แนะนำสินค้าชีวภาพ

เห็ดขอนขาวและเห็ดขอนดำ

    การเพาะเห็ดขอนขาวและขอนดำในถุงพลาสติก
การเพาะเห็ดขอนขาวและขอนดำในถุงพลาสติกมีวิธีการไม่แตกต่างไปจากการเพาะเห้ดในพลาสติกอื่นๆเกษตรกรที่อยู่ในเขตภาคเหนือและภาคอีสานหรือภาคอื่นๆ สามารถเพาะเห็ดชนิดนี้ได้เนื่องจากเห็ดชอบสภาพอากาศร้อนชื้น สามารถเพาะนอกฤดูกาลได้
วัสดุอุปกรณ์การเพาะเห็ดที่สำคัญ  คือ
1. หัวเชื้อเห็ดขอนขาวหรือขอนดำ
2. ขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อน  ได้แก่  ขี้เลื่อยไม้ยางพารา
3. อาหารเสริม  ได้แก่  รำละเอียด  ปูนขาว  ยิปซั่ม  ดีเกลือ  น้ำสะอาด  ซึ่งใช้ผสมตามสูตร
4. ถุงพลาสติก  ยางรัด  สำลี  ตะเกียงแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อ  คอขวดพลาสติก  และจุกประหยัด และสำลี
5. แอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์สำหรับจุดไฟ
6. หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ
7. โรงเรือนหรือสถานที่ใช้บ่มก้อนเชื้อเห็ด
8. โรงเรือนหรือสถานที่ ที่ใช้เปิดดอกเห็ดเพื่อผลิตดอกเห็ด  โรงเรือใช้พลาสติกใสทับด้วยแสลนพรางแสง    60-70%  กว้าง  4  เมตร  ยาว  10-12 เมตร  บรรจุได้ประมาณ  5,000- 6,000 ก้อน
การทำถุงก้อนเชื้อ
        ควรเริ่มทำในเดือนกุมภาพันธ์ดีที่สุุด  เพื่อให้ทันช่วงที่อุณหภูมิเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดขอนขาว  การทำถุงก้อนเชื้อจะใช้ขี้เลื่อยยางพาราเป็นวัสดุเพาะ  โดยใช้วัสดุอาหารอื่นๆผสมตามสูตร  ดังนี้
   1. ขี้เลื่อย                    100      กิโลกรัม
   2. รำละเอียด               7.5       กิโลกรัม
    3. ปลายข้าว                1           กิโลกรัม
    4. ปูนขาว                   2           กิโลกรัม
   5. ยิปซั่ม                    0.5-1     กิโลกรัม
    6. ดีเกลือ                   0.2        กิโลกรัม
    7. ความชื้น  (น้ำ)         65-70   เปอร์เซ็น
   8. ภูไมท์                     2-4       กิโลกรัม
-ให้นำขี้เลื่อยยางพารามาผสมกับอาหารเสริมคลุกเคล้าให้เข้ากันดีเสียก่อน  จึงเติมน้ำลงไปจนกระทั่งความชื้อพอดี  ทดสอบโดยการนำขี้เลื่อยมากำและบีบให้จับกันเป็นก้อนพอดี  ความชื้นประมาณ  70  %
-นำขี้เลื่อยบรจุลงในถุงพลาสติกทนร้อน  บรรจุขี้เลื่อยให้แน่นพอสมควรแต่ละถุงจะหนักประมาณ 8 ขีด – 1 กิโลกรัม   พร้อมกับสวมคอขวดพลาสติก  และใช้จุกประหยัดที่อุดด้วยสำลี  จากนั้นนำถุงก้อนเชื้อเห็ดที่บรรจุเรียบร้อยแล้วไปนึ่งฆ่าเชื้อ
การนึ่งถุงก้อนเชื้อเห็ด
    โดยปกติแล้วจะนึ่งฆ่าเชื้ออยู่ที่อุณหภูมิประมาณ  100  องศาเซลเซียส  นาน  3-5  ชั่วโมง  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อนึ่ง  จำนวนก้อนเชื้อเห็ด  และประสิทธิภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการนึ่งฆ่าเชื้อ
การหยอดเชื้อลงถุงก้อนเชื้อ
    หัวเชื้อที่ดีนั้นต้องเป็นหัวเชื้อที่เส้นใยเจริญเติบโตเต็มขวด ไม่มีเชื้อราสีต่างๆปนเปื้อน  และไม่เป็นเชื้อแก่จนเส้นใยรัดตัวเป็นสีดำ  สำหรับการหยอดเชื้อลงในถุงก้อนเชื้อ  สามารถทำได้ดังนี้
1. วางก้อนเชื้อเรียงกันเป็นแถว  ให้สามารถทำงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว  เปิดกระดาษที่หุ้มสำลีของขวดหัว  เชื้อออก  แต่ยังไม่ดึงจุกสำลีและระวังไม่ให้สำลีหลุดออกจากขวดหัวเชื้อ
2. ควรเช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ  70 % นำเอาขวดเชื้อเมล็ดข้าวฟ่างที่คัดดีแล้ว ใช้แท่งเหล็กหรือแท่งไม้ที่มีลักษณะแข็ง  จุ่มแอลกอฮอล์และใช้เขี่ยข้าวฟ่างจนร่วนซุย    
3. ถอดจุกสำลีที่ขวดเมล็ดข้าวฟ่างออก  นำเอาปากขวดไปลนไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์
4. มืออีกข้างเปิดจุกประหยัดหรือจุกก้อนเชื้อ  แล้วเทหัวเชื้อลงไปในถุงพอประมาณจากนั้นรีบปิดก้อนเชื้อด้วยจุกประหยัด
5. ถุงต่อไปก็ทำเช่นเดียวกัน  ทุก  8-10  ถุง  ควรลนปากขวดหัวเชื้อด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์อีกครั้งหนึ่ง
6. หัวเชื้อที่เปิดขวดออกแล้วควรใช้ให้หมด  หากมีเหลือไม่ควรนำมาใช้ต่อ  เพราะเชื้ออาจเสียได้  ซึ่งเฉลี่ยแล้วหัวเชื้อขวดนึง  จะหยอดลงถุงได้ประมาณ  30-40 ถุง
การบ่มพักถุงก้อนเชื้อ
        การบ่มพักถุงก้อนเชื้อ อาจใช้เวลาประมาณ  30-40  วัน  ที่อุณหภูิมิประมาณ  28-38  องศาเซลเซียส  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเชื้อ  และสภาพอากาศที่เหมาะสม
        เมื่อเส้นใยเดินเต็มก้อนเชื้อเห็ดดีแล้ว ก้อทำการขนย้ายเข้าโรงเรือนสำหรับเปิดดอก  เพื่อดำเนินการเปิดดอกต่อไป
ขั้นตอนและวิธีในการเปิดดอก
1. รอจนกระทั่งเชื้อเห็ดขอนเดินจนเต็มถุง  มีสีขาวจัด ดึงจุกประหยัดออก  และแคะเศษเมล็ดข้าวฟ่างทิ้ง
2. ถอดคอขวดโดยพยายามไม่ให้กระทบกระเทือนเส้นใยเห็ด
3. รดน้ำให้ชุ่มวันละ  3  ครั้ง/วัน   โดยให้น้ำเข้าปากถุงได้บ้าง  ทำตามขั้นตอนนนี้ได้ประมาณ  2-3  วัน
4. ดึงปากถุงพลาสติกให้ตึง  เพื่อให้บริเวณที่ต้องการออกดอก  ได้สัมผัสอากาศ
5. รดน้ำให้ชุ่มวันละ  3  ครั้ง/วัน   โดยให้น้ำเข้าปากถุงได้บ้าง  ทำตามขั้นตอนนนี้ได้ประมาณ  3-5  วัน
6. สังเกตดูว่า  เชื้อเห็ดที่ต้องการให้เกิดดอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล  หรือเริ่มเกิดดอกให้ใช้มีดโกนหรือมีดเหลาดินสอคมๆ  กรีดถุงพลาสติกออก  โดยกรีดเลยไหล่ถุงเข้ามาประมาณ  1  เซนติเมตร
7. รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน  วันละ  3-4  ครั้ง/วัน  (เช้า  กลางวัน  เย็น  ก่อนนอน)
8. ขยันทำความสะอาดภายในโรงเรือน  และหมั่นให้อาหารเสริมกับเห็ด 3-4 วัน/ครั้ง จะได้ผลผลิตสูง
การเก็บเห็ดขอนขาวหรือขอนดำ
    การเก็บเห็ดขอนขาวและขอนดำ  เกษตรกรต้องขยันเก็บบ่อยๆ จึงจะได้เห็ดที่มีคุณภาพ  และเป็นที่ต้องการของตลาดเนื่องจากเห็ดขอนขาวหรือขอนดำเจริญเติบโตเร็วมาก  ควรเก็บในเวลา    เช้า  บ่าย   ค่ำ  ผลผลิตของก้อนเชื้อเห็ด  1  ถุง  จะเก็บได้เฉลี่ย  150-200  กรัม/ถุง  ระยะเวลาในการออกดอก  3-5  เดือน  ขึ้นอยู่กับคุณภาพของก้อนเชื้อเห็ดและสภาพอากาศ  สภาพแวดล้อม  ของแต่ละฤดุกาล  รวมทั้งการดูแลอาใจใส่ระหว่างการเปิดดอกด้วย
สวนเห็ดรุจิรา

วันนี้มีเอกสารแนะนำเกี่ยวกับการเพาะเห็ดลมมาฝากครับ การเพาะเห็ดลม

กระตุ้นเห็ดหอม

การกระตุ้นเห็ดหอม

การกระตุ้นเห็ดหอม

 

เห็ดหอมที่เพาะในประเทศไทยมักจะออกดอกได้ดีในช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็น  โดยจะออกดอกเมื่อกระทบกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง  เช่นมีอากาศหนาวเข้ามาเป็นระลอกก็จะออกดอกเป็นชุด ๆ ไป  เมื่อสภาพอากาศไม่เหมาะสม  หรือไม่เปลี่ยนแปลง  เช่น  ในฤดูฝน  และฤดูร้อน  พบว่าเห็ดจะไม่ออกดอกเลย  ในการนี้จำเป็นต้องใช้วิธีการกระตุ้นก้อนเห็ดให้ออกดอก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพาะเห็ดหอมในพื้นที่ราบที่อากาศไม่หนาวเย็นมาก  จะต้องทำการกระตุ้นให้ก้อนเห็ดออกดอกจึงจะได้ผลผลิตสูง

วิธีการกระตุ้นให้ก้อนเชื้อเห็ดออกดอกกระทำเมื่อก้อนเห็ดได้พักก้อนและสะสมอาหารมากพอแล้วจึงจะทำการกระตุ้นก็จะออกดอกมากและดอกใหญ่  วิธีการกระตุ้นให้ออกดอกสำหรับการเพาะเห็ดหอมในพื้นที่ราบ มีหลายวิธี  ได้แก่ (1)  การกลบน้ำแข็ง   (2)  การแช่น้ำเย็น  (3)  การตีก้อน  และ (4)  การคว่ำก้อนบนพื้นทราย

1. การกลบน้ำแข็ง  การกลบน้ำแข็ง  ทำได้โดยนำก้อนเชื้อเห็ดมาวางเรยงชิดกัน  แล้วนำน้ำแข็งบดมาวางทับให้หนาประมาณ 10 เซยติเมตร ปล่อยให้น้ำแข็งละลาย เห็ดจะงอกภายใน 3-5 วัน

2. การแช่น้ำเย็น  เมื่อพักก้อนเห็ด 7 วัน และให้น้ำ 2 วัน จนก้อนเชื้อเห็ดพร้อมที่จะกระตุ้นด้วยความเย็นทำได้นำก้อนเห็ดเรียงในถังจนเต็ม  ใช้ตาข่ายคลุมหน้าถังหรือใช้ของหนักเช่น ก้อนอิฐ  แผ่นซีเมนต์ทับก้อนไว้  เพื่อไม่ให้ก้อนเชื้อเห็ดลอยเมื่อใส่น้ำ  จากนั้นเทน้ำเย็นที่ปรับให้ได้อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียสด้วยน้ำแข็งลงในถังจนท่วมก้อนเชื้อ (ให้ก้อนเชื้ออยู่ใต้ผิวน้ำทั้งหมด)  ทิ้งไว้นาน 12 ชั่วโมง    หากแช่ก้อนนานเกินไปก้อนเชื้อจะยุ่ยง่ายและก้อนเชื้อเสียหายได้ง่าย  จึงนำก้อนเชื้อมาเรียงไว้กับพื้นโรงเรือนเช่นเดิม เห็ดจะออกดอกภายใน 3 วัน

3. การตีก้อน  ตามปกติเมื่อก้อนเชื้อเห็ดได้รับความกระทบกระเทือน  เช่น  การขนย้าย  การโยน  การทำความสะอาดก้อน  หากมีอาหารสะสมเพียงพอและอากาศเย็นพอ  ก็จะเกิดตุ่มเห็ดได้ทันที  เราจึงสามารถเลียนแบบได้โดยทำการพักก้อนและกระตุ้นน้ำและดูแลก้อนเห็ดให้ได้รับความชื้นอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอระยะหนึ่งจนกะว่าอาหารสะสมในก้อนเพียงพอแล้ว  ก้อนเห็ดในขณะนั้นจะอ่อนนุ่ม  มักจะสังเกตว่ามีตุ่มเห็ดเกิดขึ้นที่ก้อนเห็ดเพียงบางก้อน  ก็เริ่มกระตุ้นได้โดยใช้ฝ่ามือตบลงที่หน้าก้อนเบา ๆ 1 ครั้ง  แล้วรดน้ำตามปกติ  ก็จะเกิดตุ่มดอกเห็ดได้

4. การคว่ำก้อนบนพื้นทราย  วิธีนี้จะทำกับวิธีเปิดปากถุงเรียงบนพื้นทราย  เมื่อก้อนเห็ดพักตัวได้ที่  รดน้ำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 7 วัน  จะคว่ำก้อนเห็ดลงบนพื้นทรายของโรงเรือน  รดน้ำทุกวันตามปกติประมาณ 2-3 วัน  ให้กลับก้อนเห็ดขึ้นตามปกติ  ก็จะเกิดตุ่มเห็ดและเริ่มเก็บเห็ดได้ใน 7 วัน

 

ภาพประกอบ ภาพประกอบการกระตุ้นเห็ดหอม

 

ที่มา : http://supapongwk.wordpress.com/6-2/

หัวข้อนี้ มีความสำคัญอย่างมาก ไม่มีการประชุมครั้งไหน ของวงการเห็ดพูดเรื่องของน้ำแม้แต่ตำราทั่วไป น้ำที่ดีคือ น้ำสะอาดปราศจากสารเคมี และน้ำก้คือตัวการหลักทำให้เห็ดเน่าเปลื่อย ติดเชื้อโรคได้

 

การให้น้ำเห็ด

การให้น้ำเห็ด

 

1 น้ำสร้างความชื้นให้เห็ดออกดอกได้ แต่ดูแลป้องกันโรคไม่ได้

2 น้ำก็ทำให้เห็ดเปียกและติดเชื้อโรคได้ถ้าก้อนนั้นมีน้ำอยู่ในก้อน

3 กฏเหล็ก ห้ามเอาน้ำเข้าก้อน

4ดังนั้น ทำอย่างไรให้มีความชื้นและน้ำอย่าเข่าก้อน

ตอบ  อย่ารดให้น้ำเข้าก้อน สังเกตุดูสปิงเกอร์ที่ติดตั้งว่าปล่อยน้ำเข้าเห็ดบ้างไหม รดแต่ก้อนอย่ารดด้านหน้าเห็ด น้ำจะเข้าก้อนได้

ที่มา : รักบ้านเกิด.คอม

หญิงนักสู้ทำฟาร์มเห็ด “ยานางิ” รายได้งามเดือนละ 2.5 แสนบาท

แม้ “พิกุล บุญเรือง” จะเป็นลูกผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ใจเธอเป็นนักสู้ชีวิตไม่แพ้ลูกผู้ชายอกสามศอก ถึงขนาดยอมลาออกจากงานประจำในเมืองกรุง มุ่งหน้ากลับบ้านที่บ้านหนองเต่าคำใหม่ ต.บ้านไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตัดสินใจยึดอาชีพเกษตรกร โดยเลือกทำฟาร์มเพาะเห็ด ปัจจุบันได้เป็นเจ้าของฟาร์มเห็ด “ฟาร์มบ้านเห็ด” ซึ่งเป็นฟาร์มเพาะเห็ด “ยานางิ” รายใหญ่และเจ้าแรกของ จ.เชียงใหม่ ทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้ถึงเดือนละ 2.5 แสนบาท

พิกุล เล่าว่า เดิมที่เป็นคน จ.แพร่ แต่พ่อแม่มาตั้งรกรากที่ จ.เชียงใหม่ พอโตขึ้นเธอไปเรียนที่กรุงเทพฯ หลังจากจบได้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำได้ 5 ปี พอปี 2541 เธอจึงได้ตัดสินใจกลับมาอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และลงทุนทำฟาร์มเห็ด โดยเริ่มจากการทดลองเพาะเห็ดหอมก่อน แต่ตอนหลังขาดทุนเนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง ประกอบกับไม่มีประสบการณ์ในการเพาะเห็ด

ในที่สุดกิจการเพาะเห็ดหอมต้องปิดลง แต่ก็ยังคงทดลองเพาะขยายเห็ดพันธุ์ใหม่อยู่เรื่อยๆ เพื่อหาประสบการณ์ กระทั่งปี 2543 ได้เข้าฝึกอบรมการเพาะเห็ดที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) กรุงเทพฯ ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ ในการเพาะเห็ดหลายอย่าง เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดหัวลิง และเห็ดยานางิหรือเห็ดหอมญี่ปุ่น

จากนั้นจึงได้ลงทุนเปิดฟาร์มเพาะเห็ดอีกครั้ง โดยเธอเลือกทำฟาร์มเห็ดยานางิ เพราะจากการศึกษาพบว่า มีแนวโน้มการตลาดดีกว่า เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่เพิ่งทดลองปลูกในเมืองไทย จึงเชื่อว่าในอนาคตจะต้องได้รับความนิยมจากผู้บริโภคค่อนข้างแน่นอน เพราะเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางอาหารสูง

“ครั้งแรกฉันลงทุนไป 3 แสนบาท ในการสร้างโรงเรือนบนพื้นที่ 7 ไร่ มีโรงเรือน 15 โรง ประกอบด้วย โรงเรือนขนาดใหญ่ กว้าง 8×21 เมตร สามารถเพาะเห็ดหรือบรรจุเห็ดได้ 2.2 หมื่นก้อน และโรงเรือนขนาดเล็ก กว้าง 8×12 เมตร บรรจุเห็ดได้ 1.2 ก้อน ภายในโรงเรือนสามารถทำงานแบบครบวงจรคือ เพาะเชื้อเห็ด ทำก้อนเห็ด ตั้งฟาร์ม และจำหน่ายทั้งเชื้อและดอกเห็ด” พิกุล กล่าว

หลังจาก พิกุล ทุ่มเทในการทำงานถึง 3 ปี ปัจจุบันกิจการฟาร์มเห็ดของเธอก็ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น เพราะเป็นรายแรกและรายเดียวที่ทำฟาร์ม ปัจจุบันผลผลิตของเห็ดยานางิได้เดือนละ 1 ตันครึ่ง รายได้เฉลี่ยจากการจำหน่ายดอกเห็ดเดือนละ 1.5 แสนบาท และรายได้จากการจำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดอีกเดือนละ 1 แสนบาท รวมแล้วเธอมีรายได้ตกเดือนละ 2.5 แสนบาท แต่กระนั้นยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด ขณะนี้เธอเตรียมที่จะขยายพื้นสร้างโรงเรือนเพิ่มอีก 3 ไร่

สำหรับผลผลิตเห็ดทั้งหมดจะส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะมารับซื้อถึงฟาร์มทุกวัน เพื่อนำไปจำหน่ายตลาดกลางที่กรุงเทพฯ เช่น ตลาดสี่มุมเมือง และบางส่วนก็จะส่งจำหน่ายที่ตลาดเมืองใหม่และซูเปอร์มาร์เก็ต ใน จ.เชียงใหม่ ขายในราคา กก.ละ 100-150 บาท นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุแพ็คจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อย แพ็คละ 40 บาทอีกด้วย ส่วนก้อนเชื้อเห็ดขายก้อนละ 7 บาท ซึ่งมีเกษตรกรผู้ประกอบการเพาะเห็ดทั่วประเทศมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง

พิกุล เล่าถึงวิธีการเพาะเห็ดยานางิว่า คล้ายกับการเพาะเห็ดทั่วๆ ไป คือต้องเพาะขยายจากหัวเชื้อหรือก้อนเชื้อที่มีส่วนผสมของสารอาหารสำหรับเห็ด เช่น ขี้เลื่อยไม้ ยางพารา รำข้าว น้ำตาลทราย แคลเซียม ยิปซัม จากนั้นนำไปเพาะในโรงเรือน หมั่นดูแลรดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 15 วัน เห็ดจะเริ่มให้ผลผลิตและสามารถเก็บได้ประมาณ 4-5 ครั้ง พอหมดรุ่นก็จะพักช่วงไว้ประมาณ 15 วันเพื่อฆ่าเชื้อ ก่อนทำการเพาะเชื้อใหม่หมุนเวียนกันไป

ที่มา :

http://www.komchadluek.com/shownews/news/-3943.html


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่