร ให้ครบ 50-60 วัน (นับตั้งแต่วันหยอดเชื้อลงถุง)
3. เมื่อครบกำหนดแล้ว ให้นำเข้าเตรียมในโรงเรือนเปิดดอกที่เตรียมไว้และโรงเรือนต้องผ่าน ควรฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อราและแมลงเรียบร้อยแล้ว
4. การนำก้อนเห็ดเข้าโรงเรือนวันแรก ให้รดน้ำล้างก้อนเห็ดให้สะอาด คลุมผ้าล้อมรอบโรงเรือน ให้อุณหภูมิสูง 35-40 องศา ติดต่อกันสามวัน พร้อมเอาคอขวดออก แต่อย่าเพิ่งดึงปากถุง
5. ครบ 3 วันแล้วให้ดึงเอาคอขวดออก ปล่อยทิ้งไว้อีก 4-7 วัน
6. ครบ 4-7 วันแล้วค่อยรดน้ำ เช้าเย็น แต่อย่าเพิ่งตัดพลาสติกออก
7. พอรดน้ำไปแล้ว 3 วัน ให้สังเกตว่าก้อนใดเกิดตุ่มให้ตัดพลาสติกออกและเริ่มรดน้ำ 3 วัน คือ เช้า -เที่ยง-เย็น (ตัดพลาสติกออกเฉพาะก้อนที่เกิดตุ่มเท่านั้น)
8. ถ้าเก็บดอกจนหมดทุกถุงแล้ว ให้พักก้อนก่อน โดยการเปิดผ้ารอบโรงเรือนขึ้นทั้งหมด 4 วัน ให้อากาศในโรงเรือนและนอกโรงเรือนเท่ากัน
9. ครบ 3-4 วัน แล้วให้เปิดผ้าเข้าไปรดน้ำ ปิดตีนผ้ารอบโรงเรือนทุกด้านประมาณ 30 ซม. นำใบมะพร้าวและหญ้าคามาพรางแสง เพื่อลดอุณหภูมิให้เหลืออีกประมาณ 25 องศา เห็ดจะเริ่มออกดอกอีก เมื่อมีอากาศเปลี่ยนแปลงประมาณ 10 องศา ในเวลาผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง

ดอกเห็ดสด จะเก็บได้ทุกวัน
การเก็บผลผลิต
การเก็บดอกเห็ด ควรเก็บดอกเห็ดในขณะที่ปลายขอบหมวกยังโค้งงอ จะได้ดอกเห็ดที่มีคุณภาพ หวานนุ่ม เหมาะที่จะนำไปผัด ลาบ ซุป หรือแกง ดอกเห็ดจะมีอายุ 2-3 วัน หรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหมวกเห็ดไม่เกิน 6 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่มีราคาดีที่สุด ซึ่งจะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 70-100 บาท (ดอกเห็ดสด)

ก้อนเห็ดที่หมดอายุแล้ว สามารถกระตุ้นให้ออกดอกใหม่ได้ ปริมาณไม่แพ้เห็ดที่ออกรอบแรก
การเก็บเกี่ยวผลผลิตสามารถเก็บได้ทุกวันนาน 2 เดือน ก้อนเห็ดจะหมดอายุ คุณบุญเพ็งจะกระตุ้นให้เห็ดออกดอกอีกครั้ง ซึ่งทำให้สามารถเก็บดอกต่อได้อีกประมาณ 1เดือน (วิธีการสามารถค้นดูได้ในรักบ้านเกิดดอทคอม ในหัวข้อ การกระตุ้นให้เห็ดก้อนเก่า ออกดอกใหม่อีกครั้ง) จากนั้นจึงนำก้อนเห็ดออกจากโรงไปทำปุ๋ยต่อไป ในช่วงที่พักโรงจะทำการเพาะเลี้ยงเห็ดในโรงอื่น ๆ ทยอยกันไป ทำให้คุณบุญเพ็งสามารถเก็บเห็ดส่งจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี นับว่าเป็นเทคนิคที่น่าสนใจทำให้เกษตรกรผู้มีอาชีพเพาะเห็ด สามารถผลิต และจำหน่ายเห็ดในช่วงที่ราคาแพง ผู้ใดสนใจ ลองสอบถามได้ที่ โทร. 086-2432013 .ในวันเวลาที่เหมาะสมนะค่ะปัญหาที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดส่วนใหญ่พบ คือ ในช่วงหน้าหนาวเห็ดจะให้ผลผลิตน้อย และเห็ดมีราสูง ถ้าใครเพาะเห็ดและสามารถทำให้เห็ดออกดอกดีได้ในช่วงนี้ได้นับเป็นนาทีทองก็ว่าได้ เช่นเดียวกับ คุณบุญเพ็ง คำเลิศ เกษตรกร ผู้ใหญ่บ้านนาทุ่งพัฒนา เลขที่ 95หมู่ 14 ต. สำโรงตาเจ็น อ.ขุขันธ์ จ. ศรีสะเกษ ได้เพาะเห็ดมาเป็นเวลากว่า 10 ปี มีโรงเพาะเห็ดขนาด 4X6 เมตรจำนวน 2-4 โรง สามารถเก็บดอกเห็ดขายได้ตลอดทั้งปีไม่เว้นแม่แต่ช่วงหน้าหนาว ทุกวันผู้ใหญ่บุญเพ็งจะเก็บดอกเห็ดและให้ภรรยานำไปจำหน่ายในชุมชนได้วันละ 200-500 บาท/วัน
คุณบุญเพ็ง เล่าว่า ช่วงแรกๆที่เพาะเห็ด จะประสบปัญหา คือ ช่วงหน้าหนาวเห็ดจะออกดอกค่อนข้างน้อย เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็น ไม้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด ในช่วงนี้จะสูงกว่าทุกช่วง เนื่องมาจากผลผลิตมีน้อย
ผู้ใหญ่บุญเพ็งจึงลองปรับเปลี่ยนสูตรให้แตกต่างกันระหว่างฤดูหนาวกับฤดูร้อน จนได้ค้นพบสูตรที่ทำให้เห็ดบดที่เพาะในหน้าหนาวออกดอกไม่แพ้ช่วงฤดูอื่นๆ ดังนี้
สูตรเพาะเห็ดบดหน้าหนาว
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเพาะเห็ด
1. ถุงพลาสติกใสทนร้อนขนาด 6.5×12.5 นิ้ว
2. คอขวดพลาสติกทนร้อน
3. สำลี ยางรัด
4. หม้อนึ่งลูกทุ่ง
5. ตะเกียง
6. แอลกอฮอล์ 70% (ฆ่าเชื้อ)
7. แอลกอฮอล์ 100% (ติดไฟ)
8. กระดาษตัดขนาด 10×10 ซม.
9. เชื้อเห็ด
10.วัสดุเพาะตามสูตร
11. โรงพักบ่มเลี้ยงใยและโรงเรือนเปิดดอก
วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ดบด
ขี้เลื่อยไม้ยางพารา หรือไม้มะม่วง มะขาม 100 กิโลกรัม (12 ปิ๊บ)
ยิปซัม 3 กิโลกรัม
ดีเกลือ 4 ขีด
ปูนขาว 2 ขีด
รำอ่อน 10 กิโลกรัม
ภูไมท์ 1 กิโลกรัม
แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม

bod%20Mushrooms%203.jpg

วิธีการ
1. ผสมสูตรวัสดุเพาะเข้าด้วยกัน เมื่อผสมจนเข้ากันดี จึงนำไปบรรจุในถุงพลาสติกทนร้อน กดให้แน่น
2. รวบปากถุง รวบคอขวด จีบและพับปากถุง ดึงให้ตึงรัดด้วยยางวง แล้วอุดด้วยฝ้ายหรือสำลี และนำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือฝาครอบพลาสติกมาปิดไว้ ป้องกันไม่ให้สำลีเปียกขณะทำการนึ่งวัสดุเพาะ
3. นำไปเรียงในหม้อนึ่งลูกทุ่ง เต็มแล้วจึงปิดฝา แล้วนึ่งโดยไม่ใช้ความดันเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง โดยใช้ไฟสม่ำเสมอสังเกตุให้ไอน้ำพุ่งตรงตลอดเวลา ต้องพยายามเติมเชื้อเพลิงให้สม่ำเสมอด้วย เมื่อได้เวลาแล้ว นำมาทิ้งไว้ให้เย็น ในสถานที่ที่มีอากาศโปร่ง แล้วนำเชื้อ ขยายมาถ่ายลงถุงเพาะ พยายามใส่เชื้อขยายภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากถุงเพาะเย็นแล้ว มิฉะนั้นเส้นใยจะเดินไม่ตรง เนื่องจากจะมีเชื้อปนเปื้อนเข้ามาแทรกได้

bod%20Mushrooms%204.jpg

การพักบ่มเส้นใย
หลังจากใส่เชื้อในก้อนเห็ดแล้ว ประมาณ 20 วัน เชื้อจะเดินเกือบเต็มถุงเพาะ ให้เอาสำลีออก แล้วใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดด้ามช้อนแกง เพื่อฆ่าเชื้อโรค จากนั้นเอาด้ามช้อนเขี่ยเมล็ดข้าวฟ่างที่ติดเชื้อราและไม่มีเส้นใยเห็ดออก ส่วนเมล็ดที่ยังมีเส้นใยเห็ดอยู่ห้ามเอาออกเด็ดขาด จากนั้นปิดกระดาษไว้เหมือนเดิม แล้วนำก้อนเห็ดเข้าเตรียมไว้ในโรงเรือนเปิดดอกได้เลย
หมายเหตุ ก่อนนำเห็ดเข้าโรงเรือนเปิดดอก ควรฉีดพ่นด้วยยาฆ่าเชื้อราและแมลงให้เรียบร้อย (น้ำส้มควันไม้ เจือจางกับน้ำ อัตรา 1: 500)

โรงเรือนเปิดดอก
สามารถมุงด้วยพลาสติกและพรางแสงด้วยซาแลน ไม่จำ เป็นต้องใช้แฝกหรือจาก เพราะเป็นเห็ดที่ชอบอุณหภูมิสูง โดยให้มีความชื้น 70-80 %

bod%20Mushrooms%205.jpg

วิธีการเปิดดิกเห็ดบด
1.หลังจากหยอดเชื้อลงถุงแล้ว เชื้อเดินเกือบเต็มถุง เหลือประมาณ 1 นิ้ว ให้เอาสำลีออก แล้วปิดกระดาษไว้เหมือนเดิม
2. ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ต้องทำอะไร ให้ครบ 50-60 วัน (นับตั้งแต่วันหยอดเชื้อลงถุง)
3. เมื่อครบกำหนดแล้ว ให้นำเข้าเตรียมในโรงเรือนเปิดดอกที่เตรียมไว้และโรงเรือนต้องผ่าน ควรฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อราและแมลงเรียบร้อยแล้ว
4. การนำก้อนเห็ดเข้าโรงเรือนวันแรก ให้รดน้ำล้างก้อนเห็ดให้สะอาด คลุมผ้าล้อมรอบโรงเรือน ให้อุณหภูมิสูง 35-40 องศา ติดต่อกันสามวัน พร้อมเอาคอขวดออก แต่อย่าเพิ่งดึงปากถุง
5. ครบ 3 วันแล้วให้ดึงเอาคอขวดออก ปล่อยทิ้งไว้อีก 4-7 วัน
6. ครบ 4-7 วันแล้วค่อยรดน้ำ เช้าเย็น แต่อย่าเพิ่งตัดพลาสติกออก
7. พอรดน้ำไปแล้ว 3 วัน ให้สังเกตว่าก้อนใดเกิดตุ่มให้ตัดพลาสติกออกและเริ่มรดน้ำ 3 วัน คือ เช้า -เที่ยง-เย็น (ตัดพลาสติกออกเฉพาะก้อนที่เกิดตุ่มเท่านั้น)
8. ถ้าเก็บดอกจนหมดทุกถุงแล้ว ให้พักก้อนก่อน โดยการเปิดผ้ารอบโรงเรือนขึ้นทั้งหมด 4 วัน ให้อากาศในโรงเรือนและนอกโรงเรือนเท่ากัน
9. ครบ 3-4 วัน แล้วให้เปิดผ้าเข้าไปรดน้ำ ปิดตีนผ้ารอบโรงเรือนทุกด้านประมาณ 30 ซม. นำใบมะพร้าวและหญ้าคามาพรางแสง เพื่อลดอุณหภูมิให้เหลืออีกประมาณ 25 องศา เห็ดจะเริ่มออกดอกอีก เมื่อมีอากาศเปลี่ยนแปลงประมาณ 10 องศา ในเวลาผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง

71020_4.jpg

ดอกเห็ดสด จะเก็บได้ทุกวัน
การเก็บผลผลิต
การเก็บดอกเห็ด ควรเก็บดอกเห็ดในขณะที่ปลายขอบหมวกยังโค้งงอ จะได้ดอกเห็ดที่มีคุณภาพ หวานนุ่ม เหมาะที่จะนำไปผัด ลาบ ซุป หรือแกง ดอกเห็ดจะมีอายุ 2-3 วัน หรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหมวกเห็ดไม่เกิน 6 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่มีราคาดีที่สุด ซึ่งจะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 70-100 บาท (ดอกเห็ดสด)

bod%20mushroom.jpg

ก้อนเห็ดที่หมดอายุแล้ว สามารถกระตุ้นให้ออกดอกใหม่ได้ ปริมาณไม่แพ้เห็ดที่ออกรอบแรก
การเก็บเกี่ยวผลผลิตสามารถเก็บได้ทุกวันนาน 2 เดือน ก้อนเห็ดจะหมดอายุ คุณบุญเพ็งจะกระตุ้นให้เห็ดออกดอกอีกครั้ง ซึ่งทำให้สามารถเก็บดอกต่อได้อีกประมาณ 1เดือน (วิธีการสามารถค้นดูได้ในรักบ้านเกิดดอทคอม ในหัวข้อ การกระตุ้นให้เห็ดก้อนเก่า ออกดอกใหม่อีกครั้ง) จากนั้นจึงนำก้อนเห็ดออกจากโรงไปทำปุ๋ยต่อไป ในช่วงที่พักโรงจะทำการเพาะเลี้ยงเห็ดในโรงอื่น ๆ ทยอยกันไป ทำให้คุณบุญเพ็งสามารถเก็บเห็ดส่งจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี นับว่าเป็นเทคนิคที่น่าสนใจทำให้เกษตรกรผู้มีอาชีพเพาะเห็ด สามารถผลิต และจำหน่ายเห็ดในช่วงที่ราคาแพง ผู้ใดสนใจ ลองสอบถามได้ที่ โทร. 086-2432013 .ในวันเวลาที่เหมาะสมนะค่ะ

สวัสดีครับเพื่อๆพี่ๆน้องชาวเพาะเห็ดทุกๆท่าน วันนี้ผมจะมาแนะนำว๊ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูเห็ดในโรงเรือนเห็ดครับ
ถ้าเราบริหารจัดการแมลงศัตรูเห็ดได้ดีย่อมส่งผลดีโดยตรงกับการออกดอกของเห็ดครับ

สินค้นที่จะนำมาแนะนำมีดังนี้ครับ
- น้ำส้มควันไม้
- กาวเหนียวดักแมลงชนิดน้ำ
- จุลลินทรีย์กำจัดแมลง บิวววาเรีย

- จุลลินทรีย์พลายแก้วปราบเชื้อรา

- จุลลินทรีย์บีทีปราบ หนอน

- จุลลินทรีย์ไมโตฟากัส ปราบไรเห็ด

สินค้าจัดชุด (ชุดปราบศึตรูเห็ด)

สินค้าจัดชุด (ชุดปราบศึตรูเห็ด)

วิธีการนำมาใช้งาน

- ทากาวกับแผ่นพลาสติกเหลืองในโรงเห็ดให้มากที่สุดที่จะมากได้เพื่อ ล่อแมลงมาติดกับดักกาวเหนียว เพื่อตัดวงจรแมลง

- ฉีดพ่น น้ำส้มควันไม้ + บิววาเรีย ทุกๆ 3 วัน ให้ผสมดังนี้ น้ำส้ม 100 CC + เชื้อบิววาเรีย 40 กรัม ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ผสมกวนให้เข้ากันสัก 20 นาที ค่อยนำไปฉีดพ่น

- หมัก พลายแก้ว บีที ไมโตฟากัส โดยหมักกับน้ำมะพร้าวอ่อน หรือ นมกล่อง UHT โดยที่แยกหมักของใครของมัน เช่น มะพร้าว 3 ลูก แต่ละลูกเฉาะฝาออกใส่เชื้อแต่ละอย่าง ลูกใครลูกมัน ใส่เชื่อ 10 กรัม คนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 36 ชั่วโมง พอครบนำทั้ง 3 อย่างมาเทผสมกับน้ำเปล่า 15 ลิตรผสมให้เข้ากัน ฉีดพ่นแบบนี้ 5 วันครั้ง

รับรองได้ว่าถ้าทำตามที่ผมแนะนำ จะสามารถช่วยลดปัญหาแมลงศัตรูเห็ดในโรงเรือนไปได้มากที่เดียวครับ

เขียนและรายงานโดย

siammushroom.com

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนโดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเห็ดเป็นอาชีพจะประสบพบเจอกับปัญหาเรื่องเห็ดไม่ค่อยออกดอก เห็ดออกดอกน้อย ผลผลิตเห็ดในช่วงนี้ลดลง สาเหตุเกิดจากอุณหภูมิที่ร้อนจัดในช่วงหน้าร้อน อุณหภูมิสูงเกินไปทำให้เห็ดที่ไม่ชอบอุณหภูมิสูงได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น เห็ดนางฟ้า-ภูฐาน เห็ดนางรม-ฮังการี เป็นต้นโดยในช่วงที่อากาศร้อนเช่นนี้เห็ดจำพวกที่กล่าวมานี้จะไม่ค่อยมีการเจริญเติบโต เห็ดไม่มีการสร้างเส้นใย เส้นใยเห็ดไม่ค่อยเดิน ส่งผลทำให้เห็ดไม่ออกดอกผิดปกติจากอุณหภูมิ/ความชื้นไม่เหมาะสม  เส้นใย..หยุดเดินเนื่องจากอาศร้อนเกินไป         ผิดปกติจากความชื้นไม่เหมาะสม

อากาศร้อนจัด-เห็ดไม่ออก
อากาศร้อนจัด-เห็ดไม่ออก

โดยเฉพาะเห็ดนางฟ้า-ภูฐานที่เป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันในเวลานี้จะเจอกับปัญหานี้มากที่สุดเพราะอุณหภูมิในโรงเรือนที่เหมาะสำหรับเห็ดนางฟ้าภูฐานจะอยู่ที่ประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิในช่วงหน้าร้อนในเมืองไทยทุกวันนี้จะอยู่ที่ประมาณ 36-40 องศาเซลเซียสหรืออาจสูงเกิน 40 องศาเลยก็มีในบางวัน อุณหภูมิที่สูงทำให้เห็ดนางฟ้า-ภูฐานไม่ออกดอกเลยหรือถ้าออกดอกก็น้อย ผลผลิตในช่วงหน้าร้อนนี้จะต่างกับช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาวโดยสิ้นเชิงยกตัวอย่างเช่น ทำเห็ดภูฐานอยู่ 1000-3000 ก้อนในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวได้ผลผลิตอยู่วันละ 40-50 กิโลกรัมต่อวัน ในช่วงหน้าร้อนก็จะเหลือแค่วันละไม่ถึง 10 กิโลกรัม ทำให้เกษตรกรผู้เพาะเห็ดสูญเสียรายได้ไป หรือผู้เพาะเห็ดบางรายที่ซื้อก้อนมาเปิดดอกในช่วงนี้ก็ถึงกับขาดทุนไปเลยก็มี ซึ่งถ้าเป็นผู้เพาะเห็ดที่ทำมานานจะทราบกันดีว่าช่วงหน้าร้อนนี้เห็ดนางฟ้าภูฐานจะให้ผลผลิตน้อย เลยจะไม่ค่อยทำกันจะเว้นช่วงหรือถือโอกาสพักโรงเรือนไว้ไปทำช่วงต้นฝนที่อากาศเริ่มเย็นลง หรือถ้าทำก็ทำน้อยลงเพื่อง่ายต่อการดูแลทางผู้เขียนจึงอยากให้ข้อมูลสำหรับเกษตรกรผู้เพาะเห็ดรายใหม่ๆได้ได้ทราบว่าการเพาะเห็ดแต่ละชนิดต้องศึกษาหาข้อมูลว่าเห็ดชนิดไหนควรทำในช่วงไหนหรือเห็ดชนิดไหนไม่ควรทำไนช่วงไหน เช่นหน้าร้อนควรเพาะเห็ดขอน เพราะเห็ดขอนเป็นเห็ดที่ชอบอุณหภูมิที่สูง อากาศยิ่งร้อนยิ่งออกดอกดี แต่ไม่ควรเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานเพราะเป็นเห็ดที่ไม่ชอบอากาศร้อนเป็นต้น ถ้าท่านเกษตรกรทราบข้อมูลเรื่องสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับเห็ดแต่ละชนิดแล้วละก็ เราก็จะหมดปัญหาเรื่องเห็ดไม่ออกดอกให้ผลผลิตน้อยไปได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (02-9861680-2)

หรือนักวิชาการชมรมฯ(085-9205846)

อากาศร้อนจัด-เห็ดไม่ออก
อากาศร้อนจัด-เห็ดไม่ออก

เขียนและรายงานโดย : คุณจตุโชค  จันทรภูมี


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่