แนะนำสินค้าชีวภาพ

อากาศหนาว,มีเห็ดขายได้ทั้งปี,วิธีเพาะเห็ดตลอดปี

อากาศหนาว,มีเห็ดขายได้ทั้งปี,วิธีเพาะเห็ดตลอดปี

อากาศหนาวค่อนข้างมากและค่อนข้างยาวนาน ทำให้พืชผักที่ไม่ชอบหนาวได้รับผลกระทบหยุดการเจริญเติบโต ภาคเหนือเกิดปัญหาน้ำค้างแข็งทำให้ใบของพืชผักไหม้ได้รับความเสียหาย ผู้ที่เพาะเห็ดหอม เห็ดยานาหงิ หรือเห็ดที่ชอบอากาศหนาวก็จะได้ผลผลิตออกมามาก กำไรมากเพราะเป็นที่นิยมและมีความต้องการ่ของตลาดสูง ฟักแฟงแตงกวาหรือพืชตระกูลแตงโดยทั่วไปอย่างเช่น แตงโม แตงร้าน แคนตาลูป ฯลฯ จะมีปัญหาเรื่องเชื้อราเข้ามารบกวน ไม้ผลต่าง ๆ จะผลิดอกออกผลมาสู่ตลาดเป็นจำนวนมากจนเกินความต้องการของตลาด ราคาจะตกต่ำขายไม่ได้ราคา เกษตรกรควรจะต้องวางแผนรับมือกับวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ

การเพาะเห็ดก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่อาจจะได้รับผลกระทบด้วยเหมือนกัน ถ้ายังไม่ศึกษาหาข้อมูลเพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศให้ดี ผู้ที่เพาะเห็ดฟางควรทำกองวัสดุเพาะ เช่น ฟาง ทะลายปาล์ม เปลือกถั่ว เปลือกมันให้มีขนาดใหญ่ เพื่อจะได้รักษาอุณหภูมิความร้อนให้ยาวนานและปิดกองให้มิดชิด ถ้าเป็นโรงเรือนก็ควรพ่นไอน้ำเข้าไปเมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงมามาก ๆ โดยในระยะที่เส้นใยกำลังสร้างดอกควรอยู่ระหว่าง 28 -32 องศาและพยายามรักษาอุณภูมิไว้ให้ดี ปิดโรงเรือน ประตู หน้าต่างให้มิดชิดอย่าให้อากาศจากภายนอกเข้ามาได้จะทำให้ผลผลิตลดลง

ในฤดูหนาวเห็ดนางฟ้าสีครีม เห็นขอนขาว เห็ดบด (เห็ดรม, เห็ดกระด้าง) จะออกดอกได้น้อย สู้เห็ดนางฟ้าภูฏานดำไม่ได้ ทำให้เกิดความพึงพอใจในผลผลิตของเห็ดนางฟ้าภูฏานดำว่าให้ผลผลิตสูงและมากตลอดทั้งฤดูหนาวไม่ยอมเปลี่ยนมาเพาะนางฟ้าภูฏานขาวในช่วงระยะตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากผลผลิตที่น้อยลง เพราะเห็ดนางฟ้าภูฏานดำจะให้ผลิตผลน้อยในช่วงภาวะอากาศที่ร้อน ดังนั้นผู้เพาะเห็ดควรวางแผนในฤดูหนาวให้ดี ควรมีการสั่งก้อนเชื้อให้เหมาะสมกับฤดูกาลจะได้ไม่ขาดทุน และพยายามผลิตเห็ดให้มีความหลากหลายจะได้มีผลผลิตและรายได้ไว้ใช้จ่ายตลอดปี

แต่ภูฏานดำถ้าเจออุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา ก็อาจจะมีชงักไปบ้างครับ คือ รอบการออกดอกจะทิ้งช่วงนานกว่าปกติครับ

วันนี้มีบทความดีดีมาให้อ่านกันครับ

เป็นบทความที่กล่าวถึงคุณวีระ แห่ง วังน้ำเขียวฟาร์ม เป็นฟาร์มที่ผลิตเห็ดนานาชนิดครับ

ลองเข้าไปอ่านกันดูครับ ที่นี้ วังน้ำเขียวฟาร์ม

ที่มา: http://www.thaifranchisecenter.com/download_file/files/group7320120907151721.pdf

 

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องการหมักจุลินทรีย์

•จุลินทรีย์ส่วนใหญ่เจริญได้ดีที่อุณหภูมิปานกลาง (20-45) องศา C เช่นเดียวกับ พลายแก้ว BT และไมโตฟากัส
ดังนั่นวันนี้จะมาแนะนำวิธีการหมักให้ได้ผลดีในช่วงหน้าหนาวนี้นะครับ เพราะอากาศหนาวเย็นจุลินทรีย์ที่เราหมักอาจจะขยายตัวได้ไม่มากพอที่จะไป
กำจัดศัตรูของเห็ดเราครับ
วิธีการทำมีดังนี้
ทำทุกขั้นตอนเหมือนเดิม แต่เพิ่มขั้นตอนนิดหนึ่งคือ
ถ้าใช้น้ำมะพร้าวอ่อน ก็นำน้ำไม่พร้อมอ่อนไปต้มพอให้อุ่น เน้นนะครับ พออุ่น ประมาณเราอาบน้ำอุ่น หรือพอเอานิ้วมือจุ่มน้ำแล้วรู้สึกอุ่นๆครับ ถ้าวัดเป็นอุณหภูมิก็ไม่าน่าจะให้เกิน 50 องศาครับ
แล้วนำน้ำมะพร้าวอุ่นนั่นแหะครับ ไปทำการหมักโดยเอาเชื้อจุลินทรีย์ใส่ไปในน้ำมะพร้าวอุ่นๆ แล้วคนเข้ากันให้ดี ใช้เวลาคนประมาณ 10-15 นาที เพื่อเร่งการแตกตัว เพิ่มออกซิเจนในน้ำมะพร้าว หลังจากนั่นปล่อยทิ้งไว้ในที่ร่มครับ หมักต่อให้ได้ตั้งแต่ 24-36 ชม. ครับ
ลองทำดูนะครับ เพราะบางทีอากาศเย็นทำให้เชื้อจุลินทีย์ขยายตัวได้ไม่เต็มที่ครับ พอเอาไปพ่นเพื่อปราบศัตรูเห็ดก็อาจจะไม่เห็นผลเท่าที่ควรครับ
รายงานโดย Siammushroom
พลายแก้ว+บีท+ไมฝาง บาซิลลัส

พลายแก้ว+บีท+ไมฝาง บาซิลลัส

 สวัสดีครับพี่น้องชาวเพาะเห็ดทุกท่าน วันนี้ผมมีตัวช่วยดีๆมาแนะนำเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดครับ

เพาะเห็ดนั่นไม่ยากและไม่ง่าย

1. ต้องเรียนรู้ ทุ่มเท ใจรัก

2.รู้ปัญหา และ แนวทางแก้ไข

ปัญหาในการเพาะเห็ด

โดยส่วนมากที่ผมพบเจอนั่น จะหนีไม่พ้นปัญหาพวกนี้ คือ

แมลงศัตูเห็ด เช่น แมลงหวี่เห็ด   , หนอนในก้อนเห็ด ,ไร ,ราเขียว-ดำ

ปัญหาพวกนี้ถ้าดูให้ดีมันมีทางออก มีทางแก้ไข มีทางป้องกันที่จะทำให้ไม่เกิดในก้อนเห็ดเราได้ แต่ถ้ามีก็มีในปริมาณที่ต่ำดังนั่นการเพาะเห็ดที่ดีนั่น ต้องป้องกันก่อนที่มันจะเกิดครับ

วันนี้ผมมีตัวช่วยมาแนะนำครับ ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ผ่านการทดลองจากการใช้งานจริงๆในฟาร์มของผมแล้ว และใช้ติดต่อกันมาหลายปีแล้วครับ

1. การล้างทำความสะอาดโรงเรือนเพาะเห็ด

หลังจากที่เราเพาะเห็ดเสร็จแล้วเราจำเป็นต้องมีการพักโรงเรือน ขนก้อนเก่าไปทิ้ง และ ทำควมสะอาดผมใช้ น้ำส้มควันไม้ พ่นทั่วโรงและราดพื้น วันเว้นวัน ติดต่อกัน 5 ครั้ง และพ่นก่อนเอาเห็ดเข้าไปเปิดดอก 1-2 วัน ครับ

และโรยปูนขาวตามพื้นตามพนังและชั้นวาง ก่อนเอาเห็ดเข้าประมาณ 3-5 วัน

น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง

2. ในเมื่อเรารู้ว่า แมลงหวี่ เป็นพาหะของ หนอน และ รา ที่จะเกิดขึ้นกับเห็ดของเรา

ผมมีวิธีป้องกันดังนี้

2.1 ใช้กาวน้ำดักแมลง ทาลงบนวัสดุสีเหลือง ติดให้เต็มโรงเรือนเพื่อช่วยในการล่อแมลงให้ไปติดกับดักเพื่อลดจำนวนประชากรของแมลง

กาวเหนียวดักแมลง+พลาสติกเหลือง

กาวเหนียวดักแมลง+พลาสติกเหลือง

2.2 หลังจากเอาเห็ดเข้าไปในโรงเรือนเปิดดอกแล้ว ผมจะใช้ สมุนไพรรวม กับ น้ำส้มควันไม้ พ่นสลับกัน 2 วันครั้งครับ

สะเดา-สมุนไพรรวม-ไล่แมลง

น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง

และดูปริมาณแมลงที่อยู่ในโรงเรือนถ้าไม่ค่อยมี ก็สามารถทิ้งระยะห่างออกไปได้อีก เช่น 3 วันครั้ง สลับกัน

3. เพิ่มภูมิคุ้มกันในก้อนด้วย จุลินทรีย์ จุลินทรีย์ที่ว่านี้ คือ

3.1 BS พลายแก้ว   ปราบเชื้อราในก้อนเห็ด

3.2 BT ชีวภาพ       ปราบหนอนในก้อนเห็ด

3.3 ไมโตฟากัส      ปราบไร

พลายแก้ว+บีท+ไมฝาง บาซิลลัส ปราบศัตรูเห็ด

พลายแก้ว+บีท+ไมฝาง บาซิลลัส ปราบศัตรูเห็ด

ทั้ง 3 ตัวนี้เป็นจุลินทรีย์ก่อนนำไปใช้ เรานำไปหมักขยายในน้ำมะพร้าวอ่อน หรือ นมกล่อง UHT แยกกันหมัก แต่ตอนใช้เอามาผสมกันฉีดเข้าหน้าก่อนได้

ผมจะฉีดพ่น 3 ตัวนี้ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันครับ

และนี้ก็เป็น 3 วิธีง่ายๆไม่ยุ่งยากในการป้องกันและรักษาก้อนเห็ดให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ ไม่เสียก่อนเวลาอันควร ครับ

เพาะเห็ดให้ประสบผลสำเร็จ ต้องทุ่มเท แรงกาย ใจ ใส่ใจในรายละเอียด และเรียนรู้คู่ไปกับมันครับ ทุกปัญหามีทางแก้ครับเมื่อเรารู้ต้นเหตุที่มันจะเกิดปัญหา เราก็ต้องรีบป้องกันไม่ให้มันเกิดปัญหาเหล่านั่นตามมาครับ

เขียนและรายงานโดย SiamMushroom.com

 สวัสดีครับพี่น้องชาวเพาะเห็ดทุกท่าน วันนี้ผมมีตัวช่วยดีๆมาแนะนำ

เป็นตัวช่วยที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดครับ

เพาะเห็ดนั่นไม่ยากและไม่ง่าย

1. ต้องเรียนรู้ ทุ่มเท ใจรัก

2.รู้ปัญหา และ แนวทางแก้ไข

ปัญหาในการเพาะเห็ด

โดยส่วนมากที่ผมพบเจอนั่น จะหนีไม่พ้นปัญหาพวกนี้ คือ

แมลงศัตูเห็ด เช่น แมลงหวี่เห็ด   , หนอนในก้อนเห็ด ,ไร ,ราเขียว-ดำ

 ปัญหาพวกนี้ถ้าดูให้ดีมันมีทางออก มีทางแก้ไข มีทางป้องกันที่จะทำให้ไม่เกิดในก้อนเห็ดเราได้ แต่ถ้ามีก็มีในปริมาณที่ต่ำ

ดังนั่นการเพาะเห็ดที่ดีนั่น ต้องป้องกันก่อนที่มันจะเกิดครับ

วันนี้ผมมีตัวช่วยมาแนะนำครับ ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ผ่านการทดลองจากการใช้งานจริงๆในฟาร์มของผมแล้ว และใช้ติดต่อกันมาหลายปีแล้วครับ

1. การล้างทำความสะอาดโรงเรือนเพาะเห็ด

 หลังจากที่เราเพาะเห็ดเสร็จแล้วเราจำเป็นต้องมีการพักโรงเรือน ขนก้อนเก่าไปทิ้ง และ ทำควมสะอาด

ผมใช้ น้ำส้มควันไม้ พ่นทั่วโรงและราดพื้น วันเว้นวัน ติดต่อกัน 5 ครั้ง และพ่นก่อนเอาเห็ดเข้าไปเปิดดอก 1-2 วัน ครับ

และโรยปูนขาวตามพื้นตามพนังและชั้นวาง ก่อนเอาเห็ดเข้าประมาณ 3-5 วัน

น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง
น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง

2. ในเมื่อเรารู้ว่า แมลงหวี่ เป็นพาหะของ หนอน และ รา ที่จะเกิดขึ้นกับเห็ดของเรา

ผมมีวิธีป้องกันดังนี้

2.1 ใช้กาวน้ำดักแมลง ทาลงบนวัสดุสีเหลือง ติดให้เต็มโรงเรือนเพื่อช่วยในการล่อแมลงให้ไปติดกับดักเพื่อลดจำนวนประชากรของแมลง

กาวเหนียวดักแมลง+พลาสติกเหลือง
กาวเหนียวดักแมลง+พลาสติกเหลือง

2.2 หลังจากเอาเห็ดเข้าไปในโรงเรือนเปิดดอกแล้ว ผมจะใช้ สมุนไพรรวม กับ น้ำส้มควันไม้ พ่นสลับกัน 2 วันครั้งครับ

สะเดา-สมุนไพรรวม-ไล่แมลง
สะเดา-สมุนไพรรวม-ไล่แมลง
น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง
น้ำส้มควันไม้-ไล่แมลง
และดูปริมาณแมลงที่อยู่ในโรงเรือนถ้าไม่ค่อยมี ก็สามารถทิ้งระยะห่างออกไปได้อีก เช่น 3 วันครั้ง สลับกัน

3. เพิ่มภูมิคุ้มกันในก้อนด้วย จุลินทรีย์ จุลินทรีย์ที่ว่านี้ คือ

3.1 BS พลายแก้ว   ปราบเชื้อราในก้อนเห็ด

3.2 BT ชีวภาพ       ปราบหนอนในก้อนเห็ด

3.3 ไมโตฟากัส      ปราบไร

พลายแก้ว+บีท+ไมฝาง บาซิลลัส ปราบศัตรูเห็ด
พลายแก้ว+บีท+ไมฝาง บาซิลลัส ปราบศัตรูเห็ด

ทั้ง 3 ตัวนี้เป็นจุลินทรีย์ก่อนนำไปใช้ เรานำไปหมักขยายในน้ำมะพร้าวอ่อน หรือ นมกล่อง UHT แยกกันหมัก แต่ตอนใช้เอามาผสมกันฉีดเข้าหน้าก่อนได้

ผมจะฉีดพ่น 3 ตัวนี้ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันครับ

และนี้ก็เป็น 3 วิธีง่ายๆไม่ยุ่งยากในการป้องกันและรักษาก้อนเห็ดให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ ไม่เสียก่อนเวลาอันควร ครับ

เพาะเห็ดให้ประสบผลสำเร็จ ต้องทุ่มเท แรงกาย ใจ ใส่ใจในรายละเอียด และเรียนรู้คู่ไปกับมันครับ ทุกปัญหามีทางแก้ครับ

เมื่อเรารู้ต้นเหตุที่มันจะเกิดปัญหา เราก็ต้องรีบป้องกันไม่ให้มันเกิดปัญหาเหล่านั่นตามมาครับ

เขียนและรายงานโดย SiamMushroom.com

 

เห็ดชีวภาพ

การเพาะเห็ดในระบบถุงพลาสติก

การเพาะเห็ดในระบบถุงพลาสติก เมื่อทำไปได้ระยะหนึ่งจะพบว่ามีศัตรูเห็ดเพิ่มขึ้นทั้งชนิดและปริมาณ เช่น ราชนิดต่างๆ ไรที่กินเส้นใยเห็ดรา หนอนผีเสื้อ หนอนแมลงหวี่ แมลงวัน หนู หลายชนิด ด้วงปีกแข็ง ฯลฯ เป็นต้น แมลงหวี่นับว่ามีความสำคัญเพราะสามารถวางไข่กลายเป็นหนอน เข้าไปกินเส้นใยในถุงเห็ด แหล่งปลูกเห็ดใดมีแมลงหวี่มาก แสดงว่าในพื้นที่ใกล้เคียงมีคอกสัตว์ไม่สะอาดเพราะแมลงหวี่สามารถเพาะขยายพันธุ์ที่มูลสัตว์ ผลไม้สุกงอม ขยะอินทรีย์บูดเน่าและก้อนเห็ดหมดอายุที่ทิ้งรอการขนไปแปรสภาพ

การเพาะเห็ดในระบบถุงพลาสติกนั่น เมื่อทำไปได้ระยะหนึ่งจะพบว่ามีศัตรูเห็ดเพิ่มขึ้นทั้งชนิดและปริมาณ เช่น ราชนิดต่างๆ ไรที่กินเส้นใยเห็ดรา หนอนผีเสื้อ หนอนแมลงหวี่ แมลงวัน หนู หอย ด้วงปีกแข็ง ฯลฯ เป็นต้น แมลงหวี่นับว่ามีความสำคัญเพราะสามารถวางไข่กลายเป็นหนอน เข้าไปกินเส้นใยในถุงเห็ด แหล่งปลูกเห็ดใดมีแมลงหวี่มาก แสดงว่าในพื้นที่ใกล้เคียงมีคอกสัตว์ไม่สะอาดเพราะแมลงหวี่สามารถเพาะขยายพันธุ์ที่มูลสัตว์ ผลไม้สุกงอม ขยะอินทรีย์บูดเน่าและก้อนเห็ดหมดอายุที่ทิ้งรอการขนไปแปรสภาพ เศษเห็ดที่เหลือและเริ่มเน่าจะมีกลิ่นดึงดูดให้แมลงหวี่ตัวเมียบินไปหาควรนำเศษเห็ดทั้งหมดใส่ลงบ่อปลานิล หรือปลาตะเพียนทุกวัน เพื่อมิให้สะสมจนเป็นแหล่งเพาะแมลงหวี่ หากแมลงหวี่ไปตอมก้อนเชื้อที่มีตัวไรอยู่ พบว่าไรสามารถเกาะติดไปกับขาแมลงหวี่ แม้สปอร์ของเชื้อราก็ติดขาแมลงหวี่มาในเวลาสัมผัสบริเวณราขึ้นอยู่แล้ว พอแมลงหวี่ไปเกาะถุงเห็ดใหม่ๆ ก็แพร่ไร และราไประบาดในถุงใหม่

ดังนั้นควรลดแหล่งเพาะแมลงหวี่เท่าที่ทำได้ และหากระดาษสีเหลืองทาน้ำมันพืชผูกเชือกห้อยแขวนในเรือนเพาะเห็ด เพื่อล่อแมลงหวี่บินมาติดกระดาษนี้ หมักขยายเชื้อบีทีชีวภาพ เชื้อพลายแก้ว เชื้อไมโตฟากัส ด้วยน้ำมะพร้าวอ่อนนาน 24-48 ชม. แยกหมัก แต่ผสมน้ำรวมกันฉีดพ่นปากถุง ชั้นวางผนังโรงเรือนทั้งด้านนอกด้านใน และพื้นโรงเรือน ทำสัปดาห์ละครั้งจะลดปัญหาหนอน รา ไร ลงได้อย่างมาก


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่