แนะนำสินค้าชีวภาพ

 

ไรเห็ด เป็นศัตรูเห็ดที่มีขนาดเล็กมาก จนต้องอาศัยแว่นขยายเข้าช่วย จึงจะเห็นได้ชัด ตามสภาพธรรมชาติ มักจะเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาวใส่อยู่กระจายเต็มไปหมดที่น่าสนใจคือการที่ไรชนิดต่าง ๆ ที่ทำลายเห็ดนั้นจะมีวงจรชีวิต (ไข่-ตัวแก่) สั้นมาก โดยใช้เวลาเพียง 4-5 วันเท่านั้น โดยทั่วไปจะพบตัวเมียมากกว่าตัวผู้ถึง 4 เท่า โดยที่ตัวเมียยังสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการออกไข่และเป็นตัว ไม่จำเป็นต้องผสมพันธุ์กับตัวผู้อีกด้วย จึงทำให้ไรสามารถเกิดระบาดทำลายอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เส้นใยเห็ดกำลังแผ่ออกไป หากมีพวกไรดังกล่าวระบาดก็จะทำให้เส้นใยขาดออกจากกัน และไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากไรพวกนี้ชอบทำลายกัดกินส่วนของเส้นใย ไรศัตรูเห็ดที่พบทำลายเห็ดปลูกในไทยนั้น คือ ไรไข่ปลา ( Luciaphorus sp. )

ในการเพาะเลี้ยงเห็ดหูหนูมีปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง คือ มีไรชนิดหนึ่งที่ไปทำลายเส้นใยเห็ดที่เจริญอยู่ในถุงพลาสติกก่อนไปเปิดให้เห็ดออกดอก หรือทำลายโดยตรงที่ดอกเห็ด ทำให้ดอกแคระแกร็น ในถุงที่ถูกไรชนิดนี้ทำลาย จะพบเม็ดกลมเล็ก ๆ เหมือไข่ปลากระจายทั่วไปในถุงเห็ด ชาวบ้านเข้าใจว่าเห็ดเป็นโรค จึงเรียกลักษณะอาการดังกล่าวว่า “โรคไข่ปลา” แต่ความจริงแล้วเป็นไรชนิดหนึ่งที่ไปกินเส้นใยของเห็นหูหนู และอาการเม็ดไข่ปลาที่เห็นนั้น เป็นส่วนท้องของไรตัวเมีย ที่ขยายมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 1 – 2 มม. โดยมีไข่ และตัวอ่อนเจริญอยู่ภายในท้อง ถ้าจะเรียกชื่อให้ถูกต้องแล้ว น่าจะเรียกว่า “ไรไข่ปลา” เพราะเห็ดนั้นไม่ได้เป็นโรค

อนึ่งหากพบการระบาดอย่างรุนแรงแล้ว ก็จะเห็นซากของตัวเต็มวัยที่ตายแล้วด้วยตาเปล่า หรือเห็นคราบทับถมอยู่บริเวณปากถุงเห็ด และชั้นที่ว่างถุงเห็ดอย่างหนาแน่น เห็นเป็นผงฝุ่นสีน้ำตาลอ่อนคล้าย ๆ ขี้เลื่อยละเอียดเต็มไปหมด ไรไข่ปลา (Luciaphorus sp ) ระบาดในเห็ดหูหนูที่เพาะเป็นการค้า อยู่ติดกันเป็นแพ ถ้าดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบว่าที่เห็นเป็นสีขาว ๆ กลมเล็ก ถ้าเราสามารถป้องกันกำจัดไรได้ อาการดังกล่าวก็จะหายไป

ป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด

ป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด

ไรไข่ปลามีการดำรงชีวิตที่แตกต่างไปจากไรแดงที่ทำลายพืช กล่าวคือ ไรตัวแก่เพศเมียจะว่างไข่อยู่ภายใต้ลำตัว แทนที่จะว่างไข่ออกมาภายนอกลำตัว เหมือนไรแดงที่ทำลายพืช นอกจากนั้นแล้ว เมื่อไข่เจริญเติบโตเป็นตัวแก่แล้ว แทนที่จะออกมาจากตัวแม่กลับเจริญเติบโตอยู่ภายใต้ท้องแม่ จนกว่าจะเป็นตัวแก่ จึงจะเจาะผนังท้องของแม่ออกมาภายนอก การผสมพันธุ์ระหว่างตัวแก่ตัวผู้และตัวเมียนั้น ส่วนใหญ่ผสมพันธุ์กันอยู่ภายในท้องแม่ ก่อนออกจากท้องแม่ สำหรับไข่บางฟองที่อาจอยู่ภายใต้ท้องแม่ แต่ยังไม่เจริญเป็นตัวอ่อน เมื่อท้องแม่แตกแล้ว ก็สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนภายหลัง จากนั้นจึงเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ต่อไป ระยะเวลาที่ใช้ในการเจริญเติบโต ตั้งแต่วางไข่จนกระทั้งเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ประมาณ 5-7 วัน

ตัวแม่สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งที่ได้รับการผสมพันธุ์และไม่ได้รับการผสมพันธุ์ตัวแม่ที่ได้รับ การผสมพันธุ์จากตัวผู้จะวางไข่ซึ่งเจริญเติบโตต่อไปเป็นตัวเมียเป็นส่วนใหญ่และมีส่วนน้อยที่เจริญเติบโตเป็นตัวผู้ ซึ่งตรงกันข้ามกับตัวเมียที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์จะวางไข่ซึ่งเจริญเติบโตต่อไปเป็นตัวผู้ทั้งหมด ปริมาณการวางไข่ของตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์ จะมากกว่าตัวแม่ที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์เล็กน้อย คือ ตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์สามารถวางไข่ประมาณ 200 ฟอง ต่อตัวแม่ 1 ตัว ตัวแก่ตัวเมียที่ออกจากท้องแม่แล้ว จะมีระยะเวลาก่อนการตั้งท้อง คือก่อนที่ส่วนท้องจะขยายโต เป็นเม็ดกลมเหมือนไข่ปลา ประมาณ 1-3 วัน สำหรับตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์และประมาณ 3-6 วัน สำหรับตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์ หลังจากนั้น ส่วนท้องจะค่อย ๆ ขยายใหญ่ มีขนาดโตมองเห็นชัดด้วยตาเปล่า เป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ สีเหลืองใส ระยะเวลาตั้งแต่ตัวเมียเริ่มขยายส่วนท้องใหญ่ขึ้น จนกระทั้งท้องแตกใช้เวลาประมาณ 9 วัน อายุของตัวแม่ที่ได้รับการผสมพันธุ์ จะมีชีวิตอยู่ประมาณ 7-11 วัน ซึ่งสั้นกว่าตัวเมียที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์ คือประมาณ 10-16 วัน

การแพร่กระจายหรือการระบาดของไรไข่ปลา จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือจากถุงเห็ดหนึ่งไปอีกถุงหนึ่งนั้น เป็นไปได้โดยที่ไรไข่ปลาติดไปกับถุงเห็ด และตัวไรสามารถเข้าไปในถุงเห็ดทีวางใกล้เคียง โดยตัวไรเดินผ่านเข้าทางจุกสำลี เมื่อเข้าไปในถุงเห็ดก็จะกัดกินเส้นใยสีขาวของเห็ดหูหนู ซึ่งเจริญอยู่ภายใน โดยเริ่มจากบริเวณตรงคอขวดลงมาเรื่อย ถ้าถุงเห็ดถูกไรทำลายมาก เมื่อนำถุงไปเปิดปากถุงให้เห็ดออกดอก ก็จะมีดอกน้อยหรือไม่มีดอกเห็ดและดอกเห็ดที่ออกมาก็จะถูกไรชนิดนี้ทำลายที่ดอกอีก ทำให้ดอกแคระแกร็นมีขนาดเล็กกว่าปกติ ถ้านำดอกเห็ดที่ถูกไรชนิดนี้ทำลายไปจำหน่าย ก็อาจจะเป็นที่รังเกียจแก่คนซื้อด้วย เพราะเห็นเม็ดไข่ปลากระจายอยู่ตามดอกเห็ด ดั้งนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีการป้องกันกำจัดไม่ให้ไรไข่ปลาเข้าทำลายเสียหายแก่เห็ด

 

การแก้ปัญหานี้สามารถทำได้ คือ
1.ใช้ว่านหนอนตายยาก บอระเพ็ด กากน้ำตาล อัตราส่วน 1:1:1 สับละเอียดผสมให้เข้ากัน หมักไว้ 7 วัน นำมาฉีดพ่นที่ก้อนเห็ดในอัตราส่วน 1 ช้อนแกง/น้ำ 1 ลิตร ทำวันเว้นวัน
2.แก้ปัญหาโดยการพักโรงเรือน เปิดระบายอากาศน้ำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อในโรงเรือน การพักโรงเรือนควรทำอย่างน้อย 15 วัน

3.ใช้ บาซิลลัส ไมโตฟากัส (Bacillus mitophagus) เป็นผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในกลุ่มแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับติลิส ที่ได้รับคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด โดยเฉพาะไรไข่ปลา ซึ่งเป็นปัญหาในธุรกิจการเพาะเห็ดเพื่อการค้าปัจจุบัน

 

วิธีการหมักขยายเชื้อ

1. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส ด้วยน้ำมะพร้าวอ่อนใช้มะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้มพอใส่เชื้อลงไปได้ ใส่เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) ปิดฝาทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดให้นำน้ำมะพร้าวอ่อนที่หมักเชื้อแล้วมาผสมน้ำ 20 ลิตร

2. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยน้ำมะพร้าวแก่จากตลาดนำน้ำมะพร้าวแก่จากตลาดมาต้มให้เดือดประมาณ 5 นาที ช้อนฟองทิ้ง ปล่อยไว้ให้เย็น ใส่เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) ต่อน้ำมะพร้าวแก่ 15 ลิตร (ถ้าน้ำมะพร้าวแก่ไม่พอให้เติมน้ำเปล่าจนได้รวม 15 ลิตรก่อนต้ม) ให้อากาศแบบที่ใช้ในตู้ปลา 24 ชั่วโมง เมื่อครบ 24 ชั่วโมง ให้นำไปผสมรวมกับน้ำโดยรวมกับน้ำแล้วให้ได้น้ำ 100 ลิตร

3. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยไข่ไก่สดใช้น้ำ 15 ลิตร ไข่ไก่ 5 ฟอง เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) สเม็คไทต์ 5 ขีด (500 กรัม) น้ำมันพืช 1.5-2 ช้อนชา เป่าอากาศแบบในตู้ปลา 24 ชั่วโมง เมื่อเป่าอากาศครบเรียบร้อยแล้วให้นำไปผสมน้ำโดยรวมกับน้ำแล้วให้ได้น้ำ 100 (หมายเหตุ : การใช้สเม็คไทต์ใส่เข้าไปในขั้นตอนการหมักก็เพื่อดับกลิ่นของไข่เน่าและเหม็น หากหมักไว้บริเวณที่กลิ่นเหม็นไม่มารบกวนไม่จำเป็นต้องใช้ สเม็คไทต์กำจัดกลิ่น, การใส่น้ำมันพืชเพื่อช่วยลดฟองของเครื่องเป่าออกซิเจน)

4. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยนมข้นหวานและน้ำตาลทรายใช้น้ำ 15 ลิตร เติมนมข้นหวาน 1 กระป๋อง น้ำตาลทราย 3 ช้อนแกง (ประมาณ 45 กรัม) เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) แล้วเติมอากาศโดยใช้ออกซิเจนแบบตู้ปลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาผสมรวมกับน้ำให้ได้น้ำ 100 ลิตร

5. การขยายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัสด้วยนมกล่องหนองโพ, นมถั่วเหลืองยูเอชที หรือนมผงเด็กชงใหม่ โดยใช้นมเหล่านี้ 1 กล่อง (ประมาณ 250 ซีซี.) ตวงใส่ถุงพลาสติก โดยผูกถุงด้วยเชือกหรือยางหนังสติ๊กข้างหนึ่ง ใส่เชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส 1 ช้อนชา (5 กรัม) แขวนถุงหมักทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วนำไปผสมน้ำ 20 ลิตร พร้อมที่จะฉีดพ่นต่อไป

 

วิธีการใช้

เมื่อหมักขายเชื้อบาซิลลัส ไมโตฟากัส ตามสูตรดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว ให้นำไปฉีดพ่นบริเวณรอบโรงเรือน ผนังโรงเรือน พื้น ชั้นวาง บริเวณก้อนเชื้อ ทำการฉีดพ่นเพื่อป้องกันและกำจัด หากกำลังเปิดดอกอยู่แล้วมีปัญหาของไรเข้าก้อนให้ฉีดอัดเข้าไปในก้อนแบบชุ่มโชก

ฉีดป้องกันไรศัตรูเห็ด : ระยะเวลาฉีดพ่นที่แนะนำ 7 วัน/ครั้ง

หากพบไรศัตรูเห็ดระบาดในก้อนเชื้อ : ระยะเวลาฉีดพ่นที่แนะนำ 3 วันครั้ง

ไมฝาง ไมโตบาซิลลัส ปราบไร ศัตรูเห็ด

ไมฝาง ไมโตบาซิลลัส ปราบไร ศัตรูเห็ด

ป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด

ที่มา : เกษตรพอเพียงรักบ้านเกิด,ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เป็นที่ทราบกันดีในวงการเพาะเห็ด ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟาง เห็ดนางรม-นางฟ้า เห็ดขอน ฯลฯ

ในเรื่องของแมลงศัตรูเห็ดที่ระบาดกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นไรศัตรูเห็ด แมลงหวี่ หนอนแมลงหวี่ เชื้อรา หรือแม้กระทั่งราเห็ด (เห็ดที่ไม่พึงประสงค์)

ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตเห็ดลดลง หรือหากระบาดหนักก็ไม่ได้ผลผลิตก็มี ทำให้ต้องขาดทุน

บางท่านถึงกับเข็ดขยาดกับการเพาะเห็ดไปเลยก็มี วันนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง “แมลงหวี่” ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญสำหรับการเพาะเห็ดอย่างหนึ่ง

ซึ่งการระบาดนั้นเกิดจากกลิ่นอับภายในโรงเรือน กลิ่นอับจากก้อนเชื้อเห็ด รวมถึงการหมักหมมเศษวัสดุต่าง ๆ ทั้งเนื้อเยื่อเห็ดหลังจากช้อนเขี่ยทำความสะอาดหน้าก้อน บางท่านก็ทิ้งไว้ที่พื้นโรงเรือน ทำให้เน่าบูด ซึ่งเป็นกลิ่นที่ดึงดูดแมลงหวี่จากภายนอกเข้ามาภายในโรงเรือนทั้งสิ้น

การระบาดของแมลงหวี่เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดหนอนชอนไชอยู่ในก้อน เกิดจากแมลงหวี่วางไข่ที่หน้าก้อน แล้วกลายเป็นหนอน ชอนไช กินเส้นใยเห็ด และชอนไชทำให้เส้นใยเห็ดเสียหาย อีกทั้งแมลงหวี่เมื่อมาตอมที่หน้าก้อนก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดเกิดเชื้อรา ทำให้ก้อนเชื้อเห็ดชะงักการออกดอก บางท่านไม่รู้วิธีแก้ไข ก็ทิ้งก้อนบ้างก็มี

ป้องกันแมลงหวี่ในโรงเรือนเพาะเห็ด

ป้องกันแมลงหวี่ในโรงเรือนเพาะเห็ด

ผู้เขียนจะขอพูดถึงวิธีการป้องกันที่เกษตรกรทุกท่านสามารถทำได้ดังนี้นะครับ

1. รักษาความสะอาดภายในโรงเรือน ไม่ทิ้งดอกเห็ด หรือเนื้อเยื่อหลังจากแคะทำความสะอาดหน้าก้อนไว้ที่พื้นโรงเรือน ควรเก็บให้แล้วนำไปทิ้งให้ห่างจากโรงเรือน

2. ใช้ภาชนะพลาสติกสีเหลือง (กระป๋องน้ำมันเครื่องเชลล์) ทากาวเหนียวดักแมลง แขวนทั้งภายในและภายนอกโรงเรือนให้ทั่ว ควรติดให้แขวนให้สูงเพื่อไม่ให้เกะกะในการทำงาน แขวนยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี วิธีการนี้จะทำให้แมลงหวี่ที่บินเข้าภายทั้งภายในและภายนอกเข้าไปติดกับดักที่เราทำไว้ ก็เป็นการลดประชากรของแมลงหวี่ไปด้วยอีกวิธีหนึ่ง

3. ผนังโรงเรือนทั้งภายในและภายนอกควรฉีดพ่นด้วยไทเกอร์เฮิร์บ (สมุนไพรผงรวมไล่แมลง) อัตรา 20-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก 7 วัน ซึ่งกลิ่นฉุนของไทเกอร์เฮิร์บจะทำให้แมลงหวี่ไม่กล้าเข้าไปวางไข่ภายในโรงเรือน และไม่กล้าเข้าใกล้โรงเรือน ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นผลดีในกรณีการเข้าระบาดของไรศัตรูเห็ดด้วยครับ

4. หว่านสเม็คไทต์ชนิดผงที่พื้นโรงเรือนที่ชื้นแฉะเนื่องจากการให้น้ำหรืออาจจะมีเศษดอกเห็ดเน่าสะสมอยู่ การหว่านสเม็คไทต์ให้หว่านบาง ๆ เพื่อดูดกลิ่นอับที่เกิดขึ้น ควรมีการหว่านเมื่อผู้เพาะเห็ดพบว่าภายในโรงเรือนมีกลิ่นอับ หรือกลิ่นเน่าเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งนี้วิธีการนี้จะเป็นการลดกลิ่นล่อแมลงหวี่เข้ามาอีกทางหนึ่ง

สำหรับผู้ที่พบแมลงหวี่อยู่ในโรงเรือนเพาะเห็ดแล้วก็ให้นำวิธีตั้งแต่ข้อที่ 1 จนถึงข้อสุดท้ายไปฏิบัติกันได้เลยครับ แต่หากพบว่ามีหนอนแมลงหวี่เข้าไปชอนไชอยู่ในก้อนเชื้อเห็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการหมักเชื้อบีทีชีวภาพด้วยสูตรต่าง ๆ ที่ชมรมฯ แนะนำ (แล้วแต่สะดวก) เมื่อหมักครบ 24 ชั่วโมง ก็ผสมน้ำ แล้วใช้สลิง (เครื่องมือฉีดยาของแพทย์) ดึงน้ำหมักบีทีชีวภาพขึ้นมาฉีดอัดไปที่บริเวณก้อนที่หนอนแมลงหวี่ระบาด เท่านี้ก็กำจัดหนอนแมลงหวี่ก่อนที่จะโตเต็มวัยกลายไปเป็นแมลงหวี่เข้ามาวางไข่ในก้อนเชื้อเห็ดได้อยู่หมัด ในทางกลับกันก้อนที่ไข่ของแมลงหวี่จะกลายเป็นหนอน บางก้อนอาจจะมีปัญหาเรื่องเชื้อราซึ่งตัวพาหะก็คือแมลงหวี่ สปอร์ของเชื้อราอาจจะติดขาติดตัวแมลงหวี่มา แล้วมาเกิดที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดของเรา ก็ให้หมักบาซิลลัส-พลายแก้ว หมักให้ครบ 24 ชั่วโมง ผสมน้ำสเปรย์บาง ๆ เข้าไปที่หน้าก้อน หากเป็นในก้อนให้ใช้สลิงฉีดอัดไปบริเวณที่เกิดเชื้อรานั้น ๆ

หากผู้เพาะเห็ดมือใหม่ทั้งหลายเข้าไปสอบถามในเรื่องการเพาะเห็ดกับผู้ที่มีความชำนาญหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปรมาจารย์เห็ด” ก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “หากจะทำฟาร์มเพาะเห็ดให้ประสบความสำเร็จนั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงก็คือความสะอาดทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน ฟาร์มนั้น ๆ จะต้องมีการจัดการฟาร์มเห็ดที่ดี” ซึ่งหากผู้เพาะเห็ดทำได้ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำฟาร์มเพาะเห็ด

ที่มา : เขียนโดย นายสามารถ บุญจรัส (นักวิชาการ)

 

กาวเหนียวดักแมลงทาตรงที่พลาสติกสีเหลือง เอาไว้ล่อให้แมลงหวี่มาติดครับ

บีที บาซิลลัส ปราบหนอน ศัตรูเห็ด

บีที บาซิลลัส ปราบหนอน ศัตรูเห็ด

ถ้ามีหนอนเข้าทำลายก้อนเห็ดต้องใช้ นี้เลยครับ BT

สะเดา-สมุนไพรรวม-ไล่แมลง

สมุนไพรรวม-ไล่แมลง

สมุนไพรใช้สำหรับป้องกันและไล่แมลงศัตรูเห็ดครับ

ปัญหาเรื่องของเชื้อราโดยเฉพาะราเขียว ซึ่งจะพบกันมากในผู้ที่ทำอาชีพเพาะเห็ด ยังผลให้เชื้อเห็ดถูกทำลายและผลผลิตลดลงอย่างมาก
วิธีกำจัดและป้องกันเชื้อราโรคพืชผมจะแนะนำให้ใช้เชื้อจุลินทรีย์กำจัดโรคพืชคือ เชื้อบาซิลัส ซับทิลิส พลายแก้ว ซึ่งเป็นเชื้อ แบคทีเรียกำจัด เชื้อราในพืชต่างๆสามารถหมักขยายเชื้อเพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนให้ได้จุลินทรีย์ในปริมาณที่มากขึ้นและยังช่วยประหยัดต้นทุนอีกด้วยสามารถหมักได้หลายสูตรทั้ง สูตรไข่ไก่ สูตรน้ำมะพร้าวอ่อน สูตรนมยูเอชที โดยแนะนำให้ฉีด 7 วันครั้ง หรือในช่วงอากาศชื้นจัดแนะนำให้ฉีด 3 วันครั้ง หรือถ้ามีการระบาดของราเขียวมากก็ 3 วันครั้ง

แนะนำให้ฉีดช่วงเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดทำลายเชื้อ พลายแก้ว โดยใช้ สลิ๊งค์ ฉีดอัดเข้าไปในก้อนเห็ดโดยตรง หลังจากที่ผมได้ทดลองโดยแยกก้อนเห็ดนางฟ้า-นางรม ที่เป็นเชื้อราออกมาไว้นอกโรงเรือนและได้ทำการทดลองฉีดเชื้อบีเอสพลายแก้วโดยหมักขยายเชื้อ พลายแก้ว โดยใช้สูตรหมักในน้ำมะพร้าวอ่อนโดยใช้น้ำมะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้ม ใส่เชื้อลงไป 5 กรัม จากนั้นปิดฝาทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วนำมาผสมน้ำได้ 20 ลิตร ฉีดพ่น โดยการฉีดพ่นจะเน้นฉีดให้ชุ่มเปียก และให้ละอองเข้าหน้าก้อนบ้าง เพื่อให้เชื้อพลายแก้วกระจายไปทั่วก้อนเห็ด หลังจากที่ทดลองฉีดเชื้อบีเอสพลายแก้ว ไป 2 ครั้งปรากฏว่า ก้อนเห็ดนางฟ้า-นางรมที่เป็นราเขียว ชะงักการเจริญเติบโตเชื้อราเขียวไม่มีการแพร่กระจ่ายเพิ่มและที่สำคัญเห็ดนางฟ้า-นางรมยังออกดอกเหมือนเดิมอีกด้วยโดยปกติก้อนเห็ดก้อนไหนที่เป็น ราเขียว จะแพร่กระจ่ายไปทั่วทั้งก้อนอย่างรวดเร็วและเห็ดก้อนนั้นก็จะเสียในที่สุด

 

พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

ป้องกันและกำจัดราเขียวด้วยบีเอสพลายแก้ว

ตอนนี้เราสามารถแก้ปัญหาจากเรื่องราเขียวในก้อนเห็ดนางฟ้า-นางรมไปได้แล้ว โดยใช้ บีเอสพลายแก้ว

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ก้อนเห็ดเก่าอายุประมาณ 5 เดือนใกล้จะนำไปทิ้งเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้

แต่ก้อนจะปลดระวางผมก็พ่นฮอร์โมนชีวภาพเขียว + ดำ

เพื่อที่จะได้เก็บเห็ดอีกสักรุ่นหนึ่งก้อนทิ้ง พ่นฮอร์โมนไป 3 วันติดกัน

หลังจากพ่นไป 3 วันติดกัน อีก 2 วันต่อมาเห็ดเริ่มออกที่ก้อนเก่าแล้วนับว่าคุ้มค่ามากครับ

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ฮอร์โมนเริ่งดอก บำรุงดอกเห็ด
ฮอร์โมนเริ่งดอก บำรุงดอกเห็ด

 ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า

ก้อนเห็ดเก่าอายุประมาณ 5 เดือนใกล้จะนำไปทิ้งเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้

แต่ก้อนจะปลดระวางผมก็พ่นฮอร์โมนชีวภาพเขียว + ดำ

เพื่อที่จะได้เก็บเห็ดอีกสักรุ่นหนึ่งก้อนทิ้ง พ่นฮอร์โมนไป 3 วันติดกัน

หลังจากพ่นไป 3 วันติดกัน อีก 2 วันต่อมาเห็ดเริ่มออกที่ก้อนเก่าแล้วนับว่าคุ้มค่ามากครับ

ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเห็ด กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า
ฮอร์โมนเริ่งดอก บำรุงดอกเห็ด
ฮอร์โมนเริ่งดอก บำรุงดอกเห็ด

ฤดูร้อนที่มาถึงนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆครับ ร้อนมากๆอากาศแห้งขาดความชื้น

เป็นปัญหามากครับสำหรับผู้เพาะเห็ดที่ไม่ใช่เห็ดตระกลูที่ชอบอากาศร้อนน่ะครับ

ถ้าเพาะเห็ดนางรม-นางฟ้า ก็จะมีปัญหานิดหนึ่งแต่ก็มีวิธีแก้คือต้องรดน้ำมากๆ คำว่ามากๆในที่นี้ไม่ใช้รดซะเปียกโชก แฉะ น่ะครับ

ถ้ารดแบบนั่นมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าดอกเห็ดจะอมน้ำ เผลอๆน้ำจะเข้าหน้าก้อนด้วย

ดังนั่นร้อนนี้เราจึงต้องยึดวิธีการรดน้ำแบบ รดน้ำปริมาณน้อย แต่ให้รดบ่อยครั้ง

ที่ฟาร์มผมช่วงร้อนนี้รดบ่อยมาก วันหนึ่ง 5-6 ครั้งได้และช่วงนี้เป็นช่วงที่เห็ดชุดแรกออกเยอะมาก

จึงต้องระวังเรื่องการรดน้ำเป็นพิเศษ ไม่งั้นรดมากเกินไป ดอกเห็ดจะฉ่ำน้ำ ดอกไม่สวย

ถ้ารดน้อยไปดอกจะแห้งกรอบ ดังนั่น ฤดูร้อนนี้จึงเป็นอีก 1 บททดสอบคนที่เพาะเห็ดทุกคน

ขอเพียงมีความขยัน ใส่ใจในรายละเอียด ไม่ท้อถอย หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ประยุกต์นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้บ้าง

ผมเชื่อว่าทุกท่านจะก้าวข้ามผ่านไปได้เอง และจะก้าวไปสู่การเพาะเห็ดที่ยั่งยืนได้

 

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน


ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่