แนะนำสินค้าชีวภาพ

Posts Tagged ‘เพาะเห็ด’

สยามเห็ดฟาร์ม ยินดีต้อนรับกรมวิชาการเกษตรและคณะฝึกผู้ตรวจ gap

ให้ความสนใจและมาฝึกตรวจสถานที่จริงของเราวันนี้

ทั้งสนุกสนานได้แลกเปลี่ยนความรู้กันไปแบบเต็มๆ แบบไม่มีกั๊กเลยครับ

 

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

อบรม ดูงาน เพาะเห็ด สยามเห็ดฟาร์ม (1)

Mid Year Sale โปรโมชั่นพิเศษกลางปี 2560
สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
ส่งฟรี… (ยกเว้นสินค้ายกลัง,ยกกระสอบ)
ตั้งแต่ 1-15 ก.ค. 2560 เท่านั้น! ช้าหมด อดโปรนะคร้าบ…

ติดต่อสอบถาม line id : @SiamMushroom

 

โปรโมชั่น-อุปกรณ์เพาะเห็ด-กลางปี

โปรโมชั่น-อุปกรณ์เพาะเห็ด-กลางปี

โปรโมชั่น-อุปกรณ์เพาะเห็ด-กลางปี

โปรโมชั่น-อุปกรณ์เพาะเห็ด-กลางปี

สองสามีภรรยา เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ตกเดือนละประมาณ 20,000 บาท เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะร้ายอาหารในตัวเมืองกระบี่ เตรียมเพิ่มผลผลิตเจาะตลาดโรงแรมในอนาคต

เห็ดโคนญี่ปุ่นสำหรับจังหวัดกระบี่แล้ว ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายหากเทียบกับเห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง แต่เห็ดโคนญี่ปุ่นกลับเป็นที่ต้องการของร้านอาหารเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไปส่วนใหญ่แล้วยังรู้จักและรับประทานเห็ดโคนญี่ปุ่นน้อยมาก

นายเตชินท์  แซ่ฉั่ว อายุ 41 ปี และนายสุภัจฉรี  แซ่ฉั่ว  อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่  413 ม.2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง  จ.กระบี่ สองสามีภรรยาที่จบการศึกษาในระดับ ปวช.ทั้งคู่ โดยที่นายนายเตชินท์  จบ ปวช.ช่างยนต์ จากวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ส่วนนางนายสุภัจฉรี  จบ ปวช.การบัญชี จากวิทยาวัยเทคนิคจันทบุรี  จากการใช้ชีวิตคู่จนมีลูกด้วยกัน 3 คน มีสวนยางพาราเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่ทั้งสองสามีภรรยาคิดอยู่ตลอดเวลาคือ ทำอย่างไรเพื่อที่จะไม่ต้องออกกรีดยาง ไม่ต้องตื่นตอนดึกประมาณ 01.00-02.00น.ของทุกคืนเพื่อออกไปกรีดยาง ต้องทนนอนทุกค่ำคืน เราจำเป็นที่จะต้องมีอาชีพหลักเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว แทนการกรีดยางพารา ซึ่งในบางครั้งราคาขึ้นลงไม่แน่นอน

ทำให้ทั้งสองสามีภรรยาเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่จะเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัวอย่างจริงจัง จากตำราในเรื่องของการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นตัวเอง  ประกอบกับนายสุภัจฉรี  ภรรยาเดิมเป็นคนจังหวัดจันทบุรี  ซึ่งมีการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอยู่แล้ว จึงได้เดินทางไปศึกษาดูงาน การเพาะเห็นโคนญี่ปุ่นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ม.4 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ทั้งในเรื่องหลักวิชาการ การดูแลรักษา การสร้างโรงเรือน การเก็บผลผลิต  จนมีความรู้สามารถที่จะนำมาใช้ได้จริง ทั้งสองสามีภรรยาจึงเริ่มทำการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในปี 2552 อย่างจริงจัง

ด้วยการลงทุนสร้างโรงเรือน ขนาดกว้าง  4 เมตร ยาว 6 เมตรแล้วแต่ขนาดของโรงเรือน  สั่งซื้อก้อนเพาะเชื้อ มาจากจังหวัดนครปฐม และจังหวัดจันทบุรี ในราคาก้อนละ 16 บาท บวกค่าขนส่ง บ่อมเชื้อทิ้งไว้ประมาณ 50 วัน รดน้ำแบบละอองน้ำในอุณหภูมิ 70-80 องศาเซลเซียส  1 วันรดน้ำประมาณ 2-3 ครั้งแล้วแต่สภาพอากาศ  7-10 วันก็สามารถเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้ โดยสามารถเก็บเห็ดโคนญี่ปุ่นขายวันละ 80- 100 กิโลกรัม หรือมากกว่านั้นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนการออกของเห็ด โดยจำหน่ายในกิโลกรัมละ 250 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 200 บาท

นายเตชินท์  เล่าให้ฝังว่า เริ่มเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นขายในปีแรกๆ ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครซื้อกิน  ทุกคนเมื่อเห็นเห็ดโคนญี่ปุ่นถามว่าเป็นเห็ดอะไรกินอย่างไร อร่อยไหม ใช้ประกอบอาหารอะไรได้บ้าง  รสชาติเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความอดทนในการทำความเข้าใจด้านการตลาดในการจำหน่ายเห็ดโคนญี่ปุ่นในช่วงแรกๆ เนื่องจากชาวบ้านไม่ยอมซื้อไปกินกัน ด้วยความที่ไม่ท้อแท้เข้ามาวางตลาดในตลาดสดเทศบาลตำบลเหนือคลอง และตลาดสดซิตติ้ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ บรรจุใส่ถุงพลาสติกใสถุงละ 2 ขีด ขีดละ 25 บาท ใส่ขายถุงละ50 บาท ตกกิโลกรัมละ 250 บาท  พร้อมติดโลโก้ เห็ดโคนญี่ปุ่น บ้านกฤษณา  ม.2 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง  จ.กระบี่ จำหน่ายหมดทุกครั้งเมื่อนำไปขาย และเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นก็หัดไปเจาะตลาดร้านอาหารในตัวเมืองกระบี่ เช่นอาหารร้านเรือนทิพย์  ร้ายก้อยกุลากาสัย ร้านน้องโจ๊ก และร้านราปู  ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำรายได้ให้กับครอบครัวตกเดือนละ 20,000 – 50,000 บาทเลยทีเดียว

ด้วยรสชาติเห็ดโคนญี่ปุ่นที่มีความกรอบนุ่ม มีรสชาติของเห็ดไม่ตกเวลาปรุงแต่งอาหาร ต้มไว้ได้นานไม่เฉาหรือเปลี่ยนรูปร่างของเห็ดแต่อย่างใด ดูสดตลอดเวลา เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วบำรุงหัวใจ แก้โรคหดหู่

ในอนาคตเตรียมบุกตลาดโรงแรมเพื่อเพิ่มยอดขายให้กว้างมากขึ้นและใหญ่ขึ้น รวมทั้งเพิ่มกำลังการผลิต จากปัจจุบันมีการสั่งก้อนเพาะเชื้อ 2,000 ก้อนในการผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่น แต่เมื่อมีการขยายตลาดไปยังกลุ่มโรงแรม ซึ่งหมายถึงว่าเห็ดโคนญี่ปุ่นเจาะตลาดโรงแรมซึ่งเป็นตลาดด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นการผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่นจำเป็นที่จะต้องเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า จำเป็นที่จะต้องทำการเพิ่มก้อนเพาะเชื้อมาเป็น  5,000 -20,000 ก้อนอย่างต่ำ รวมทั้งการขยายโรงเรือนเพิ่มเติมขึ้น

คาดว่าเมื่อสามารถเจาะตลาดโรงแรมสำเร็จการจำหน่ายเห็ดโคนญี่ปุ่นจะทำรายได้ให้กับครอบครัวไม่ตำกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นไม่ว่าอาชีพอะไรก็ตามหากเราลงมือทำอย่างจริงจังและมีเป้าหมายมีตลาดที่แน่นอน ก็จะประสบความสำเร็จในอาชีพที่เรากำลังทำนายเตชินท์ กล่าว

ที่มา : http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=110199

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าหน้าร้อนแล้วครับ ลองดูสายพันธ์เห็ดดีๆนะครับ เลือกให้เหมาะสมกับฤดูกาลครับ

ได้ยินผู้เพาะเห็ดหลายคนบ่น อย่างท้อใจว่าช่วงนี้ (เมษายน-พฤษภาคม)เห็ดนางฟ้าไม่ออกดอกเลย แม้ว่าจะดูแลรดน้ำวันละหลายๆครั้ง และในโรงเรือนไม่ร้อนมากนัก ได้ติดตามสอบสวนความจริง พบว่ามีเหตุผลหลายประการ ดังนี้

1.เกษตรกรไม่เปลี่ยนสายพันธุ์เห็ดเลยตลอดทั้งปี โดยส่วนมากเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน

2.เกษตรกรไม่ทราบว่าเห็ดแต่ละสายพันธุ์ โดยเฉพาะเห็ดตระกูลนางฟ้า-นางรม มีความชื่นชอบสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิต่างกันมาก

3.เกษตรกรไม่ได้เป็นผู้ผลิตเชื้อเห็ดเองจึงไม่มีโอกาศเลือกสายพันธุ์เห็ดที่ต้องการ

ดังนั้นจึงพบเสมอว่าเกษตรกรบางรายมีก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฐานนับหมื่นก้อนที่เปิดดอก แต่ได้ผลผลิตน้อยในแต่ละวัน ดังนั้นจึงอยากให้เกษตรกรได้หาแหล่งพันธุ์เห็ดที่เชื่อถือได้ เพื่อลองเปลี่ยนเห็ดที่ออกดอกได้ดีในฤดูนี้ ร่วมถึงพันธุ์เห็ดที่เหมาะสมกับฤดูอื่นๆด้วย เช่น ฤดูหนาว ควรเลือกเพาะเห็ด นางฟ้า หรือ นางฟ้าภูฐาน  หรือ เห็ดหอม เห็ดโคนญี่ปุ่น(ยานางิ) ส่วนในฤดูฝน ควรเพาะ เห็ด ฮังการี หรือ ภูฐานครีม  หรือเห็ดหุหนู และในฤดูร้อน ควร เพาะเห็ดนางรมขาว หรือ นางรมฮังการรี และอาจเพาะเห็ดที่ชอบอากาศร้อน เช่น เห็ดลม(เห็ดบด) หรือ เห้ดขอนขาว(เห็ดม่วง) เสริมก็ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเพาะเห็ดนางฟ้า และโดยเฉพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน เพราะไม่ชอบอากาศร้อน และแห้ง ซึ่งให้ผลผลิตไม่ดีเลยในฤดูร้อนนี้ รู้อย่างนี้แล้วลองเปลี่ยนสายพันธุ์เห็ดเพาะตามฤดูกาลนะครับ

ถ้าทำก้อนเชื้อเดือนกุมภานี้ ก็จะได้เปิดดอกประมาณเดือน มีนาคม 2556 ซึ่งคาดว่าอากาศน่าจะร้อนมากขึ้นละครับ

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

ความยั่งยืนของอาชีพทำฟาร์มเพาะเห็ด

ผมได้ส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นกิจกรรมเสริมรายได้สำหรับเกษตรกร และส่งเสริมการเพาะเห็ดเป็นอาชีพ เพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ต้องส่งเสริมอาชีพการเกษตรทุกประเภท และรู้สึกอิมเอิบใจที่นักเรียนเกษตรกรหลายคนสามารถเอาทักษะนี้ไปทำเป็นอาชีพได้หลังการอบรมแต่ก็มีผู้ประกอบการเพาะเห็ดหลายๆรายถามเสมอถึงความยั่งยืนของอาชีพเพาะเห็ด ผมเองไม่ได้เพาะเห็ดเป็นอาชีพหลัก เพราะรับราชการ แต่เพาะเพื่อเป็นตัวอย่างในการอบรม และความหลงไหลส่วนตัว แต่ก็อยู่ในแวดวงวิชาชีพนี้นานจนมองเห็นว่าอาชีพนี้สามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ไม่น้อยหน้าอาชีพการเกษตรอื่นแต่อย่างใด สิ่งสำคัญผู้ประกอบการฟาร์มเห็ดควรต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ

ฟาร์มเห็ด

1.มีความกระตือรือร้น และรักการศึกษาเรียนรู้วิชาการด้านนี้ไปตลอดชีวิต วิชาการเพาะเห็ดมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการการผลิตอยู่ตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องติดตามเรียนรู้อยู่เสมอ
2.รู้จักประยุกต์ ดัดแปลง อุปกรณ์-เครื่องมไม้เครื่องมือ และเทคนิควิธีการในการผลิตให้เหมาะสมกับฟาร์มของตนเอง
3.อดทนต่อการรุกรานของศัตรูเห็ด เขาบอกว่าอาชีพอื่นเริ่มต้นยากแต่ทำไปนานๆจะชำนาญและง่าย แต่อาชีพเพาะเห็ดเริ่มต้นทำง่ายๆ แต่ต่อไปจะยิ่งยากเพราะศัตรูพืชใหม่จะแวะเวียนมาเยี่ยมตลอดเวลา แก้ไขปัญหาหนึ่งได้ก็เจอปัญหาใหม่ นักเพาะเห็ดจึงต้องใจยาว และอดทนเสมอ
4.ลดต้นทุนโดยการใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มาก และต้องมีวัสดุหลัก(ขี้เลื่อย)ที่มีสำหรับการผลิตสม่ำเสมอ
5.ไม่ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ความยั่งยืนจะเกิดได้ต้องผลิตก้อนเชื้อเห็ดด้วยตนเองในที่สุด นักเพาะเห็ดหลายรายยินดีกับการซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอกเพราะไม่เสี่ยงต่อก้อนเสีย แต่ทำไปๆไม่คุ้มทุนเพราะเวลาเห็ดเยอะราคากลับถูก เวลาเห็ดแพงกลับไม่มีดอกเห็ดให้เก็บ และต้นทุนการผลิต(ค่าก้อน)ก็สูงครึ่งหนึ่งของการผลิตเอง จึงแนะนำให้ทำก้อนเชื้อเองดีที่สุด
6.ผลิตเห็ดป้อนตลาดในท้องถิ่นเป็นหลัก(หนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์ม หรือ หนึ่งอำเภอหนึ่งฟาร์มประมาณนั้น)อย่าเน้นตลาดกลางที่อยู่ห่างไกลเพราะเห็ดขนส่งไกลไม่ได้ น้ำมันแพง
7.เน้นชนิดเห็ดที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นเห็ดที่ชอบ เช่น ท้องถิ่นต้องการเห็ดนางฟ้า แต่ใจสมัครรักการเพาะเห็ดหอมจีน คนท้องถิ่นไม่ทานเห็ดหอมจีนก็เจ๋ง เพาะเห็ดอื่นๆได้เป็นผลผลิตเสริม และเพื่อการศึกษานิสัยใจคอเตรียมการสำหรับอานาคต
8.เงินที่ได้จากการขายผลผลิตเป็นทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กำไร พึงระลึกว่าเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตต้องจักสรรเป็นทุนหมุนเวียน อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่เช่นนั้น วัตถุดิบหมด ไม่มีเงินลงทุนใหม่ เพราะใช้เพลินนะครับ
9.วางแผนให้ได้ว่าจำหน่ายก้อนเป็นอาชีพเสริม หรือ อาชีพหลักดี หลายฟาร์มเคยเพาะดอกเห็ดต่อมาเห็นว่าขายก้อนเชื้อเห็ดดี เงินง่าย และเงินก้อน จึงขายก้อนจนไม่มีดอกเห็ดขาย ตลาดที่เคยรับซื้อดอกเห็ดเมื่อได้ดอกเห็ดไม่สม่ำเสมอก็ไม่รับอีกต่อไปจึงเสียตลาด ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขายก้อนก็ได้เงินไว ได้เงินเป็นก้อน ไม่เสี่ยง แต่จะมีคนซื้อส่ม่ำเสมอหรือไม่ ขายดอกเห็ดก็ได้เงินทุกวัน แต่ก็ต้องรู้จักเก็บเงิน เป็นต้นครับ
10.ซื้อสัตย์กับลูกค้านะครับ ไม่ว่าลูกค้าจร หรือ ลูกค้าประจำ เก็ดดอกเห็ดในระยะที่เหมาะสม ไม่แก่ ไม่เปียก ไม่แก้งเกินไป ไม่พ่นสารเคมี สด สะอาดนะครับ
ที่มา :

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่
Page 1 of 212

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่