แนะนำสินค้าชีวภาพ

Posts Tagged ‘เทคนิค’

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

สวัสดีครับก่อนอื่นต้องถามๆกันก่อนว่าช่วงหนาวนี้เห็ดออกกันดีไหมครับ และคนที่ทำก้อนเชื้อเชื้อเดินช้าเร็วยังไงบ้างครับ

แต่ปกติเข้าหนาวเชื้อเห็ดจะเดินช้านิดหน่อยนะครับ วันนี้จึงมาแนะนำเทคนิคการหยอดเชื้อสำหรับคนที่ทำก้อนนะครับซึ่งบางท่านอาจจะใช้วิธีนี้อยู่แล้ว

นะครับแต่ที่ฟาร์มผมจะทำแบบนี้และสังเกตุว่าเชื้อมันเดินเต็มเร็วกว่าเดิม 3-5 วันครับ

วิธีมีอยู่ว่าก้อนหยอดเชื้อเห็ดเราต้องแคะเม็ดข้าวฟ่างให้แตกตัวก่อนให้ไหมครับ

ดังนั่นเราต้องแคะให้แตกตัวก่อนที่จะหยอดจริงประมาณ 2 วัน หลังจาก 2 วันเส้นใยเห็ดจะเริ่มสานตัวที่เม็ดข้างฟ่าง

จะเป็นสีขาวๆครับ แต่ไม่สานกันแน่นมาก พอจะหยอดลงก้อนเชื้อที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ก็นำมาเขย่าให้แตกร่วนครับและก็หยอดได้เลย

พอเม็ดข้าวฟ่างลงไปสัมผัสกับขี้เลื่อยปุปมันก็เริ่มเดินเชื้อต่อได้ทันทีครับ

 

เป็นเทคนิคง่ายๆครับ ลองนำไปทำดูครับ

เขียนและรายงานโดย  Siammushroom

เทคนิคการผลิตก้อนเชื้อคุณภาพสูง

โดย อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ นายกสมาคมนักวิจัยและผู้เพาะเห็ดแห่งประเทศไทย

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

ก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพ

 

สูตรอาหารเห็ดในน้ำหนัก 100 กิโลกรัม มีสูตรดังนี้

- ขี้เลื่อย ๗๐ กิโลกรัม

- ปุ๋ยหมัก (หากไม่มีปุ๋ยอาหารหมักให้ใช้ขี้เลื่อยเป็น ๙๐ กิโลกรัม) ๒๐ กิโลกรัม

- แร่ม้อนท์ ๓ กิโลกรัม – รำ ๗ กิโลกรัม

- น้ำมะพร้าวอ่อนหมักเชื้อพลายแก้ว ๑ ผล

- น้ำมะพร้าวอ่อนหมักเชื้อไมโตฟากัส ๑ ผล

- น้ำเปล่า

หมายเหตุ

: เชื้อพลายแก้ว ป้องกันกำจัดเชื้อรา

: เชื้อไมโตฟากัส ป้องกันกำจัดไร

: แร่ม้อนท์ ทำให้เส้นใยดอกเห็ดมีคุณภาพ

๑. นำวัสดุต่างๆ มาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างทั่วถึง (เชื้อพลายแก้ว และเชื้อไมโตฟากัสที่หมักแล้วนำมาผสมน้ำเปล่า ๑๐ – ๒๐ ลิตรก่อน แล้วโชยให้ทั่ว จากนั้นเติมน้ำเปล่าให้ความชื้น ๕๐-๖๐ % คลุกเคล้า)

๒. นำวัสดุอาหารเห็ดที่คลุกเคล้า และได้ความชื้นพอเหมาะแล้ว มากรอกใส่ถุงพลาสติกให้ได้น้ำหนักประมาณ ๘ ขีดถึง ๑ กิโลกรัม

๓. อัดให้แน่นพอประมาณ ระวังอย่าให้ถุงปริแตก หรือเสี้ยนตำถุง เพราะจะทำให้เมื่อนึ่งแล้วภายหลังอาจมีเชื้อปนเปื้อนได้จากรอยรั่ว ควรมีแผ่นยางรองเพื่อลดแรงกระแทก ป้องกันถุงปริแตกหรือเสี้ยนตำ

๔. ใส่คอขวด ดึงปากพลาสติกให้ถุงก้อนอาหารตึง

๕. ปั่นใยฝ้ายเป็นก้อนเป็นจุกปิด และปิดฝาครอบพลาสติกอีกชั้น

๖. นำเข้าเตานึ่ง เรียงอย่าให้เบียดแน่น ต้องให้ไอน้ำผ่านได้ทั่วถึง นึ่งด้วยไอน้ำร้อน เป็นเวลา ๓-๕ ชั่วโมง (นึ่งนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับขนาดของเตานึ่งด้วย) โดยเริ่มจับเวลาที่อุณหภูมิประมาณ ๑๐๐ องศาเซลเซียสหรือไอน้ำเดือด

๗. นึ่งครบเวลา นำมาตั้งให้เย็นรอใส่หัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง

๘. หัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง ก่อนเทใส่ในก้อนอาหารเห็ดที่นึ่งสุกแล้ว ต้องเขย่าให้ร่วนก่อน

๙. ก่อนใส่เชื้อเห็ด ต้องเช็ดหรือฆ่าเชื้อืที่มือ ด้วยแอลกอฮอล์ ๗๐ %

๑๐. ฉีดแอลกอฮอล์ ๗๐ % ฆ่าเชื้อที่บริเวณปากถุงด้วย

๑๑. ลนไฟปากขวด จนถึงคอขวดหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง เพื่อฆ่าเชื้อโรคหรือแมลงไร รา ที่เกาะติดอยู่

๑๒. ดึงจุกใยฝ้ายออก เทหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่างลงในก้อนอาหารเห็ด การเทหัวเชื้อเห็ดต้องเทในที่ไม่มีลมพัดผ่าน หรือในห้องที่ลมสงบนั่นเอง ต้องเทด้วยความชำนาญ และรวดเร็ว เพือ่ไม่ให้เชื้ออื่นปลิวตกลงไปปนเปื้อน เทเสร็จแล้วรีบอุดจุกใยฝ้ายกลับตามเดิม โดยช่วงเทจะอยู่ในมือตลอดเวลา ห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด

๑๓. อุดจุก ปิดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ รัดด้วยยางรัดอีกครั้ง หัวเชื้อข้าวฟ่าง ๑ ขวด เทใส่ก้อนอาหารเห็ดที่นึ่งแล้วได้ประมาณ ๒๕-๓๐ ก้อน

๑๔. นำก้อนอาหารเห็ดที่ใส่เชื้อแล้วขึ้นชั้นวาง ตั้งบ่มให้เส้นใยเจริญเต็มก้อน พร้อมที่จะนำไปเปิดดอกในโรงเปิดต่อไป ระยะเวลาเส้นใยเดินเต็มก้อนอาหารขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ดนั้นๆ

๑๕. เมื่อเส้นใยเดินเต็มก้อน เห็ดมีความพร้อมที่จะเปิดดอก นำก้อนเห็ดเข้าโรงเปิดดอก การวางก้อนง่ายสุดคือ วางซ้อนกันเป็นชั้นเป็นแถวแต่วางได้ไม่สูงนัก หรือวางแบบทรงเอ หรือแบบแขวนก้อน ฯลฯ การวางในลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นเป็นแถวไม่ควรวางซ้อนกันเกิดว่า ๖-๗ ก้อน เพราะหากวางซ้อนมากๆ ก้อนล่างๆ เห็ดจะออกน้อยหรือไม่ออกเลย เนื่องจากน้ำหนักที่กดลงมาทำให้เส้นใยเห็ดมีความเครียด การสร้างโรงเรือนเปิดดอก ไม่ควรสร้างหลังใหญ่หลังเดียว แต่ควรสร้างหลังย่อม ๆ หลายๆ หลัง เป็นการป้องกันการระบาดของโรคศัตรูเห็ด โรงเรือน ควรมีการระบายถ่ายเทอากาศดี แต่สามารถเก็บรักษาความชื้นได้ด้วย หากดอกเห็ดแห้ง แสดงว่าลมโกรก ความชื้นน้อย หากดอกแฉะเน่า แสดงว่าความชื้นมากเกินไป หากดอกเห็ดผิดรูป หงิกงอ เป็นได้ว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงเรือนมีมาก หรือถูกไรรบกวน

 

ที่มา : มนตรี บุญจรัส ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เป็นที่ทราบกันดีในวงการเพาะเห็ด ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟาง เห็ดนางรม-นางฟ้า เห็ดขอน ฯลฯ

ในเรื่องของแมลงศัตรูเห็ดที่ระบาดกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นไรศัตรูเห็ด แมลงหวี่ หนอนแมลงหวี่ เชื้อรา หรือแม้กระทั่งราเห็ด (เห็ดที่ไม่พึงประสงค์)

ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตเห็ดลดลง หรือหากระบาดหนักก็ไม่ได้ผลผลิตก็มี ทำให้ต้องขาดทุน

บางท่านถึงกับเข็ดขยาดกับการเพาะเห็ดไปเลยก็มี วันนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง “แมลงหวี่” ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญสำหรับการเพาะเห็ดอย่างหนึ่ง

ซึ่งการระบาดนั้นเกิดจากกลิ่นอับภายในโรงเรือน กลิ่นอับจากก้อนเชื้อเห็ด รวมถึงการหมักหมมเศษวัสดุต่าง ๆ ทั้งเนื้อเยื่อเห็ดหลังจากช้อนเขี่ยทำความสะอาดหน้าก้อน บางท่านก็ทิ้งไว้ที่พื้นโรงเรือน ทำให้เน่าบูด ซึ่งเป็นกลิ่นที่ดึงดูดแมลงหวี่จากภายนอกเข้ามาภายในโรงเรือนทั้งสิ้น

การระบาดของแมลงหวี่เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดหนอนชอนไชอยู่ในก้อน เกิดจากแมลงหวี่วางไข่ที่หน้าก้อน แล้วกลายเป็นหนอน ชอนไช กินเส้นใยเห็ด และชอนไชทำให้เส้นใยเห็ดเสียหาย อีกทั้งแมลงหวี่เมื่อมาตอมที่หน้าก้อนก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดเกิดเชื้อรา ทำให้ก้อนเชื้อเห็ดชะงักการออกดอก บางท่านไม่รู้วิธีแก้ไข ก็ทิ้งก้อนบ้างก็มี

ป้องกันแมลงหวี่ในโรงเรือนเพาะเห็ด

ป้องกันแมลงหวี่ในโรงเรือนเพาะเห็ด

ผู้เขียนจะขอพูดถึงวิธีการป้องกันที่เกษตรกรทุกท่านสามารถทำได้ดังนี้นะครับ

1. รักษาความสะอาดภายในโรงเรือน ไม่ทิ้งดอกเห็ด หรือเนื้อเยื่อหลังจากแคะทำความสะอาดหน้าก้อนไว้ที่พื้นโรงเรือน ควรเก็บให้แล้วนำไปทิ้งให้ห่างจากโรงเรือน

2. ใช้ภาชนะพลาสติกสีเหลือง (กระป๋องน้ำมันเครื่องเชลล์) ทากาวเหนียวดักแมลง แขวนทั้งภายในและภายนอกโรงเรือนให้ทั่ว ควรติดให้แขวนให้สูงเพื่อไม่ให้เกะกะในการทำงาน แขวนยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี วิธีการนี้จะทำให้แมลงหวี่ที่บินเข้าภายทั้งภายในและภายนอกเข้าไปติดกับดักที่เราทำไว้ ก็เป็นการลดประชากรของแมลงหวี่ไปด้วยอีกวิธีหนึ่ง

3. ผนังโรงเรือนทั้งภายในและภายนอกควรฉีดพ่นด้วยไทเกอร์เฮิร์บ (สมุนไพรผงรวมไล่แมลง) อัตรา 20-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก 7 วัน ซึ่งกลิ่นฉุนของไทเกอร์เฮิร์บจะทำให้แมลงหวี่ไม่กล้าเข้าไปวางไข่ภายในโรงเรือน และไม่กล้าเข้าใกล้โรงเรือน ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นผลดีในกรณีการเข้าระบาดของไรศัตรูเห็ดด้วยครับ

4. หว่านสเม็คไทต์ชนิดผงที่พื้นโรงเรือนที่ชื้นแฉะเนื่องจากการให้น้ำหรืออาจจะมีเศษดอกเห็ดเน่าสะสมอยู่ การหว่านสเม็คไทต์ให้หว่านบาง ๆ เพื่อดูดกลิ่นอับที่เกิดขึ้น ควรมีการหว่านเมื่อผู้เพาะเห็ดพบว่าภายในโรงเรือนมีกลิ่นอับ หรือกลิ่นเน่าเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งนี้วิธีการนี้จะเป็นการลดกลิ่นล่อแมลงหวี่เข้ามาอีกทางหนึ่ง

สำหรับผู้ที่พบแมลงหวี่อยู่ในโรงเรือนเพาะเห็ดแล้วก็ให้นำวิธีตั้งแต่ข้อที่ 1 จนถึงข้อสุดท้ายไปฏิบัติกันได้เลยครับ แต่หากพบว่ามีหนอนแมลงหวี่เข้าไปชอนไชอยู่ในก้อนเชื้อเห็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการหมักเชื้อบีทีชีวภาพด้วยสูตรต่าง ๆ ที่ชมรมฯ แนะนำ (แล้วแต่สะดวก) เมื่อหมักครบ 24 ชั่วโมง ก็ผสมน้ำ แล้วใช้สลิง (เครื่องมือฉีดยาของแพทย์) ดึงน้ำหมักบีทีชีวภาพขึ้นมาฉีดอัดไปที่บริเวณก้อนที่หนอนแมลงหวี่ระบาด เท่านี้ก็กำจัดหนอนแมลงหวี่ก่อนที่จะโตเต็มวัยกลายไปเป็นแมลงหวี่เข้ามาวางไข่ในก้อนเชื้อเห็ดได้อยู่หมัด ในทางกลับกันก้อนที่ไข่ของแมลงหวี่จะกลายเป็นหนอน บางก้อนอาจจะมีปัญหาเรื่องเชื้อราซึ่งตัวพาหะก็คือแมลงหวี่ สปอร์ของเชื้อราอาจจะติดขาติดตัวแมลงหวี่มา แล้วมาเกิดที่หน้าก้อนเชื้อเห็ดของเรา ก็ให้หมักบาซิลลัส-พลายแก้ว หมักให้ครบ 24 ชั่วโมง ผสมน้ำสเปรย์บาง ๆ เข้าไปที่หน้าก้อน หากเป็นในก้อนให้ใช้สลิงฉีดอัดไปบริเวณที่เกิดเชื้อรานั้น ๆ

หากผู้เพาะเห็ดมือใหม่ทั้งหลายเข้าไปสอบถามในเรื่องการเพาะเห็ดกับผู้ที่มีความชำนาญหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปรมาจารย์เห็ด” ก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “หากจะทำฟาร์มเพาะเห็ดให้ประสบความสำเร็จนั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงก็คือความสะอาดทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน ฟาร์มนั้น ๆ จะต้องมีการจัดการฟาร์มเห็ดที่ดี” ซึ่งหากผู้เพาะเห็ดทำได้ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำฟาร์มเพาะเห็ด

ที่มา : เขียนโดย นายสามารถ บุญจรัส (นักวิชาการ)

 

กาวเหนียวดักแมลงทาตรงที่พลาสติกสีเหลือง เอาไว้ล่อให้แมลงหวี่มาติดครับ

บีที บาซิลลัส ปราบหนอน ศัตรูเห็ด

บีที บาซิลลัส ปราบหนอน ศัตรูเห็ด

ถ้ามีหนอนเข้าทำลายก้อนเห็ดต้องใช้ นี้เลยครับ BT

สะเดา-สมุนไพรรวม-ไล่แมลง

สมุนไพรรวม-ไล่แมลง

สมุนไพรใช้สำหรับป้องกันและไล่แมลงศัตรูเห็ดครับ

Page 1 of 11

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่