แนะนำสินค้าชีวภาพ

วิธีการเปิดดอกเห็ด

คุณพัฒนภูมิ ขาวงาม @ Micheal Mushroom สมาชิกที่ผ่านการอบรมเพาะเห็ดถุงกับศูนย์เรียนรู้ ifarm ได้เขียนเข้ามาถามที่หน้า Facebook Wall ของผมเกี่ยวกับเรื่องการเปิดดอกเห็ดถุง
ผมเห็นว่าเป็นคำถามที่ดี และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก ifarm จึงขออนุญาตเอามาขยายต่อในเว็บไซต์ครับ
วิธีการเปิดดอกเห็ดเทคนิคนิดหน่อย การจะเลือกวิธีแบบไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ครับ

1. ชนิดของเห็ด 2. ลักษณะดอกเห็ดที่ต้องการ 3. ระยะเวลาและสภาพการใช้งานของก้อนเห็ด
1.ชนิดของเห็ด
เห็ดเป๋าฮื้อ
เนื่องจากก้านของเห็ดเป๋าฮื้อเปราะ และหักง่าย วิธีการเปิดดอกที่เหมาะสมที่สุด คือเอาเฉพาะสำลี หรือจุกประหยัดออก ไม่ควรเอาคอขวดออก เพราะคอขวดจะช่วยพยุงก้านเห็ดเอาไว้ ไม่ให้หลุดง่าย
เห็ดหูหนู
สำหรับเห็ดหูหนู การวางก้อนเห็ดจะเป็นแบบแขวน วิธีการเปิดดอกของเห็ดหูหนูจึงพิเศษกว่าการเปิดดอกเห็ดถุงชนิดอื่นๆ คือ ให้เอาจุกและคอออก เสร็จแล้วให้ปากถุงให้แน่นพอประมาณ หลัง
จากนั้นให้เอาคัตเตอร์คมๆ กรีดเป็นแผลในลักษณะทแยง ยาวสักประมาณ 2-3 ซม.
ยิ่งกรีดมากเห็ดหูหนูก็ออกดอกมาก
เห็ดโคนญี่ปุ่น
วิธีการเปิดดอกเห็ดโคนญีปุ่น ทำได้โดยการเอาจุกและคอขวดออกพอ ไม่ต้องขยายปากถุงให้กว้าง เพราะจะทำให้ความชื้นไม่เพียงพอสำหรับดอกเห็ดอ่อน
เห็ดขอนขาว เห็ดขอนดำ และเห็ดลม
วิธีการเปิดดอกของเห็ดขอนขาว ขอนดำและเห็ดลมที่เหมาะสม คือ เอาจุก และคอขวดออก หลังจากนั้นให้พับปากถุง หรือจะเอามีด หรือกรรไกรคมๆ ตัดปากถึงไปจนถึงบริเวณไหล่ของก้อนถุงเห็ดเลย
ขนาดของปากถุที่กว้างจะทำให้เห็ดออกเยอะ ขนาดของดอกเห็ดจะใกล้เคียงกัน
เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า
เห็ดนางฟ้าภูฎาน นางฟ้าฮังการี เห็ดนางรมมีวิธีการเปิดดอกเหมือนกัน และทำได้ 2 วิธี คือ
1) เอาเฉพาะสำลี และคอขวดออก (หรือจะไม่เอาคอขวดออกก็ได้) แต่ไม่ต้องขยายปากถุงให้กว้าง 2) เอาสำลี และคอขวดออก เสร็จแล้วตัดปากถุงให้ถึงไหล่ถุง ปากถุงจะกว้าง

 

2. ลักษณะดอกเห็ดที่ต้องการ

หากเราไล่ดู ยกเว้น เห็ดหูหนู การเปิดดอกเห็ดจะมี 2 ลักษณะ คือปากแคบ และปากกว้าง ซึ่งความกว้างของปากถุงจะมีผลกระทบต่อลักษณะของดอกเห็ด
หากปากถุงแคบ จะได้จำนวนดอกเห็ดน้อย แต่ดอกจะโต ก้านดอกเห็ดจะยาว อายุของก้อนเห็ดจะนานกว่า
แต่หากปากถุงกว้าง จะได้ดอกเห็ดมาก แต่ดอกเห็ดจะมีขนาดเล็ก ขนาดดอกเห็ดจะไล่เลี่ยกัน อายุการใช้งานของก้อนเห็ดจะสั้นกว่า
ตลาดที่เราขายมีความต้องการดอกเห็ดในลักษณะไหน เราก็เลือกวิธีการเปิดดอกเห็ดให้เหมาะสมครับ
3. ระยะเวลาและสภาพการใช้งานของก้อนเห็ด
วิธีการเปิดดอกเห็ดสามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามระยะเวลาและสภาพของก้อนเห็ด
ยกตัวอย่างเช่นเห็ดนางฟ้า
ในการเปิดดอกครั้งแรก อาจใช้วิธีการเปิดดอกด้วยการเอาจุก และคอขวดออก เมื่อผ่านไปสักระยะ เห็ดออกดอกน้อยลง เราสามารถกระตุ้นการออกดอกด้วยการขยายปากถุงให้กว้างขึ้นได้ครับ

 

CREDIT :-

Article Credit : ศูนย์เรียนรู้ ifarm

มีคนถามบ่อยๆเรื่องความสำคัญของ คอขวดพลาสติก หรือปลอกคอขวด หรือปลอกพลาสติก ผมคิดว่าคอขวดพลาสติกมีประโยชน์ดังนี้ครับ

1.เป็นช่องสำหรับใช้ใส่เชื้อเห็ด และสำหรับยัดจุกสำลีป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรคและแมลงจากภายนอกก้อนเชื้อเห็ด

2.เป็นการบังคับให้เห็ดออกดอกทางเดียว (หากเจาะรูให้เห็ดออกทุกทีทุกทางจากก้อนเชือเห็ดคงเปลืองที่แขวนและยุ่งพิลึก)

3.ป้องกันน้ำกระเซ็นเข้าไปในก้อนเชื้อเห็ด ซึ่งจะทำให้ก้อนเชื้อเห็ดเน่าได้ง่าย

4.เป็นช่องระบายและแลกเปลี่ยนอากาศสำหรับใช้ในการหายใจของเห็ด และ

5.ทำให้ดอกเห็ดมีขนาดใหญ่

สำหรับที่ดอกเห็ดมีขนาดใหญ่ขึ้นได้เพราะคอขวดพลาสติกช่วยบีบรัดทำให้ดอกเห็ดเกิดได้น้อย แต่ดอกใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นที่รู้กันดีสำหรับนักเพาะเห็ดทั่วไป

nangfha

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

ก้อนเชื้อเห็ดนางรมฮังการี

++สูตรอาหารสำหรับผลิตก้อนเชื้อเห็ด++
1. สำหรับเพาะเห็ดนางฟ้า-เห็ดนางรม- : ระยะเวลาบ่มเชื้อ 25-30 วัน
- ขี้เลื่อยยางพารา 100 กิโลกรัม
- ปูนขาว 2 กิโลกรัม
- รำอ่อน 6 กิโลกรัม
- ดีเกลือ 2 ขีด
- ยิปซั่ม 2 ขีด
- น้ำเปล่า 50 ลิตร
- EM. ขยาย
2. สำหรับเพาะเห็ดขอนขาว-ขอนดำ : ระยะเวลาบ่มเชื้อ 30-35 วัน
- ขี้เลื่อยยางพารา 100 กิโลกรัม
-ปูนขาว 1 กิโลกรัม
- รำอ่อน 6 กิโลกรัม
- ดีเกลือ 2 ขีด
- ยิปซั่ม 2 ขีด
- น้ำเปล่า 50 ลิตร
- EM. ขยาย
3. สำหรับเพาะเห็ดบด-เห็ดกระด้าง : ระยะเวลาบ่มเชื้อ 35-40 วัน
- ขี้เลื่อยยางพารา 100 กิโลกรัม
- ปูนขาว 1 กิโลกรัม
- รำอ่อน 10 กิโลกรัม
- ดีเกลือ 2 ขีด
- ยิปซั่ม 2 ขีด

- น้ำเปล่า 50 ลิตร
- EM. ขยาย

ทุกสูตร ถ้าในแต่ละพื้นที่ หาแร่ม้อนท์ ได้ ให้แนะนำใส่แร่ม้อนท์ เพิ่มเข้าไปอีก 2-3 กิโลกรัมนะครับ
จะช่วยเรื่องของความแข็งแรง ทนโรค และ เพิ่มผลผลิตเห็ด ครับ

++ ข้อเปรียบเทียบระหว่างก้อนเชื้อเห็ดจากฟางข้าวกับขี้เลื่อยยางพารา ++
1. เส้นใยจากก้อนเชื้อที่ผลิตจากฟางข้าวจะเดินได้ไวกว่าในก้อนเชื้อที่ผลิตจากขี้เลื่อย
2. ระยะเวลาให้ดอกเห็ดก้อนเห็ดที่ใช้ฟางข้าวเก็บดอกได้ 40 วัน ส่วนก้อนเห็ดที่ใช้ขี้เลื่อยสามารถเก็บได้ 60 วัน
3. ผลผลิตเห็ดนางฟ้าจากการเพาะโดยใช้วัสดุฟางข้าว ก้อนเชื้อเห็ด 1 ก้อน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 200 กรัม จากการเพาะโดยใช้วัสดุขี้เลื่อยไม้ยางพารา ก้อนเชื้อเห็ด 1 ก้อน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 300 กรัม
4. ระยะเวลาให้ผลผลิตของก้อนเชื้อเห็ด ก้อนเชื้อที่ใช้วัสดุขี้เลื่อยจะให้ผลผลิตยาวนานกว่าก้อนเชื้อที่ใช้ฟางข้าว
5.ฟางข้าวเป็นวัสดุเพาะเห็ดที่เหมาะสมของท้องถิ่นใช้แทนขี้เลื่อยเพาะเห็ดนางฟ้าได้ เนื่องจากไม่ได้ซื้อทำให้ต้นทุนน้อย ชาวบ้านสามารถใช้เพาะเห็ดไว้บริโภคหรือเป็นอาชีพเสริมได้
6. ต้นทุนการผลิตจะต่ำกว่าการผลิตด้วยขี้เลื่อยก้อนละประมาณ 2-3 บาท

วิธีแก้ไขแมลงหวี่ในก้อนเห็ด

สาเหตุการเกิดหนอนแมลงหวี่ในเห็ด และวงจรของการเกิดหนอนแมลงหวี่ วิธีการป้องกันและกำจัด

เรื่องเกี่ยวกับ หนอนแมลงหวี่ศัตรูที่พบเจอในหน้าก้อนเชื้อเห็ด ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก วงจรชีวิตหนอนแมลงหวี่ปีกแข็งกันก่อน

ระยะไข่ จะสังเกตได้ว่าเป็นเม็ดกลม ๆ รี เม็ดเป็นสีขาวคล้าย ๆ ไรไข่ปลาแต่ไม่ใช่สามารถมองเห็ดได้ด้วยตาเปล่า เมื่อไข่ได้รับการผสมพร้อมที่จะฟักตัวจะมีจุดสีดำ ๆ
ระยะตัวอ่อน หลัก จากที่ไข่มีการฟักตัวออกมาแล้วสังเกตได้ว่าลำตัวจะมีสีขาว หรือสีส้มอ่อน สังเกตดี ๆอาจจะคล้าย ๆ ราส้มแต่ไม่ใช่ เพราะหนอนสามารถที่จะเคลื่อนย้ายตัวและกัดกินเส้นใยเห็ด
ระยะดักแด้ จะมีลักษณะเป็นตัวสีขาวนวล ๆ และสีจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีดำ พร้อมที่จะเป็นตัวแก่
ระยะตัวเต็มไว หรือตัวแก่ จะ มีลักษณะเป็นตัวสีดำ ปีกแข็ง จะตอมอยู่หน้าก้อนเชื้อเห็ด และไข่ทิ้งไว้ที่หน้าก้อนเหมือนเดิมหากไม่มีการกำจัด จะทำให้ประชากรของแมลงหวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหาย

สาเหตุของการเกิดหนอนแมลงหวี่มีหลายประการด้วยกัน พอสรุป ได้ดังนี้

1.โดยสัญชาติตะญาณของแมลงหวี่ มักชอบของที่มีกลิ่นเน่าเหม็น รวมทั้งกลิ่นแอมโนเนียจากก้อนอาหาร

2. เกิดจากหน้าก้อนเห็ดสกปรก หลังจากการเก็บดอกไปแล้ว ยัง มีเศษรากหรือโคนของเห็ดที่ยังดึงออกไม่หมด หากไม่มีการขูดหน้าก้อน ทำความสะอาด เวลาที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดให้น้ำ แล้วน้ำเข้าไปขัง รากหรือโคนเห็ดก็จะอุ้มน้ำจนแฉะเน่าเละ

3.โรงเรือนเพาะเห็ดมีความเหม็นอับชื้น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่มีการระบายอากาศ

4.ไม่เคยฉีดพ่นจุลินทรีย์ กำจัด ไรเห็ด หนอน และ เชื้อรา ตามพื้น ผนังโรงเรือน หรือเสา อยู่เป็นประจำ เพราะบางทีเราอาจไม่คาดคิด ฉีดพ่นจุลินทรีย์แค่หน้าก้อนเห็ดเพียงอย่างเดียว แมลงหวี่จะซุกซ่อนตามผนัง

5.เพาะเลี้ยงเห็ดอย่างต่อเนื่องไม่มีการล้างหรือพักโรงเรือน ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค และแพร่ระบาดภายในโรงเรือน

แนวทางป้องกันจะกำจัดหนอนแมลงหวี่ที่มาทำลายหน้าก้อนเห็ด

1. โรงเรือนที่เพาะเห็ด ควรหมั่นที่จะทำความสะอาด ตามพื้นโรงเรือน ผนัง ซอกมุมจาก เสา เปิด โรงเรือนให้ได้มีอากาศถ่ายเทบ้าง ไม่อับ และหมั่นฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ (จุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวให้ทำการหมักขยายตามสูตรของชมรมเกษตรปลอดสารพิษก่อน เพื่อที่จะ ลดต้นทุน ส่วนไทเกอร์เฮิร์บเป็นสมุนไพรชนิดผงที่มีกลิ่นสามารถไล่แมลงหวี่ไม่ให้เข้า มาภายในโรงเรือน) ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งโรงเรือนทั้งด้านนอนและด้านใน อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อตัดวงจรการเกิดของหนอนแมลงหวี่

2. ก่อนการเปิดดอก ในขณะที่เส้นใยเห็ดเดินมากกว่า 25% หรือก่อนเปิดดอก ควรที่จะทำการป้องกันด้วยการหมักจุลินทรีย์เชื้อบีทีชีวภาพก่อน อาจจะหมักด้วยน้ำมะพร้าวจากลูก , น้ำเต้าหู้ ,ไข่ไก่ ,นมผงเด็ก,นมข้นหวาน,นมไวตามิลล์ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวก

3. ก่อนนำเข้าเปิดดอกในโรงเรือน ควรคัดถุงก้อนเชื้อเห็ดที่แสดงอาการทำลายของ แมลง โรค เชื้อราและไรทิ้งหรือหากไม่แน่ใจควรแยกกองไว้ต่างหาก และทำการฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากพบการระบาดมากให้ฉีดวันเว้นวัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง โดยฉีดพ่นหน้าก้อน และใช้เข็มสลิงฉีดอัดเข้าไปในก้อนเน้นตรงจุดที่เกิดเชื้อโรคเป็นพิเศษ หากพบการระบาดน้อย ให้ฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน ติดต่อกัน 3-4 เช่นกัน

4. หากแมลงหวี่มาตอมหน้าก้อน ควรแขวนกับดักกาวเหนียวทาบนกระดาษสีเหลือง แต่ถ้าไม่มีกาวเหนียวให้ใช้วาสลีนทาบนกระดาษแทนก็ได้ แต่ต้องทาบ่อย เพราะว่าวาสลีนนี้จะแห้งเร็ว ควรเปลี่ยนกับดักกาวเหนียว เมื่อพบว่ามีตัวแมลงมาติดจนเต็มหรือประมาณ 45-60 วัน/ครั้ง และแขวนกับกาวเหนียวให้มากเท่าที่จะมากได้ เพื่อเป็นการช่วยลดประชากรของหนอนแมลงหวี่

5. ขณะเปิดดอกแล้วควรที่จะหมั่นตรวจสอบสังเกตอยู่เป็นประจำ ดังนั้นหากพบการทำลายที่ควรจะคัดแยกออกและดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการฉีดพ่น จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากไม่หายควรที่จะสละก้อนทิ้งและเผาทำลาย

6. หลังจากการเก็บดอกเห็ดแล้ว ควรทำความสะอาดหน้าก้อนเชื้อทุกครั้ง โดยการใช้ปลายช้อนขูดที่ก้อนเอา เศษ และรากโคนเห็ดที่ยังติดอยู่ออกให้หมดและฉีดพ่นด้วย จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส ทันที รวมถึงเนื้อเยื่อเห็ดที่ขูด ดอกเห็ดที่แห้งเหี่ยว เศษดอกเห็ดที่คัดทิ้งหรือร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่ตั้งใจควรมีการเก็บทิ้งในถัง ขยะให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ควรให้ตกหล่นบริเวณพื้นโรงเรือน เพราะจะทำให้เน่าและเพิ่มกลิ่นอับ เป็นที่ชื้นชอบของแมลงศัตรูเห็ด

7. เมื่อหมดรุ่นอายุของก้อนเชื้อ หลังจากการขนย้ายก้อนทิ้ง หรือทำปุ๋ยหมัก ควร ที่จะการว่างเว้นหรือพักโรงเรือนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นในระหว่างพักโรงเรือน เปิดโรงเรือนทิ้งไว้ 7-15 วัน จากนั้นทำความสะอาดด้วยสารสกัดจากสมุนไพร ไพเรี่ยม 20 ซีซี+ โทแบคโท 20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นสลับกับจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ ทั้งในและนอกโรงเรือน

8. การ กำจัดกลิ่นอับภายในโรงเรือน ผู้เพาะเห็ดควรหว่านสเม็คไทต์ หรือภูไมท์ ที่พื้นโรงเรือนอยู่เป็นประจำ หรือจะหว่านบาง ๆ เมื่อพบว่ากลิ่นอับภายในโรงเรือนรุนแรง การหว่านเพื่อลดกลิ่นอับภายในโรงเรือนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โรงเรือนถูก สุขลักษณะ ไม่เป็นที่ดึงดูดแมลงศัตรูเห็ด

Article Credit : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่