แนะนำสินค้าชีวภาพ

Posts Tagged ‘การเพาะเห็ด’

การเพาะเห็ดฟางในกระสอบ

การเพาะเห็ดฟางในกระสอบ

ปัจจุบันวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเกษตรในแต่ละปีในประเทศไทยมีจำนวนมาก และหาได้ง่ายในแต่ละท้องถิ่น ถ้าซื้อก็มีราคาถูก อาทิ ฟางข้าว เศษขี้ฝ้ายกากหรือเปลือกมันสำปะหลัง ชานอ้อย เปลือกถั่วเขียว เปลือกถั่วเหลืองและทะลายปาล์มน้ำมัน เป็นต้น เมื่อมีการนำวัสดุเหล่านี้มาเพาะเห็ดฟางจะสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ วัสดุที่เหลือจากการเพาะเห็ดฟางยังสามารถมาทำปุ๋ยใส่ให้กับต้นไม้ได้อีก การพัฒนาวิธีการเพาะเห็ดฟางมาหลากหลายรูปแบบที่มีชื่อเสียงที่สุดคือวิธีการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าพลาสติก มาถึงขณะนี้ได้ค้นหาวิธีการเพาะเห็ดฟางรูปแบบใหม่ประหยัดต้นทุนและทำได้ง่าย โดยนำก้อนขี้เลื่อยเก่าที่ผ่านการเพาะเห็ดถุงพลาสติก (เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า ฯลฯ) นำกลับมาเพาะเห็ดฟางในกระสอบได้

การเพาะเห็ดฟางในกระสอบ

การเพาะเห็ดฟางในกระสอบ

อุปกรณ์ที่จะใช้เพาะเห็ดฟางในกระสอบ จะใช้ถุงปุ๋ย ถุงข้าวสารหรือถุงอาหารสัตว์ก็ได้ หาซื้อง่ายและมีราคาถูก (ราคาถุงละ 2-5 บาท) สามารถนำมาใช้เพาะได้ถึง 5-6 ครั้ง ขั้นตอนในการเพาะจะใช้ก้อนขี้เลื่อยเก่าจากการเพาะเห็ดนางรมหรือเห็ดนางฟ้า ประมาณ 15 ก้อน โดยแบ่งทำเป็น 2 ชุด คือ ชุดแรกนำก้อนขี้เลื่อยเก่า จำนวน 10 ก้อน ใส่ลงไปในกระสอบ ใช้ไม้ทุบหรือใช้เท้าเหยียบกระสอบให้ก้อนขี้เลื่อยแตกแบบหยาบ ๆ ให้มีส่วนที่แตกละเอียดบ้าง อีกส่วนหนึ่งเป็นก้อนเท่ากับผลมะนาว จากนั้นรดด้วยน้ำสะอาดให้ก้อนขี้เลื่อยมีความชื้นหมาด ๆ ทดสอบด้วยการใช้มือกำขี้เลื่อยแน่น ๆ ถ้าพบว่ามีน้ำซึมออกมาจากซอกนิ้วมือเล็กน้อยเป็นว่าใช้ได้ หลังจากนั้นให้ทุบก้อนขี้เลื่อยที่เหลืออีก 5 ก้อนให้ละเอียดเพื่อใช้คลุกเคล้ากับเชื้อเห็ดฟาง

การเพาะเห็ดฟางในกระสอบ

การเพาะเห็ดฟางในกระสอบ

 

แบ่งเชื้อเห็ดฟาง 1 ก้อน (แบบสปอน) ออกเป็น 3 ส่วน ในการเพาะแต่ละกระสอบจะใช้เชื้อเห็ดฟางเพียง 1 ส่วน นำเชื้อเห็ดฟางมายีออกจากกันในถังหรือภาชนะที่สะอาดและนำมาคลุกกับแป้งข้าวเหนียวอัตรา 1 ช้อนชา คลุกเคล้าให้ทั่ว และนำไปคลุกรวมกับก้อนขี้เลื่อย 5 ก้อน นำผักตบชวาน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม มาหั่นเฉียงคลุกเคล้าลงไปกับก้อนขี้เลื่อย 5 ก้อนนั้น ให้นำกองขี้เลื่อยที่คลุกเชื้อ เห็ดฟางและผักตบชวาใส่ลงไปในกระสอบที่ก้นกระสอบมีก้อนขี้เลื่อยทุบรองอยู่แล้ว 10 ก้อน ใช้มือกดให้แน่นและเรียบ ใช้เชือกมัดปากกระสอบให้แน่น ถ้าเป็นการเพาะในช่วงฤดูฝนควรหักปากกระสอบลงเพื่อป้องกันน้ำเข้า นำกระสอบไปแขวนกับต้นไม้หรือราวไม้ไผ่ แขวนให้ปลายกระสอบตั้งขึ้นและให้ก้นกระสอบลอยสูงจากพื้น (ป้องกันปลวกไม่ให้เข้าไปกัดกิน)

 

หลังจากเพาะไปได้ประมาณ 10 วัน จะเก็บเห็ดฟางในกระสอบรับประทานหรือนำมาจำหน่ายได้ ในแต่ละกระสอบจะเก็บเห็ดฟางได้ 1-2 ครั้งต่อการเพาะ 1 รุ่น และได้น้ำหนักเห็ดประมาณ 0.5-1 กิโลกรัม นับเป็นวิธีการหนึ่งของการเพาะเห็ดฟางที่นำวัสดุเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด.

 

ที่มา : http://ibc.rid.go.th/web/other_re/headfang.html

เห็ดนางฟ้า การเพาะเห็ดนางฟ้า-นางรมในท่อซีเมนต์ แบบประหยัด
โรงเรือนเพาะเห็ด ปัจจุบันมีเกษตรกร และผู้ที่สนใจในการเพาะเห็ด ทั้งการเพาะไว้รับประทานในครัวเรือน หรือเพาะในเชิงการค้า แต่ปัญหาสำคัญ ที่มักจะพบก็คือโรงเรือนเพาะเห็ดแบบที่เห็นอยู่นี้ ต้องใช้ต้นทุนสูง
วันนี้ มีวิธีเพาะเห็ด โดยไม่ต้องพึ่งโรงเรือนเพาะ ซึ่งทางศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ ละโว้ธานี จังหวัดลพบุรี ได้นำมาใช้ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องลงทุนสูง
วิธีการนี้ได้นำแนวคิด มาจากโรงเรือนเพาะเห็ดที่ทางศูนย์ฯ สร้างขึ้นเป็นโรงเรือนปูนซีเมนต์ ซึ่งสามารถเก็บรักษาความชื้นได้ดี จึงทดลองนำวงบ่อซีเมนต์ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า มาทดลองเพาะเห็ดนางฟ้า
โดยนำวงบ่อซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร มาวางพิง ผนัง ในลักษณะตะแคง ในพื้นที่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง สำหรับวงบ่อซีเมนต์ที่นำมาใช้ หากเป็นวงบ่อที่มีด้านเปิดด้านเดียว สามารถวางตั้งได้เลย แต่ถ้าใช้วงบ่อกลวง ให้นำแผ่น ไม้อัด มาปิดด้านใดด้านหนึ่งไว้ จากนั้นนำก้อนเชื้อเห็ด มาวางเรียงกันในวงบ่อให้เต็ม คล้ายกับวางก้อนเห็ดในโรงเรือน โดยจะวางก้อนเชื้อเห็ดได้ประมาณ 60 ก้อน ส่วน การดูแล จะคล้ายกับการเพาะเห็ดในโรงเรือน คือ รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ในเวลาเช้า และเย็น แต่พอรดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดปากวงบ่อซีเมนต์ด้วยไม้อัด ขนาดเท่าขอบบ่อ เพื่อรักษาความชื้น ดอกเห็ดจะค่อย ๆ ทยอยออก ทั้งปริมาณและคุณภาพของดอกเห็ดที่ได้ ยังใกล้เคียงกับก้อนเชื้อเห็ดที่เพาะในโรงเรือนอีกด้วย
ปกติแล้วโรงเรือนทั่วไป มีต้นทุนเกือบ 1 หมื่นบาท แต่วิธีนี้ไม่ต้อง สร้างโรงเรือนให้ยุ่งยาก ที่สำคัญสามารถเคลื่อนย้ายวงบ่อไปเพาะเห็ดได้ตามต้องการโดยเสียค่าวงบ่อ เพียงบ่อละไม่เกิน 150 บาทเท่านั้นครับ

การเพาะเห็ดนางฟ้า-นางรมในท่อซีเมนต์

ที่มา : http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=8&d=121076

 

สวัสดีครับวันนี้ผมมีเอกสารมาแนะนำครับ เป็นเอกสารที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเพาะเห็ดนางฟ้าและนางรมน่ะครับ

ยังไงก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ เห็ดนางฟ้านางรม

การเพาะเห็ด,นางฟ้า,นางรม

ข้อมูลพื้นฐานในการเพาะเห็ด


เห็ด หมายถึง สิ่งมีชีวิตในกลุ่มจุลินทรีย์ที่เรียกว่า รา มีการเจริญเป็นเส้นใยและสร้างสปอร์ในส่วนของดอกเห็ดเพื่อใช้ขยายพันธุ์ จัดอยู่ในกลุ่ม Basidiomycotina และ Ascomycotina เนื่องจากเห็ดไม่มีคลอโรฟิลล์แบบพืชจึงไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง แต่เห็ดมีบทบาทที่สาคัญต่อระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ กล่าวคือ เป็นตัวการย่อยสลายเศษซากพืชซากสัตว์ซึ่งได้แก่ ไม้ล้ม ไม้ยืนต้นตาย กิ่งไม้ ใบไม้ ผล เมล็ด และมูลสัตว์ต่าง ๆ ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นดิน อินทรียวัตถุในดิน 90% ของเศษซากพืชเหล่านี้เป็นเนื้อไม้ที่มีเซลลูโลส (cellulose) และลิกนิน (lignin)เป็นองค์ประกอบหลักที่ย่อยสลายยาก ทาให้เกิดวงจรธาตุอาหารที่สมบูรณ์ ซึ่งเห็ดจะผลิตเอนไซม์ออกมาย่อยสิ่งเหล่านี้ให้สลายเป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารให้กับพืช และจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ
ปัจจัยที่มีผลต่อการเพาะเห็ด

  • ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ในระยะที่เห็ดพัฒนาเป็นดอก หากโรงเรือนมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงก็จะทาให้ดอกเห็ดมีลักษณะผิดปกติได้ ดังนั้น โรงเรือนเพาะเห็ดควรดูแลให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งจะช่วยให้ดอกเห็ดเจริญไปเป็นดอกที่สมบูรณ์ได้
  • ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เห็ดชอบความเป็นกลาง(pH7) หรือเป็นกรดเล็กน้อย
  • แรงดดึงดูดของโลก เห็ดที่มีลักษณะเป็นทรงร่ม จะเจริญในแนวต้านแรงดึงดูดของโลก ไม่ว่าจะจับวางในตาแหน่งใด ส่วนเห็ดหิ้งจะเจริญในแนวขนานกับพื้นโลก (อินเตอร์เน็ต)
  • ความชื้นของอากาศ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเห็ดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในระยะเปิดก้อนเห็ด เห็ดต้องการความชื้นค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงจาเป็นต้องเปิดก้อนเชื้อภายในโรงเรือนที่เก็บความชื้นได้ และรักษาระดับความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับ 70-80 เปอร์เซ็นต์
  • แสงสว่าง มีผลต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตของดอกเห็ดมาก เนื่องจากแสงสว่างจะช่วยกระตุ้นการรวมตัวของเส้นใย และพัฒนากลายเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์
  • อุณหภูมิ มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของเห็ดมาก อุณหภูมิที่เห็ดแต่ละชนิดใช้สาหรับการเจริญเติบโตของเส้นใยจะสูงกว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเกิดดอกเห็ดเล็กน้อย

 

การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก
เห็ดที่ทาการเพาะในถุงพลาสติก ได้แก่
1. เห็ดนางฟ้า
2. เห็ดนางรม
3. เห็ดเป๋าฮื้อ
4. เห็ดโคนญี่ปุ่น
ลักษณะทางด้านชีววิทยาของเห็ดที่เพาะในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดาริ มีดังนี้

 

1. เห็ดนางฟ้า (Phoenix Oyster Mushroom)

 

ภาพเห็ดนางฟ้า

เห็ดนางฟ้า

 

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Pleurotus sajor-caju (Fr.) Sing
ชื่อสามัญ : เห็ดนางฟ้า
ลักษณะดอก : ดอกเห็ดเกิดเป็นกลุ่มจานวน 6 ดอกโดยประมาณ หมวกดอกมีเนื้อแน่นสีน้าตาลดาอมเทา ก้านดอกยาว มีครีบดอกสีขาว ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-8 เซนติเมตร
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 30 – 40 วัน ที่อุณหภูมิ30-33 C
ระยะออกดอก : เห็ดออกดอกเก็บไว้ได้นาน 3-4 เดือน ที่อุณหภูมิ 20-30 C ความชื้นสัมพัทธ์ 75-85 %
ผลผลิตเฉลี่ย : 250-300 กรัม / ถุง
ปัญหาในการเพาะ : ก้อนเชื้อมักจะเสีย เนื่องจากมีเชื้อราอื่นปนเปื้อน การแก้ไขสามสรถทาได้โดยไม่ควรใส่อาหารเสริมในก้อนเชื้อมากเกินไป นึ่งฆ่าเชื้อในก้อนขี้เลื่อยที่อุณหภูมิประมาณ 90-100 C นาน 2 ชั่วโมง และทาความสอาดโรงเรือนอยู่เสมอหลังจากสิ้นการเปิดดอกในแต่ละรุ่น
ประโยชน์ทางยา : ลดไขมันในเส้นเลือด และ ต่อต้านมะเร็ง

 

2. เห็ดนางรม (Oyster Mushroom)

 

ภาพเห็ดนางรม

เห็ดนางรม

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pleurotus ostreatus (jacq.ex Fr.) Kumn
ชื่อสามัญ : เห็ดนางรมขาว, เห็ดนางรม
ลักษณะดอก : เกิดเป็นกลุ่มจานวน เฉลี่ย/ถุง 8 ดอก มีสีน้าตาลหรือเทา หมวกดอกคล้ายหอยนางรม ครีบดอกเป็นแผ่นบาง ๆ ดอกค่อนข้างใหญ่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เซนติเมตร ก้านดอกชูขึ้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 30-40 วัน ที่อุณหภูมิ30-35C
ระยะออกดอก : เห็ดออกดอกเก็บไว้ได้นาน 3-4 เดือน อุณหภูมิ 20-30 C ความชื้นสัมพัทธ์ 75-85 %เห็ดต้องการแสงสว่างอย่างน้อย 40 % ต่อวัน
ผลผลิตเฉลี่ย : น้าหนักดอก 78.89 กรัม / ถุงโดยเฉลี่ย ผลผลิตจะสูง เนื้อดอกจะแน่นมีน้าหนักดี เมื่อเพาะในช่วงอากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-26 C ( ช่วงฤดูฝน )
ปัญหาในการเพาะ : เห็ดออกดอกช้าหลังจากเปิดถุงแล้ว แต่สามารถแก้ไขได้โดย หลังจากที่เส้นใยเดินเต็มถุงแล้ว ควรปล่อยให้เส้นใยรัดตัวให้แน่นประมาณ 8-10 จากนั้นจึงเปิดถุง
ประโยชน์ทางยา : ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น, ระงับการปวดตามข้อ, ยับยั้งการก่อมะเร็ง และ ลดไขมันใน
เส้นเลือด

 

3. เห็ดเป๋าฮื้อ (Abalone Mushroom)

 

ภาพเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pleurotus cystidiosus O.K. miller
ชื่อสามัญ : เห็ดเป๋าฮื้อ
ลักษณะดอก : ดอกเห็ดมีสีน้าตาล หรือ ขาวนวล คล้ายหอย ทะเล ดอกหนา ผิวดอกมีสีคล้ามีขนาด เส้นผ่าน ศูนย์กลางดอกประมาณ 9 เซนติเมตร ก้านดอก อวบมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางก้านประมาณ 2เซนติเมตรความยาวก้านประมาณ 8 เซนติเมตรมีจานวนดอกประมาณ 2 ดอก/ถุง การออกดอก แต่ละรุ่นพร้อมกัน และสม่าเสมอ
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเดินเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม)ใช้เวลา 40-50 วัน ที่อุณหภูมิ 28-32 C
ระยะออกดอก : เห็ดเริ่มออกดอกหลังจากเส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อยแล้ว 10-15 วัน และเห็ดจะออกดอกแต่ละรุ่นห่างกัน 20 วัน ที่อุณหภูมิ 28-32 C ความชื้นสัมพัทธ์ 80-85 % ต้องการแสงสว่างน้อย
ผลผลิตเฉลี่ย : น้าหนักดอก 41 กรัม/ถุง (500 ถุง)
ปัญหาในการเพาะ : มักจะเกิดเมือกสีน้าตาลรบกวนการเกิดดอกบนก้อนเชื้อ และ มีกลิ่นเหม็น สามารถแก้ไขได้โดยขูดเมือกดังกล่าวทิ้ง
ประโยชน์ทางยา : ต่อต้านแบคทีเรีย, ต่อต้านมะเร็ง และ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

 

4. เห็ดโคนญี่ปุ่น(Yangimatsutake)

 

ภาพเห็ดโคนญี่ปุ่น

เห็ดโคนญี่ปุ่น

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pholiota cylindracea
ชื่อสามัญ : เห็ดยานางิ
ลักษณะดอก : หมวกเห็ดค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง4-10 เซนติเมตร ตรงกลางหมวกจะนูนสูงขึ้นมา ดอกมีสีน้าตาลเข้ม มีเยื่อหุ้มสีขาวอยู่บริเวณใต้หมวกดอก ก้านดอกจะกลมและค่อนข้างยาวประมาณ 5-11 เซนติเมตร เนื้อดอกก้านดอก กรอบแน่นคล้ายเห็ดโคน ดอกอาจเกิดเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม จานวนดอกประมาณ 4-8 ดอก/ก้อน
ระยะบ่มเชื้อ :เส้นใยเดินเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 45-50 วัน ที่อุณหภูมิ25-30 C
ระยะออกดอก : เมื่อเส้นใยเดินเต็มก้อน รอให้เส้นใยเป็นสีน้าตาลเข้ม จึงย้ายก้อนเข้าโรงเรือนเปิดดอกเห็ด เห็ดจะออกดอกแต่ละรุ่นห่างกัน 15-20 วัน ที่อุณหภูมิ 24-28 Cความชื้นสัมพัทธ์ 70-80 % ต้องการแสงสว่างน้อย
ผลผลิตเฉลี่ย : 200-250 กรัม/ก้อน
ปัญหาในการเพาะ : ดอกเห็ดแห้งและเหี่ยวตาย เกิดจากการรดน้ามากเกินไปแก้ปัญหา โดย เมื่อออกดอกอย่ารดน้าให้ถูกดอกเห็ดมากเกินไป ควรฉีดพ่นน้าเป็นฝอยให้ดอกเห็ดเล็กน้อย
ประโยชน์ทางยา : -

 

ที่มา :  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ตาบลสามพระยา อาเภอชะอา จังหวัดเพชรบุรี

ฤดูร้อนที่มาถึงนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆครับ ร้อนมากๆอากาศแห้งขาดความชื้น

เป็นปัญหามากครับสำหรับผู้เพาะเห็ดที่ไม่ใช่เห็ดตระกลูที่ชอบอากาศร้อนน่ะครับ

ถ้าเพาะเห็ดนางรม-นางฟ้า ก็จะมีปัญหานิดหนึ่งแต่ก็มีวิธีแก้คือต้องรดน้ำมากๆ คำว่ามากๆในที่นี้ไม่ใช้รดซะเปียกโชก แฉะ น่ะครับ

ถ้ารดแบบนั่นมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าดอกเห็ดจะอมน้ำ เผลอๆน้ำจะเข้าหน้าก้อนด้วย

ดังนั่นร้อนนี้เราจึงต้องยึดวิธีการรดน้ำแบบ รดน้ำปริมาณน้อย แต่ให้รดบ่อยครั้ง

ที่ฟาร์มผมช่วงร้อนนี้รดบ่อยมาก วันหนึ่ง 5-6 ครั้งได้และช่วงนี้เป็นช่วงที่เห็ดชุดแรกออกเยอะมาก

จึงต้องระวังเรื่องการรดน้ำเป็นพิเศษ ไม่งั้นรดมากเกินไป ดอกเห็ดจะฉ่ำน้ำ ดอกไม่สวย

ถ้ารดน้อยไปดอกจะแห้งกรอบ ดังนั่น ฤดูร้อนนี้จึงเป็นอีก 1 บททดสอบคนที่เพาะเห็ดทุกคน

ขอเพียงมีความขยัน ใส่ใจในรายละเอียด ไม่ท้อถอย หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ประยุกต์นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้บ้าง

ผมเชื่อว่าทุกท่านจะก้าวข้ามผ่านไปได้เอง และจะก้าวไปสู่การเพาะเห็ดที่ยั่งยืนได้

 

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน

การเพาะเห็ดในฤดูร้อน

Page 3 of 41234

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่