แนะนำสินค้าชีวภาพ

 

เห็ดชีวภาพ

เห็ดชีวภาพ

1. ปัญหาหน้าถุงหรือหน้าก้อนเห็ดเหลืองและเน่า สาเหตุคือน้ำเข้าไปขังในถุงเห็ด ใต้ขอบถุงมีน้ำเยิ้ม  ลื่น ๆ เมือก ๆ สีเหลืองนั้นคือ ราเมือก  การแก้ไข ใช้มีดกรีดเล็ก ๆ ใต้ขอบถุงเพื่อระบาย น้ำออกแล้วเอาปลายช้อนขูดที่ก้อนเห็ดที่เน่าออกให้สะอาด จากนั้นฉีกพ่นด้วย น้ำหมักพลายแก้ว ซึ่งอาจจะหมักด้วย น้ำมะพร้าว , น้ำเต้าหู้, นมยูเฮชที หรือกรณีไม่หมัก ใช้เชื้อพลายแก้ว 100กรัมต่อน้ำ 20  แล้วแต่สะดวกฉีดพ่นทุก ๆ 3วัน ติดต่อกัน 3 – 4 ครั้ง หรือจนกว่าก้อนเชื้อจะหายจากราเมือก

 

2. ปัญหาเห็ดดอกแรกเหี่ยวแห้งเหลือง สาเหตุคือแคะหน้าก้อนแล้วขี้เลื่อยแตกทำให้ เส้นใยประสานกันช้า ความชื้นในโรงเรือนน้อย การแก้ไข เก็บดอกที่เหี่ยวทิ้งด้วยการใช้ปลายช้อนขูดหน้าก้อนเบา เพิ่มความชื้นในโรงเรือนโดยการรดน้ำที่พื้นโรงเรือนให้แฉะเพื่อให้ความชื้นระเหิดขึ้นจากพื้นปนกับอากาศ  แล้วใช้แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด หรือ ฮอร์โมนเห็ด  ฉีดพ่นหน้าก้อนทุก ๆ 2-3 วัน หรือฉีดหลังการเก็บดอกก็จะทำให้เห็ดออกดอกดีขึ้น ฉีดไปจนกระทั่งก้อนจะยุบและไม่ออกดอก วิธีการนี้เพื่อเป็นการเติมอาหารเสริมจากภายนอกให้กับก้อนเห็ด สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  นอกจากการได้รับอาหารจากภายในก้อนชื้อเพียงอย่างเดียว 3 .ปัญหาดอกเห็ดเน่าเปียกและเหลือง สาเหตุความชื้นในโรงเรือนมากเกินไป ซึ่งหากผู้เพาะเห็ดไม่รดน้ำเข้าหน้าก้อนมากหรือรดน้ำไปโดนดอกเห็ดจนแฉะก็ไม่ทำให้ดอกเห็ดเน่า วิธีรดน้ำที่ดีที่สุดควรรดที่หลังก้อนเพื่อให้น้ำไปกระตุ้นเส้นใยเห็ดให้ออกดอก ไม่ควรรดเข้าหน้าก่อนโดยเด็ดขาด หากต้องการความชื้นให้สเปรย์ร่าตุกระตุ้นดอกเห็ดเป็นละอองบาง ๆ เข้าที่หน้าก้อนแทนการให้น้ำแบบเข้าหน้าก้อน หากอุณหภูมิในโรงเรือนร้อนและชื้นจนเกินไป ให้ทำการเปิดโรงเรือนสักประมาณ 5-10นาทีเพื่อให้ลมระบายถ่ายเทอากาศภายในโรงเรือนออกไป

4.  ปัญหาดอกเห็ดหงิกหงอ  โดยเฉพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน ลักษณะอาการ มีใบหงิกงอ ก้านยาว แต่ดอกเล็ก บางครั้งพบใบด่าง และเหี่ยวแห้งไป หรือแก่ไป โดยไม่ทันโต เกิดจากสภาพแวดล้อม และอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อนอุณหภูมิเกิน 30องศา  ความชื้นสัมพันธ์ น้อยกว่า 80 % หรือ หนาวเย็น ลมโกรก มีการระบายอากาศมากไป ซึ่งอุณหภูมิในโรงเรือน น้อยกว่า หรือ เท่ากับ 30 องศา แต่อากาศแห้ง  หน้าก้อนแห้งอาการจะรุนแรงมาก ๆ ขึ้น หากมีแมลงหวี่ระบาดในโรงเห็ดร่วมอยู่ด้วย การแก้ไข คือ ลดการระบายอากาศในโรงเรือน ไม่ให้ลมโกรก ทำให้ภายในโรงเรือนมีความชื้นมากยิ่งขึ้น โดยการให้น้ำบ่อยขึ้น  แต่ให้น้อย ๆ เป็นการรักษาความชื้น หากพบเห็นแมลงหวี่ ให้ฉีดพ่นสมุนไพรไล่แมลง ตามพื้นโรงเรือน ผนังโรงเรือน และหลังก้อนเพื่อลดปริมาณแมลงหวี่ให้น้อยลง หากดอกยังยิบ ๆ อยู่หากดอกเห็ดโตแล้วไม่แนะนำ เพราะจะทำให้เห็ดมีกลิ่นสมุนไพร และใช้เชื้อบีที ที่หมักขยายเชื้อแล้วฉีดพ่นหน้าก้อนกรณี ป้องกันแมลงหวี่วางไข่ ทุก ๆ 7 วันครั้งเพื่อควบคุม  แต่หากพบไข่แมลงหวี่มาไข่แล้วให้ใช้เชื้อบีที ฉีกพ่น ทุก ๆ  3 วัน ติดต่อกัน 3-4ครั้ง  เพื่อเป็นการรักษา ให้จุลินทรีย์ไปทำลาย ไข่ ดักแด้ หนอน ของแมลงหวี่ที่ฝังตัวอยู่ในก้อน

ปัญหาเหล่านี้นับว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่คนที่ทำอาชีพเพาะเห็ดทุกท่านควรศึกษาเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหานะครับ

ไส้เดือนฝอย

ไส้เดือนฝอย

 

เกษตรกรที่เพาะเห็ดเป็นอาชีพคงทราบว่าเมื่อทำฟาร์มไปซักระยะหนึ่งจะเกิดการระบาดของศัตรูเห็ด ชนิดใดนั้นขึ้นอยู่กับ ท้องถิ่น และสภาพฟาร์ม ที่มักเจอกันเสมอในการเพาะเห็ดในระบบฟาร์มเปิด คือ หนอนแมลงหวี่ และ แมลงวัน หลายชนิด หลายขนาด บางชนิดทำลายโคนเห็ด บางชนิดทำลายราก หน้าเห็ด บางชนิดเจาะทำลายเข้าไปในก้อนเชื้อเห็ด ตัวแก่ยังรบกวนดอกเห็ดทำให้ติดโรค เสียรูปร่าง และฟอร์มดอกที่ดีไป ได้เคยแนะนำการป้องกันไปแล้วโดยการใช้กากยาสูบ ที่เหลือทิ้งจากเตาบ่ม ผสมกับวัสดุเพาะ(หาง่ายทางภาคเหนือ)อย่างไรก้ตามเมื่อเกิดการระบาดขึ้นก่อนโดยไม่ทันป้องกัน ก้เป็นเรื่องสำคัญ อันที่จริงการกำจัดหนอนแมลงหวี่ และแมลงวันทำได้ง่ายแต่ต้องใช้สารเคมี ซึ่งผู้เพาะเห็ดไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากการระบาดของหนอนแมลงหวี่และแมลงวันมักเกิดขึ้นหลังเปิดดอกเห้ดเก้ผลผลิตแล้ว ดอกเห็ดต้องเก็บทุกวันหากมีการใช้สารเคมีก็จะไม่ปลอดภัย เมื่อ 6-7ปีก่อนได้เคยทดลองใช้ชีวภัณฑ์ชนิดหนึ่งในการกำจัดหนอนแมลงหวี่และแมลงวันในก้อนเห็ด ด้ผลดี และปลอดภัย จึงอยากแนะนำให้ผุ้สนใจได้ทราบ ชีวภัณฑ์ที่พูดถึง คือ ไส้เดือนฝอย ที่มีชื่อว่า สไตเนอร์นีม่า คาร์โปแคปเซ่ ไส้เดือนฝอยชนิดนี้ เป็นปรสิต หรือ พยาธิของหนอน โดยเฉพาะหนอนศัตรูพืชกว่า 200 ชนิด โดยไม่มีอันตรายกับ คน สัตว์ ปลา หรือสิ่งแวดล้อม จึงมีการนำไส้เดือนฝอยนี้มาผลิตและใช้ในการกำจัดศัตรูพืช โดยคุณสมบัติพิเศษของไส้เดือนฝอยนี้ คือ สามารถเคลื่อนย้าย ซอนไซ เข้าหาศัตรูพืชที่มักซ่อนตัวในที่หลบซ่อนได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ต่างจากสารเคมี หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไส้เดือนฝอยนี้จึงถูกใช้ในการกำจัดศัตรูพืชที่อยู่ในที่เล้นลับ เช่น หนอนเจาะใต้เปลือกลองกอง ลางสาด หนอนเจาะยอดกะหล่ำปลี หนอนเจาะสมอฝ้าย(ดอก)หนอนเจาะดอก หนอนกินรากหญ้า(สนามกอร์ฟ)หนอนเจาะหัว ตัวอ่อนหมัดกระโดดทำลายรากพืช ตัวอ่อนด้วงงวงมันเทศ และรวมถึง หนอนแมลงวัน แมลงหวี่เจาะก้อนเห็ด ไส้เดือนฝอยสไตเนอร์นีม่า นี้ เป็นสิ่งมีชีวิตนะครับ ขนาด ประมาณ เศษ 1 ส่วน 10 ของมิลลิเมตร ต้องเก็บในตู้เย็นครับ จะถูกผลิตไว้ในก้อนฟองนำขนาดเล็ก ในซองกันแสง ในหนึ่งซองจะมีไส้เดือนฝอยนี้ 4 ล้านตัว ผสมนำได้ 2 ลิตร

วิธีการใช้

1.เตรียมน้ำ 1 ถัง(20 ลิตร) แบ่งใส่ถัง 2-3ใบ แกะซอง เอาฟองนำที่บรรจุไส้เดือนฝอยเทลงในถัง ที่ 1ขยำให้ไส้เดือนฝอยออกจากฟองนำมาอยู่ในนำ แล้วนำฟองนำไปขยำในน้ำถังที่2 และ 3 ด้วยวิธีเดิม

2.เก็บเอาฟองน้ำออก จากนั้นนำนำที่มีไส้เดือนฝอย ทั้ง 3ถัง มารวมกัน แล้วนำไปใช้ฉีดพ่นใส่หน้าก้อนเห็ด โดยหากจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นก่อนฉีดพ่นไส้เดือนฝอย ควรพ่นนำให้ความชื้นแก่ก้อนเชื้อเห็ดก่อน

3.ไส้เดือนฝอย จะว่ายนำเข้าไปกับความชื้นที่หน้าเห็ด ขี้เลื่อย และซอนไซเข้าทำลายหนอนในก้อนเชื้อเห็ด และทำให้หนอนตายในเวลา 1-2 วัน หนอนที่ตายจะนิ่ง และไม่เน่าในระยะ5-7 วันแรก เพราะไส้เดือนฝอยจะใช้ซากหนอนเป็นที่ขยายพันธุ์ตัวมันเอง(นึ่งถึงเอเลี่ยนนะครับ)ภายใน 7-10 วันจะมีไส้เดือนฝอยรุ่นใหม่ออกมาจากซากหนอนที่ตาย ประมาณ 1แสนตัว และหาหนอนเหยื่อตัวใหม่เข้าทำลายต่อไป ดังนั้นเราจึงมีองค์รักษ์อยู่ในก้อนเห็ดที่ฉีดพ่นไส้เดือนฝอยแล้วไปอีกนาน

การใช้ไส้เดือนฝอยแม่ว่าจะมีราคาสูง แต่ใช้เพียงครั้งเดียวในการเปิดดอกเห็ด 1 รุ่น และไส้เดือนฝอยไม่อาจฆ่าตัวแก่ของแมลงได้นะครับ แต่ตัวแก่จะลดจำนวนลงเพราะหนอนถูกทำลายลงอย่างมาก

การใช้ไส้เดือนฝอยนี้ จึงนับเป็น ชีววิธีในโรงเห็ด อย่างแท้จริง รับผิดชอบต่อผู้บริโภคเพราะไม่ใช้สารเคมี และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

ที่มา :

นาย เจษฎา กาพย์ไชย

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร

สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่

การให้น้ำเห็ด

การให้น้ำเห็ด

การรดน้ำเห็ดต้องพยายามอย่าให้น้ำถูกที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดโดยตรง  ครับเพราะจะทำให้ก้อนเชื้อเสียหายได้แต่ถ้าหน้าก้อนเชื้อไม่มีความชื้นเลยก็จะทำให้ก้อนเชื้อหน้าแห้งได้ครับ ส่งผลต่อการออกดอกเห็ดเหมือนกันครับ

โดยปกติเห็ดจะดูดความชื้นจากอากาศ ถ้าความชื้นเพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะจะทำให้ความชื้นเกิน หน้าดอกจะเละ เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องรดน้ำเห็ดก็ได้ แต่เราต้องให้ความชื้นในโรงเรือน การให้ความชื้นคือ การใช้เครื่องช่วยพ่นหมอกไอน้ำในโรงเรือนซึ่งตัวพ่นหมอกจะอยู่ข้างบนของหลังคาด้านในแล้วพ่นหมอกให้ตกลงมาข้างล่างแต่ก่อนจะตกลงมาก็มีสแลนกั้นไว้ทำเป็นเหมือนเพดาน เพื่อป้องกันไม่ให้หมอกที่พ่นลงมากระทบกับก้อนและดอกจนเกินไป

ถ้าใช้สายยางฉีดน้ำให้เป็นฝอย ให้เรายืนทำมุมกับก้อนเชื้อเห็ด 45 องศา แล้วใช้น้ำฉีดพ่นนะครับ หรือ ยืนหันหน้าเข้าข้างก้อนน่ะครับ เพื่อที่น้ำจะได้ไม่เข้าหน้าก้อนครับ

ขอย้ำน่ะครับ เห็ดจะดูดความชิ้นในอากาศ เห็ดไม่ต้องการน้ำเข้าหน้าก้อนน่ะครับ แต่สิ่งที่เพิ่มความชื้นในอากศก็คือน้ำครับ ต้องรดให้ถูกวิธีด้วยจะช่วยเร่ืองการออกดอกและเรื่องเชื้อราในก้อนเห็ดครับ แต่ถ้าพ่นฮอร์โมน ต้องพ่นเข้าหน้าก้อนแบบเป็นละอองฝอยน่ะครับ

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

 

ตามลักษณะของเชื้อเห็ด

-เห็ดแครง อาจมีอายุ 1-2 เดือน

-เห็ดขอนขาว ขอนดำ อาจมีอายุก้อน 2-3 เดือน

-เห็ดลม เห็ดหอมจีน อาจมีอายุ 3-5 เดือน

-เห็ดนางฟ้า นางรม หูหนู เป๋าฮื้อ อาจมีอายุ 10-12เดือน (แต่ห้วงที่ให้ดอกเห็ดคุณภาพ 3-4 เดือน)

-เห็ดโคนญี่ปุ่น อาจมีอายุ 12-14 เดือน

-เห็ดหลินจือ อาจมีอายุ 20-26 เดือน

 

ตามอัธยาศัยของฟาร์ม

-ฟาร์มที่ทำก้อนเชื้อเอง อาจพิจารณาการนำก้อนเชื้อเห็ดเก่าที่อายุไม่มากนักมารีไซเคิล โดยนำก้อนเชื้อเห็ดเก่ามาผสมทำเป็นก้อนเชื้อเห็ดใหม่ เพื่อตัดวงจรของโรคแมลง เพราะก้อนเห็ดใหม่ให้ดอกเห็ดคุณภาพที่ดีกว่า ตลอดจนอาจเห็นว่าก้อนเชื้อที่อายุมากๆให้ดอกเห็ดไม่คุ้มค่ากับการดูแล ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น  ฟาร์มในลักษณะที่ว่านี้ อาจเลือกทำลายก้อนเห็ดหลังจากให้ดอกเห็ดเพียง 1-3 เดือน ทั้งๆที่ก้อนเห็ดยังไม่หมดอายุการให้ดอก

-สำหรับฟาร์มขนาดเล็ก และฟาร์มที่ไม่ได้ผลิตก้อนเห็ดเองแต่ซื้อก้อนเชื้อมาจากฟาร์มอื่นๆ ฟาร์มประเภทที่ว่ามักนิยมเพาะเห็ดจนก้อนเห็ดไม่มีความสามารถในการให้ดอกเห็ด ช่วงเวลาที่ว่าอาจพิจารณาจาก อายุของเชื้อเห็ดที่เสนอไว้ในเบื้องต้น หรือ อาจอาศัยประสบการณ์  เช่น

1. ก้อนเห็ดขอนดำ-ขอนขาว  เห็ดลม หรือเห็ดโต่งฝน เมื่อใกล้หมดอายุ ก้อนเห็ดจะหดตัวเล็กลงเรื่อยจนหลวมถุง โดยก้อนเห็ดยังแข็ง

2.เห็ดนางรม เช่น ฮังการี หรือ นางรมขาวใหญ่ มักหดตัว อาจไม่หลวมถุงเหมือนเห็ดลม แต่ น้ำหนักก้อนเบาลงมาก อาจเหลือไม่ถึง 1ขีด จาก 8-10 ขีด ใน ขณะที่ก้อนยังเป็นสีขาวอยู่

3.เห็ดนางฟ้าภูฐาน หรือ เห็ดนางฟ้าภูฐานดำ สองฤดู หรือ เห็ดเป๋าฮื้อ ก้อนเห็ดอาจเปลี่ยนเป็นสีดำจากแรกเป็นสีขาว แต่น้ำหนักก้อนไม่ลดลงเพราะเส้นใยเห็ดไม่สามารถกันน้ำให้เข้าไปในก้อนได้เช่นเห็ดนางรม

4.เห็ดหลินจือ แม้ว่าก้อนจะเหี่ยว แห้ง และเบามากแล้ว แต่ก็ยังสามรถให้ดอกเห็ดได้ แม้ว่าจุดูเหมือนตายแล้ว

 

จะเห็นได้ว่าการที่ก้อนเชื้อเห็ดดำ หรือ ขาว ไม่ได้เป็นตัวอบอกได้ว่าก้อนเห็ดนั้นหมดอายุแล้ว ขณะเดียวกันก้อนเห็ดที่เบาลง หรือ หดตัวลงก็ไม่ได้หมายความว่าหมดอายุแล้วเช่นกัน

เกษตรกรเพียงแต่ใช้หลักการนี้เป็นแนวทาง ในการตัดสินใจในการวางแผนการจัดการในฟาร์มเห็ดของตน ที่เหลือล้วนต้องใช้ประสบการณ์ครับ ที่สำคัญการดื้อดึงรักษาก้อนเห็ดไว้เพื่อให้ออกดอกในขณะที่ก้อนเห็ดในฟาร์มมีแต่เชื้อโรคย่อมไม่ดีแน่

 

ที่มา :

นาย เจษฎา กาพย์ไชย

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร

สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้มีเอกสารเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเห็ดมาให้ศึกษากันครับ สามารถอ่านได้ที่นี้ครับ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ด


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่