แนะนำสินค้าชีวภาพ

เรื่องของการเพาะ เห็ดนั้น กล่าวได้ว่าขึ้นอยู่กับอัธยาศรัยของผู้เพาะโดยแท้ นอกจากเกษตรกรจะ สามารถเลือกชนิดเห็ดที่ชอบ ระยะเวลา ปริมาณที่เพาะได้ตามความสมัครใจ และ ความพร้อมได้แล้ว เกษตรกรบางรายยังเลือกที่จะบังคับให้เห็ดทะยอยออกดอกให้ ได้เก็บทุกวัน เพื่อให้ได้เงินทุกวันและไม่ให้ล้นตลาด ในขณะที่เกษตรกรอีกคน อาจเลือกที่จะบังคับให้เห็ดออกดอกเป็นชุดๆ พร้อมๆกัน เพื่อให้เก็บได้คราวละ มากๆ จะได้ไม่เสียเวลา และใช้วิธีหมุนเวียน(กรณีมีก้อนเห็ดมาก) ส่วนวิธีการ บังคับดอกนั้น เฉพาะเห็ดนางฟ้า- นางรม ทำได้หลายวธีทั้งใช้ปุ๋ย ฮอร์โมน แต่ ขอเล่าให้ฟังเฉพาะวิธีงดน้ำ

** ข้อแนะนำ **

1. วิธีการนี้ใช้ได้กับ เห็ดตระกูลนางฟ้า-นางรมเท่านั้น
2.ใช้วิธีการนี้หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกแล้ว(ซึ่งเห็ดรุ่นแรกมักจะออกดอก พร้อมกันอยู่แล้ว)
3. หากอยากให้เห็ดทะยอยออกดอกทุกวัน ก็ใช้วิธีรดนำให้ความชื้นสมำเสมอทุกวัน ก้อนเห็ดจะรัดตัว และเมื่อพร้อมก็จะทะยอยออกดอกให้ได้เก็บทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง

++ วิธีการปฏิบัติ ++
หากอยากให้เห็ดออกดอกเป็นชุด ให้ทำตามวิธีการดังนี้

1. หลังจากเก็บดอกเห็ดชุดแรกเสร็จ ให้ทำความสะอาดหน้าเห็ด หากพบรากเห็ด หรือโคนเห็ดถูกดึงออกไม่หมดติดค้างอยู่ที่คอขวด ให้ใช้ช้อนแคะออกให้หมด

2. จากนั้นงดให้น้ำเห็ดนางรม-นางฟ้า เป็นเวลา 4-7 วัน หากในระยะ 4-5 วันแรกมีเห็ดแทงดอกให้แคะทิ้ง หรือปล่อยให้ดอกเห็ดแห้ง ห้ามใจอ่อนรดน้ำเด็ดขาด

3. เมื่อถึงวันที่ 6-7 หรือหากเป็นพันธุ์หนัก วันที่ 9-10 จะเกิดตุ่มดอกเห็ดชุดใหม่ทะยอยเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ให้เริ่มรดนำให้ความชื้น และอาจกระตุ้นให้ความสดชื่นโดยการใช้เครื่องดื่มชูกำลังที่มีขายทั่วไป อัตรา 1 ขวด ผสมนำ 20 ลิตร ฉีดพ่น หลังให้นำครั้งแรก เห็ดจะออกดอกใด้สมำเสมอยิ่งขึ้น (ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีนะครับ เห็ดจะออกดอกครั้งเดียวแล้วหายไปเลยเพราะเสียกำลัง)

เท่านี้เห็ดนางฟ้า-นางรมของท่านก็จะออกดอกพร้อมกันเป็นชุดๆแล้ว

ล้างหน้าก้อนเชื้อเห็ดนางรม-นางฟ้าเก่ากระตุ้นการออกดอก
ก้อนเห็ดเมื่อเราเปิดดอกไปได้ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป อาหารด้านในก็จะเริ่มหมดไป และปริมาณผล ผลิตก็จะเริ่มน้อยลง หน้าก้อนเห็ดอาจจะแข็ง เรามีวิธีการกระตุ้นให้ดอกเห็ด ออกได้อีกและปริมาณการให้ผลผลิตเทียบเท่ากับครั้งที่สองของการออกดอกในเดือน แรก โดยวิธีการง่าย ๆ คือการล้างหน้าก้อนเห็ด

++ วิธีการมีดังนี้ ++

1. เอาคอขวดออก
2.ดึงถุงให้ยืดจนสุดและพับปากถุงเข้าไปนิดหน่อย
3.ใช้น้ำฉีดไปล้างที่หน้าก้อนเห็ด โดยถ้าก้อนไหนหน้าก้อนแข็งมากก็เอามือถู หรือใช้ช้อนขูดออกเบา ๆ
4.หลังจากนั้นประมาณ 3-5 วันเห็ดจะเริ่มออกดอกพร้อม ๆ กัน

กาวเหนียวดักแมลง แบบไข ใช้ง่าย ทาสะดวก

หลักการ

กับดักกาวเหนียวเป็นการใช้วัสดุทาด้วยสารที่มีลักษณะเหนียว คล้ายกาว เพื่อดักแมลงที่บินมาให้ติดกาวเหนียว ทำให้แมลงเหล่านั้นไม่สามารถเคลื่อนที่หรือบินหนีไปได้

กลุ่มแมลงเป้าหมาย

แมลงศัตรูพืชผัก เช่น เพลี้ยอ่อน ด้วงหมัดผัก แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ แมลงวันเจาะผล แมลงวันหนอนชอนใบ ผีเสื้อหนอนคืบ หนอนใยผัก และผีเสื้อกลางวันชนิดต่าง ๆ
การใช้กับดักกาวเหนียวในแปลงผัก กรณีที่มีศัตรูพืชระบาด ควรติดตั้งกับดักให้สูงประมาณ 30 ซม หรือสูงกว่ายอดต้นผักเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว โดยใช้กับดักประมาณ 60-80 กับดัก/พื้นที่ 1 ไร่ ส่วนในฤดูที่มีการระบาดของศัตรูพืชน้อยอาจใช้เพียง 15 – 20 กับดัก/ไร่
ใช้ในโรงเรือนเพาะเห็ด – ติดให้มาที่สุดเท่าที่จะติดได้ เพื่อตัดวงจรแมลงในโรงเรือน

คุณสมบัติ :

- กาวเหนียว ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีสารเคมีตกค้าง

- สำหรับดักแมลงศัตรูพืชทุกชนิด เพลี้ยอ่อน หนอนชอนใบ

- ทนแดด ทนน้ำ ทนน้ำฝน ทนความร้อนได้ดี

- ใช้สะดวกในแปลงผัก สวนดอกไม้ ไม้ดอก ไม้ผล ไร่นา ทาครั้งเดียวใช้ได้นาน 60 วัน

- ใช้เป็นกับดักแมลงวันทองได้ดี

วิธีใช้ :

- ทากาวลงแผ่นพลาสติกที่มีสีเหลือง

- ติดให้สูงกว่าพื้นประมาณ 20-40 ซ.ม.

- ระยะห่าง 3 – 4 เมตร

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

- แมลงที่มาติดกับดักแผ่นสีเหลืองทากาวนั้น ส่วนใหญ่ได้แก่ แมลงต่อไปนี้ครับ (รวบรวมจากงานวิจัยหลาย ๆ ฉบับน่ะครับ)

- ส่วนใหญ่จะเป็นแมลงที่ออกมาให้เห็นในเวลากลางวันครับ ได้แก่…

- เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น ด้วงหมัด แมลงหวี่ขาว แมลงวันเจาะผล แมลงวันทอง แมลงวันหนอนชอนไป และผีเสื้อกลางวันชนิดต่าง ๆ ครับ

- ส่วนผีเสื้อกลางคืน ที่มาติดกับดัก ก็ได้แก่ ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้หลอดหอม ผีเสื้อกลางคืนของหนอนใยผัก ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้ผัก และผีเสื้อกลางคืนของหนอนคืบกะหล่ำ ครับ

- ซึ่งแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็พบในแปลงปลูกดอกไม้ด้วยเช่นกันนะครับ แต่อาจะไม่มากเท่าแปลงผักครับ

- และที่สำคัญก็คือ แมลงศัตรูเหล่านี้ ดื้อยาฆ่าแมลงเสียแล้วเป็นส่วนมากน่ะครับ การใช้กับดักกาวเหนียวทาบนแผ่นสีเหลือง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ ที่น่าจะนำมาทบทวนกัน สำหรับแมลงศัตรูที่ดื้อยาแล้วด้วยเช่นกันนะครับ

อิทธิพลของสีต่อการบินเข้าติดกับดักกาวเหนียวของแมลงวันทองและแมลงต่างๆ พบว่า
พบว่า สีเหลืองได้ผลดีที่สุดครับ

- เพราะแมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่นั้น ชอบสีเหลืองครับ

 

กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง แถมถุงเหลือง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง แถมถุงเหลือง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง
กาวเหนียว แบบไข ดักแมลง

ข้าพเจ้าเคยเล่นการเมืองท้องถิ่น(อบต.) อยู่ 2 สมัย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาดข่า ใน 2 สมัยนั้นหมายถึง 8 ปี (พ.ศ.2540-2548) ข้าพเจ้าไม่มีเวลาไปประกอบอาชีพเลย เงินเก่าที่สะสมไว้ก็หมด และต้องกู้ยืมจากเพื่อนบ้าน วันแล้ววันเล่า จนทำให้ ข้าพเจ้านำครอบครัวเข้าสู่หนี้สินถึงจำนวนกว่า 4 ล้านบาท

จากนั้นตัดสินใจลงเวทีการเมือง มามองเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ตามปรัชญา ของพระองค์ท่าน ในหลวงของเรา ข้าพเจ้ามีพื้นฐานอยู่คือ มีที่ทำกินอยู่ 65 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อที่แบ่งเอาไว้ให้ เมื่อปี พ.ศ.2534 และหลังจากนั้นก็พยายามทำสวนอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีเวลาทำ ดินก็แห้งแล้ง และแหล่งน้ำก็ไม่พอ

มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ปรึกษากับภรรยาของข้าพเจ้า และถามเธอว่า ตื่นเช้ามาแต่ละวันเธอจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นลูกสาว 2 คนกำลังเรียนอยู่ คนโตอยู่มหาวิทยาลัย อีกคนเล็กอยู่มัธยมใกล้บ้าน ภรรยาข้าพเจ้าตอบว่า จะต้องใช้ประมาณวันละ 1,000 บาท เพราะรวมถึงผ่อนดอกเบี้ยเงินกู้เขาด้วย ข้าพเจ้าได้คิดหนักอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ข้าพเจ้าวางกรอบให้ตนเองคิด หาเงินอยู่เฉพาะในที่ดินของตนเองเท่านั้น จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ให้เวลามากๆ กับลูกๆ ไม่คิดที่จะไปหาเงินจากต่างถิ่น

ในที่สุดข้าพเจ้าก็คิดออก  โดยเริ่มต้นปลูกพริก 2 งาน ทำฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม ในเนื้อที่ 1ไร่ เริ่มจากการไถพรวนดินยกร่อง กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามแนวที่ดินได้ประมาณ 20 แปลง ปลูกพริกสายพันธุ์พริกส้ม ลักษณะเมล็ดดิบสีทอง เมื่อสุดสีออกส้ม รสเผ็ด จุดเด่นคือกลิ่นหอม ดูแลรักษาง่าย ที่ดินอีกส่วนหนึ่งข้าพเจ้าได้ทำฟาร์มเห็ด เพื่อเปิดดอกเอง จำนวน 4 ฟาร์ม กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร จะได้ก้อนเห็ดฟาร์มละ 5,000 ก้อน รวมจำนวน 20,000 ก้อน เป็นเห็ดนางฟ้าภูฐาน และเห็ดฮังการี่

เมื่อพริกอายุได้ประมาณ 3 เดือนก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า กับภรรยาคู่ชีวิตของข้าพเจ้า ใช้เวลาเก็บพริก ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 3 โมงเช้า (06.00น.-09.00น.) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้พริกคนละ 10 กก. รวมเป็น 20 กก. ขายส่งกก.ละ 50 บาท เพราะเราทำเป็นพริกอินทรีย์ ราคาไม่มีตกกว่านั้น รวมเป็นเงิน 1,000 บาท ส่วนเห็ดนั้น ได้เริ่มเก็บผลผลิตตั้งแต่ เอาเข้าฟาร์มได้ 1 เดือน ฟาร์มเห็ด 4 ฟาร์ม แบ่งเป็นฮังการี 2 ฟาร์ม นางฟ้าภูฐาน 2 ฟาร์ม เก็บดอกเห็ดได้เฉลี่ยวันละ 40 กก. ราคากก.ละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท

ดังนั้นในที่ดิน 1 ไร่ ของข้าพเจ้า แต่ละวันได้จากพริก 1,000 บาท ได้จากเห็ด 1,200 บาท รวมเป็นเงินวันละ 2,200 บาท หรือเดือนละ 66,000 บาท ซึ่งไม่ได้รวมถึง ช่วงไหนราคาพริกขึ้น หรือราคาเห็ดเพิ่มขึ้น ฉะนั้นข้าพเจ้าก็เลยเห็นทางออก และสามารถที่จะส่งลูกเรียนจบ ปริญญาตรี ได้ทั้ง 2 คน โดยไม่ได้ยืมจากกองทุนการศึกษาของรัฐบาลเลย ทั้งยังสามารถปลดหนี้สิ้นทั้งหมดได้ภายในเวลา 4 ปี

 

แหล่งที่มา : kasetonline.com

 

 

วิธีเพาะเห็ดแบบรวดเร็วและประหยัดแรงงาน มอบไว้เป็นมรดกโลก

การปลูกเห็ดกำลังเป็นเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรมากโข ในวงกว้าง   แต่การบ่มเพาะเห็ดเพื่อการค้า มีกระบวนการที่เหนื่อยยากอยู่ส่วนหนึ่งคือ ช่วงบ่มเชื้อ ที่ต้องให้ความชื้นด้วยการฉีดพ่นละอองน้ำทุกวันเป็นเวลานานนับเดือน

 

ครั้งหนึ่งผมเคยไปซื้อถุงเชื้อเห็ดมาลองเพาะดู  ซื้อมาสองถุง ถุงหนึ่งทำการรดน้ำแบบที่คนขายบอกตามวิธีการมาตรฐาน   อีกถุงหนึ่งผมไม่รดน้ำเลย  แต่เอาจานใส่น้ำไปวางไว้ก้นถุง (เอาถุงห้อยลอยไว้)  ปลากดว่า (ปลาหมอก็คงว่าด้วยแหละ) ถุงหลังนี้ออกดอกใน ๒วัน  ส่วนอีกถุงที่ปลูกตามวิธีปกติออกดอกใน ๔ วัน  แถมดอกในถุงหลังงามกว่าเสียอีก แถมยังไม่ต้องเสียแรงรดน้ำ ๔ วัน เช้าเย็น

 

ด้วยเหตุนี้ผมเลยเกิดแนวคิดในการเพาะเห็ดแบบใหม่ดังนี้

1) สร้างโรงเรือนเป็นเรือนทรงกระบอกกลม  หรือ ๘ เหลี่ยมด้านเท่า  ทำด้วยเสาไม้ไผ่ก็ได้ แล้วหุ้มผนังโดยรอบด้วยผ้าพลาสติกแบบ slant  (มีรูพรุน)  ส่วนหลังควรคลุมด้วยพลาสติกสีชา หรือทึบ  กันแดด ฝน

2)  สมมติว่าโรงเรือนมีขนาดเส้นผ่าศก. สัก ๕ เมตร  จากนั้นตรงกลางห้องให้ขุดบ่อขนาด ๒ เมตร ลึก 50 ซม.  เอาพลาสติกรองก้น เอาน้ำเทลงไปให้เต็ม  เอาสุ่มไก่ไปครอบไว้ เอาใส้ตะเกียง หรือเศษผ้าขี้ริ้ว ไปห้อยไว้กับสุ่มไก่ ปล่อยปลายให้จุ่มน้ำจนเปียกโชก

3)  จากนั้นพื้นที่วงรอบนอกของบ่อน้ำ  ก็เอาลวดหรือเชือก ไปห้อยไว้จากขื่อหลังคาโดยรอบ ห้อยยาวมาถึงพื้นห้อง   แล้วเอาถุงเห็ดไปห้อยไว้กับเชือกเหล่านี้อีกที (โดยไม่ต้องทำชั้นวางถุงเห็ดให้สิ้นเปลือง)  โดยเชือกเส้นหนึ่งก็ห้อยได้สัก ๒๐ ถุง   เชือกสองร้อยเส้นก็อาจห้อยได้  4000 ถุง

 

จากนั้นก็ปล่อยเขาเสรี  ไม่ต้องรดน้ำเช้าเย็นให้เหนื่อยยาก  ทั้งนี้เพราะน้ำจากบ่อตรงกลางจะระเหยออกมาผ่านเส้นผ้าขี้ริ้ว แล้วแพร่กระจายความชื้นออกไปทั่วห้อง

 

ส่วนการระบายอากาศก็จะดีเพราะผนังเป็น slant ที่มีรูพรุน  แดดก็เข้ามารำไรแบบกระจายผ่านรูพรุนของ slant ซึ่งเห็ดมักชอบบรรยากาศแบบนี้

 

ผลดีของวิธีนี้คือ

-ประหยัดแรงงานและเวลาในการรดน้ำ รวมทั้งประหยัดน้ำด้วย (ประหยัดเครื่องฉีดพ่นด้วย) (ประหยัดสุขภาพคนทำงานด้วย เพราะไม่ต้องไปอยู่ในห้องชื้นๆ อับๆ นานๆ )

-เห็ดได้ความชื้นตลอดเวลา ๒๔ ชม.  (เหมือนสภาพป่าจริงๆ )  ทำให้น่าจะร่นเวลาการเพาะปลูก และได้ดอกเห็ดมากกว่า  (ดังที่ได้พิสูจน์แบบจานใต้ห่อแล้ว)

-ประหยัดค่าก่อสร้างโรงเรือน  (ไม่ต้องมีชั้นวางเห็ด) แถมยังสามารถเดินเข้าไปเก็บเห็ดสะดวก ไม่ต้องเอื้อมมือผ่านขอบชั้น

 

ให้ฟรีๆ  ไม่สงวนลิขสิทธิ์  ท่านใดเอาไปใช้ได้ผลอย่างไรแจ้งกันด้วย เป็นวิทยาทาน    ควรมีการทำวิจัยเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความสม่ำเสมอของความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ

การควบคุมความชื้นให้มากน้อยในช่วงเวลาต่างๆ ก็ไม่ยาก  เพียงเพิ่มลดจำนวนเส้นผ้าขี้ริ้ว ก็ได้แล้ว

 

โชคดีมีเห็ดกิน ขาย กันทั้งปีเด๊อพี่น้องเด๊อ จะได้ไม่ต้องไปรับจ้างเดินขบวน เผาบ้านเผาเมืองเหมือนเก่าก่อน

…คนถางทาง (๑ พย. ๕๕)

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คุณสมยศ  กรุณา หัวหน้าฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ศูนย์รวมสวนเห็ดอรัญญิก

“ถ้าคนไม่มีประสบการณ์ในการเพาะเห็ดเลยควรเริ่มต้นจากการซื้อก้อนเชื้อสำเร็จไปที่เขาหยอดเชื้อแล้ว ไปลองเพาะดูก่อนเราดูแลรดน้ำให้ออกดอก เมื่อเราทำตรงนี้จนมีประสบการณ์ชำนาญแล้ว มีตลาดรองรับที่แน่นอนแล้ว เราอาจจะลองซื้อก้อนเชื้อสำเร็จมาเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเรามั่นใจว่าสามารถผลิตก้อนเชื้อเองได้ เราก็ผลิตก้อนเนื้อเองได้ โดยเราต้องลงทุนเพิ่ม คือ อุปกรณ์หม้อนึ่งฆ่าเชื้อและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น วัตถุดิบพวกขี้เลื่อย”

ที่จริงแล้วตลาดของเห็ด เราสามารถทำได้ตั้งแต่ การผลิตหัวเชื้อเห็ด หรือการผลิตก้อนเชื้อเห็ด ขายก็ได้ แต่ถ้าเราไม่มีความชำนาญ ควรผลิตดอกเห็ดขายก่อน เราก็สามารถแบ่งช่องทางการขายได้อีก ทั้งขายดอกสด ขายดอกแห้ง หรือขายผลิตภัณฑ์เห็ดที่แปรรูปแล้ว หรือจะนำเห็ดสดดองเกลือแล้วส่งขายต่างประเทศ ซึ่งมีบริษัทต่างประเทศมาลงทุนทำแบบนี้อยู่ รับซื้อเห็ดสดมาดองแล้วส่งกลับไปบ้านเขา อันนี้ก็เป็นอีกตลาดหนึ่ง”

“สถานการณ์ดอกเห็ดตอนนนี้มีแนวโน้มที่สามารถเพาะเลี้ยงไปได้เรื่อย ๆ เพราะว่าในอนาคตสัตว์ต่าง ๆ สามารถเกิดโรคระบาดได้ง่าย แต่โรคระบาดเห็ดจะไม่กระทบกระเทือนถึงสุขภาพผู้บริโภค มีแต่กระทบกับผู้ผลิตเท่านั้นที่ผลิตได้น้อยลง”

“นโยบายของรัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญ ในเรื่องของการผลิตอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เห็ด ก็เป็นตัวหนึ่งที่มีรสชาติอร่อย โปรตีนสูง ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ ยังมีพวกวิตามิน กรดอมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด แล้วยังเป็นอาหารหลักของกลุ่มที่ทานมังสวิรัส ยังมีคุณค่าทางด้านสมุนไพรที่จะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ด้วย”

“อยากแนะนำให้เกษตรกรผู้ผลิตควรมองถึงคุณภาพเห็ดด้วย ถ้าเรามองแต่ว่าจะทำให้ได้วันละ 100 กก. 200 กก. ถ้าเราเน้นแต่ปริมาณ เราจะไม่ได้ในเรื่องของราคา ในช่วงที่อากาศเหมือน ๆ กัน เห็ดตัวเดียวกันก็ออกดอกมาเยอะ พร้อม ๆ กัน ราคาก็ถูกลงเหมือนกับสินค้าเกษตรตัวอื่น ๆ แต่ถ้าเราสามารถควบคุมคุณภาพของเห็ด และผลิตเห็ดได้หลาย ๆ ชนิดผสมผสานกันลงไปในฟาร์มของเรา ในช่วงที่เราเพาะเห็ดนางรม เราก็เพาะเห็ดหอมด้วย เห็ดหลินจือด้วย เห็ดโคนญี่ปุ่นด้วย หรือเห็ดอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่เราเพาะได้ บางช่วงที่เห็ดนางรมราคาถูก แต่เห็ดตัวอื่นยังมีราคาแพง ก็จะทำให้เราอยู่ในอาชีพการเพาะเห็ดได้นานอย่างยั่งยืน ถ้าเราเพาะแต่เห็ดตัวใดตัวหนึ่ง บางช่วงถ้าราคาถูกเราจะขาดทุน แล้วจะอยู่ในอาชีพการเพาะเห็ดไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ไปเรื่อย ๆ”

“เราจะเก็บดอกที่ตูมไว้อีกนิด แล้วไม่รดน้ำก่อนเก็บ 2 ชม. เราจะได้เห็ดที่มีคุณภาพขายได้ราคา อย่างเห็นล้นตลาดจะไม่เกิน 2-3 วัน ถ้าเราเก็บดอกตูมเราจะยืดเวลาไปได้อีก โดยแช่ไว้ในห้องเย็นจะชะลอการขายได้”

“เราอาจจะเริ่มจากตลาดในชุมชนท้องถิ่นของเราก่อนก็ได้ โดยดูว่าในชุมชนเรานิยมบริโภคเห็ดอะไร แล้วถ้าเป็นต่างจังหวัดต้องดูด้วยว่าช่วงไหนที่เห็ดป่าจะออก เพราะคนต่างจังหวัดจะนิยมบริโภคเห็ดป่ามากกว่า เห็ดเพาะเลี้ยง ซึ่งเราอาจจะเปลี่ยนไปรับเห็ดป่ามาจำหน่ายแทน”

“นอกจากนี้ เราจะส่งเห็ดไปตลาดขายส่งใหญ่ ๆ อย่างตลาดไท ปากคลองตลาด ตลาดสี่มุมเมือง หรือตลาดสดทั่ว ๆ ไป หรือตลาดชุมชนของเราเอง ที่มีถึง 100 หลังคาเรือน เราสามารถผลิตเห็ดขายได้แล้ว เราสามารถกำหนดคุณภาพ ควบคุมราคาได้ง่ายด้วย”

“อีกตลาดหนึ่งที่น่าสนใจ เราสามารถกำหนดราคาที่แท้จริงได้ คือ การแปรรูปเห็ด ซึ่งต่างจากเราขายเห็ดสด ที่เราต้องพึ่งพากลไกตลาด ที่พ่อค้าคนกลางเป็นคนกำหนดราคา โดยทั่วไป เขาจะรับเห็ดไปขายให้ก่อน แต่ยังไม่กำหนดราคา พอเขาขายได้เสร็จถึงจะมาบอกราคาทีหลัง อย่างเขาบอก กก.ละ 7 บาท เราก็ต้องขาย เราไม่สามารถต่อรองราคาอะไรได้มาก เพราะผลผลิตออกมาทุกวัน ๆ เพราะเราต้องการปริมาณมาก ถ้ามองไปอาจจะไม่ได้กำไร จากการเพาะเห็ดเลยก็ได้ หรือกำไรน้อย แต่ถ้าเราเพาะเองขายเองก็จะดีกว่า แต่เราก็ต้องมาดูว่ามีบุคคลากรตรงนี้หรือเปล่า ถ้าไม่มีเกษตรกรรวมตัวกันเพาะเห็ด โดยแบ่งหน้าที่กันทำได้ก็จะดี”

“ทุกอาชีพต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ใหม่ ๆ เราอาจจะไม่รู้ว่าเห็ดอะไรช่วงไหนดอกออกเยอะ แต่ขอให้ทำไปเราจะสะสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ เราจะรู้ว่าช่วงนี้เห็ดชนิดนี้ออกเยอะ เราก็จะทำให้เห็ดของเราออกน้อย พอช่วงนี้เห็ดชนิดนี้ออกดอกน้อย เราทำให้ของเราออกดอกเยอะ”

“การแปรรูปเห็ด เป็นช่องทางการตลาดอีกช่องทางหนึ่งเลย โดยเราไม่ต้องรีบส่งเห็ดสดขายให้หมด เราสามารถชะลอการขายได้ออกไปได้ เป็นเดือน เป็นปี ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแปรรูปเห็ดเป็นผลิตภัณฑ์อะไรออกมา”

“การแปรรูปต้องดูว่าอย่าง ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ เขานิยมบริโภคอะไรกัน เช่น แหนม ปลาร้า น้ำพริก ซอส ซีอิ๊ว ซึ่งเราต้องมาดูผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ เราเอาเห็ดเข้าไปเกี่ยวข้องได้ไหม ทั้ง 100% หรือ 60% หรือ 20% ถ้าเรายิ่งเอาเห็ดสดไปเกี่ยวได้มากเท่าไร มันก็ยิ่งไปรองรับเห็ดสดเรามากเท่านั้น อีกอย่างเห็ดแปรรูป เราสามารถเพิ่มราคาได้อีก 20-50% ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแปรรูปเป็นอะไร อาหารคาว อาหารหวาน ได้ทั้งนั้น”

 

ที่มา : http://www.thaikasetsart.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA/


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่