แนะนำสินค้าชีวภาพ

Posts Tagged ‘หน้าฝน’

ราเขียวกับราดำ ครับ เป็นเชื้อราที่มีอยู่ในธรรมชาติ จะมีการระบาดมาก ช่วงอากาศเปลี่ยน เช่น จากร้อนเป็นฝน (ร้อนอบอ้าวแล้วมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน) จากหน้าฝนเป็นหน้าหนาว ดังนั้นผู้เพาะเห็ดจำเป็นต้องมีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า อากาศช่วงนี้เป็นยังไงมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงไร จะมีการระบาดช่วงไหน ซึ่งถ้ารู้ล่วงหน้าสามารถป้องกันได้โดย ฉีดพ่น BS พลายแก้ว

พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

พลายแก้ว ปราบรา ศัตรูเห็ด

วิธีกำจัดและป้องกันเชื้อราโรคพืชผมจะแนะนำให้ใช้เชื้อจุลินทรีย์กำจัดโรคพืชคือ เชื้อบาซิลัส ซับทิลิส พลายแก้ว ซึ่งเป็นเชื้อ แบคทีเรียกำจัด เชื้อราในพืชต่างๆ

สามารถหมักขยายเชื้อเพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนให้ได้จุลินทรีย์ในปริมาณที่มากขึ้นและยังช่วยประหยัดต้นทุนอีกด้วยสามารถหมักได้หลายสูตรทั้ง สูตรไข่ไก่ สูตรน้ำมะพร้าวอ่อน สูตรนมยูเอชที โดยแนะนำให้ฉีด 7 วันครั้ง หรือในช่วงอากาศชื้นจัดแนะนำให้ฉีด 3 วันครั้ง หรือถ้ามีการระบาดของราเขียวมากก็ 3 วันครั้ง

แนะนำให้ฉีดช่วงเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดทำลายเชื้อ พลายแก้ว โดยใช้ สลิ๊งค์ ฉีดอัดเข้าไปในก้อนเห็ดโดยตรง หลังจากที่ผมได้ทดลองโดยแยกก้อนเห็ดนางฟ้า-นางรม ที่เป็นเชื้อราออกมาไว้นอกโรงเรือนและได้ทำการทดลองฉีดเชื้อบีเอสพลายแก้วโดยหมักขยายเชื้อ พลายแก้ว โดยใช้สูตรหมักในน้ำมะพร้าวอ่อนโดยใช้น้ำมะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้ม ใส่เชื้อลงไป 5 กรัม จากนั้นปิดฝาทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วนำมาผสมน้ำได้ 20 ลิตร ฉีดพ่น โดยการฉีดพ่นจะเน้นฉีดให้ชุ่มเปียก และให้ละอองเข้าหน้าก้อนบ้าง เพื่อให้เชื้อพลายแก้วกระจายไปทั่วก้อนเห็ด หลังจากที่ทดลองฉีดเชื้อบีเอสพลายแก้ว ไป 2 ครั้งปรากฏว่า ก้อนเห็ดนางฟ้า-นางรมที่เป็นราเขียว ชะงักการเจริญเติบโตเชื้อราเขียวไม่มีการแพร่กระจ่ายเพิ่มและที่สำคัญเห็ดนางฟ้า-นางรมยังออกดอกเหมือนเดิมอีกด้วยโดยปกติก้อนเห็ดก้อนไหนที่เป็น ราเขียว จะแพร่กระจ่ายไปทั่วทั้งก้อนอย่างรวดเร็วและเห็ดก้อนนั้นก็จะเสียในที่สุด

สำหรับที่ฟาร์มผมจะพ่นพลายแก้วประมาณ 5 วันครั้ง โดยพ่นเข้าหน้าก้อนด้วย และ พ่นคลุมโรงเรือนครับ

เพาะเห็ดให้ประสบความสำเร็จต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ต้องดูแลเอาใจใส่ตลอด ครับ

โชคดีทุกท่านครับ

เห็ดป่า เห็ดพิษ

เห็ดป่า เห็ดพิษ

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความเป็นห่วงสุขภาพของประชาชน

เนื่องจากอากาศมีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บางครั้งอาจเกิดพายุฝน ทำให้อากาศเย็นลง และสลับอากาศร้อนถึงร้อนจัด อากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้หากร่างกายปรับสภาพไม่ทันอาจทำให้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ต้องระมัดระวังการเจ็บป่วยเป็นพิเศษ และในเดือนพฤษภาคมนี้ก็กำลังจะเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งหลายพื้นที่ก็กำลังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจึงควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่สำคัญไม่ควรเดินฝ่าสายฝนในขณะเกิดฝนตก ควรจัดเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอ รวมถึงระมัดระวังการรับประทานอาหารหรือพืชผักที่มาจากป่า ซึ่งมีมากในช่วงฤดูฝนนี้ นอกจากนี้ ในบางช่วงเวลาอาจมีอากาศร้อนและแสงแดดจัด ซึ่งจะมีความชื้นสัมพัทธ์สูง ทำให้เหงื่อไม่สามารถระเหยและพาความร้อนออกจากร่างกายได้ เสี่ยงเป็นโรคต่างๆ ได้เช่นกัน จึงได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ทั่วประเทศ ดำเนินเฝ้าระวังและให้ความรู้ประชาชนในการหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือทำงานในช่วงที่อากาศร้อนจัด รวมถึงการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำของร่างกาย และอยู่ในบ้านหรือในตัวอาคารที่มีร่มเงา โดยมอบหมายให้กรมควบคุมโรค ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่อาจจะเกิดขึ้น

วันนี้ (8 พฤษภาคม 2555) ดร.นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปจะมีเห็ดออกตามป่าจำนวนมาก ทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ แต่ละปีจะมีชาวบ้านนิยมรับประทานเห็ดทั้งที่ซื้อตามตลาดและหาเห็ดจากป่า ซึ่งจะพบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนมาก รวมถึงพบผู้เสียชีวิตทุกปีเช่นกัน

จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555–29 เมษายน 2555) พบผู้ป่วยแล้ว จำนวน 240 ราย จาก 43 จังหวัด ยังไม่มีผู้เสียชีวิต จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดสระบุรี อัตราป่วย 4.08 ต่อประชากรแสนคน จังหวัดยโสธร อัตราป่วย 3.34 ต่อประชากรแสนคน และจังหวัดเชียงใหม่ อัตราป่วย 2.88 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ แยกเป็นรายภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ อัตราป่วย 0.63 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราป่วย 0.47 ต่อประชากรแสนคน

ส่วนข้อมูลในปี 2554 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 1,723 ราย จาก 61 จังหวัด เสียชีวิต 6 ราย และจากข้อมูลยังพบว่าเฉพาะเดือนพฤษภาคม มีผู้ป่วยสูงสุดในรอบปีถึง 404 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย ซึ่งถือว่าเป็นช่วงกำลังเข้าสู่ฤดูฝนและเห็ดเริ่มออกในพื้นที่ป่าทั่วไป ส่วนเห็ดที่มักนำมาบริโภคหรือจำหน่าย มีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดมีพิษ เห็ดที่กินได้ เช่น เห็ดโคน เห็ดจูน เห็ดเผาะ เห็ดหูหนู เห็ดตับเต่าบางชนิด และเห็ดลม ส่วนเห็ดที่มีพิษ เช่นเห็ดตับเต่าบางชนิด เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ห่านตีนต่ำ เห็ดสมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ดดาว เป็นต้น แม้บางรายจะทดสอบความเป็นพิษโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะพลาดได้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องใช้ร่วมกันกับวิธีการสังเกตอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจในชนิดของเห็ด

วิธีปฏิบัติในการบริโภคและสังเกตเห็ดป่า มีดังนี้

  • การจำแนกชนิดต้องมั่นใจจริงๆ ว่ารู้จักเห็ดชนิดนั้น
  • เวลาเก็บเห็ดต้องเก็บให้ครบทุกส่วน
  • เก็บเห็ดที่มีลักษณะรูปร่างสมบูรณ์เท่านั้น
  • เวลาเก็บให้แยกชนิดเป็นชั้น โดยนำกระดาษรองในตะกร้า
  • อย่าเก็บเห็ดภายหลังพายุฝนใหม่ๆ เพราะมีเห็ดบางชนิดที่สีบนหมวกอาจถูกชะล้างให้จางลงไป
  • เก็บเห็ดมาแล้วควรปรุงอาหารทันที ไม่ควรเก็บไว้นาน
  • ห้ามกินเห็ดดิบๆ โดยเด็ดขาด
  • เห็ดที่ไม่เคยกินควรรับประทานเพียงเล็กน้อยในครั้งแรก
  • ไม่ควรเก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานสารเคมี

ดร.นายแพทย์พรเทพ กล่าวต่อไปว่า การกินเห็ดพิษจะมีอาการแสดงออกหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ด และมักเกิดภายใน 3 ชั่วโมง อาการมากน้อยแตกต่างกันตามปริมาณด้วย เช่น

  • พิษจากเห็ดลูกไก่ จะทำให้มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนเมื่อกินร่วมกับแอลกอฮอล์
  • พิษจากเห็ดหมวกจีน มีอาการเหงื่อแตก คลื่นไส้ และปวดเกร็งในท้อง
  • พิษจากเห็ดเกร็ดขาว มีอาการประสาทหลอน เพ้อ คลุ้มคลั่ง ซึม ซัก และหมดสติ
  • พิษจากเห็ดขี้ควายและเห็ดโอสถลวงจิต มีอาการประสาทหลอน เพ้อ คลุ้มคลั่ง แต่ไม่มีอาการซึม
  • พิษจากเห็ดไข่ตายซาก เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่เป็ด และเห็ดไข่ห่านตีนต่ำ จะมีอาการอ่อนแรง ปวดศีรษะและคลื่นไส้ เกิดขึ้นในเวลาเกิน 6 ชั่วโมง อาการมักทุเลา 1-2 วันต่อมา ต่อมามีตับอักเสบ จนถึงตับอักเสบ จนถึงตับวายได้

สำหรับคำแนะนำ หากพบผู้ได้รับพิษจากการกินเห็ด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น อ่อนเพลีย ปวดท้อง เวียนศีรษะ การช่วยเหลือเบื้องต้น ที่สำคัญที่สุดคือทำให้อาเจียนออกมาให้หมด โดยการล้วงคอหรือกรอกไข่ขาว แล้วรีบไปพบแพทย์หรือนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที เพื่อรับการรักษาต่อไป “ทั้งนี้ได้กำชับสำนักงานป้องกันควบคุมโรค(สคร.) ทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ เร่งประชาสัมพันธ์ในระดับชุมชนให้ประชาชนทราบถึงอันตรายจากการรับประทานเห็ดพิษ แม้บางรายจะทดสอบความเป็นพิษโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดความผิดพลาดได้ และหลังรับประทานอาหารที่ประกอบจากเห็ดแล้ว เกิดอาการดังกล่าวข้างต้น อย่านิ่งนอนใจ รีบปฏิบัติตามคำแนะนำและนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด หากประชาชนสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮ็อตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทร 1422 และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทร 0 2590 3333” ดร.นายแพทย์พรเทพ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา กรมควบคุมโรค เห็ดป่า

วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการรดน้ำเห็ด สำหรับเห็ดนางฟ้า,นางรมในช่วงนี้อากาศเย็น ฝนตก และมีความชื้นสูง แบบนี้
ก็ คือ ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะ ความชื้นในอากาศมีสูงอยู่แล้ว หากรดน้ำอีกก็เหมือนเพิ่มความชื้นเข้าไปอีกจะทำให้ก้อนเน่าได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั่นก็ต้องดูสภาพอากาศโดยรวมอีกทีครับ ประยุกต์เอา

ดังนั่น ความชื้นในอากาศ ก็เพียงพอแล้ว สำหรับช่วงที่เป็นหน้าฝนและฝนตกสม่ำเสมอ เพราะส่วนใหญ่จะรดน้ำกัน จึงทำให้ก้อนเห็ดเน่าได้ในหน้าฝน และเป็นเชื้อราเขียวที่หน้าก้อนเห็ดกัน
สำหรับเห็ดขอนขาว ถ้าอากาศไม่ร้อนก็อย่ารดเลยครับ  ทำการพักก้อนไปเลยจะดีกว่า ก้อนจะได้ไม่เน่า ครับ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนประชาชนที่นิยมบริโภคเห็ดโดยเฉพาะเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ควรเลือกรับประทานเห็ดที่รู้จักจริง ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละปีจะมีผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากการรับประทานเห็ดเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก

ภาพเห็ดพิษ

เห็ดพิษ

สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนเหมาะสมต่อการเจริญพันธุ์ของพืชตระกูลเห็ด ทำให้มีเห็ดป่าหลายชนิดที่เจริญเติบโตในสภาพธรรมชาติประกอบกับคนไทยนิยมบริโภคเห็ดเนื่องจากเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ทั้งนี้เห็ดต่าง ๆ บางชนิดไม่สามารถรับประทานได้ เนื่องจากมีสารพิษเป็นส่วนประกอบอยู่ เมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการมึนเมาและประสาทหลอนหรือบางรายบริโภคมากเกินไปก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงมักปรากฏข่าวและมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตหรือได้รับอันตรายจากการรับประทานเห็ดอยู่เป็นประจำ

สำหรับเห็ดพิษในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในตระกูล Amanita ซึ่งเป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรง มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น

  • เห็ดระโงกหินหรือในภาคเหนือเรียกว่า เห็ดไข่ตายซาก ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกระจายทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ดอกมีสีขาวบริสุทธิ์ หมวกเห็ดรูปครึ่งวงกลมสีขาวกว้าง 5-12 ซม. ผิวเรียบ รูปกะทะคว่ำ ครีบสีขาวไม่ติดกันกับก้าน มีวงแหวนเป็นแผ่นบางสีขาวห้อยลงมาคล้ายม่านก้านสีขาว โคนก้านเป็นกะเปาะผิวเรียง สปอร์สีขาว เป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรงเมื่อรับประทานเข้าไปพิษจะเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุ่นแรง อาเจียน ใจสั่น อ่อนเพลีย สารพิษที่ตรวจพบในเห็ดคือ phallotoxin และ amatoxin มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ตับ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะกำเริบจนถึงขั้นเสียชีวิตอาจภายใน 4-6 ชั่วโมง ในต่างประเทศเรียกเห็ดชนิดนี้ว่า deadly poisonous mushroom
  • เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อนหรือ เห็ดกระโดงตีนต่ำ ดอกเห็ดเมื่อยังอ่อนเป็นก้อนกลมแล้วเจริญบานออกเป็นร่มขึ้นตามสนามหญ้าและทุ่งนา หมวกเห็ดสีขาวกว้าง 10-20 ซม. กลางหมวกมีสีน้ำตาล ซึ่งแตกออกเป็นเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมกระจายออกไปถึงกึ่งกลางหมวก ครีบสีขาวเมื่อแก่จัดจะเป็นสีเทาอมเขียวหม่น ก้านรูปทรงกระบอกสีขาว โคนก้านใหญ่เป็นกระเปาะเล็กน้อย ใต้หมวกมีวงแหวนใหญ่และหนา ขอบสีน้ำตาล ขอบล่างสีขาว สปอร์รูปไข่สีเขียวอ่อนเป็นเห็ดที่มีพิษไม่ร้ายแรงนัก ผู้รับประทานจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่นและอ่อนเพลีย แต่ถ้าเป็นเด็กและรับประทานมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้
  • เห็ดพิษส่วนใหญ่มักมีสีสันฉูดฉาด แต่มีเห็ดพิษบางชนิด เช่น เห็ดในตระกูล Amanita ที่มีสีขาวเหมือนเห็ดธรรมดา เมื่อยังอ่อนจะคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้หรือมีลักษณะตูม มีปลอกหุ้มสีขาวเหมือนเห็ดฟาง แต่ปลอกหุ้มของเห็ดฟางสีจะคล้ำกว่า ดังนั้น ผู้บริโภคควรระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานเห็ดชนิดที่ไม่รู้จักหรือไม่ทราบแหล่งที่มา รวมทั้งเห็ดป่าต่าง ๆ ซึ่งมีโอกาสเกิดพิษได้มากกว่าเห็ดทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้หากพบเห็นผู้รับประทานเห็ดพิษควรรีบให้การช่วยเหลือโดยการพยายามทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้หมดแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ที่มา : จากหนังสือข่าวกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Page 1 of 11

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่