แนะนำสินค้าชีวภาพ

เนื้อหาเรื่องนี้ผมคัดลอกมาเพื่อเก็บไว้เป็นคลังความรู้ในเวบเรานะครับ เพราลิงค์นี้มีประโยชน์มากแต่ค้นจาก google ไม่เจอแล้ว

น้ำส้มควันไม้ ควันที่เกิดจากการเผาถ่านในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่านเมื่อทำให้เย็นลงจนควบแน่น     แล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ของเหลวที่ได้นี้เรียกว่า น้ำส้มควันไม้ มีกลิ่นไหม้ ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นกรดอะซิติก     มีความเป็นกรดต่ำ มีสีน้ำตาลแกมแดง นำน้ำส้มควันไม้ที่ได้ทิ้งไว้ในภาชนะพลาสติกประมาณ 3 เดือน     ในที่ร่ม ไม่สั่นสะเทือนเพื่อให้น้ำส้มควันไม้ที่ได้ตกตะกอนและแยกตัวเป็น 3 ชั้น คือ น้ำมันเบา (ลอยอยู่ผิวน้ำ)     น้ำส้มไม้ และน้ำมันทาร์ (ตกตะกอนอยู่ด้านล่าง) แยกน้ำส้มควันไม้มาใช้ประโยชน์ต่อไป

    ประโยชน์และการนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ประโยชน์

         น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบต่างๆ มากมาย เมื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรจะมีคุณสมบัติ เช่น เป็นสารปรับปรุงดิน สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสารเร่งการเติบโตของพืช นอกจากนี้ มีการนำน้ำส้มควันไม้     ไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม เช่น ใช้ผลิตสารดับกลิ่นตัว ผลิตสารปรับผิวนุ่ม ใช้ผลิตยารักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น

เนื่องจากน้ำส้มควันไม้มีความเป็นกรดสูง ดังนั้นก่อนที่จะนำไปใช้ควรจะนำมาเจือจางให้เกิดสภาวะที่เหมาะสม     กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ดังนี้

อัตราส่วน 1: 20 (ผสมน้ำ 20 เท่า) พ่นลงดินเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่เป็นประโยชน์และแมลงในดิน     ซึ่งควรทำก่อนการเพาะปลูก 10 วัน         อัตราส่วน 1: 50 (ผสมน้ำ 50 เท่า) พ่นลงดินเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำลายพืช หากใช้ความเข้มข้นที่มากกว่านี้     รากพืชอาจได้รับอันตรายได้         อัตราส่วน 1: 100 (ผสมน้ำ 100 เท่า) ราดโคนต้นไม้รักษาโรครา และโรคเน่า รวมทั้งป้องกันแมลงมาวางไข่         อัตราส่วน 1: 200 (ผสมน้ำ 200 เท่า) พ่นใบไม้รวมทั้งพื้นดินรอบๆ ต้นพืชทุกๆ 7-15 วัน เพื่อขับไล่แมลงและ     ป้องกันเชื้อรา และรดโคนต้นไม้เพื่อเร่งการเจริญเติบโต         อัตราส่วน 1: 500 (ผสมน้ำ 500 เท่า) พ่นผลอ่อน หลังจากติดผลแล้ว 15 วัน ช่วยขยายผลให้โตขึ้นและพ่นอีกครั้ง     ก่อนเก็บเกี่ยว 20 วัน เพื่อเพิ่มน้ำตาลในผลไม้         อัตราส่วน 1: 1,000 (ผสมน้ำ 1,000 เท่า) เป็นสารจับใบ เนื่องจากสารเคมีสามารถออกฤทธิ์ได้ดีในสารละลาย     ที่เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของสารเคมีทำให้สามารถลดการใช้สารเคมีมากกว่าครึ่งด้วย

น้ำส้มควันไม้และการใช้น้ำส้มควันไม้

น้ำส้มควันไม้และการใช้น้ำส้มควันไม้

    ลักษณะสีของน้ำส้มควันไม้ที่ผสมน้ำในอัตราส่วนต่างๆ

    การนำน้ำส้มควันไม้ ไปใช้ด้านอื่นๆ

นอกจากการนำไปใช้ทางด้านเกษตรและปศุสัตว์แล้ว ยังสามารถนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ด้านอื่นๆ ได้อีก เช่น

  1. ความเข้มข้น 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้รักษาแผลสด แผลถูกน้ำร้อน รักษาโรคน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนัง
  2. น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 20 เท่า ราดทำลายปลวดและมด
  3. น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 50 เท่า ใช้ป้องกันปลวก มด และสัตว์ต่างๆ เช่น ตะขาบ แมงป่อง
  4. น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 100 เท่า ใช้ฉีดพ่นถังขยะเพื่อป้องกันกลิ่นและแมลงวัน ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ ห้องครัวและบริเวณชื้นแฉะ

    ข้อควรระวังในการ ใช้น้ำส้มควันไม้

  1. ก่อนนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ต้องทิ้งไว้จากการกักเก็บก่อนอย่างน้อย 3 เดือน
  2. เนื่องจากน้ำส้มควันไม้มีความเป็นกรดสูง ควรระวังอย่าให้เข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้
  3. น้ำส้มควันไม้ไม่ใช่ปุ๋ยแต่เป็นตัวเร่งปฎิกิริยา ดังนั้นการนำไปใช้ทางการเกษตรจะเป็นตัวเสริมประสิทธิภาพให้กับพืชแต่ไม่สามารถใช้แทนปุ๋ยได้
  4. การใช้เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และแมลงในดิน ควรทำก่อนเพาะปลูกอย่างน้อย 10 วัน
  5. การนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ต้องผสมน้ำให้เจือจางตามความเหมาะสมที่จะนำไปใช้
  6. การฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้ เพื่อให้ดอกติดผล ควรพ่นก่อนที่ดอกจะบาน หากฉีดพ่นหลังจากดอกบานแมลงจะไม่เข้ามาผสมเกสร เพราะกลิ่นฉุนของน้ำส้มควันไม้และดอกจะร่วงง่าย

ที่มา : http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/agricul1.htm

สะเดา-สมุนไพรรวม-น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง

สะเดา-สมุนไพรรวม-น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง

ไรดีด และ หนอน ในเห็ดนางฟ้าให้ใช้น้ำหมักสมุนไพรกับน้ำส้มควันไม้ อัตราส่วนช่วงแรกใช้ 20 ซีซี ต่อน้ำ10ลิตรใส่น้ำส้มควันไม้อีก 20 ซีซี มันจะไม่กำจัดไรดีด กับหนอน ได้เหมือนยาฆ่มแมลง แต่สามารถลดปริมาณการขยายพันธ์ตัวไรกับหนอนได้ ไรจะมีวงจรชีวิติที่สั้น การขยายพันธ์จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว สารสมุนไพรจะไปยับยั้งให้ไข่ฝ่อไม่สามารถออกเป็นตัวได้ ตัวแม่จะตายตัวลูกก็ไม่สามารถออกเป็นตัวได้ ก็จะทำให้ปริมาณลดลง จะต้องฉีดพ่นทุกเช้า เย็น จนกว่าปริมาณไรจะลดลงหรือไม่มี และช่วงที่ฉีดพ่นสารสมุนไพรควรงดให้น้ำก้อนเห็ด การฉีดพ่นสารสมุนไพรควรฉีดเข้าหน้าเห็ดโดยตรง และบริเวณในโรงเรือนให้ทั่วทั้งหมด และควรฉีดสมุนไพรไล่แมลง สลับกับน้ำส้มควันไม้ เพื่อเบนกลิ่นด้วย

การใช้สารสมุนไพร และ น้ำส้มควันไม้ไล่แมลง ต้องใช้ให้ต่อเนื่องจึงจะเห็นผลที่สุด ต้องเชิงป้องกันการเกิดเหตุครับ

ความยั่งยืนของการเพาะเห็ด

ความยั่งยืนของการเพาะเห็ด

ผมได้ส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นกิจกรรมเสริมรายได้สำหรับเกษตรกร และส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นอาชีพ เพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ต้องส่งเสริมอาชีพการเกษตรทุกประเภท และรู้สึกอิมเอิบใจที่นักเรียนเกษตรกรหลายคนสามารถเอาทักษะนี้ไปทำเป็นอาชีพได้หลังการอบรม แต่ก็มีผู้ประกอบการเพาะเห็ดหลายๆรายถามเสมอถึงความยั่งยืนของอาชีพเพาะเห็ด ผมเองไม่ได้เพาะเห็ดเป็นอาชีพหลัก เพราะรับราชการ แต่เพาะเพื่อเป็นตัวอย่างในการอบรม และความหลงไหลส่วนตัว แต่ก็อยู่ในแวดวงวิชาชีพนี้นานจนมองเห็นว่าอาชีพนี้สามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ไม่น้อยหน้าอาชีพการเกษตรอื่นแต่อย่างใด สิ่งสำคัญผู้ประกอบการฟาร์มเห็ดควรต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ

1.มีความกระตือรือร้น และรักการศึกษาเรียนรู้วิชาการด้านนี้ไปตลอดชีวิต วิชาการเพาะเห็ดมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตอยู่ตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องติดตามเรียนรู้อยู่เสมอ

2.รู้จักประยุกต์ ดัดแปลง อุปกรณ์-เครื่องมไม้เครื่องมือ และเทคนิควิธีการในการผลิตให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง

3.อดทนต่อการรุกรานของศัตรูเห็ด เขาบอกว่าอาชีพอื่นเริ่มต้นยากแต่ทำไปนานๆจะชำนาญและง่าย แต่อาชีพเพาะเห็ดเริ่มต้นทำง่ายๆ แต่ต่อไปจะยิ่งยากเพราะศัตรูพืชใหม่จะแวะเวียนมาเยี่ยมตลอดเวลา แก้ไขปัญหาหนึ่งได้ก็เจอปัญหาใหม่ นักเพาะเห็ดจึงต้องใจยาว และอดทนเสมอ

4.ลดต้นทุนโดยการใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มาก และต้องมีวัสดุหลัก(ขี้เลื่อย)ที่มีสำหรับการผลิตสม่ำเสมอ

5.ไม่ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ความยั่งยืนจะเกิดได้ต้องผลิตก้อนเชื้อเห็ดด้วยตนเองในที่สุด นักเพาะเห็ดหลายรายยินดีกับการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอกเพราะไม่เสี่ยงต่อก้อนเสีย แต่ทำไปๆไม่คุ้มทุนเพราะเวลาเห็ดเยอะราคากลับถูก เวลาเห็ดแพงกลับไม่มีดอกเห็ดให้เก็บ และต้นทุนการผลิต(ค่าก้อน)ก็สูงครึ่งหนึ่งของการผลิตเอง จึงแนะนำให้ทำก้อนเชื้อเองดีที่สุด

6.ผลิตเห็ดป้อนตลาดในท้องถิ่นเป็นหลัก(หนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์ม หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งฟาร์มประมาณนั้น)อย่าเน้นตลาดกลางที่อยู่ห่างไกลเพราะเห็ดขนส่งไกลไม่ได้ น้ำมันแพง

7.เน้นชนิดเห็ดที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นเห็ดที่ชอบ เช่น ท้องถิ่นต้องการเห็ดนางฟ้า แต่ใจสมัครรักการเพาะเห็ดหอมจีน คนท้องถิ่นไม่ทานเห็ดหอมจีนก็เจ๋ง เพาะเห็ดอื่นๆได้เป็นผลผลิตเสริม และเพื่อการศึกษานิสัยใจคอเตรียมการสำหรับอานาคต

8.เงินที่ได้จากการขายผลผลิตเป็นทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กำไร พึงระลึกว่าเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตต้องจักสรรเป็นทุนหมุนเวียน อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่เช่นนั้น วัตถุดิบหมด ไม่มีเงินลงทุนใหม่ เพราะใช้เพลินนะครับ

9.วางแผนให้ได้ว่าจำหน่ายก้อนเป็นอาชีพเสริม หรือ อาชีพหลักดี หลายฟาร์มเคยเพาะดอกเห็ดต่อมาเห็นว่าขายก้อนเชื้อเห็ดดี เงินง่าย และเงินก้อน จึงขายก้อนจนไม่มีดอกเห็ดขาย ตลาดที่เคยรับซื้อดอกเห็ดเมื่อได้ดอกเห็ดไม่สม่ำเสมอก็ไม่รับอีกต่อไปจึงเสียตลาด ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขายก้อนก็ได้เงินไว ได้เงินเป็นก้อน ไม่เสี่ยง แต่จะมีคนซื้อส่ม่ำเสมอหรือไม่ ขายดอกเห็ดก็ได้เงินทุกวัน แต่ก็ต้องรู้จักเก็บเงิน เป็นต้นครับ

10.ซื้อสัตย์กับลูกค้านะครับ ไม่ว่าลูกค้าจร หรือ ลูกค้าประจำ เก็ดดอกเห็ดในระยะที่เหมาะสม ไม่แก่ ไม่เปียก ไม่แก้งเกินไป ไม่พ่นสารเคมี สด สะอาดนะครับ

ที่มา : http://www.gotoknow.org/posts/346590

โดยทั่วไปสิ่งที่กระตุ้นให้มีการออกดอกของเห็นกระด้างให้เป็นไปด้วยดีนั้น เป็นไปโดยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เช่น ความชื้น, แสงแดด, การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เช่น อากาศเย็นและร้อนอบอ้าว หรือที่ผู้เพาะเห็ดทำอยู่เดิมคือ ปล่อยให้ถุงก้อนเชื้อแห้ง แล้วกลับมารดน้ำให้ชื้นจนพอเหมาะ อย่างไรก็ตามในเห็ดอื่นมีการกระตุ้นด้วยน้ำหมักเชื้อพลายแก้ว แล้วเห็ดออกดอกดีขึ้น เช่นเห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดนางฟ้าครีม เห็ดหูหนู เป็นต้น แต่ในเห็ดลมยังไม่มีผู้รายงานผลการใช้เชื้อพลายแก้วมาก่อน คุณ วรรณา โสภากุล 78/8 หมู่บ้านดงเรือง ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ได้ซื้อถุงเชื้อเห็ดกระด้างจากฟาร์มผลิตก้อนเชื้อเพื่อมาเปิดดอก จำนวน 6,000 ถุง การผลิตรอบแรกเห็ดออกดอกไม่ดี เมื่อปรึกษาและรับข้อมูลจากชมรมเห็ดขอนแก่น ก็ใช้การหมักเหมือนที่ใช้ในฟาร์มเห็ดชนิดอื่น คือใช้น้ำ 20 ลิตร ใส่เชื้อพลายแก้ว 1 ซอง ( 5 กรัม ) ไข่ไก่ 1-2 ฟองน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ผล กวนให้ส่วนผสมเข้ากัน เติมอากาศโดยปั๊มลมแบบที่ใช้ในตู้ปลายสวยงามนาน 24-48 ชม. เวลาจะใช้ก็นำมาเติมน้ำเปล่า พอตอนเย็นฉีดเชื้อพลายแก้ว ทำอย่างนี้ 3 วันติดต่อกัน จากนั้นฉีดพ่นด้วยน้ำเปล่าเหมือนปกติ ผลปรากฏว่าอีก 3-4 วันต่อมาก็เกิดดอกเห็ดกระด้างขึ้นมากมาย ดอกเห็ดสวยน้ำหนักดี ผลที่ได้นี้เหมือนกันการใช้เชื้อพลายแก้วหมักและฉีดพ่นเห็ดยานางิ และเห็ดนางฟ้าครีมหรือนางรม นับเป็นข้อมูลตรงกัน จากผลที่ได้จะสามารถวางแผนผลิตเห็ดลมหรือเห็ดกระด้างได้ง่ายขึ้นในอนาคต

ที่มา : SARAKASETสาระเกษตร

มีก้อนเห็ดลมจำหน่าย ตอนนี้เชื้อเต็ม 100 % แล้ว เส้นใยรัดก้อนแน่น เขี้ยเชื้อวันที่ 14/11/2555
ก้อนเชื้อพร้อมที่จะนำไปเปิดดอกได้เลย มีประมาณ 2000 ก้อน ราคาก้อนละ 7 บาท
สนใจติดต่อได้ที่ อรวรรณฟาร์มเห็ด 089-8355836


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่