แนะนำสินค้าชีวภาพ

Posts Tagged ‘อาชีพเพาะเห็ด’

นางเสิงสาง ถามะนัด อายุ 59 ปี หมู่ 6 บ้านคำมะเบื่อ ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เกษตรกรคนขยันเมืองอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเองมีอาชีพทำนา ทำไร่ แต่รายได้ก็ไม่ค่อยพอใช้จ่ายในครัวเรือน ประกอบกับพื้นที่ทำนา ทำไร่ก็มีไม่มาก จึงคิดหาอาชีพอื่นมาทำเสริม ในที่สุดก็มาเพาะเห็ดขาย โดยนำเอาความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการไปดูงานตามสถานที่ต่างๆ มาปรับปรุงประยุกต์การเพาะปลูกเห็ดด้วยตนเองในระดับครอบครัว โดยไปซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาจากญาติพี่น้องครั้งแรกซื้อมาจำนวน 1000 ก้อนๆ ละ 6 บาท นำมาเพาะในโรงเรือนที่สร้างและมุงด้วยหญ้าแฝกจำนวน 1 โรงขนาดเล็กๆ เห็ดที่นำมาเพาะก็เริ่มออกดอกเก็บไปขายที่ตลาดได้นอกเหนือจากนำมาเป็นอาหารในครัวเรือน ซึ่งลงทุนซื้อก้อนเชื้อเห็ดไป 6,000 บาท ไม่รวมค่าโรงเรือนและอื่นๆ ก็สามารถขายได้ประมาณ 15,000 บาท ตอนแรกดีใจมากหลังจากนั้นจึงหันมาทุ่มเททำเห็ดขายอย่างจริงจังตลอดปี

นางเสิงสาง บอกต่อไปว่า ต่อจากนั้นก็ได้ขยายโรงเรือนออกไปอีกเป็น 3 แห่ง โดยเช่าที่ชาวบ้านที่ติดกันเพิ่มขึ้นอีก 2 ไร่เศษ ซื้อก้อนเชื้อเห็ดเพิ่มอีกเป็น 7,000-10000 ก้อน ก็ให้ผลผลิตได้ดีเช่นเคย สามารถเก็บไปขายตามตลาดในตัวเมือง ซึ่งในขณะนี้มีพ่อค้าแม่ค้าสนใจมาซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะขายส่งในราคา กิโลกรัมละ 50 บาท 60 บาทบ้างแล้วแต่ชนิดของเห็ด เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดบด ราคา กิโลกรัมละ 100 บาท และเห็ดฟางในวันนี้ราคาท้องตลาดก็จะมีราคาที่ 80 บาท/ กิโลกรัม เห็ดที่ราคาแพงกว่าเพื่อนก็จะเป็นจำพวกเห็ดหลินจือฯ ซึ่งก็ขายดีบางวันไม่พอขายต้องสั่งซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ จนถึง 40,000 ก้อน ต่อจากนั้นก็มีการพัฒนาการทำก้อนเชื้อเห็ดเองทั้งปลูกเห็ดขายและขายก้อนเชื้อเห็ดเริ่มเป็นที่รู้จักไปอย่างแพร่หลาย มีกลุ่มสนใจมาดูงานการเพาะเห็ดและซื้อก้อนเชื้อเห็ดมากขึ้นทุกวัน ส่วนมากก็จะเป็นจังหวัดใกล้เคียงเช่น ยโสธร อุบลฯ มุกดาหาร ศรีสะเกษ สถานศึกษาต่างๆ หรือแม้แต่ สปป.ลาว ซึ่งก็จะทำให้ครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 10,000-20.000 บาท/เดือน

การเพาะเห็ดมีวัสดุอุปกรณ์ในการเพาะหลายอย่างเช่น เปลือกถั่วเหลือง ชานอ้อย กากเปลือกมันสำปะหลัง เถ้าแกลบ อาหารเสริม เป็นวัสดุที่ช่วยให้เชื้อเห็ดที่เพาะเจริญได้ดี นอกจากนี้อาจใช้แป้งสาลี รำละเอียด หรือ อาหารเสริมสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง นำมาคลุกเชื้อเห็ดก่อนเพาะก็ได้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกเห็ด เช่น บัวรดน้ำชนิดฝอยละเอียด หัวฉีดน้ำชนิดฝอย ไม้ทุบก้อนเชื้อเห็ด มีด ไม้ไผ่ ถุงพลาสติก ในส่วนสภาพอากาศที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดจะมีอุณหภูมิระหว่าง 35-37 องศาเซลเซียส เห็ดจะขึ้นได้ดีทั้งในฤดูฝนและในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนจะช่วยเร่งให้ดอกเห็ดโตเร็ว ในช่วงอากาศหนาว ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวยต่อความสมบูรณ์ของดอกเห็ดชนิดต่างๆ แต่หน้าหนาวผลผลิตจะลดน้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้ราคาสูง หลังฤดูเกี่ยวข้าวอากาศร้อนเห็ดมีมากและแรงงานมีมาก มีคนเพาะมาก จึงเป็นธรรมดา ที่เห็ดต่างๆ จะมีราคาต่ำลง ในฤดูฝน ชาวนาส่วนมากทำนา การเพาะเห็ดน้อยลง ราคาเห็ดก็จะดีขึ้น เรื่องความชื้นก็เป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดมาก เป็นตัวกำหนดการเจริญของเส้นใยเห็ด ที่สำคัญถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศภายในถุงเห็ดไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป น้ำที่จะใช้ต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนานๆ จนมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรจะนำมาใช้ในการเพาะเห็ด ควรจะรดเพียงครั้งเดียว หรืออาจจะช่วยบ้างเฉพาะในกรณีที่ ความชื้นมีน้อยหรือแห้งจนเกินไป การให้ความชื้นนี้โดยการโปรยน้ำจากฝักบัว หัวฉีดฝอยรอบบริเวณถุงเชื้อเห็ด เห็ดต่างๆ จะไม่ชอบแสงแดดโดยตรงนัก ถ้าถูกแสงแดดมากเกินไป เส้นใยเห็ดอาจจะตายได้ง่าย จึงควรจะทำการคลุมด้วยผ้าพลาสติก หรือหญ้ามุงหลังคาโรงเรือน เพื่อพรางแสงแดดให้ดอกเห็ดไม่โดนแสงแดดจัด เห็ดต่างๆ จะมีสีขาวนวลสวย ถ้าดอกเห็ดโดนแดดจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีดำเร็วขึ้นกว่าปกติ ขั้นตอนในการเพาะเห็ดก็ไม่ยุ่งยาก เพราะมีโรงเรือนเป็นการเฉพาะตามที่เตรียมไว้แล้ว นอกนั้นการเร่งเอาผลผลิตก็จะใช้โรยอาหารเสริม อย่าโรยมากเพราะจะเกิดการเน่าเสียได้ การรักษาระดับความชื้นก็ให้อยู่ในระดับมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และต้องรักษาอุณหภูมิภายในโรงเรือนเพาะเห็ด ให้อยู่ในระดับ 37-40 องศาเซลเซียส ประมาณวันที่ 4 รดน้ำด้วยฝักบัวชนิดฝอยเพื่อดัดเส้นใยให้โรงเรือนชุ่มอยู่เสมอ รักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ต้องแก้ปัญหาโดยการเปิดช่องลมระบายอากาศ ประมาณวันที่ 6-7 เห็ดจะเริ่มออกดอก ในช่วงวันนี้ห้ามรดน้ำหรือเปิดโรงเรือนเด็ดขาด และช่วงวันที่ 8 ขึ้นไปดอกเห็ดจะเริ่มมีขนาดใหญ่ จนสามารถเก็บได้ โดยการเก็บให้เก็บอย่างประณีตอย่าให้กระทบกระเทือนดอกอื่นๆ จะเก็บผลผลิตได้ 2-7 ครั้ง เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้วให้ปิดโรงเรือนไว้เหมือนเดิม

การเก็บผลผลิต เมื่อ ผ่านไปประมาณ 5-7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสีขาวเล็กๆ เกิดขึ้น ตุ่มสีขาวเหล่านี้จะเจริญเติบโตเป็นเห็ดต่อไป และจะเริ่มเก็บเห็ดได้เมื่อเพาะไปแล้วประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ความร้อน และการที่จะเก็บ เห็ดได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะและฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็วกว่าฤดูหนาว เพราะความร้อนช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเห็ด นอกจากนั้นถ้าใส่อาหารเสริมด้วยแล้ว จะทำให้เกิดดอกเห็ดเร็วกว่าไม่ใส่อีกด้วย ดอกเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุก มีทั้งอ่อนและแก่ ถ้ามีดอกเล็กๆ มากกว่าดอกใหญ่ ควรรอเก็บเมื่อดอกเล็กโตหรือรอเก็บชุดหลัง เก็บดอกเห็ดทั้งกระจุกโดยใช้มือจับทั้งกระจุกอย่างเบาๆ แล้วหมุนซ้ายและขวาเล็กน้อย ดึงขึ้นมาพยายามอย่าให้เส้นใยกระทบกระเทือน สำหรับศัตรูและการป้องกันต้องกำจัดมดและปลวก มดจะเข้าทำรังหรือทำลายเชื้อเห็ด การป้องกันกำจัดมดและปลวก โดยใช้เกลือแกงหรือผงซักฟอกเล็กน้อย ไร จะกัดกินเส้นใยเห็ดทำให้ผลผลิตลดลง เกิดจากการนำวัสดุที่ไม่สะอาดมีไรติดมาด้วย การป้องกันทำได้โดยเลือกวัสดุที่สะอาด ถ้ามีไรระบาดรุนแรงให้หยุดเพาะชั่วคราว ทำความสะอาดภาชนะและพื้นที่ตลอดจนเผาทำลายเศษวัสดุที่เป็นแหล่งอาศัยให้หมด รา เชื้อราจะแย่งน้ำและอาหารจากเส้นใยเห็ดและดอกเห็ด เชื้อราบางชนิดทำให้เกิดโรคและอาการผิดปกติแก่ดอกเห็ด ทำให้ผลผลิตลดลง การป้องกันเชื้อราทำได้โดยเลือกวัสดุเพาะที่สะอาดใหม่และแห้งสนิท เลือกเชื้อเห็ดที่ไม่มีเชื้อราปน และต้องควบคุมอุณหภูมิความชื้นให้เหมาะสมกับการงอกงามของเห็ดอยู่เสมอ นอกนั้นก็มักจะมีเห็ดอื่นๆ ที่ไม่ต้องการเกิดแซมขึ้นมาต้องกำจัดทิ้ง เพื่อให้การเพาะเห็ดได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและเก็บได้นาน จะทำให้มีกำไรงามรายได้มั่นคงยั่งยืน นางเสิงสาง กล่าว

การเพาะเห็ดขายนับเป็นอีกช่องทางการทำกินที่น่าสนใจ เพราะสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง ท่านที่สนใจสามารถติดต่อ สั่งซื้อได้ที่นางเสิงสาง ถามะนัด บ้านคำมะเบื่อ หมู่ที่ 6 ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000

วิเชียร เกื้อทาน/อำนาจเจริญ

http://www.banmuang.co.th/2013/02/เกษตรกรอำนาจเจริญปลูกเ

ความยั่งยืนของการเพาะเห็ด

ความยั่งยืนของการเพาะเห็ด

ผมได้ส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นกิจกรรมเสริมรายได้สำหรับเกษตรกร และส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นอาชีพ เพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ต้องส่งเสริมอาชีพการเกษตรทุกประเภท และรู้สึกอิมเอิบใจที่นักเรียนเกษตรกรหลายคนสามารถเอาทักษะนี้ไปทำเป็นอาชีพได้หลังการอบรม แต่ก็มีผู้ประกอบการเพาะเห็ดหลายๆรายถามเสมอถึงความยั่งยืนของอาชีพเพาะเห็ด ผมเองไม่ได้เพาะเห็ดเป็นอาชีพหลัก เพราะรับราชการ แต่เพาะเพื่อเป็นตัวอย่างในการอบรม และความหลงไหลส่วนตัว แต่ก็อยู่ในแวดวงวิชาชีพนี้นานจนมองเห็นว่าอาชีพนี้สามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ไม่น้อยหน้าอาชีพการเกษตรอื่นแต่อย่างใด สิ่งสำคัญผู้ประกอบการฟาร์มเห็ดควรต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ

1.มีความกระตือรือร้น และรักการศึกษาเรียนรู้วิชาการด้านนี้ไปตลอดชีวิต วิชาการเพาะเห็ดมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตอยู่ตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องติดตามเรียนรู้อยู่เสมอ

2.รู้จักประยุกต์ ดัดแปลง อุปกรณ์-เครื่องมไม้เครื่องมือ และเทคนิควิธีการในการผลิตให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง

3.อดทนต่อการรุกรานของศัตรูเห็ด เขาบอกว่าอาชีพอื่นเริ่มต้นยากแต่ทำไปนานๆจะชำนาญและง่าย แต่อาชีพเพาะเห็ดเริ่มต้นทำง่ายๆ แต่ต่อไปจะยิ่งยากเพราะศัตรูพืชใหม่จะแวะเวียนมาเยี่ยมตลอดเวลา แก้ไขปัญหาหนึ่งได้ก็เจอปัญหาใหม่ นักเพาะเห็ดจึงต้องใจยาว และอดทนเสมอ

4.ลดต้นทุนโดยการใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มาก และต้องมีวัสดุหลัก(ขี้เลื่อย)ที่มีสำหรับการผลิตสม่ำเสมอ

5.ไม่ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ความยั่งยืนจะเกิดได้ต้องผลิตก้อนเชื้อเห็ดด้วยตนเองในที่สุด นักเพาะเห็ดหลายรายยินดีกับการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอกเพราะไม่เสี่ยงต่อก้อนเสีย แต่ทำไปๆไม่คุ้มทุนเพราะเวลาเห็ดเยอะราคากลับถูก เวลาเห็ดแพงกลับไม่มีดอกเห็ดให้เก็บ และต้นทุนการผลิต(ค่าก้อน)ก็สูงครึ่งหนึ่งของการผลิตเอง จึงแนะนำให้ทำก้อนเชื้อเองดีที่สุด

6.ผลิตเห็ดป้อนตลาดในท้องถิ่นเป็นหลัก(หนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์ม หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งฟาร์มประมาณนั้น)อย่าเน้นตลาดกลางที่อยู่ห่างไกลเพราะเห็ดขนส่งไกลไม่ได้ น้ำมันแพง

7.เน้นชนิดเห็ดที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นเห็ดที่ชอบ เช่น ท้องถิ่นต้องการเห็ดนางฟ้า แต่ใจสมัครรักการเพาะเห็ดหอมจีน คนท้องถิ่นไม่ทานเห็ดหอมจีนก็เจ๋ง เพาะเห็ดอื่นๆได้เป็นผลผลิตเสริม และเพื่อการศึกษานิสัยใจคอเตรียมการสำหรับอานาคต

8.เงินที่ได้จากการขายผลผลิตเป็นทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กำไร พึงระลึกว่าเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตต้องจักสรรเป็นทุนหมุนเวียน อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่เช่นนั้น วัตถุดิบหมด ไม่มีเงินลงทุนใหม่ เพราะใช้เพลินนะครับ

9.วางแผนให้ได้ว่าจำหน่ายก้อนเป็นอาชีพเสริม หรือ อาชีพหลักดี หลายฟาร์มเคยเพาะดอกเห็ดต่อมาเห็นว่าขายก้อนเชื้อเห็ดดี เงินง่าย และเงินก้อน จึงขายก้อนจนไม่มีดอกเห็ดขาย ตลาดที่เคยรับซื้อดอกเห็ดเมื่อได้ดอกเห็ดไม่สม่ำเสมอก็ไม่รับอีกต่อไปจึงเสียตลาด ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขายก้อนก็ได้เงินไว ได้เงินเป็นก้อน ไม่เสี่ยง แต่จะมีคนซื้อส่ม่ำเสมอหรือไม่ ขายดอกเห็ดก็ได้เงินทุกวัน แต่ก็ต้องรู้จักเก็บเงิน เป็นต้นครับ

10.ซื้อสัตย์กับลูกค้านะครับ ไม่ว่าลูกค้าจร หรือ ลูกค้าประจำ เก็ดดอกเห็ดในระยะที่เหมาะสม ไม่แก่ ไม่เปียก ไม่แก้งเกินไป ไม่พ่นสารเคมี สด สะอาดนะครับ

ที่มา : http://www.gotoknow.org/posts/346590

ความยั่งยืนของอาชีพทำฟาร์มเพาะเห็ด

ผมได้ส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นกิจกรรมเสริมรายได้สำหรับเกษตรกร และส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นอาชีพ เพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ต้องส่งเสริมอาชีพการเกษตรทุกประเภท และรู้สึกอิมเอิบใจที่นักเรียนเกษตรกรหลายคนสามารถเอาทักษะนี้ไปทำเป็นอาชีพได้หลังการอบรมแต่ก็มีผู้ประกอบการเพาะเห็ดหลายๆรายถามเสมอถึงความยั่งยืนของอาชีพเพาะเห็ด ผมเองไม่ได้เพาะเห็ดเป็นอาชีพหลัก เพราะรับราชการ แต่เพาะเพื่อเป็นตัวอย่างในการอบรม และความหลงไหลส่วนตัว แต่ก็อยู่ในแวดวงวิชาชีพนี้นานจนมองเห็นว่าอาชีพนี้สามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ไม่น้อยหน้าอาชีพการเกษตรอื่นแต่อย่างใด สิ่งสำคัญผู้ประกอบการฟาร์มเห็ดควรต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ

ฟาร์มเห็ด

1.มีความกระตือรือร้น และรักการศึกษาเรียนรู้วิชาการด้านนี้ไปตลอดชีวิต วิชาการเพาะเห็ดมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตอยู่ตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องติดตามเรียนรู้อยู่เสมอ
2.รู้จักประยุกต์ ดัดแปลง อุปกรณ์-เครื่องมไม้เครื่องมือ และเทคนิควิธีการในการผลิตให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง
3.อดทนต่อการรุกรานของศัตรูเห็ด เขาบอกว่าอาชีพอื่นเริ่มต้นยากแต่ทำไปนานๆจะชำนาญและง่าย แต่อาชีพเพาะเห็ดเริ่มต้นทำง่ายๆ แต่ต่อไปจะยิ่งยากเพราะศัตรูพืชใหม่จะแวะเวียนมาเยี่ยมตลอดเวลา แก้ไขปัญหาหนึ่งได้ก็เจอปัญหาใหม่ นักเพาะเห็ดจึงต้องใจยาว และอดทนเสมอ
4.ลดต้นทุนโดยการใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มาก และต้องมีวัสดุหลัก(ขี้เลื่อย)ที่มีสำหรับการผลิตสม่ำเสมอ
5.ไม่ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ความยั่งยืนจะเกิดได้ต้องผลิตก้อนเชื้อเห็ดด้วยตนเองในที่สุด นักเพาะเห็ดหลายรายยินดีกับการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอกเพราะไม่เสี่ยงต่อก้อนเสีย แต่ทำไปๆไม่คุ้มทุนเพราะเวลาเห็ดเยอะราคากลับถูก เวลาเห็ดแพงกลับไม่มีดอกเห็ดให้เก็บ และต้นทุนการผลิต(ค่าก้อน)ก็สูงครึ่งหนึ่งของการผลิตเอง จึงแนะนำให้ทำก้อนเชื้อเองดีที่สุด
6.ผลิตเห็ดป้อนตลาดในท้องถิ่นเป็นหลัก(หนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์ม หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งฟาร์มประมาณนั้น)อย่าเน้นตลาดกลางที่อยู่ห่างไกลเพราะเห็ดขนส่งไกลไม่ได้ น้ำมันแพง
7.เน้นชนิดเห็ดที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นเห็ดที่ชอบ เช่น ท้องถิ่นต้องการเห็ดนางฟ้า แต่ใจสมัครรักการเพาะเห็ดหอมจีน คนท้องถิ่นไม่ทานเห็ดหอมจีนก็เจ๋ง เพาะเห็ดอื่นๆได้เป็นผลผลิตเสริม และเพื่อการศึกษานิสัยใจคอเตรียมการสำหรับอานาคต
8.เงินที่ได้จากการขายผลผลิตเป็นทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กำไร พึงระลึกว่าเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตต้องจักสรรเป็นทุนหมุนเวียน อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่เช่นนั้น วัตถุดิบหมด ไม่มีเงินลงทุนใหม่ เพราะใช้เพลินนะครับ
9.วางแผนให้ได้ว่าจำหน่ายก้อนเป็นอาชีพเสริม หรือ อาชีพหลักดี หลายฟาร์มเคยเพาะดอกเห็ดต่อมาเห็นว่าขายก้อนเชื้อเห็ดดี เงินง่าย และเงินก้อน จึงขายก้อนจนไม่มีดอกเห็ดขาย ตลาดที่เคยรับซื้อดอกเห็ดเมื่อได้ดอกเห็ดไม่สม่ำเสมอก็ไม่รับอีกต่อไปจึงเสียตลาด ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขายก้อนก็ได้เงินไว ได้เงินเป็นก้อน ไม่เสี่ยง แต่จะมีคนซื้อส่ม่ำเสมอหรือไม่ ขายดอกเห็ดก็ได้เงินทุกวัน แต่ก็ต้องรู้จักเก็บเงิน เป็นต้นครับ
10.ซื้อสัตย์กับลูกค้านะครับ ไม่ว่าลูกค้าจร หรือ ลูกค้าประจำ เก็ดดอกเห็ดในระยะที่เหมาะสม ไม่แก่ ไม่เปียก ไม่แก้งเกินไป ไม่พ่นสารเคมี สด สะอาดนะครับ
ที่มา :

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่
Page 1 of 11

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่