แนะนำสินค้าชีวภาพ

วิธีการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย

วันนี้มีเอกสารการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยมาเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจได้อ่านกันน่ะครับ

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ

อ่านได้ที่นี้ครับ การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย

การเพาะเห็ดถุง

การเพาะเห็ดถุง

พอดีวันนี้ไปเจอเอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับการเพาะเห็ดถุงชนิดต่างๆ จึงนำมาเผยแพร่ต่อให้ทุกๆท่านที่สนใจได้เข้าไปอ่านดูครับ

ขอบคุณเจ้าของบทความ

อ่านได้ที่นี้เลยครับ การเพาะเห็ดถุง

ความยั่งยืนของอาชีพทำฟาร์มเพาะเห็ด

ผมได้ส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นกิจกรรมเสริมรายได้สำหรับเกษตรกร และส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นอาชีพ เพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ต้องส่งเสริมอาชีพการเกษตรทุกประเภท และรู้สึกอิมเอิบใจที่นักเรียนเกษตรกรหลายคนสามารถเอาทักษะนี้ไปทำเป็นอาชีพได้หลังการอบรมแต่ก็มีผู้ประกอบการเพาะเห็ดหลายๆรายถามเสมอถึงความยั่งยืนของอาชีพเพาะเห็ด ผมเองไม่ได้เพาะเห็ดเป็นอาชีพหลัก เพราะรับราชการ แต่เพาะเพื่อเป็นตัวอย่างในการอบรม และความหลงไหลส่วนตัว แต่ก็อยู่ในแวดวงวิชาชีพนี้นานจนมองเห็นว่าอาชีพนี้สามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ไม่น้อยหน้าอาชีพการเกษตรอื่นแต่อย่างใด สิ่งสำคัญผู้ประกอบการฟาร์มเห็ดควรต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ

ฟาร์มเห็ด

1.มีความกระตือรือร้น และรักการศึกษาเรียนรู้วิชาการด้านนี้ไปตลอดชีวิต วิชาการเพาะเห็ดมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตอยู่ตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องติดตามเรียนรู้อยู่เสมอ
2.รู้จักประยุกต์ ดัดแปลง อุปกรณ์-เครื่องมไม้เครื่องมือ และเทคนิควิธีการในการผลิตให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง
3.อดทนต่อการรุกรานของศัตรูเห็ด เขาบอกว่าอาชีพอื่นเริ่มต้นยากแต่ทำไปนานๆจะชำนาญและง่าย แต่อาชีพเพาะเห็ดเริ่มต้นทำง่ายๆ แต่ต่อไปจะยิ่งยากเพราะศัตรูพืชใหม่จะแวะเวียนมาเยี่ยมตลอดเวลา แก้ไขปัญหาหนึ่งได้ก็เจอปัญหาใหม่ นักเพาะเห็ดจึงต้องใจยาว และอดทนเสมอ
4.ลดต้นทุนโดยการใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มาก และต้องมีวัสดุหลัก(ขี้เลื่อย)ที่มีสำหรับการผลิตสม่ำเสมอ
5.ไม่ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ความยั่งยืนจะเกิดได้ต้องผลิตก้อนเชื้อเห็ดด้วยตนเองในที่สุด นักเพาะเห็ดหลายรายยินดีกับการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอกเพราะไม่เสี่ยงต่อก้อนเสีย แต่ทำไปๆไม่คุ้มทุนเพราะเวลาเห็ดเยอะราคากลับถูก เวลาเห็ดแพงกลับไม่มีดอกเห็ดให้เก็บ และต้นทุนการผลิต(ค่าก้อน)ก็สูงครึ่งหนึ่งของการผลิตเอง จึงแนะนำให้ทำก้อนเชื้อเองดีที่สุด
6.ผลิตเห็ดป้อนตลาดในท้องถิ่นเป็นหลัก(หนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์ม หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งฟาร์มประมาณนั้น)อย่าเน้นตลาดกลางที่อยู่ห่างไกลเพราะเห็ดขนส่งไกลไม่ได้ น้ำมันแพง
7.เน้นชนิดเห็ดที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นเห็ดที่ชอบ เช่น ท้องถิ่นต้องการเห็ดนางฟ้า แต่ใจสมัครรักการเพาะเห็ดหอมจีน คนท้องถิ่นไม่ทานเห็ดหอมจีนก็เจ๋ง เพาะเห็ดอื่นๆได้เป็นผลผลิตเสริม และเพื่อการศึกษานิสัยใจคอเตรียมการสำหรับอานาคต
8.เงินที่ได้จากการขายผลผลิตเป็นทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กำไร พึงระลึกว่าเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตต้องจักสรรเป็นทุนหมุนเวียน อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่เช่นนั้น วัตถุดิบหมด ไม่มีเงินลงทุนใหม่ เพราะใช้เพลินนะครับ
9.วางแผนให้ได้ว่าจำหน่ายก้อนเป็นอาชีพเสริม หรือ อาชีพหลักดี หลายฟาร์มเคยเพาะดอกเห็ดต่อมาเห็นว่าขายก้อนเชื้อเห็ดดี เงินง่าย และเงินก้อน จึงขายก้อนจนไม่มีดอกเห็ดขาย ตลาดที่เคยรับซื้อดอกเห็ดเมื่อได้ดอกเห็ดไม่สม่ำเสมอก็ไม่รับอีกต่อไปจึงเสียตลาด ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขายก้อนก็ได้เงินไว ได้เงินเป็นก้อน ไม่เสี่ยง แต่จะมีคนซื้อส่ม่ำเสมอหรือไม่ ขายดอกเห็ดก็ได้เงินทุกวัน แต่ก็ต้องรู้จักเก็บเงิน เป็นต้นครับ
10.ซื้อสัตย์กับลูกค้านะครับ ไม่ว่าลูกค้าจร หรือ ลูกค้าประจำ เก็ดดอกเห็ดในระยะที่เหมาะสม ไม่แก่ ไม่เปียก ไม่แก้งเกินไป ไม่พ่นสารเคมี สด สะอาดนะครับ
ที่มา :

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่

ก่อนอื่นผู้เขียนขอแนะนำให้มาทำความรู้จัก โรดของเห็ดก่อนนะค่ะ  โรคของเห็ดถุงสามารถแบ่งตามสาเหตุของการเกิดโรคได้ดังนี้1.โรคของเห็ดถุงที่เกิดจาดเชื้อมีสาเหตุ ได้แก่ โรคที่เกิดจากเชื้อรา เชื้อบักเตรี หรือเชื้อไวรัส2.โรคของเห็ดถุงที่เกิดจากเชื้อไม่มีสาเหตุ
โรคที่เกิดจากเชื้อรา                1.เชื้อราดำกลุ่มแอสเพอร์จิลลัส (Aspergillus sp)ลักษณะที่พบทั่วไปของถุงเห็ด คือ บางส่วนของถุงเห็ดมีสีเขียวเข้มเกือบดำ อาจเกิดที่ส่วนบนใกล้ปากถุงแล้วลามลงไปข้างล่างหรือเกิดจากด้านล่างขึ้นไปก็ได บางส่วนของถุงเห็ดมีสีน้ำตาลเกิดขึ้นติดกับบริเวณที่มีสีเขียวเข้ม                2.เชื้อราดำโบไตรดิฟโพลเดีย (Botryodiplodia sp) จะพบว่าขี้เลื่อยในถุงเห็ดมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ซึ่งในระยะแรกเชื้อราจะมีสีขาว ต่อมาเจริญขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทิ้งไว้นาน จะเกิดก้อนเล็กๆ สีดำ ที่เป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรานูนออกมาที่ผิวของถุงพลาสติก

               3.เชื้อรากลุ่มราเขียว (Trichoderma sp,Gliocladium sp) ลักษณะการปนเปื้อนจะสังเกตเห็นได้ง่าย เนื่องจากสปอร์ของเชื้อรามีสีเขียวอ่อนใส เมื่อเกิดรวมกันหนาแน่นจะเห็นเป็นหย่อมสีเขียวมะกอกหรือสีเขียวเข้มในถุงเห็ด

               4.ราเขียวเพนนิซีเลียมและเพซีโลไมซีส (Penicillium sp, Paecelomyces sp) เชื้อราทั้ง 2 ชนิดนี้มีลักษณะรูปร่างทางสัญฐานวิทยาคล้ายคลึงกันมาก มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วสามารถสร้างสปอร์ได้เป็นจำนวนมาก เชื้อราเพนนิซีเลียมเป็นราที่ชอบอุณหภูมิปานกลาง ลักษณะบนถุงเห็ดจะเห็นเป็นหย่อมสีเขียวตอง่อน สีเหลืองอ่อนอมเขียว หรือสีเทาอ่อนมองดูคล้ายฝุ่นเกาะสกปรก มักเกิดบริเวณด้านล่างของถุงเห็ด ส่วนเชื้อราเพซีโลไมซีสเป็นราชอบร้อน สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ มักจะเกิดกับถุงเห็ดหอม ลักษณะที่ปรากฏ คือ มองเห็นเป็นฝุ่นสีซีด เช่น สีน้ำตาล ชีดๆ ปนเหลืองอ่อน หรือสีเหลืองชีดจางๆ สังเกตเห็นเส้นแบ่งเขตการเจริญเติบโตของเชื้อเห็ดและเชื้อราได้อย่างชัดเจน

               5.ราสีส้มหรือราร้อน (Neurospora sp) มักเกิดเป็นกระจุกบริเวณปากถุงมีลักษณะเป็นผลสีชมพูอมส้ม หรือเป็นก้อนติดเสียก่อน

               6.ราเมือก (Slime mould) จะเกิดกับถุงเห็ดที่เปิดถุงเก็บดอกไปแล้วหลายรุ่นและเป็นถุงที่อยู่ด้านล่างสุด จะสังเกตเห็นเส้นใยสีเหลืองชัดเจนบริเวณด้านข้างถุงและบริเวณปากถุงโดยมากมักจะเกิดกับเห็ดหูหนูที่มีการกรีดถุงด้านข้างและรดน้ำนานๆ จนทำให้ถุงชื้นแฉะนอกจากนี้ยังเกิดได้กับถุงเห็ดภูฐานที่หมดรุ่นแล้วแต่ยังไม่มีการขนย้ายทำความสะอาดโรงเรือน

 

 

โรคของเห็ดถุงที่เกิดจากเชื้อราโดยทั่วไปเกิดได้ทั้งเชื้อราปนเปื้อนหรือแข่งขัน และเชื้อราโรคเห็ด ซึ่งเชื้อราปนเปื้อนส่วนใหญ่เป็นพวกที่มีเส้นใยเจริญเร็วมาก ทำให้เส้นใยเห็ดชะงักการเจริญเติบโต สังเกตเห็นเส้นแบ่งเขตที่เส้นใยเห็ดมาบรรจบกันเส้นใยของเชื้อราปนเปื้อน การเกิดเชื้อราปนเปื้อนในถุงเพาะเห็ดมักเป็นสาเหตุให้ผลผลิตเห็ดลดลง ถ้ามีเชื้อราเหล่านี้เกิดบริเวณปากถุงก็จะเป็นเหตุให้เกิดการระบาดไปทั่วทั้งโรงเพาะเห็ดได้รับความเสียหายได้ผลผลิตลดลง

 

สาเหตุของการเกิดเชื้อราปนเปื้อนมีหลายประการ เช่น การทิ้งถุงก้อนเชื้อเห็ดที่เก็บดอกแล้วในบริเวณฟาร์ม ทำให้เชื้อรากระจายอยู่ในบริเวณนั้น เมื่อมีฝนตก ลมพัด หรือตกลงไปในน้ำที่นำใช้รดเห็ด นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกเช่น หัวเชื้อไม่บริสุทธิ์ การนึ่งฆ่าเชื้อถุงเห็ดที่ทำลายเชื้อไม่หมด ถุงแตกหรือถูกแมลงทำลาย เป็นต้น

สำหรับการป้องกันการเกิดเชื้อราปนเปื้อนในการเพาะเห็ดถุงมีดังนี้

1.ตรวจสอบความสะอาดและความบริสุทธิ์ของหัวเชื้อก่อนซื้อ

2.การถ่ายเชื้อควรทำในห้องที่สะอาด ปราศจากฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคอื่นๆ หรือเป็นบริเวณที่ไม่มีอากาศถ่ายเท

3.คัดแยกถุงเห็ดเสีย ถุงเห็ดแตก ถุงเห็ดที่มีจุกสำลีชื้น นำไปนึ่งใหม่หรือเผาทำลายเพื่อลดการระบาดของเชื้อรา

4.ใช้เชื้อพลายแก้ว หมักขยายเชื้อ ด้วย น้ำมะพร้าว หรือนมUHT หรือไข่ไก่ หรือนมข้นหวาน http://www.thaigreenagro.com/product/order.aspx?productID=107 แล้วแต่ตามวัสดุที่มี หมักขยายเชื้อ จนครบ 24-48 ชั่วโมง ทุก ๆ 3 วัน ติดต่อกัน 4-5 ครั้งในช่วงที่ระบาดมาก ๆ  โดยการใช้เข็มสลิงฉีดพ่นเข้าไปในก้อนเห็ด

5.รักษาความสะอาดโรงเรือนเพาะเห็ด และบริเวณโดยทั่วไปรอบๆ ฟาร์ม

6.เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้ว ควรพักโรงเรือนเพาะเห็ดประมาณ 2-3 อาทิตย์ เพื่อทำความสะอาดและฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงหรือเชื้อราที่อาจซุกซ่อนตามพื้น เสา และฝาผนังก่อนนำถุงเชื้อเห็ดชุดใหม่เข้ามา ถ้าเป็นไปได้ควรแยกโรงเรือนบ่มกับโรงเรือนเปิดดอกไว้คนละหลังกัน

 

โรคที่เกิดจากเชื้อบัคเตรี

1.โรคเน่าสีน้ำตาลของเห็ดภูฐาน เกิดจากเชื้อบักเตรีซูโดโมแนส โทลลาสซิไอ ซึ่งมีลักษณะอาการของโรค คือ หมวกเห็ดด้านบนเป็นจุดสีเหลืองอ่อนแล้ว เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขยายไปทั่วหมวก ส่วนแผลที่ก้านดอกเป็นปื้นสีเหลืองหรือน้ำตาลแดง แผลจะยุบตัวได้เมื่อให้น้ำไปเกาะที่ตรงส่วนนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการกระจายของเชื้อบักเตรี โรคนี้จะทำให้ดอกเห็ดมีขนาดเล็กกว่าปกติ ผิวหมวกมีสีน้ำตาลอ่อนช้ำง่ายไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

2.โรคจุดสีน้ำตาลโรคเน่าเหลืองของเห็ดสกุลนางรม (เห็ดนางรม เห็ดภูฐาน) เกิดจากเชื้อบักเตรีกลุ่มเรืองแสงชื่อ ซูโดโมแนส ฟลูโอเรสเซน โดยเห็ดเป๋าฮื้อจะมีอาการเริ่มแรกสังเกตได้จากดอกเห็ดที่โผล่พ้นคอขวดมีสีเหลืองซีดๆ บางดอกมีลักษณะม้วนงอ ไม่สมบูรณ์ ดอกไม่พัฒนา ส่วนดอกที่เจริญออกมาได้หมวกดอกจะไม่บานเต็มที่ กลุ่มของช่อดอกมีตั้งแต่ 2-4 ดอก ก้านลีบเป็นกระจุก หมวกดอกด้านบนและล่างรวมทั้งก้านดอกมีจุดสีน้ำตาลอ่อนประปราย จากนั้น 1-2 วัน จุดสีน้ำตาลจะเข้มขึ้น และดอกเห็ดบริเวณนี้จะยุบตัว

 

 

ส่วนอาการเน่าเหลืองของเห็ดนางรมหรือเห็ดภูฐาน

ดอกเห็ดที่โผล่พ้นคอขวดออกมาจะมีสีเหลือง ดอกมีขนาดเล็กผิดปกติ บางดอกมีลักษณะม้วนงอ ดอกเหี่ยวเหลืองทั้งกระจุกและไม่พัฒนา ซึ่งอาการเหี่ยวเหลืองจะแตกต่างจากอาการเหี่ยวเหลืองที่ดอกเห็ดขาดความชื้นเพียงพอแต่ดอกเห็ดรุ่นใหม่ก็ยังมีอาการเหี่ยวเหลืองอยู่ แสดงว่าเห็ดมีอาการเหี่ยวเหลืองเนื่องจากเชื้อบักเตรี ทำให้เก็บผลิผลิตไม่ได้ และถ้าปริมาณเชื้อบักเตรีมีมาก ก็จะทำให้ผลผลิตเสียหายหมดทั้งรุ่น

 

สำหรับการป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อบักเตรี มีข้อควรปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะที่เหมาะสมสำหรับเชื้อบักเตรี ดังนี้

1.ลดความชื้นในโรงเพาะไม่ให้เกิน 80-85 เปอร์เซ็นต์

2.การรดน้ำควรให้ผิวหน้าของดอกเห็ด (ดอกอ่อน) แห้งภายใน 3 ชั่วโมง และหลังการให้น้ำทุกครั้ง ไม่ควรให้มีหยดน้ำเกาะค้างอยู่บนดอกเห็ด

3.หากจำเป็นใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัด ให้รดน้ำคลอรีน อัตราส่วน 250-300 ซีซี / น้ำ 40 แกลลอน หรือ 10 ซีซี / น้ำ 1 ปี๊บ (น้ำคลอรีน คือการใช้สารละลายคลอร็อกซ์หรือไฮเตอร์ละลายน้ำ เพื่อทำให้ความเข้มข้นเจือจางลง จะได้น้ำคลอรีนที่เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดพื้นผิวทั่วไป)

 

  1. 1.              โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส

พบในเห็ดนางรม โดยมีลักษณะอาการดังนี้ คือ หมวกเห็ดม้วนขึ้นหรืองอลง ดอกมีขนาดเล็ก ขอบดอกไม่เรียบ เมื่อถูกน้ำจะฉ่ำน้ำกว่าปกติ หรือดอกแคระแกร็น ช่อดอกสั้นเป็นกระจุก เชื้อไวรัสชนิดนี้ถ่ายทอดได้โดยวิธีสัมผัส และป้องกันโดยไม่นำดอกที่ไม่รับการตรวจสอบหรือสงสัยว่าเป็นโรคไปทำพันธุ์ (ต่อดอก)

  1. 2.              โรคที่เกิดจากเชื้อไม่มีสาเหตุ

โรคที่เกิดจากเชื้อไม่มีสาเหตุ คือ โรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ได้แก่ ความแปรปรวนของอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเป็นสาเหตุของความผิดปกติ สำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อไม่มีสาเหตุที่พบในประเทศไทย คือ โรคดอกหงิกของเห็ดสกุลนางรม ได้แก่ เห็นนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฐาน เห็ดนางรมฮังการี และเห็ดเป๋าอื้อ โดยคาดคะเนว่าเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น เชื้ออ่อนแอ มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป หรืออากาศร้อนจัด เป็นต้น

 


ลักษณะอาการของโรคดอกหงิกที่พบในเห็ดนางรมและเห็ดภูฐาน

จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ ดอกเห็ดเกิดเป็นกระจุกๆ ละหลายดอก ประมาณ 5-15 ดอก แต่ละดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1-2 เซนติเมตร บางดอกมีขนาดใหญ่กว่านี้เล็กน้อยแต่ไม่เกิน 4 ซม. หมวกดอกไม่บานหรือไม่คลี่ออก ก้านดอกอาจเกิดเดี่ยวหรือติดเป็นเนื้อเดียวกันจากก้านของดอกเห็ด 3-4 ดอก ไม่มีลักษณะของหมวกดอกปกติให้เห็น ขอบหมวกหงิกงอหยักไปมา หรือขอบหมวกม้วนออก ส่วนอีกลักษณะหนึ่งที่พบ คือ มีความผิดปกติที่ก้านซึ่งค่อนข้างยาวบิดเบี้ยวไม่มีหมวกเห็ด หรือก้านดอกเห็ดใหญ่ผิดปกติ หมวกดอกมีลักษณะเป็นกรวยคล้ายปากแตร ดอกเล็กไม่คลี่บาน ส่วนสีของดอกเห็ดนั้นยังคงมีสีขาวหรือสีขาวนวลปกติหรือสีเทาอ่อน

สำหรับอาการบนเห็ดเป๋าอื้อ จะแตกต่างกับเห็ดนางรมและเห็ดภูฐาน คือ ก้านดอกจะสั้นผิดปกติ มีลักษณะลีบไม่สมบูรณ์ หมวกดอกมีขนาดเล็กบิดเบี้ยว ดอกไม่คลี่บานออก ในดอกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะไม่บานเต็มที่ ขอบดอกหยักโค้งไปมา บางดอกขอบอกม้วนลงหงิกงอ หมวกดอกแตกเป็นติ่งเล็กบนก้านดอกเดียวกัน สีดอกเห็ดมีสีเทาดำทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

หากพบเห็ดสกุลนางรมแสดงอาการของโรคดอกหงักดังที่กล่าวจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังนี้

1.การถ่ายเทอากาศ โรงเรือนที่เพาะเห็ดจะต้องมีช่องระบายอากาศอย่างเพียงพอควรเปิดประตูและหน้าต่างในตอนเช้ามือเพื่อระบายอากาศ และป้องกันการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

2.แสงสว่าง ตรวจความเข้มของแสงในโรงเพาะให้เพียงพอพอกับการพัฒนาเจริญเติบโตของดอกเห็ด โดยใช้วิธีเปิดช่องหน้าต่างหรือช่องแสง หรือใช้แสงไฟช่วย โดยเฉพาะในช่วงเก็บดอกเห็ดตอนเช้ามือ

3.ความชื้น ควรตรวจตราความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศภายนอกและภายในโรงเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปความชื้นสัมพันธ์ในระยะเปิดดอกจะอยู่ระหว่าง 80-90 เปอร์เซ็นต์และความชื้นในโรงเพาะจะมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิสูงต่ำของอากาศภายนอก ดังนั้นในฤดูหนาวที่มีอากาศแห้งความชื้นต่ำ ควรใช้ผ้าพลาสติกบุโรงเรือนด้านในปิดประตูหน้าต่างโรงเรือนไว้ป้องกันความชื้นระเหยให้น้ำวันละ 3 เวลา ก็จะช่วยให้โรงเรือนเปิดดอกมีความชื้นพอเหมาะส่วนในฤดูร้อน อุณหภูมิและอากาศภายนอกโรงเรือนจะสูง การรักษาความชื้นจะกระทำโดยให้น้ำวันละหลายครั้ง รวมทั้งน้ำที่พื้นโรงเรือน ข้างฝา และหลังคา มีการระบายอากาศภายในโรงเรือนก็จะช่วยให้โรงเรือนมีความชื้นได้ตามต้องการ

4.สูตรอาหาร จะต้องเป็นสูตรอาหารที่ได้มาตรฐานมีส่วนประกอบที่เหมาะสมกับความต้องการของเห็ด เพราะการเตรียมวัสดุเพาะผิดไป การย่อยสลายของวัสดุเพาะ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีและฟิสิกส์ของวัสดุจะไม่สมดุล ซึ่งจะทำให้คุณภาพของวัสดุเพาะเห็ดและธาตุอาหารเปลี่ยนแปลงไปด้วย

 

มีเกษตรกรสมัครเล่น(ไม่ขอเอ่ยนาม) ที่เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานดำ ขายส่งตามตลาดนัด หน้าโรงงาน ในย่านนั้น บอกว่าเดือน 2 เดือนแรกที่เอาเห็ดมาลงไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่พอในช่วงหน้าร้อนต้องให้น้ำบ่อย จึงทำให้ดอกเห็ด เล็ก ฉ่ำน้ำ และมีแมลงเข้ามารบกวน พวกแมลงหวี่ ไรเห็ด เข้ามาทำลายดอก ทำให้ดอกไม่สวย หงิกงอ เป็นสีเหลืองช้ำ ๆ บางทีออกมาดอกไม่ทันจะบานก็แห้งเหี่ยว ส่วนก้อนเชื้อก็มีราเมือก บางก็ราสีส้ม ราเขียว เห็ดออกมาก็ต้องทิ้งอย่างเดี่ยวไม่กล้าเอาไปขายกลัวเสียลูกค้า เพราะเห็ดดอกไม่สวยเลย จนได้เข้ามาปรึกษาที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ทางชมรมได้แนะนำ เชื้อจุลินทรีย์บีเอสพลายแก้ว  ไปกำจัดเชื้อราบาซิลลัสไมโตฟากัส กำจัดไรเห็ด และแร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด  กระตุ้นให้เห็ดออกดอกในหน้าร้อน เพื่อให้เพียงพอกับตลาด  วิธีการใช้ของท่านผู้นี้คือ จะใช้เชื้อพลายแก้วหมักกับน้ำมะพร้าวอ่อนบ้าง  นมไวตามิลล์บ้างแล้วแต่สับเปลี่ยนกันในอัตรา 5 กรัม(1 ช้อนชา) ใส่ลงไปในน้ำมะพร้าวแง้มฝาแล้วใส่เชื้อ ทิ้งไว้ครบ 24 ชั่วโมง  และก็หมัก บาซิลลัส ไมโตฟากัส หมักเช่นเดียวกันกับเชื้อพลายแก้ว ทิ้งไว้ครบ 24 ชั่วโมง โดยการหมักจะหมักแยกกัน  จากนั้นน้ำมา 20 ลิตร ใส่เชื้อทั้ง 2 ตัวที่หมักขยายแล้ว ลง ไป ฉีดพ่นหน้าก้อน ทุก 2-3 วัน ในช่วงที่ระบาดมาก ๆ แล้วก็ใช้แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ดฉีดพ่น หน้าก้อนเห็ดบาง ๆ ทุก 3 วัน  ส่วนเรื่องการให้น้ำ จะให้น้ำทุก ๆ 3 ชั่วโมง เปิดสปิงเกอร์แบบเป็นฝอย นาน 1 นาที   ท่านผู้นี้บอกว่าหลังจากที่ได้ใช้เชื้อพลายแก้ว ไมโตฟากัส ไรเห็ดลดน้อยลงเรื่อย ๆ และเชื้อราที่เป็นราเมือก และราส้ม ก็ยังมีอยู่บ้างบางก้อนแต่ก็น้อยลง และเมื่อใช้แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด  เห็ดก็ออกดอกดี เก็บขายได้เยอะดี

 

รายงานโดย นางสาวเพชรรัตน์  มีมา (นักวิชาการ 089-444-2366)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่