แนะนำสินค้าชีวภาพ

การดูแลรักษาเห็ดขอน

การดูแลรักษาเห็ดขอน

การดูแลรักษาก้อนเชื้อเห็ดขอนดำและขอนขาว

ลักษณะโรงเรือนและการเปิดดอก :

โดยการขนก้อนเชื้อเข้าโรงเรือนให้เต็ม ทิ้งไว้ 3 วัน แล้วถอดกระดาษ สำลีและคอขวดออก ทำการดึงปากถุงให้ตึง ในการให้น้ำรด 3 เวลาในตอนเช้า เที่ยงและเย็น เมื่อเห็ดเริ่มจับตุ่มดอกเอามีดโกนกรีดปากถุงออก ทำการระบายอากาศบริเวณหัวท้ายโรงเรือนด้านบนหรือด้านข้างของโรงเรือนด้านบน อุณหภูมิโรงเรือนที่เหมาะสมคือ 30-35 องศาเซลเซียส

การรดน้ำและการเก็บดอก :

ทำการรดน้ำในตอนเช้า ( 8 นาฬิกา ) เที่ยง ( 13 นาฬิกา ) และเย็น ( 15 นาฬิกา ) ทำการเก็บดอกเห็ดไปเรื่อยๆ จนเห็ดหมดดอก

ในก้อนเชื้อเห็ดขอน 1 ก้อนจะให้ผลผลิตประมาณ 1.5 3 ขีด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และมีระยะเวลาในการออกดอกประมาณ 4 เดือน

ที่มา รักบ้านเกิด.คอม

เห็ดโคนญี่ปุ่น
การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น ในแบบฉบับของคุณ สุภีร์
ในบทความนี้ขออนุญาตนำเสนอ เทคนิคเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในแบบฉบับของ คุณ สุภีร์ ดาหาร เพื่อเป็นวิทยาทาน เป็นความรู้เสริมสำหรับคนที่อยากเริ่มต้น หรือกำลังเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอยู่นะครับ
คุณ สุภีร์ ดาหาร เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองโข่ย อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 19 ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (เกษตรกรรม) จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาวิทยาเขตเกษตรลำปาง
จากแนวคิดตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ซึ่งคิดไว้อยากมีฟาร์มเป็นของตนเอง ประกอบกับชอบงานที่เป็นอิสระ เพราะในช่วงที่ทำงานอยู่นั้นก็ได้ศึกษาอาชีพที่ได้ไปเห็นมา หาข้อดี ข้อเสียมาเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่ของตนเองว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งมีที่ดินประมาณ 5 ไร่ ได้ปลูกมะม่วงไว้ 2 ไร่ ส่วนที่เหลือก็ปลูกมันสำปะหลังสลับกับข้าวโพดมาตลอด ต่อมาปี 2540 ได้นำฝรั่งมาปลูกจำนวน 100 ต้น มะขามเทศ 50 ต้น และซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอก จำนวน 2,000 ก้อน ฝรั่งที่ปลูกไว้ก็ให้ผลผลิตดี คุณภาพก็ดีในช่วงแรก แต่ก็มีปัญหาเรื่องแรงงานและต้องพ่นสารเคมีด้วย ซึ่งตนเองก็ไม่ชอบอยู่แล้ว และมะขามเทศก็มีปัญหาเช่นเดียวกับฝรั่ง ส่วนเห็ดนั้นช่วงแรกจะเป็น เห็ดนางฟ้า โดยซื้อมาก้อนละ 4 บาท ปรากฏว่าได้ผลดีมากและก็ขายได้ราคาดี และสิ่งที่ชอบก็คือ ไม่ฉีดพ่นสารเคมี และก็ขายเห็ดได้ประมาณ 20,000 บาท หลังจากนั้นก็ได้ไปศึกษาดูงานการทำฟาร์มเห็ดจากหลายๆ แห่ง เพราะช่วงนั้นยังทำงานอยู่จึงมีโอกาสไปหลายแห่ง ซึ่งก็ได้นำข้อดี ข้อเสียของแต่ละฟาร์มมาปรับใช้กับฟาร์มของตนเอง จากนั้นก็ได้เริ่มซื้ออุปกรณ์มาเก็บไว้ พร้อมกับการศึกษาดูงานการเพาะเห็ดอยู่เรื่อยๆ และศึกษาจากหนังสือต่างๆ เริ่มหัดทำอาหารวุ้น PDA และทำหัวเชื้อและเมล็ดข้าวฟ่าง ทำช่วงแรกไม่ได้ผล แล้วก็ลองทำใหม่จนได้ผล หลังจากที่เตรียมอุปกรณ์การเพาะเห็ด ประกอบกับคิดว่ามีความชำนาญจากการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้ว จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาทำฟาร์มเห็ดอย่างเต็มตัว โดยในปีแรกก็เริ่มทำก้อนเชื้อเอง แต่เชื้อเห็ดได้สั่งซื้อจากที่อื่น โดยเพาะเห็ดขอนขาว จำนวน 6,000 ก้อน จำนวน 1 โรงเรือน ซึ่งให้ผลผลิตดีมาก คือเก็บผลผลิตได้ 4 เดือน คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม ซึ่งในช่วงที่เปิดดอกเห็ดขอนขาวโรงแรกนี้ ก็ได้ฝึกทำเชื้อและทำอาหารวุ้นควบคู่กันไปด้วย เมื่อเริ่มทำได้แล้วก็เริ่มซื้ออุปกรณ์ในการทำหัวเชื้อ เช่น หม้อนึ่งความดัน ถังผสม และเครื่องอัดก้อนเชื้อ ซึ่งก็ได้ทุนมาจากผลผลิตของเห็ดขอนขาวโรงแรก
เมื่อผลิตหัวเชื้อได้ แล้ว ก็ได้เพิ่มการผลิตก้อนเชื้อเห็ดชนิดอื่นขึ้นอีก เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดบด เห็ดนางนวล เห็ดหัวลิง เห็ดเป๋าฮื้อ และสุดท้ายก็ได้ทดลองเพาะเห็ดยานางิ (เห็ดโคนญี่ปุ่น) ซึ่งในตอนนี้ก็สามารถผลิตหัวเชื้อเห็ดที่กล่าวมาข้างต้นได้ทุกชนิดพร้อม จำหน่าย ซึ่งการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในช่วงแรก เมื่อได้ผลผลิตในตอนแรกแม้แต่ตนเองก็ยังไม่กล้ารับประทานสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้เพาะแล้วก็ต้องลองดู ปรากฏว่าอร่อยดี จากนั้นก็ให้เพื่อนบ้านลองชิมดูก็มีทั้งคนกล้าและไม่กล้า แต่เมื่อได้ลองกินดูแล้วต้องขอเพิ่มอีก จากนั้นชาวบ้านก็เริ่มจะมีความคุ้นเคยกับเห็ดชนิดนี้ ลองซื้อไปทำกินที่บ้าน หลังจากนั้นจะกลับมาซื้อใหม่อีก ซึ่งในช่วงนั้นเห็ดโคนญี่ปุ่นก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นทั้งทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์มากขึ้น คนก็เริ่มรู้จักดียิ่งขึ้น ซึ่งผู้บริโภคในช่วงแรกก็จะเป็นผู้ที่ทำงานในสำนักงานหรือส่วนราชการต่างๆ แต่ช่วงหลังมาระดับชาวบ้านก็ซื้อไปประกอบอาหารมากขึ้น โดยมีความเชื่อว่าเห็ดชนิดนี้เป็นได้ทั้งอาหารและยา ซึ่งเห็ดโคนญี่ปุ่นนี้จะมีข้อดีก็คือ การดูแลรักษาเหมือนเห็ดนางฟ้าแต่ราคาเท่าเห็ดหอม และก็สามารถผลิตได้ทุกฤดู อายุการให้ผลผลิตแต่ละรุ่นนาน 12 เดือน รสชาติอร่อย อ่อนนุ่ม กรอบ เมื่อเทียบกับเห็ดหอมมีความกรอบมากกว่า เป็นทั้งอาหารและมีสรรพคุณทางยาด้วย แต่จะมีข้อเสียก็คือ เมื่อให้ผลผลิตแล้วจะมีระยะพักตัวนานกว่าเห็ดชนิดอื่นคือ 20-30 วัน
ส่วนผสมสำหรับเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น (สูตรคุณสุภีร์)
1. ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม
2. รำอ่อน 100 กิโลกรัม
3. ปูนขาว 2 กิโลกรัม
4. ดีเกลือ 3 ขีด
5. ภูไมท์ 2 กิโลกรัม
6. แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
7. น้ำ 60-70%
นำวัสดุส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ในขั้นสุดท้ายนำน้ำมาผสมลงไปให้พอเหมาะ อย่าให้แฉะเกินไป บรรจุลงถุงอัดให้แน่น ใส่คอขวดพลาสติก รัดด้วยยางรัด แล้วนำไปนึ่ง ในอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง การจับเวลาในการนึ่งควรจับหลังจากที่มีไอน้ำพุ่งขึ้นมาเป็นเส้นตรง หลังจากนึ่งเสร็จแล้วปล่อยให้เย็น แล้วนำออกจากหม้อนึ่ง นำเข้าห้องเขี่ยเชื้อ
ในเมื่อมีข้อมูลดีๆ มีประโยชน์แบบนี้มาเป็นวิทยาทาน ก็ขอให้กิจการรุ่งเรือง ค้าขายร่ำรวยนะครับ พ่อผู้ใหญ่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณ สุภีร์ ดาหาร 175 หมู่ที่ 19 ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

เห็ดโคนญี่ปุ่น

เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอาชีพที่ไม่มีวันจน

เราจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันการเพาะเห็ด นับเป็นอาชีพที่ให้รายได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่น ๆเลยครับ โดยเฉพาะอาชีพเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น ซึ่งหากมีการสำรวจให้ดีแล้ว จะพบว่ามีเกษตรกรและผู้สนใจ และประกอบอาชีพเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นนี้ เป็นจำนวนมาก เหตุผลก็เพรราะว่า มีตลาดแน่นอน เป็นที่นิยมของผู้บริโภค และที่สำคัญเป็นสินค้าเกษตรที่ให้คุณค่าทางอาหาร และประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วยครับ
มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อย ที่ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่เข้าสู่โครงการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น และยึดเป็นอาชีพหลักในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งนายสังเวย นาคน้อย เจ้าพนักงานการเกษตร 6 สำนักงานเกษตรอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เดิมทีนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีนโยบายให้จัดทำ 1 ตำบล 1ฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาศึกษา และเรียนรู้ที่จะนำไปประกอบอาชีพด้วจตัวเอง โดยในฟาร์มที่ทำจะมีการทำเกษตรหลายอย่าง เช่น การทำการเกษตรผสมผสาน การเลี้ยงปลา และการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในโรงเรือน เป็นต้น นายสังเวย ยังบอกอีกว่า การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น แม้เป็นอาชีพที่ใช้ต้นทุนสูงในเริ่มแรก เพื่อปลูกโรงเรือนเพาะเห็ดประมาณ 5-6 หมื่นบาท แต่หากพิจารณาโดยรวมและการทำรายได้ระยะยาวแล้ว การลงทุนทำอาชีพนี้นับว่าคุ้มค่ามากและเห็นผลไว ตลาดก็แน่นอน นอกจากนี้เห็ดโคนญี่ปุ่นยังมีคุณสมบัติที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี อย่างที่ทำโรงเรือนเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรและผู้สนใจ ในพื้นที่ ปรากฏว่า ผลผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่น สามารถเก็บได้ตลอด สัปดาห์หนึ่งจะมีแม้ค้าจากตลาดเข้ามารับผลผลิตไม่ต่ำ 100 กิโลกรัม นับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ตลอดทั้งปี และยังเป็นแหล่งให้ความรู้กับเกษตรกรและผู้สนใจรายอื่น ๆ ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพของตนเองอีกด้วย
ในการเก็บเห็ดโคนญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย สามารถเก็บได้เป็นอาทิตย์ไม่ต้องรีบ โดยนำเห็ดโคนญี่ปุ่นสดใส่ถุงพลาสติก แล้วนำน้ำแข็งโปะนอกถุง จะช่วยรักษาความสดของเห็ดได้นาน ราคาเห็ดโคนญี่ปุ่นที่จำหน่ายหน้าโรงเรือนจะขายส่งที่กิโลกรัมละ 150 บาท แต่ถ้าเป็นราคาตลาด เมื่อถึงมือผู้บริโภคจะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 200-250 บาท  เห็ดโคนญี่ปุ่นยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะมีธาตุอาหารมากมายหลายชนิด นายสังเวย บอกว่า ขณะนี้มีการขยายโรงเรือนเห็ดจากความสนใจของเกษตรกรไปมากแล้วกว่า 10 โรงเรือนแล้ว และในอนาคตยังจะขยายโรงเรือนเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นออกไปอีก เนื่องจากเป็นอาชีพที่ค่อนข้างมั่นคง เกษตรกรสามารถทำได้ และสามารถกู้เงินจาก ธกส. มาเป็นทุนก่อนได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก:นายสังเวย นาคน้อย เจ้าพนักงานการเกษตร 6 สำนักงานเกษตรอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

การดูแลรักษาก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า-นางรม

ลักษณะโรงเรือน : สามารถกันแดดและกันฝนได้ อากาศถ่ายเทได้สะดวก ควรรักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้า

การเปิดดอก : เมื่อเชื้อเห็ดเดินเต็มถุงแล้วให้ถอดสำลีออก วางก้องถุงเชื้อเห็ดในแนวนอนและทำการรดน้ำที่พื้นโรงเรือนทุกเช้า-เย็น โดยในวันที่มีอากาศขึ้นหรือฝนตกอาจจะไม่ต้องรดน้ำก็ได้ ระยะเวลาประมาณ 3-5 วันเห็ดก็จะเริ่มออกดอก

การให้น้ำ : เมื่อเห็ดเริ่มออกดอกให้รดน้ำให้ถูกดอกเห็ดและก้อนเชื้อ แต่ควรระมัดระวังอย่าให้เข้าไปในถุงก้อนเชื้อเพราะว่าจะทำให้ก้อนเชื้อเห็ดเน่าได้ ทำการรดน้ำให้รดน้ำทุกเช้า-เย็น ทุกวัน

การเก็บดอก : เมื่อเห็ดเริ่มแทงดอกใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จึงสามารถเก็บดอกเห็ดได้ โดยวิธีการใช้มือจับโคนดอกเห็ดทั้งหมดแล้วดึงออกทั้งช่อ อีกประมาณ 7-10 วันเห็ดจะเริ่มออกดอกอีกครั้งจึงจะสามารถเก็บอีกได้ เห็ดนางฟ้า-นางรมสามารถเก็บดอกเห็ดได้ในระยะเวลา 5 เดือน มีผลผลิตต่อก้อนเชื้ออยู่ประมาณ 0.25-0.4 ขีดต่อก้อน

ที่มา รักบ้านเกิด.คอม

ในการเพาะเห็ด ไม่ว่าจะเป็นเห็ดชนิดใดๆ ก็ตามเมื่อผู้เพาะ ดำเนินการไปแล้วต่างก็ต้องรอคอย เฝ้าดูความสำเร็จของผลงานที่ตนเองทุ่มกำลังใจ กำลังกายลงไป

เห็ดไม่ออกดอก นี่คือปัญหาที่พบ

1. ในการเพาะเห็ดขอนขาวนั้น บริเวณที่เพาะเห็ดต้องไม่ร่มเกินไป บริเวณหลังคาต้องให้แสงแดดส่องถึงพื้นโรงเรือนด้วย ก็หมายความว่า โรงเรือนที่ใช้ในการเพาะเห็ดขอนขาวนั้นต้องไม่ทึบเกินไป ต้องให้มีแสงส่องผ่าน ซึ่งแสงนี่แหละจะเป็นตัวกระตุ้นให้เห็ดเกิดดอกดียิ่งขึ้น

2. การรักษาอุณหภูมิและความชื้น เห็ดขอนขาวต้องการอุณหภูมิในการเกิดดอกประมาณ 32-35 องศาเซลเซียส และอาศัยความชื้นสัมพัทธ์ ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงให้เห็นว่าเราจะต้องมีการให้น้ำ รักษาความชื้น และดูแลเรื่องอุณหภูมิให้เหมาะสมแค่นี้ก็ไม่ทนที่จะเก็บดอกแล้ว

3. การรักษาความสะอาด เพราะโดยปกติแล้วเวลาทำงานไปเรื่อยๆ คนเรามักจะมักง่าย ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องความสะอาด ดังนั้นจะทำให้เกิดการหมักหมม ทำให้เกิดโรคและแมลงระบาดได้ ซึ่งจะเป็นการทำลายอนาคตของตนเอง

 

เห็ดขอน ต้องการความร้อนค่อนข้างมาก  ไม่ต้องกลัวว่าจะร้อนเกินไป

แก้ปัญหาโดยการฉีดน้ำฝอย ถ้าอุณภูมิร้อน มาก ๆ เพราะถ้ายิ่งร้อนก็ยิ่งเกิดเร็ว

ส่วนถ้าเห็ดไม่ค่อยออก สูตรเด็ดที่ได้มาคือ

1. ถ้าเป็นไปได้ก็ให้พังลงมาแล้วจัดเรียงใหม่ เป็นการกระตุ้นเห็ด

2. หาฮอร์โมนมาช่วยในการกระตุ้นให้เส้นใยแตกตัวกลายเป็นดอกเห็ด

3. ง่ายที่สุดคือ หาไม้ที่มีน้ำหนักซักหน่อย เคาะที่หน้าเห็ด บ่อย ๆ

ที่ว่ามา ช่วยได้เยอะ


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่