แนะนำสินค้าชีวภาพ

- แมลงที่มาติดกับดักแผ่นสีเหลืองทากาวนั้น ส่วนใหญ่ได้แก่ แมลงต่อไปนี้ครับ (รวบรวมจากงานวิจัยหลาย ๆ ฉบับน่ะครับ)

- ส่วนใหญ่จะเป็นแมลงที่ออกมาให้เห็นในเวลากลางวันครับ ได้แก่…

- เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น ด้วงหมัด แมลงหวี่ขาว แมลงวันเจาะผล แมลงวันทอง แมลงวันหนอนชอนไป และผีเสื้อกลางวันชนิดต่าง ๆ ครับ

- ส่วนผีเสื้อกลางคืน ที่มาติดกับดัก ก็ได้แก่ ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้หลอดหอม ผีเสื้อกลางคืนของหนอนใยผัก ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้ผัก และผีเสื้อกลางคืนของหนอนคืบกะหล่ำ ครับ

- ซึ่งแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็พบในแปลงปลูกดอกไม้ด้วยเช่นกันนะครับ แต่อาจะไม่มากเท่าแปลงผักครับ

- และที่สำคัญก็คือ แมลงศัตรูเหล่านี้ ดื้อยาฆ่าแมลงเสียแล้วเป็นส่วนมากน่ะครับ การใช้กับดักกาวเหนียวทาบนแผ่นสีเหลือง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ ที่น่าจะนำมาทบทวนกัน สำหรับแมลงศัตรูที่ดื้อยาแล้วด้วยเช่นกันนะครับ

อิทธิพลของสีต่อการบินเข้าติดกับดักกาวเหนียวของแมลงวันทองและแมลงต่างๆ พบว่า
พบว่า สีเหลืองได้ผลดีที่สุดครับ

- เพราะแมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่นั้น ชอบสีเหลืองครับ

ที่มา : http://www.gotoknow.org/posts/495768แอคะรัจน์

เห็ดแพง เพราะแล้งไว

ปีนี้อากาศแล้งมาไวกว่าทุกปี เกษตรกรผู้เพาะเห็ดย่อมได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เพราะควมแล้งย่อมมากับ อากาศแห้ง และลมร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้การเพาะเห็ดก้อนที่ทำในระบบเปิดแบบเกษตรกรรายย่อยทั่วไปประสบปัญหา

-ดอกเห็ดแห้ง ตั้งแต่ก่อนบาน

-เห็ดออกดอกน้อย เพราะความชื้นไม่พอ และอากาศร้อน ดอกเห็ดไม่ฟอร์มตัว

-ดอกเห็ดเล็ก น้ำหนักเบา

-ศัตรูเห็ดรบกวนมาก โดยเฉพาะ แมลงหวี่ และ ราเขียว

ในขณะที่เห็ดให้ผลผลิตน้อย ราคาเห็ดกลับสูงขึ้นในช่วงนี้ เช่น เห็ดนางฟ้า-นางรม ราคาส่งสูงขึ้นกว่า 5 บาท/กิโลกรัมซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกิดบ่อยมากนัก หากเกษตรกรสามารถจัดการให้เห็ดออกดอกได้มาก ดี มี และคุณภาพได้ ในระยะ 2-3 เดือนนี้ก็เป็นช่วงเวลาทองทีเดียว แต่ตรงข้ามหากไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาความแล้ง ในฤดูร้อนที่มาถึงไวกว่าคาดนี้ได้ก็เกิดความเสียหายได้มาก เห็ดนับหมื่นก้อนอาจไม่มีผลผลิตให้เก็บเลยก็เคยเจอมาแล้วครับ

อยากแนะนำให้เพื่อนเกษตรกรที่เพาะเห็ดลองปฏิบัติดังนี้ครับ

1.หาพันธุ์เห็ดที่ทนแล้งได้ดี เช๋น ใช้ฮังการี แทน ภูฐานครีมเป็นต้น

2.พ่น หรือ สเปย์น้ำให้บ่อยขึ้น เช่น จาก 1-2 ครั้ง/วัน เป็น 3-4 ครั้ง/วัน

3.จัดชั้นเรียงเห็ดให้ชิดกันมากขึ้น(อาจทำงานยากขึ้น แต่ รักษาความชื้นได้ดีขึ้นด้วย)

4.คลุมโรงเรือนให้มิดชิดขึ้น เพื่อ ป้องกันลมโกรก พัดไล่ความชื้นออกไปจากโรงเรือน

5.เพิ่มทรายที่พื้นโรงเรือน

6.และ รดน้ำเพิ่มความชื้นให้ทั่วทั้งผนัง หรือ พื้นโรงเรือนแทนที่จะพ่นสู่ก้อนเห็ดเพียงอย่างเดียว(หากเป็นการให้น้ำด้วยมินิสปริงเกอร์ หรือ หัวพ่นหมอกก็จะเพิ่มความชื้นได้ดีขึ้นโดยก้อนเห็ดไม่แฉะน้ำมากนัก เห็ดไม่เน่า)

ที่มา : นาย เจษฎา กาพย์ไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร

นางเสิงสาง ถามะนัด อายุ 59 ปี หมู่ 6 บ้านคำมะเบื่อ ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เกษตรกรคนขยันเมืองอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเองมีอาชีพทำนา ทำไร่ แต่รายได้ก็ไม่ค่อยพอใช้จ่ายในครัวเรือน ประกอบกับพื้นที่ทำนา ทำไร่ก็มีไม่มาก จึงคิดหาอาชีพอื่นมาทำเสริม ในที่สุดก็มาเพาะเห็ดขาย โดยนำเอาความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการไปดูงานตามสถานที่ต่างๆ มาปรับปรุงประยุกต์การเพาะปลูกเห็ดด้วยตนเองในระดับครอบครัว โดยไปซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาจากญาติพี่น้องครั้งแรกซื้อมาจำนวน 1000 ก้อนๆ ละ 6 บาท นำมาเพาะในโรงเรือนที่สร้างและมุงด้วยหญ้าแฝกจำนวน 1 โรงขนาดเล็กๆ เห็ดที่นำมาเพาะก็เริ่มออกดอกเก็บไปขายที่ตลาดได้นอกเหนือจากนำมาเป็นอาหารในครัวเรือน ซึ่งลงทุนซื้อก้อนเชื้อเห็ดไป 6,000 บาท ไม่รวมค่าโรงเรือนและอื่นๆ ก็สามารถขายได้ประมาณ 15,000 บาท ตอนแรกดีใจมากหลังจากนั้นจึงหันมาทุ่มเททำเห็ดขายอย่างจริงจังตลอดปี

นางเสิงสาง บอกต่อไปว่า ต่อจากนั้นก็ได้ขยายโรงเรือนออกไปอีกเป็น 3 แห่ง โดยเช่าที่ชาวบ้านที่ติดกันเพิ่มขึ้นอีก 2 ไร่เศษ ซื้อก้อนเชื้อเห็ดเพิ่มอีกเป็น 7,000-10000 ก้อน ก็ให้ผลผลิตได้ดีเช่นเคย สามารถเก็บไปขายตามตลาดในตัวเมือง ซึ่งในขณะนี้มีพ่อค้าแม่ค้าสนใจมาซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะขายส่งในราคา กิโลกรัมละ 50 บาท 60 บาทบ้างแล้วแต่ชนิดของเห็ด เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดบด ราคา กิโลกรัมละ 100 บาท และเห็ดฟางในวันนี้ราคาท้องตลาดก็จะมีราคาที่ 80 บาท/ กิโลกรัม เห็ดที่ราคาแพงกว่าเพื่อนก็จะเป็นจำพวกเห็ดหลินจือฯ ซึ่งก็ขายดีบางวันไม่พอขายต้องสั่งซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ จนถึง 40,000 ก้อน ต่อจากนั้นก็มีการพัฒนาการทำก้อนเชื้อเห็ดเองทั้งปลูกเห็ดขายและขายก้อนเชื้อเห็ดเริ่มเป็นที่รู้จักไปอย่างแพร่หลาย มีกลุ่มสนใจมาดูงานการเพาะเห็ดและซื้อก้อนเชื้อเห็ดมากขึ้นทุกวัน ส่วนมากก็จะเป็นจังหวัดใกล้เคียงเช่น ยโสธร อุบลฯ มุกดาหาร ศรีสะเกษ สถานศึกษาต่างๆ หรือแม้แต่ สปป.ลาว ซึ่งก็จะทำให้ครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 10,000-20.000 บาท/เดือน

การเพาะเห็ดมีวัสดุอุปกรณ์ในการเพาะหลายอย่างเช่น เปลือกถั่วเหลือง ชานอ้อย กากเปลือกมันสำปะหลัง เถ้าแกลบ อาหารเสริม เป็นวัสดุที่ช่วยให้เชื้อเห็ดที่เพาะเจริญได้ดี นอกจากนี้อาจใช้แป้งสาลี รำละเอียด หรือ อาหารเสริมสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง นำมาคลุกเชื้อเห็ดก่อนเพาะก็ได้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกเห็ด เช่น บัวรดน้ำชนิดฝอยละเอียด หัวฉีดน้ำชนิดฝอย ไม้ทุบก้อนเชื้อเห็ด มีด ไม้ไผ่ ถุงพลาสติก ในส่วนสภาพอากาศที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดจะมีอุณหภูมิระหว่าง 35-37 องศาเซลเซียส เห็ดจะขึ้นได้ดีทั้งในฤดูฝนและในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนจะช่วยเร่งให้ดอกเห็ดโตเร็ว ในช่วงอากาศหนาว ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวยต่อความสมบูรณ์ของดอกเห็ดชนิดต่างๆ แต่หน้าหนาวผลผลิตจะลดน้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้ราคาสูง หลังฤดูเกี่ยวข้าวอากาศร้อนเห็ดมีมากและแรงงานมีมาก มีคนเพาะมาก จึงเป็นธรรมดา ที่เห็ดต่างๆ จะมีราคาต่ำลง ในฤดูฝน ชาวนาส่วนมากทำนา การเพาะเห็ดน้อยลง ราคาเห็ดก็จะดีขึ้น เรื่องความชื้นก็เป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดมาก เป็นตัวกำหนดการเจริญของเส้นใยเห็ด ที่สำคัญถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศภายในถุงเห็ดไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป น้ำที่จะใช้ต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนานๆ จนมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรจะนำมาใช้ในการเพาะเห็ด ควรจะรดเพียงครั้งเดียว หรืออาจจะช่วยบ้างเฉพาะในกรณีที่ ความชื้นมีน้อยหรือแห้งจนเกินไป การให้ความชื้นนี้โดยการโปรยน้ำจากฝักบัว หัวฉีดฝอยรอบบริเวณถุงเชื้อเห็ด เห็ดต่างๆ จะไม่ชอบแสงแดดโดยตรงนัก ถ้าถูกแสงแดดมากเกินไป เส้นใยเห็ดอาจจะตายได้ง่าย จึงควรจะทำการคลุมด้วยผ้าพลาสติก หรือหญ้ามุงหลังคาโรงเรือน เพื่อพรางแสงแดดให้ดอกเห็ดไม่โดนแสงแดดจัด เห็ดต่างๆ จะมีสีขาวนวลสวย ถ้าดอกเห็ดโดนแดดจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีดำเร็วขึ้นกว่าปกติ ขั้นตอนในการเพาะเห็ดก็ไม่ยุ่งยาก เพราะมีโรงเรือนเป็นการเฉพาะตามที่เตรียมไว้แล้ว นอกนั้นการเร่งเอาผลผลิตก็จะใช้โรยอาหารเสริม อย่าโรยมากเพราะจะเกิดการเน่าเสียได้ การรักษาระดับความชื้นก็ให้อยู่ในระดับมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และต้องรักษาอุณหภูมิภายในโรงเรือนเพาะเห็ด ให้อยู่ในระดับ 37-40 องศาเซลเซียส ประมาณวันที่ 4 รดน้ำด้วยฝักบัวชนิดฝอยเพื่อดัดเส้นใยให้โรงเรือนชุ่มอยู่เสมอ รักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ต้องแก้ปัญหาโดยการเปิดช่องลมระบายอากาศ ประมาณวันที่ 6-7 เห็ดจะเริ่มออกดอก ในช่วงวันนี้ห้ามรดน้ำหรือเปิดโรงเรือนเด็ดขาด และช่วงวันที่ 8 ขึ้นไปดอกเห็ดจะเริ่มมีขนาดใหญ่ จนสามารถเก็บได้ โดยการเก็บให้เก็บอย่างประณีตอย่าให้กระทบกระเทือนดอกอื่นๆ จะเก็บผลผลิตได้ 2-7 ครั้ง เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้วให้ปิดโรงเรือนไว้เหมือนเดิม

การเก็บผลผลิต เมื่อ ผ่านไปประมาณ 5-7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสีขาวเล็กๆ เกิดขึ้น ตุ่มสีขาวเหล่านี้จะเจริญเติบโตเป็นเห็ดต่อไป และจะเริ่มเก็บเห็ดได้เมื่อเพาะไปแล้วประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ความร้อน และการที่จะเก็บ เห็ดได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะและฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็วกว่าฤดูหนาว เพราะความร้อนช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเห็ด นอกจากนั้นถ้าใส่อาหารเสริมด้วยแล้ว จะทำให้เกิดดอกเห็ดเร็วกว่าไม่ใส่อีกด้วย ดอกเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุก มีทั้งอ่อนและแก่ ถ้ามีดอกเล็กๆ มากกว่าดอกใหญ่ ควรรอเก็บเมื่อดอกเล็กโตหรือรอเก็บชุดหลัง เก็บดอกเห็ดทั้งกระจุกโดยใช้มือจับทั้งกระจุกอย่างเบาๆ แล้วหมุนซ้ายและขวาเล็กน้อย ดึงขึ้นมาพยายามอย่าให้เส้นใยกระทบกระเทือน สำหรับศัตรูและการป้องกันต้องกำจัดมดและปลวก มดจะเข้าทำรังหรือทำลายเชื้อเห็ด การป้องกันกำจัดมดและปลวก โดยใช้เกลือแกงหรือผงซักฟอกเล็กน้อย ไร จะกัดกินเส้นใยเห็ดทำให้ผลผลิตลดลง เกิดจากการนำวัสดุที่ไม่สะอาดมีไรติดมาด้วย การป้องกันทำได้โดยเลือกวัสดุที่สะอาด ถ้ามีไรระบาดรุนแรงให้หยุดเพาะชั่วคราว ทำความสะอาดภาชนะและพื้นที่ตลอดจนเผาทำลายเศษวัสดุที่เป็นแหล่งอาศัยให้หมด รา เชื้อราจะแย่งน้ำและอาหารจากเส้นใยเห็ดและดอกเห็ด เชื้อราบางชนิดทำให้เกิดโรคและอาการผิดปกติแก่ดอกเห็ด ทำให้ผลผลิตลดลง การป้องกันเชื้อราทำได้โดยเลือกวัสดุเพาะที่สะอาดใหม่และแห้งสนิท เลือกเชื้อเห็ดที่ไม่มีเชื้อราปน และต้องควบคุมอุณหภูมิความชื้นให้เหมาะสมกับการงอกงามของเห็ดอยู่เสมอ นอกนั้นก็มักจะมีเห็ดอื่นๆ ที่ไม่ต้องการเกิดแซมขึ้นมาต้องกำจัดทิ้ง เพื่อให้การเพาะเห็ดได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและเก็บได้นาน จะทำให้มีกำไรงามรายได้มั่นคงยั่งยืน นางเสิงสาง กล่าว

การเพาะเห็ดขายนับเป็นอีกช่องทางการทำกินที่น่าสนใจ เพราะสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง ท่านที่สนใจสามารถติดต่อ สั่งซื้อได้ที่นางเสิงสาง ถามะนัด บ้านคำมะเบื่อ หมู่ที่ 6 ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000

วิเชียร เกื้อทาน/อำนาจเจริญ

http://www.banmuang.co.th/2013/02/เกษตรกรอำนาจเจริญปลูกเ

สภาพภูมิอากาศที่ร้อนอบอ้าวยาวนานต่อเนื่อง ส่งผลทำให้สิ่งมีชีวิตหลากหลายในโลกใบนี้เกิดสภาพความเครียดและต้องปรับตัวเพื่อให้ร่างกายรับกับสภาพที่เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้ ยังมีข่าวมนุษย์ตายจากคลื่นความร้อนอยู่เป็นระยะทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความพิกลฉลฉ้อของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สามารถปรับตัวทนทานได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตขนาดที่เล็กก็ยังไม่หลุดพ้นจากความตายความเครียด ทำให้เราไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ นั้นมีการเจ็บป่วยล้มตายมากน้อยเพียงใด เพราะยังไม่มีผู้ใดนำข้อมูลด้านนี้มาเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์อย่างแพร่หลายมากนัก จะมีก็เพียงผู้เพาะเห็ดที่ทำการเลี้ยงจุลินทรีย์เชื้อราเท่านั้นที่จะพอทราบคร่าวๆอยู่บ้าง ในสภาพที่อากาศเปลี่ยนแปลงหนาวจัด ร้อนจัดเห็ดจะมีปัญหาการออกดอกที่น้อยลง แห้งเหี่ยวเสียหายง่าย

ในช่วงนี้ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงระยะปลายฝนต้นหนาว แต่สภาพภูมิอากาศทั้งในกรุงเทพและรอบๆ ในเขตภาคกลาง ปรากฎว่าสภาพภูมิอากาศยังคงร้อนอย่างต่อเนื่องยาวนาน ถึงจะก้าวเข้าสู่เดือนธันวาคมแล้วก็ตาม จึงไม่แน่ใจว่าปีนี้จะมีอากาศหนาวให้ได้สัมผัสมากน้อยเพียงใด  เทคนิคการดูแลเห็ดในโรงเรือนให้มีความสม่ำเสมอในการให้ผลผลิตจะต้องควบคุมคอนโทรลให้สภาพอากาศภายในโรงเรือนนิ่ง ไม่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวสลับสับเปลี่ยนจนเห็ดไม่สามารถปรับตัวได้ จะทำให้ผลผลิตของเห็ดออกน้อย เนื่องจากเห็ดเกิดอาการเครียดการเจริญเติบโตไม่สอดคล้องสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมด้วยคิดว่ายังไม่ใช่ฤดูกาลที่เขาควรจะเจริญเติบโตแพร่ขยายกระจายพันธุ์ออกมา

วิธีการหนึ่งที่ช่วยให้อากาศภายในโรงเรือนเพาะเห็ดเย็นขึ้นนอกจากการเพิ่มปริมาณการให้น้ำที่เพิ่มขึ้นเป็น 4 รอบ 5 รอบแล้วก็คือการเปิดชายผ้าใบหรือแสลนด์จากพื้นด้านล่างขึ้นมาประมาณ 1 คืบเพื่อให้เกิดการระบายถ่ายเทอากาศภายในโรงเรือนเพิ่มมากขึ้น หรือจะใช้วิธีการเปิดประตูหรือผ้าใบด้านหน้าและด้านหลังทิ้งไว้ประมาณ 1 -2 ชั่วโมง (ในกรณีที่อุณหภูมิภายในโรงเรือนร้อนจัดมากๆ หรือระยะบ่ายแก่ๆ ของวัน) นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิลดลงมาอยู่ในช่วงที่เหมาะสมแล้วยังช่วยเพิ่มปริมาณอากาศหรืออ๊อกซิเจนเพิ่มเข้าไปในโรงเรือนได้อย่างเต็มที่ การเปิดให้อากาศถ่ายเทแบบกว้างต้องค่อยๆ ทำและคอยสังเกตด้วยว่ามีความเหมาะสมหรือจำเป็นมากน้อยหรือไม่  อันนี้ต้องดูว่าถ้าเปิดจากชายด้านล่างแล้วสามารถช่วยระบายถ่ายอากาศได้ดีเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดด้านหน้าด้านหลัง เกษตรกรผู้เพาะเห็ดสามารถที่จะประยุกต์ดัดแปลงได้หลากหลายวิธีการในการทำให้โรงเรือนมีสภาพอุณหภูมิความชื้นที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดได้

ที่มา :
มนตรี  บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เอกสารเผยแพร่ เกี่ยวกับการเพาะเห็ดหลินจือ การเพาะเห็ดเหลินจือ

คุณสมบัติของเห็ดหลินจือในการรักษาโรค

เห็ดหลินจือเป็นเห็ดสมุนไพร ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้ผู้บริโภค มีอายุยืนนานโดยเฉพาะชาวจีนเชื่อกันว่า เห็ดหลินจือมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ นับเป็นพันปีๆ มาแล้ว ประกอบกับเห็ดหลินจือที่ขึ้นตามธรรมชาติมีน้อยมาก จึงทำให้เห็ดหลินจือมีราคาแพงมาก ต่อมาได้มีการศึกษาเกี่ยวกับ สรรพคุณของเห็ดหลินจือในการรักษาโรคต่างๆ อย่างกว้างขวางมีรายละเอียดพอสรุปได้ดังนี้

1. สารและประเภทของสารในเห็ดหลินจือ จากการสกัดสารต่างๆ ที่พบในเห็ดหลินจือและมีสรรพคุณในการรักษาโรคมีหลายชนิด ได้แก่

    1. Cholestan สารพวกนี้จัดเป็นสารพวก steroid
    2. Ergosterol จัดเป็นสารพวก steroid
    3. Ganoderan จัดเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรท
    4. Ganoderic acid จัดเป็นสารประเภทไตรเตอร์ฟีน
    5. G. lucidum antibiotic จัดเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรท
    6. G. lucidum Polysaccharide จัดเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรท
    7. Lucidenic acid จัดเป็นสารประเภทไตรเตอร์ฟีน

2. คุณค่าทางอาหาร เห็ดหลินจือมีสารอาหารที่พบทั่วไป หลายอย่างโดยเฉพาะแร่ธาตุพวกโพแทสเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ วิตามิน ฯลฯ

3. สรรพคุณต่อต้านเนื้องอก จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า เห็ดหลินจือมีสารที่สามารถต่อต้านเนื้องอก (antitumor) สารดังกล่าวคือ (1-3)-b-D glucan ซึ่งจัดเป็นสารพวก polysaccharide สารพวกนี้ยังพบในพวกเห็ดหอมและเห็ดอื่นๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน

4. สรรพคุณในการรักษาโรคอื่นๆ จากรายงานการวิจัยสารสกัดจากเห็ดหลินจือในการรักษาโรคชนิดต่างๆ พบว่า สารที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือสามารถรักษา โรคแพ้ โรคความดัน โรคตับ โรคกระเพาะ ลดน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความต้านทานโรค โดยการทดสอบกับหนู และยังมีเอกสาร รายงานว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคการอุดตันของเส้นเลือด โรคหลอดลมอักเสบ ฯลฯ


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่