แนะนำสินค้าชีวภาพ

สวัสดีครับ พี่ๆน้องผู้เพาะเห็ดทุกๆท่านครับ ตอนนี้ก็ใกล้จะเข้าเดือน 6 แล้วนะครับ ใกล้ฝนเข้าไปทุกที เป็นสิ่งที่คนเพาะเห็ดอย่างเราๆรู้ดี ว่าเป็นฤดูการที่เห็ดชอบ
คือ ร้อน ชื้น เห็ดที่ชอบก็พวกตระกูล นางฟ้า – นางรม ขอน ลม และอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ทางฟาร์มของเราก็เตรียมพร้อมในการทำก้อนให้เพียงพอต่อ ออเดอร์ลูกค้าที่สั่งเข้ามามากมาย
เพื่อเตรียมพร้อมเปิดดอกในฤดูฝนนี้ ครับ ผมจึงอยากจะให้ทุกท่านเตรียมตัว ก่อนที่หน้าฝนจะมาถึงครับ เพื่อเตรียมพร้อมรับผลผลิตเห็ดที่มากครับ
เราต้องบริหารจัดการดีๆ ครับ เพราะอาจจะเป็นช่วงที่เห็ดจะล้นตลาด เป็นเวลาสั้นๆ ได้ครับ

สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมเลยนะครับ

1. เลือกสายพันธ์เห็ดให้เหมาะกับฤดูครับ เมื่อเลือกได้ ก็เริ่มทำได้เลยครับ เพราะกว่าจะออกดอกใช้เวลาเดินเชื้อเป็นเดือนครับ
2. เตรียมโรงเรือน หรือ ซ่อมแซมหลังคา
3. ทำความสะอาดโรงเรือนให้สะอาดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหน้าฝนมีโอกาสที่ เชื้อรา เชื้อโรค แมลง จะระบาดในโรงเห็ดได้มากครับ
4. จัดเตรียมหายา พวกปราบ เชื้อรา ไร หนอน เตรียมไว้เลย ถ้าเกิดปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที เพราะหน้านี้การระบาดจะเร็วมาก
แนะนำว่าให้พ่นพวก ปราบรา หนอน ไร อย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนเอาก้อนเข้าโรงเรือน และระหว่าเปิดดอก หรือระหว่างพักก้อน
5.จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับดูค่า อุณหภูมิ และ ความชื้น เพราะหน้าฝน ความชื้นในอากาศสูงอยู่แล้ว บางวันอาจจะรดน้ำแค่ 1 – 2 รอบ
ให้ชื้นมากๆเกินไป ราเขียวจะถามหาครับ
6. วางแผนการเอาก้อนเข้าโรงเรือนครับ เช่น ถ้าเราจะเพาะ 5000 ก้อน แนะนำว่าให้เอาเข้าอาทิตย์ละ 1000 ก้อน เพื่อลดปัญหาเห็ดออกมาแล้วล้นตลาดครับ และจะได้ไม่ต้องถูกกดราคาครับ
และที่สำคัญเราจะมีผลผลิตอย่างต่อเนื่องครับ ต้องเข้าใจว่าหน้าฝนเห็ดออกเยอะ ไม่ใช้เฉพาะเรา แต่ที่อื่นที่เขาเพาะก็ออกครับ

ประมาณนี้ครับ คร่าวๆครับ ที่เหลือก็เตรียมตัวเตรียมใจครับ เพราะเห็ดจะออกดีมากกว่าช่วงหน้าร้อนแน่นอนครับผม

Siammushroom.com

เทคนิคการทำให้เห็ดรุ่น 2 ออกเร็ว

1.หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกหมดแล้ว แคะรากเห็ดทำความสะอาดหน้าก้อนเห็ดให้หมด

เฉพาะในรูตรงกลาง ในวงกลง คอขวด ไม่ต้องถอดคอขวดออก

2.พ่นฮอร์โมนเขียว+ดำ เข้าไปในรูหน้าก่อนเห็ดให้โดนตรงขี้เลื่อยเลยนะครับ และหาจุกมาปิด หรือ ไม่ก็เอากระดาษหนังสือพิมพ์มาปิดแล้วเอาหนังยางรัด แล้ว ทำการพักน้ำโดยไม่ต้องรดน้ำที่ก้อนเห็ด

เป็นเวลา 3-4 วัน แล้วค่อยมาเปิดดูที่เราปิดไว้ ถ้ามีเส้นใยเป็นฝ้าที่ขาวๆมารวมตัวกันก็เป็นอันใช้ได้ ถ้ายังก็ปิดไว้เหมือนเดิมอีก 1-2 วัน แล้วค่อยเปิดกระดาษ หรือจุกที่ปิดไว้ แล้วทำการให้น้ำปกติ + กับการให้ฮอร์โมนเขียว+ดำ พ่นเข้าหน้าก่อนช่วงเช้า วันเว้นวันครับ

วิธีนี้จะช่วยให้เห็ดพักก้อนเพื่อสะสมอาหาร และ ป้องกันแมลงเข้าทำลาย และจะทำให้เห็ดรุ่นที่ 2 ออกมาเร็วกว่าก้อนเห็ดที่ไม่ทำแบบวิธีนี้ครับ

จากการทดลอง ถ้าทำตามวิธีนี้เห็ดรอบ 2 ออกเร็วกว่า วิธีปกติที่ไม่พักน้ำ ประมาณ 3-5 วัน ลดการเข้าทำลายของแมลงได้มากกว่า 50 % ยังไงก็ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูน่ะครับ ซึ่งผมลองแล้วและได้ผลดี แต่ต้องขยันหน่อยน่ะครับ 555555555เทคนิคการทำให้เห็ดรุ่น 2 ออกเร็วแบบไม่ต้องพึ่งฮอร์โมน

1.หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกหมดแล้ว แคะรากเห็ดทำความสะอาดหน้าก้อนเห็ดให้หมด

เฉพาะในรูตรงกลาง ในวงกลง คอขวด ไม่ต้องถอดคอขวดออก

2.หาจุกมาปิด หรือ ไม่ก็เอากระดาษหนังสือพิมพ์มาปิดแล้วเอาหนังยางรัด แล้ว ทำการพักน้ำโดยไม่ต้องรดน้ำที่ก้อนเห็ด

เป็นเวลา 3-4 วัน แล้วค่อยมาเปิดดูที่เราปิดไว้ ถ้ามีเส้นใยเป็นฝ้าที่ขาวๆมารวมตัวกันก็เป็นอันใช้ได้ ถ้ายังก็ปิดไว้เหมือนเดิมอีก 1-2 วัน แล้วค่อยเปิดกระดาษ หรือจุกที่ปิดไว้ แล้วทำการให้น้ำปกติ

วิธีนี้จะช่วยให้เห็ดพักก้อนเพื่อสะสมอาหาร และ ป้องกันแมลงเข้าทำลาย และจะทำให้เห็ดรุ่นที่ 2 ออกมาเร็วกว่าไม่วิธีนี้

จากการทดลอง ถ้าทำตามวิธีนี้เห็ดรอบ 2 ออกเร็วกว่า วิธีปกติที่ไม่พักน้ำ ประมาณ 3-5 วัน ลดการเข้าทำลายของแมลงได้มากกว่า 50 % ยังไงก็ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูน่ะครับ ซึ่งผมลองแล้วและได้ผลดี แต่ต้องขยันหน่อยน่ะครับ 555555555

บาซิลลัส ซับติลิส สายพันธุ์ พลายแก้ว  เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคพืช  ค้นพบโดย  นายพลายแก้ว เพ็ชรบ่อแก นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์     (ปี 2546)  คุณสมบัติ สามารถเข้าทำลายเชื้อโรคโดยตรง ทั้งยังสามารถแก่งแย่งอาหารได้ดีกว่าจุลินทรีย์อื่นๆในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลน และยังสามารถสร้างสารปฏิชีวนะบางชนิดที่มีประโยชน์ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และสร้างสารต้านทานต่อเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพืช เชื้อบีเอสพลายแก้วได้คัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูงในการนำมาใช้กับวงการเกษตรกรรม เพื่อป้องกันกำจัด โรคพืช เช่น  โรคราเขียว  ในเห็ดทุกชนิด  โรคใบไหม้ในข้าว โรคกุ้งแห้งในพริก  โรคแคงเกอร์ในพืชตะกูลส้ม  มะนาว  ส้มโอ โรคหน้ายางตายนึ่งของยางพารา โรคใบจุด กล้าเน่ายุบตาย พืชตะกูลแตง  ถั่ว พริก มะเขือ โรครากเน่า  โคนเน่า ของทุเรียน และพืชผัก กลุ่มกล้วยไม้สกุลต่าง กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับชนิดต่างๆ ที่เกิดจาก เชื้อราโรคพืช

การขยายเชื้อบีเอสพลายแก้ว
1.ขยายเชื้อบีเอสพลายแก้วด้วยมะพร้าวอ่อน ใช้มะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้มพอใส่เชื้อลงไปได้ ใส่เชื้อบีเอสพลายแก้ว 1 ช้อนชา ปิดฝาทิ้งไว้ 1-2 วัน นำมาผสมน้ำได้ 20 ลิตร ฉีดพ่นได้ 1 ไร่
ข้อควรรู้การใช้ บาซิลลัส ซับติลิส สายพันธุ์ พลายแก้ว
- เชื้อบีเอส พลายแก้ว เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตขนาดเล็ก จึงไม่ควรนำมาใช้ร่วมกับสารเคมีใน คราวเดียวกัน
- เชื้อบีเอส พลายแก้ว เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกทำลายโดยรังสี UV จากแสงแดด จึงควรฉีดพ่นช่วงแดดอ่อนๆ
- ปรับหัวฉีดเครื่องพ่น ให้ละอองเล็กที่สุด จะช่วยให้ละอองเชื้อ บีเอส พลายแก้ว เกาะผิวใบได้ดี
- ควรฉีดพ่นเชื้อบีเอส พลายแก้ว เมื่อพบว่าโรคระบาดไม่มากเพื่อเป็นการควบคุมโรคและป้องกันที่โรคจะระบาดรุนแรงทำความเสียหายกับพืชผลผลิต
พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

สองสามีภรรยา เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ตกเดือนละประมาณ 20,000 บาท เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะร้ายอาหารในตัวเมืองกระบี่ เตรียมเพิ่มผลผลิตเจาะตลาดโรงแรมในอนาคต

เห็ดโคนญี่ปุ่นสำหรับจังหวัดกระบี่แล้ว ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายหากเทียบกับเห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง แต่เห็ดโคนญี่ปุ่นกลับเป็นที่ต้องการของร้านอาหารเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไปส่วนใหญ่แล้วยังรู้จักและรับประทานเห็ดโคนญี่ปุ่นน้อยมาก

นายเตชินท์  แซ่ฉั่ว อายุ 41 ปี และนายสุภัจฉรี  แซ่ฉั่ว  อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่  413 ม.2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง  จ.กระบี่ สองสามีภรรยาที่จบการศึกษาในระดับ ปวช.ทั้งคู่ โดยที่นายนายเตชินท์  จบ ปวช.ช่างยนต์ จากวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ส่วนนางนายสุภัจฉรี  จบ ปวช.การบัญชี จากวิทยาวัยเทคนิคจันทบุรี  จากการใช้ชีวิตคู่จนมีลูกด้วยกัน 3 คน มีสวนยางพาราเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่ทั้งสองสามีภรรยาคิดอยู่ตลอดเวลาคือ ทำอย่างไรเพื่อที่จะไม่ต้องออกกรีดยาง ไม่ต้องตื่นตอนดึกประมาณ 01.00-02.00น.ของทุกคืนเพื่อออกไปกรีดยาง ต้องทนนอนทุกค่ำคืน เราจำเป็นที่จะต้องมีอาชีพหลักเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว แทนการกรีดยางพารา ซึ่งในบางครั้งราคาขึ้นลงไม่แน่นอน

ทำให้ทั้งสองสามีภรรยาเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่จะเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัวอย่างจริงจัง จากตำราในเรื่องของการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นตัวเอง  ประกอบกับนายสุภัจฉรี  ภรรยาเดิมเป็นคนจังหวัดจันทบุรี  ซึ่งมีการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอยู่แล้ว จึงได้เดินทางไปศึกษาดูงาน การเพาะเห็นโคนญี่ปุ่นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ม.4 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ทั้งในเรื่องหลักวิชาการ การดูแลรักษา การสร้างโรงเรือน การเก็บผลผลิต  จนมีความรู้สามารถที่จะนำมาใช้ได้จริง ทั้งสองสามีภรรยาจึงเริ่มทำการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในปี 2552 อย่างจริงจัง

ด้วยการลงทุนสร้างโรงเรือน ขนาดกว้าง  4 เมตร ยาว 6 เมตรแล้วแต่ขนาดของโรงเรือน  สั่งซื้อก้อนเพาะเชื้อ มาจากจังหวัดนครปฐม และจังหวัดจันทบุรี ในราคาก้อนละ 16 บาท บวกค่าขนส่ง บ่อมเชื้อทิ้งไว้ประมาณ 50 วัน รดน้ำแบบละอองน้ำในอุณหภูมิ 70-80 องศาเซลเซียส  1 วันรดน้ำประมาณ 2-3 ครั้งแล้วแต่สภาพอากาศ  7-10 วันก็สามารถเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้ โดยสามารถเก็บเห็ดโคนญี่ปุ่นขายวันละ 80- 100 กิโลกรัม หรือมากกว่านั้นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนการออกของเห็ด โดยจำหน่ายในกิโลกรัมละ 250 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 200 บาท

นายเตชินท์  เล่าให้ฝังว่า เริ่มเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นขายในปีแรกๆ ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครซื้อกิน  ทุกคนเมื่อเห็นเห็ดโคนญี่ปุ่นถามว่าเป็นเห็ดอะไรกินอย่างไร อร่อยไหม ใช้ประกอบอาหารอะไรได้บ้าง  รสชาติเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความอดทนในการทำความเข้าใจด้านการตลาดในการจำหน่ายเห็ดโคนญี่ปุ่นในช่วงแรกๆ เนื่องจากชาวบ้านไม่ยอมซื้อไปกินกัน ด้วยความที่ไม่ท้อแท้เข้ามาวางตลาดในตลาดสดเทศบาลตำบลเหนือคลอง และตลาดสดซิตติ้ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ บรรจุใส่ถุงพลาสติกใสถุงละ 2 ขีด ขีดละ 25 บาท ใส่ขายถุงละ50 บาท ตกกิโลกรัมละ 250 บาท  พร้อมติดโลโก้ เห็ดโคนญี่ปุ่น บ้านกฤษณา  ม.2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง  จ.กระบี่ จำหน่ายหมดทุกครั้งเมื่อนำไปขาย และเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นก็หัดไปเจาะตลาดร้านอาหารในตัวเมืองกระบี่ เช่นอาหารร้านเรือนทิพย์  ร้ายก้อยกุลากาสัย ร้านน้องโจ๊ก และร้านราปู  ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำรายได้ให้กับครอบครัวตกเดือนละ 20,000 – 50,000 บาทเลยทีเดียว

ด้วยรสชาติเห็ดโคนญี่ปุ่นที่มีความกรอบนุ่ม มีรสชาติของเห็ดไม่ตกเวลาปรุงแต่งอาหาร ต้มไว้ได้นานไม่เฉาหรือเปลี่ยนรูปร่างของเห็ดแต่อย่างใด ดูสดตลอดเวลา เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วบำรุงหัวใจ แก้โรคหดหู่

ในอนาคตเตรียมบุกตลาดโรงแรมเพื่อเพิ่มยอดขายให้กว้างมากขึ้นและใหญ่ขึ้น รวมทั้งเพิ่มกำลังการผลิต จากปัจจุบันมีการสั่งก้อนเพาะเชื้อ 2,000 ก้อนในการผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่น แต่เมื่อมีการขยายตลาดไปยังกลุ่มโรงแรม ซึ่งหมายถึงว่าเห็ดโคนญี่ปุ่นเจาะตลาดโรงแรมซึ่งเป็นตลาดด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นการผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่นจำเป็นที่จะต้องเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า จำเป็นที่จะต้องทำการเพิ่มก้อนเพาะเชื้อมาเป็น  5,000 -20,000 ก้อนอย่างต่ำ รวมทั้งการขยายโรงเรือนเพิ่มเติมขึ้น

คาดว่าเมื่อสามารถเจาะตลาดโรงแรมสำเร็จการจำหน่ายเห็ดโคนญี่ปุ่นจะทำรายได้ให้กับครอบครัวไม่ตำกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นไม่ว่าอาชีพอะไรก็ตามหากเราลงมือทำอย่างจริงจังและมีเป้าหมายมีตลาดที่แน่นอน ก็จะประสบความสำเร็จในอาชีพที่เรากำลังทำนายเตชินท์ กล่าว

ที่มา : http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=110199

ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในกระเป๋าไม่มั่นคง รายได้น้อย รายจ่ายสูง จนผู้คนส่วนใหญ่ต้องหาทางออกโดยการมองหางาน อาชีพเสริมเข้ามาจุนเจือรายได้ปกติที่ไม่ค่อยจะเพียงพอเท่าไรนัก

งานอาชีพเสริมหลายๆ งานมีคนหันไปทำกันมากมาย เพราะเห็นว่าง่าย สะดวก และน่าจะมีเงินรายได้เข้ามาบ้าง จึงหันไปจับทำกัน ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง อยู่ที่ว่าแต่ละบุคคลจะปฏิบัติเช่นไร ทำถูกต้องตามลักษณะชิ้นงานไหม? และผู้บริโภคให้การยอมรับหรือเปล่า ทุกขั้นตอนมีรายละเอียดในเชิงลึก งานอาชีพเสริมจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่เราเดินไปถูกทางหรือเปล่า รู้เทคนิคและวิธีการอย่างละเอียดแล้วหรือยัง?

อย่างเช่น อาชีพเสริมในภาคเกษตรที่หลายๆ คนมักจะให้ความสนใจเป็นลำดับต้นๆ ก็คืออาชีพ “การเพาะเห็ด” ทุกคนมองเห็นแล้วว่า “เห็ด” นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ตลาดผู้บริโภคยังไปได้ดี จึงมีผู้ให้ความสนใจประสงค์จะเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริมกันมาก ซึ่งจริงๆ แล้วหากมีการลงทุนถึงขั้นดำเนินการเพาะเห็ดขึ้นมา การเพาะเห็ดไม่น่าจะเป็นงานเสริมอย่างที่เข้าใจ การเพาะเห็ดน่าจะเป็นงานหลักเสียมากกว่า เพราะการเพาะเห็ดต้องดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ต้องมีเวลาในการเก็บเห็ด ขายเห็ด และปฏิบัติการกับเห็ดในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและจุกจิกพอสมควร ดังนั้น การเพาะเห็ดถ้าจะให้ประสบความสำเร็จจึงไม่น่าจะเป็นเพียงแค่งานนอกแถว เสริมรายได้เท่านั้น

การเพาะเห็ดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้ครอบครัวนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก ถ้าตั้งใจทำจริงและมีเวลาให้กับงานอย่างเพียงพอ “คุณวรรณา พรหมศรี” ผู้ที่หันมายึดอาชีพการเพาะเห็ดทำเป็นธุรกิจจริงจัง เห็ดที่เธอเพาะเป็นงานหลักก็คือ “เห็ดโคนญี่ปุ่น” ทำมา 2 ปี ประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย

คุณวรรณา บอกว่า แรกเริ่มเดิมที ทำงานกินเงินเดือนมาก่อน ต่อมาก็คิดหารายได้เสริมในครัวเรือนหันมาเย็บผ้าโหลก็ไม่ค่อยดี จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการเกษตร มีพื้นที่ดินทำกินอยู่ 2 ไร่ แรกเริ่มปลูกชะอมตัดยอดขาย ราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ปัญหาแรงงานที่จะมาช่วยหายากก็เลยเปลี่ยนหันมาเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เพราะเห็นว่ามีตลาดรองรับค่อนข้างดี

คุณวรรณา กล่าวต่อไปว่า เมื่อคิดเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็ศึกษาเรื่องราวของเห็ดจากหนังสือเกษตร จากตำรับตำราต่างๆ ก่อน จากนั้นจึงไปดูงานการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นตามฟาร์มต่างๆ ขอคำแนะนำจากเขาเอามาศึกษาเป็นข้อมูลพื้นฐาน จนแน่ใจว่าสามารถเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นได้ก็ลงมือทำอย่างจริงจังเลย

การเพาะเห็ดสำหรับมือใหม่ต้องเริ่มต้นจากโรงเรือนเพาะเห็ดไปก่อน คุณวรรณา บอกว่า สร้างโรงเรือนเพาะเห็ดขึ้นมา 2 โรงเรือน ขนาด 5×12 เมตร กับ 5×9 เมตร พื้นโรงเรือนเทปูน ทำชั้นวางเห็ดเป็นแบบตัว A ตัวโรงเรือนใช้จากและหญ้าคา

เมื่อเตรียมโรงเรือนเรียบร้อยก็ต้องหาก้อนเชื้อเห็ดเข้ามาเพาะ คุณวรรณา บอกว่า สำหรับมือใหม่ขั้นแรกขอแนะนำให้หาซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะดีกว่า และควรเลือกซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่มีเชื้อเดินเต็มก้อนแล้วมาเพาะต่อจะดีกว่า ถึงแม้ว่าก้อนเชื้อเห็ดที่มีเชื้อเดินเต็มก้อนราคาจะสูงกว่าเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าก้อนที่เชื้อเพิ่งเริ่มเดิน เพราะแบบนั้นอัตราเสี่ยงที่ก้อนเชื้อเห็ดเสียมีมาก เพื่อความแน่นอนควรเลือกซื้อก้อนที่เชื้อเดินเต็มก้อนพร้อมที่จะเติบโตเป็นดอกเห็ดได้เลย

เมื่อซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาแล้ว ก่อนที่จะนำก้อนเชื้อเห็ดเข้าไปตั้งที่ชั้นวางในโรงเรือน จะต้องทำความสะอาดในโรงเรือนให้ดีเสียก่อน ใช้น้ำฉีดล้างทั้งโรงเรือนถ้าเพาะเห็ด ครั้งแรกที่พื้นยังไม่ต้องโรยปูนขาวก็ได้ แต่ครั้งต่อๆ ไปจำเป็นต้องโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรคตามพื้นโรงเรือนให้ทั่ว

ทำความสะอาดโรงเรือนก่อนที่ก้อนเชื้อเห็ดจะมายิ่งดีใหญ่ พอซื้อก้อนเชื้อเห็ดมา นำเข้าไปวางตามชั้นในโรงเรือนได้เลย จากนั้นก็เป็นรายละเอียดขั้นตอนของการให้น้ำ ใช้ระบบการให้น้ำแบบสเปรย์หมอกเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิในโรงเรือน เห็ดโคนญี่ปุ่นชอบอุณหภูมิในโรงเรือนอยู่ที่ 26-28 องศาเซลเซียส สเปรย์หมอกด้านบนก้อนเชื้อเห็ด ใช้สายยางต่อเข้ากับหัวสเปรย์ขึงเป็นราวด้านบนให้ละอองน้ำครอบคลุมภายใน ทั้งโรงเรือน

คุณวรรณา กล่าวว่า การให้น้ำเห็ดโคนญี่ปุ่นในขั้นตอนแรกสำคัญมาก พอเอาก้อนเชื้อเห็ดที่เชื้อเดินเต็มก้อนเข้าโรงเรือนก็เปิดก้อนเชื้อได้เลย จากนั้นเริ่มให้สเปรย์หมอก เปิดสเปรย์หมอกทุก 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 นาที ให้สเปรย์หมอกเช่นนี้ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 วัน

สำหรับหน้าก้อนเชื้อเห็ด พอเปิดจุกก้อนเชื้อออกก็ใช้น้ำฉีดเข้าไปที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดทุกก้อนทำตอนเช้า กลางวัน และตอนเย็น รวม 5 วัน จากวันแรกนับไปประมาณ วันที่ 3 สังเกตที่หน้าก้อนจะมีเม็ดเล็กๆ เกิดออกมา เม็ดนั้นจะค่อยโตขึ้นเป็นขนาดไข่ปลาสีขาวและสีครีม ในวันที่ 4-5

พอวันที่ 6-7 เห็ดก็จะออกมาเป็นดอกเล็กๆ หัวมีสีดำ เริ่มแรกก็มีลักษณะคล้ายเข็มเล็กๆ ต่อมาก็ขยายโตขนาดก้านไม้ขีดไฟ และพัฒนาเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดให้เก็บได้ในช่วงของวันที่ 7-8

ย้อนมาถึงระบบการให้น้ำ พอครบ 5 วัน ก็งดการให้น้ำหน้าก้อน เหลือให้น้ำทางสเปรย์หมอกอย่างเดียวให้ช่วงเช้า กลางวัน ยังคงเป็น 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง เหมือนเดิม แต่ตอนกลางคืนงดน้ำเหลือให้เพียงครั้งเดียว เพิ่มความชื้นในโรงเรือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าขืนให้น้ำตลอด 24 ชั่วโมง จะส่งผลถึงดอกเห็ดหัวหลุดร่วงง่าย ก้านดอกจะกลวง เก็บได้ไม่นานก้านจะมีสีคล้ำไว สาเหตุที่เห็ดหัวหลุดง่ายก็เป็นเพราะให้น้ำในช่วงกลางคืนนั่นเอง

หลังจากงดให้น้ำตอนกลางคืน 2 วัน ราววันที่ 7-8 ดอกเห็ดก็จะบานเก็บได้แล้ว ให้รีบเก็บออกมาทันที อย่ารอให้ดอกตูมเริ่มบาน เดี๋ยวจะไม่ทันกาล ต้องเก็บช่วงดอกกำลังตูม และเก็บก่อนการให้น้ำ โดยถอนเห็ดออกมาทั้งดอกเลย เมื่อเก็บออกมาแล้วก็วางเรียงลงบนภาชนะตะกร้าสี่เหลี่ยมที่หิ้วเข้าไปใส่ด้วย วางเรียงไปในแนวเดียวกัน  อย่าวางมั่วสะเปะสะปะ เพราะเวลาเอาเห็ดออกมาทำความสะอาดและบรรจุถุงขาย หัวดอกเห็ดจะได้ไม่เกี่ยวกันจนหัวหลุด ทำให้ขายไม่ได้ราคา

คุณวรรณา กล่าวอีกว่า การเก็บเห็ดนั้นไม่ต้องเลือกเวลากลางวัน กลางคืน เห็นดอกไหนโตเก็บได้ก็รีบเก็บออกมาทันที สามารถเก็บดอกเห็ดที่ทยอยโตออกมาได้ 3-5 วัน เมื่อเก็บออกมาก็รีบทำความสะอาดโดยใช้มีดหรือกรรไกรเล็กๆ ตัดสิ่งที่ติดกับดอกเห็ดออก จากนั้นนำเข้าตู้เย็นทันที มิเช่นนั้นเห็ดจะบานไม่ทันเอาไปขาย

ในเรื่องของตลาดขายเห็ดนั้น คุณวรรณา บอกว่า เอาไปส่งเองที่ตลาดไท มีขาประจำคอยรับซื้ออยู่ ส่วนหนึ่งก็ขายตรงให้กับลูกค้าที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และคลีนฟาร์มเป็นฟาร์มผักปลอดภัยจากสารพิษที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี

ส่วนที่ก้อนเชื้อเห็ดหลังเก็บดอกหมดแล้ว ก็ทำความสะอาดหน้าก้อนเชื้อ ใช้ด้ามช้อนขูดหน้าก้อนเชื้อให้เรียบ เอาตั้งทิ้งไว้เช่นนั้น งดให้น้ำตลอด 15 วันเต็ม เป็นการพักก้อนเชื้อระยะหนึ่ง ระหว่างนั้นให้ทำความสะอาดในโรงเรือน ใช้ปูนขาวโรยพื้นฆ่าเชื้อ หรือจะใช้สารสะเดา สารสมุนไพรชีวภาพป้องกันเชื้อในโรงเรือนก็ได้ เปิดข้างโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทเข้าในโรงเรือนได้สะดวก ไม่ให้ความชื้นภายในไปทำให้โรงเรือนเกิดหมักหมม ปล่อยให้ก้อนเชื้อแห้ง 15 วัน

จากนั้นก็ล้างโรงเรือนอีกครั้ง ปิดข้างฝาให้ดี เริ่มให้น้ำโดยสเปรย์หมอกทุก 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง ฉีดน้ำหน้าก้อนเห็ด เช้า กลางวัน เย็น เหมือนเดิม จนครบ 15 วัน หยุดฉีดหน้าก้อน ลดสเปรย์หมอกเหลือแค่กลางวัน กลางคืนให้ครั้งเดียว วันที่ 7-8 เก็บดอกเห็ดได้อีกเป็นรอบที่ 2 ทำอย่างนี้เรื่อยไป เห็ดโคนญี่ปุ่นดูแลง่าย

คุณวรรณา บอกว่า โรคราเขียว ราเหลืองไม่มี เพราะดูแลตั้งแต่เลือกซื้อก้อนเห็ดมาเลย มาช่วงปีหลังหันมาทำก้อนเชื้อเห็ดเอง เพิ่มเติมนึ่งก้อนเห็ดเองเป็นการขยายงานการเพาะเห็ดให้มากขึ้น และจากใช้ชั้นวางก้อนเห็ดก็เปลี่ยนมาใช้เชือกโยงแบบแขวนง่ายและสะดวกดี

“เห็ดโคนญี่ปุ่นดีค่ะ ราคาขายก็ดี ตลาดให้การยอมรับ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพด้วย”

คุณวรรณา พรหมศรี ทำธุรกิจเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเป็นธุรกิจในครัวเรือนอยู่ที่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี จะไปดูฟาร์มหาไม่ยาก จากแยกถนนพหลโยธิน เข้ามาตามเส้นทางอำเภอหนองแซง สังเกตเห็นวัดหนองสองห้องขวามือ เลี้ยวรถขับตรงผ่านหน้าวัด ประมาณ 20 เมตร บ้านอยู่ซ้ายมือ ก่อนจะไปโทร.นัดแนะกันก่อน หรือสนใจจะพูดคุยติดต่อได้ที่ โทร. (087) 119-1552 ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1313986200&grpid=no&catid=&subcatid=


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่