แนะนำสินค้าชีวภาพ

Posts Tagged ‘เห็ดนางฟ้า’

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าหน้าร้อนแล้วครับ ลองดูสายพันธ์เห็ดดีๆนะครับ เลือกให้เหมาะสมกับฤดูกาลครับ

ได้ยินผู้เพาะเห็ดหลายคนบ่น อย่างท้อใจว่าช่วงนี้ (เมษายน-พฤษภาคม)เห็ดนางฟ้าไม่ออกดอกเลย แม้ว่าจะดูแลรดน้ำวันละหลายๆครั้ง และในโรงเรือนไม่ร้อนมากนัก ได้ติดตามสอบสวนความจริง พบว่ามีเหตุผลหลายประการ ดังนี้

1.เกษตรกรไม่เปลี่ยนสายพันธุ์เห็ดเลยตลอดทั้งปี โดยส่วนมากเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน

2.เกษตรกรไม่ทราบว่าเห็ดแต่ละสายพันธุ์ โดยเฉพาะเห็ดตระกูลนางฟ้า-นางรม มีความชื่นชอบสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิต่างกันมาก

3.เกษตรกรไม่ได้เป็นผู้ผลิตเชื้อเห็ดเองจึงไม่มีโอกาศเลือกสายพันธุ์เห็ดที่ต้องการ

ดังนั้นจึงพบเสมอว่าเกษตรกรบางรายมีก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฐานนับหมื่นก้อนที่เปิดดอก แต่ได้ผลผลิตน้อยในแต่ละวัน ดังนั้นจึงอยากให้เกษตรกรได้หาแหล่งพันธุ์เห็ดที่เชื่อถือได้ เพื่อลองเปลี่ยนเห็ดที่ออกดอกได้ดีในฤดูนี้ ร่วมถึงพันธุ์เห็ดที่เหมาะสมกับฤดูอื่นๆด้วย เช่น ฤดูหนาว ควรเลือกเพาะเห็ด นางฟ้า หรือ นางฟ้าภูฐาน  หรือ เห็ดหอม เห็ดโคนญี่ปุ่น(ยานางิ) ส่วนในฤดูฝน ควรเพาะ เห็ด ฮังการี หรือ ภูฐานครีม  หรือเห็ดหุหนู และในฤดูร้อน ควร เพาะเห็ดนางรมขาว หรือ นางรมฮังการรี และอาจเพาะเห็ดที่ชอบอากาศร้อน เช่น เห็ดลม(เห็ดบด) หรือ เห้ดขอนขาว(เห็ดม่วง) เสริมก็ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเพาะเห็ดนางฟ้า และโดยเฉพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน เพราะไม่ชอบอากาศร้อน และแห้ง ซึ่งให้ผลผลิตไม่ดีเลยในฤดูร้อนนี้ รู้อย่างนี้แล้วลองเปลี่ยนสายพันธุ์เห็ดเพาะตามฤดูกาลนะครับ

ถ้าทำก้อนเชื้อเดือนกุมภานี้ ก็จะได้เปิดดอกประมาณเดือน มีนาคม 2556 ซึ่งคาดว่าอากาศน่าจะร้อนมากขึ้นละครับ

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

ใกล้ถึงฤดูร้อนเพาะเห็ด นางรม แทน เห็ดนางฟ้า ได้ผลดีกว่า

วิธีแสนง่ายหลายคนสงสัย ทำไมอยู่นานจัง ไม่เนาหรือ

วิธีทำให้ก้อนเชื้อเห็ดอยู่ยาวนาน

วิธีทำให้ก้อนเชื้อเห็ดอยู่ยาวนาน

ตอบง่ายๆ ไม่เน่ามีวิธี

1. อย่ารดน้ำบ่อยเกินไป ก้อนเห็ดทำจากขี้เลื้อยรดมากมันเปียก ก้อนเห้ดไม่ได้ ทำจากหญ้ามันจะได้ไม่เน่า ต้องเข้าใจต้องนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

2. เห็ดต้องการความชื้นไม่ได้ต้องการหยดน้ำจำนวนมาก

3. เวลาเห็ดไม่ออกเราต้องรู้จักพักหน้าก้อนบ้าง อย่าเอาแต่เงินอย่างเดียว ถ้าคิดแต่จะรดน้ำ ไม่เกิน3เดือน ก้อนเน่าเสียแล้ว

4. ต้องรู้ว่าเห็ดที่เราทำพักหน้ากี่วัน ก็หยุดรดน้ำเท่านั้น พักรดน้ำ1ใน3ของการพัก หน้าเห็ด เช่น นางฟ้าพัก10วัน หยุดรด4วัน

5. ถ้าฝนตกอย่ารด ความชื้นในอากาศมีมากพอแล้ว ถ้ารู้สึกเห็ดดอกแห้ง ให้ใช้พ่นฝอยพอชุ่มชื้น

6. ใช้น้ำหมักฉีดพ่นบ้างอาทิตย์ละครั้งก็ดี เพื่อให้จุลลินซีเข้าไปทำงาน ก้อนเห็ดจะได้ไม่เป็นราชนิดอื่น

7. โรงเรือนสะอาดพอไหม หน้าก้อนเห้ดสะอาดไหม หลังก้อนเห้ดมีเห้ด เก็บออกหรือยัง ถ้ายัง จัดการซะ

8. อย่าปล่อยให้เห็ดดอกใหญ่เกินไป อาหารในก้อนจะหมดไว

9. อย่าขยันเกินไป พวกชอบรดน้ำตอนตี4-ตี5 เลิกซะ ความชื้นมันสูง ไม่ดี

 

ที่มา: รักบ้านเกิด.คอม

 

1.ปัญหาหน้าถุงเห็ดเหลืองและเน่า สาเหตุ   น้ำเข้าถุงเห็ด การแก้ไข ใช้มีดกรีดเล็ก ๆ ใต้ขอบถุงเพื่อระบาย น้ำออกแล้วเอาเห็ดที่เน่าออกให้สะอาด

2.ปัญหา เห็ดดอกแรกเหี่ยวแห้งเหลือ สาเหตุ   แคะหน้าถุงแล้วขี้เลื่อยแตกทำให้ เส้นใยประสานกันช้า ความชื้นในโรงเรือนน้อย   การแก้ไข เก็บดอกที่เหี่ยวทิ้ง เพิ่มความชื้นในโรงเรือนโดยการรดน้ำ แก้ไขโรงเรือนอาจมีลมโกรกมากไป

3.ปัญหา ดอกเห็ดเน่าเปียกและเหลือง สาเหตุ   ความชื้นในโรงเรือนมากเกินไป อากาศในโรงเรือนไม่ถ่ายเท   การแก้ไขลดการให้น้ำภายในโรงเรือน ถ้าดอกเห็ดภายในโรงเรือนบาน เป็นส่วนใหญ่ควรรดน้ำน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ   เพื่อป้องกันน้ำขังบน ดอกและทำให้เน่าเหลืองได้   ปรับทิศทางระบายอากาศภาย ในโรงเรือนเพื่อให้มีการถ่ายเทที่ดีขึ้น   ในเวลากลางคืนให้เปิดประตูโรงเรือน เพื่อไล่ความชื้นและอากาศเก่าออก

4.ปัญหา ภายในโรงเรือนอบอ้าว สาเหตุทิศทางระบายอากาศไม่ดี การแก้ไข   เปิดหรือปรับช่องระบายอากาศของโรงเรือน ปัญหาแมลงสาบบุก ผู้เพาะเห็ดมือใหม่   อาจพบปัญหา แมลงสาบมาแทะกินดอกเห็ด อาจมีเพียงเล็กน้อย ดอกเห็ดแหว่ง ไม่สวย ขายไม่ได้ราคา แต่บางรายปลูกเรือนเพาะเห็ดใกล้ท่อระบายน้ำ เวลาเห็ดออกดอกอาจมีแมลงสาบเข้ามาเป็นฝูง อาจกัดกินเห็ดจนโกร๋นเหลือแต่ก้านดอก การป้องกันกำจัดแมลงสาบทำได้หลายวิธีร่วมกัน ควรทำตั้งแต่เริ่มมีปัญหาเพียงเล็กน้อย   อย่ารอให้ปัญหาใหญ่ หรือแมลงสาบขยายพันธุ์จนมีมาก   เมื่อพบร่องรอยการกัดแทะดอกเห็ดให้สำรวจ ว่าแมลงสาบหลบซ่อนที่ใด เข้ามาสู่บริเวณที่ดอกเห็ดอย่างไร หากไต่ขึ้นทางต้นเสาอาจใช้กาวสองหน้าติดรอบเสา ซึ่งจะทำลายหนวดและขาของแมลงสาบได้จำนวนหนึ่ง   ถ้าแมลงสาบเข้ามาโดยการบิน ให้เลือกจุดที่เหมาะสมให้แมลงเข้าเรือนเพาะเห็ดเห็นได้ง่าย จุดนี้ติดตั้งหลอดแบล็คไลท์ เปิดไฟเวลากลางคืนใช้กะละมังใส่น้ำใส่สารลดแรงตึงผิวของน้ำ   เช่น ALS 29 หรือผงซักฟอก เพื่อให้แมลงมาเล่นไฟแล้วตกน้ำ   จมน้ำตายได้ง่ายขึ้น หากสามารถหากรงดักแมลงสาบมา   ใช้ได้ก็ควรนำมาใช้ด้วย เส้นทางออกจากที่ซ่อนจะมาก้อนเห็ดนั้นควรมี ถาดเหยื่อพิษวางไว้ให้แมลงสาบกิน   ก็ลดแมลงสาบได้อีกส่วนหนึ่ง แมลงสาบยังถูกล่อได้ด้วยกลิ่นที่ใช้ล่อแมลงอื่นๆ   เช่น กลิ่นล่อแมลงวันผลไม้ เป็นต้น แม้ขวดน้ำอัดลม ขวดเหล้าเบียร์ มีเศษ   เหลือตกค้าง จับวางทางตั้งเติมน้ำ 1 ใน 3 ของขวดตั้งไว้ แมลงสาบจะเข้าไปสำรวจจมน้ำในขวดขึ้นมาไม่ได้   สัตว์ที่กินแมลงสาบได้ดีในธรรมชาติ คือ ต๊กโต (ตุ๊กแก)   ซึ่งจะตามกลิ่นสาบไปและจับแมลงสาบกิน ผู้เพาะเห็ดจึงไม่ควรรังเกียจเสียงร้องและ รูปร่างของสัตว์ที่กินแมลงสาบและแมลงอื่น การมีต๊กโตจะช่วยลดจิ้งจกให้น้อยลงด้วยส่วนหนึ่ง   และลดหนูขนาดเล็กๆ ลงไปด้วย

ที่มา : อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ, ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เห็ดนางฟ้า การเพาะเห็ดนางฟ้า-นางรมในท่อซีเมนต์ แบบประหยัด
โรงเรือนเพาะเห็ด ปัจจุบันมีเกษตรกร และผู้ที่สนใจในการเพาะเห็ด ทั้งการเพาะไว้รับประทานในครัวเรือน หรือเพาะในเชิงการค้า แต่ปัญหาสำคัญ ที่มักจะพบก็คือโรงเรือนเพาะเห็ดแบบที่เห็นอยู่นี้ ต้องใช้ต้นทุนสูง
วันนี้ มีวิธีเพาะเห็ด โดยไม่ต้องพึ่งโรงเรือนเพาะ ซึ่งทางศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ ละโว้ธานี จังหวัดลพบุรี ได้นำมาใช้ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องลงทุนสูง
วิธีการนี้ได้นำแนวคิด มาจากโรงเรือนเพาะเห็ดที่ทางศูนย์ฯ สร้างขึ้นเป็นโรงเรือนปูนซีเมนต์ ซึ่งสามารถเก็บรักษาความชื้นได้ดี จึงทดลองนำวงบ่อซีเมนต์ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า มาทดลองเพาะเห็ดนางฟ้า
โดยนำวงบ่อซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร มาวางพิง ผนัง ในลักษณะตะแคง ในพื้นที่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง สำหรับวงบ่อซีเมนต์ที่นำมาใช้ หากเป็นวงบ่อที่มีด้านเปิดด้านเดียว สามารถวางตั้งได้เลย แต่ถ้าใช้วงบ่อกลวง ให้นำแผ่น ไม้อัด มาปิดด้านใดด้านหนึ่งไว้ จากนั้นนำก้อนเชื้อเห็ด มาวางเรียงกันในวงบ่อให้เต็ม คล้ายกับวางก้อนเห็ดในโรงเรือน โดยจะวางก้อนเชื้อเห็ดได้ประมาณ 60 ก้อน ส่วน การดูแล จะคล้ายกับการเพาะเห็ดในโรงเรือน คือ รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ในเวลาเช้า และเย็น แต่พอรดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดปากวงบ่อซีเมนต์ด้วยไม้อัด ขนาดเท่าขอบบ่อ เพื่อรักษาความชื้น ดอกเห็ดจะค่อย ๆ ทยอยออก ทั้งปริมาณและคุณภาพของดอกเห็ดที่ได้ ยังใกล้เคียงกับก้อนเชื้อเห็ดที่เพาะในโรงเรือนอีกด้วย
ปกติแล้วโรงเรือนทั่วไป มีต้นทุนเกือบ 1 หมื่นบาท แต่วิธีนี้ไม่ต้อง สร้างโรงเรือนให้ยุ่งยาก ที่สำคัญสามารถเคลื่อนย้ายวงบ่อไปเพาะเห็ดได้ตามต้องการโดยเสียค่าวงบ่อ เพียงบ่อละไม่เกิน 150 บาทเท่านั้นครับ

การเพาะเห็ดนางฟ้า-นางรมในท่อซีเมนต์

ที่มา : http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=8&d=121076

 

ข้อมูลพื้นฐานในการเพาะเห็ด


เห็ด หมายถึง สิ่งมีชีวิตในกลุ่มจุลินทรีย์ที่เรียกว่า รา มีการเจริญเป็นเส้นใยและสร้างสปอร์ในส่วนของดอกเห็ดเพื่อใช้ขยายพันธุ์ จัดอยู่ในกลุ่ม Basidiomycotina และ Ascomycotina เนื่องจากเห็ดไม่มีคลอโรฟิลล์แบบพืชจึงไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง แต่เห็ดมีบทบาทที่สาคัญต่อระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ กล่าวคือ เป็นตัวการย่อยสลายเศษซากพืชซากสัตว์ซึ่งได้แก่ ไม้ล้ม ไม้ยืนต้นตาย กิ่งไม้ ใบไม้ ผล เมล็ด และมูลสัตว์ต่าง ๆ ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นดิน อินทรียวัตถุในดิน 90% ของเศษซากพืชเหล่านี้เป็นเนื้อไม้ที่มีเซลลูโลส (cellulose) และลิกนิน (lignin)เป็นองค์ประกอบหลักที่ย่อยสลายยาก ทาให้เกิดวงจรธาตุอาหารที่สมบูรณ์ ซึ่งเห็ดจะผลิตเอนไซม์ออกมาย่อยสิ่งเหล่านี้ให้สลายเป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารให้กับพืช และจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ
ปัจจัยที่มีผลต่อการเพาะเห็ด

  • ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ในระยะที่เห็ดพัฒนาเป็นดอก หากโรงเรือนมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงก็จะทาให้ดอกเห็ดมีลักษณะผิดปกติได้ ดังนั้น โรงเรือนเพาะเห็ดควรดูแลให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งจะช่วยให้ดอกเห็ดเจริญไปเป็นดอกที่สมบูรณ์ได้
  • ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เห็ดชอบความเป็นกลาง(pH7) หรือเป็นกรดเล็กน้อย
  • แรงดดึงดูดของโลก เห็ดที่มีลักษณะเป็นทรงร่ม จะเจริญในแนวต้านแรงดึงดูดของโลก ไม่ว่าจะจับวางในตาแหน่งใด ส่วนเห็ดหิ้งจะเจริญในแนวขนานกับพื้นโลก (อินเตอร์เน็ต)
  • ความชื้นของอากาศ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเห็ดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในระยะเปิดก้อนเห็ด เห็ดต้องการความชื้นค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงจาเป็นต้องเปิดก้อนเชื้อภายในโรงเรือนที่เก็บความชื้นได้ และรักษาระดับความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับ 70-80 เปอร์เซ็นต์
  • แสงสว่าง มีผลต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตของดอกเห็ดมาก เนื่องจากแสงสว่างจะช่วยกระตุ้นการรวมตัวของเส้นใย และพัฒนากลายเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์
  • อุณหภูมิ มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของเห็ดมาก อุณหภูมิที่เห็ดแต่ละชนิดใช้สาหรับการเจริญเติบโตของเส้นใยจะสูงกว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเกิดดอกเห็ดเล็กน้อย

 

การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก
เห็ดที่ทาการเพาะในถุงพลาสติก ได้แก่
1. เห็ดนางฟ้า
2. เห็ดนางรม
3. เห็ดเป๋าฮื้อ
4. เห็ดโคนญี่ปุ่น
ลักษณะทางด้านชีววิทยาของเห็ดที่เพาะในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดาริ มีดังนี้

 

1. เห็ดนางฟ้า (Phoenix Oyster Mushroom)

 

ภาพเห็ดนางฟ้า

เห็ดนางฟ้า

 

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Pleurotus sajor-caju (Fr.) Sing
ชื่อสามัญ : เห็ดนางฟ้า
ลักษณะดอก : ดอกเห็ดเกิดเป็นกลุ่มจานวน 6 ดอกโดยประมาณ หมวกดอกมีเนื้อแน่นสีน้าตาลดาอมเทา ก้านดอกยาว มีครีบดอกสีขาว ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-8 เซนติเมตร
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 30 – 40 วัน ที่อุณหภูมิ30-33 C
ระยะออกดอก : เห็ดออกดอกเก็บไว้ได้นาน 3-4 เดือน ที่อุณหภูมิ 20-30 C ความชื้นสัมพัทธ์ 75-85 %
ผลผลิตเฉลี่ย : 250-300 กรัม / ถุง
ปัญหาในการเพาะ : ก้อนเชื้อมักจะเสีย เนื่องจากมีเชื้อราอื่นปนเปื้อน การแก้ไขสามสรถทาได้โดยไม่ควรใส่อาหารเสริมในก้อนเชื้อมากเกินไป นึ่งฆ่าเชื้อในก้อนขี้เลื่อยที่อุณหภูมิประมาณ 90-100 C นาน 2 ชั่วโมง และทาความสอาดโรงเรือนอยู่เสมอหลังจากสิ้นการเปิดดอกในแต่ละรุ่น
ประโยชน์ทางยา : ลดไขมันในเส้นเลือด และ ต่อต้านมะเร็ง

 

2. เห็ดนางรม (Oyster Mushroom)

 

ภาพเห็ดนางรม

เห็ดนางรม

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pleurotus ostreatus (jacq.ex Fr.) Kumn
ชื่อสามัญ : เห็ดนางรมขาว, เห็ดนางรม
ลักษณะดอก : เกิดเป็นกลุ่มจานวน เฉลี่ย/ถุง 8 ดอก มีสีน้าตาลหรือเทา หมวกดอกคล้ายหอยนางรม ครีบดอกเป็นแผ่นบาง ๆ ดอกค่อนข้างใหญ่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เซนติเมตร ก้านดอกชูขึ้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 30-40 วัน ที่อุณหภูมิ30-35C
ระยะออกดอก : เห็ดออกดอกเก็บไว้ได้นาน 3-4 เดือน อุณหภูมิ 20-30 C ความชื้นสัมพัทธ์ 75-85 %เห็ดต้องการแสงสว่างอย่างน้อย 40 % ต่อวัน
ผลผลิตเฉลี่ย : น้าหนักดอก 78.89 กรัม / ถุงโดยเฉลี่ย ผลผลิตจะสูง เนื้อดอกจะแน่นมีน้าหนักดี เมื่อเพาะในช่วงอากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-26 C ( ช่วงฤดูฝน )
ปัญหาในการเพาะ : เห็ดออกดอกช้าหลังจากเปิดถุงแล้ว แต่สามารถแก้ไขได้โดย หลังจากที่เส้นใยเดินเต็มถุงแล้ว ควรปล่อยให้เส้นใยรัดตัวให้แน่นประมาณ 8-10 จากนั้นจึงเปิดถุง
ประโยชน์ทางยา : ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น, ระงับการปวดตามข้อ, ยับยั้งการก่อมะเร็ง และ ลดไขมันใน
เส้นเลือด

 

3. เห็ดเป๋าฮื้อ (Abalone Mushroom)

 

ภาพเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pleurotus cystidiosus O.K. miller
ชื่อสามัญ : เห็ดเป๋าฮื้อ
ลักษณะดอก : ดอกเห็ดมีสีน้าตาล หรือ ขาวนวล คล้ายหอย ทะเล ดอกหนา ผิวดอกมีสีคล้ามีขนาด เส้นผ่าน ศูนย์กลางดอกประมาณ 9 เซนติเมตร ก้านดอก อวบมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางก้านประมาณ 2เซนติเมตรความยาวก้านประมาณ 8 เซนติเมตรมีจานวนดอกประมาณ 2 ดอก/ถุง การออกดอก แต่ละรุ่นพร้อมกัน และสม่าเสมอ
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเดินเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม)ใช้เวลา 40-50 วัน ที่อุณหภูมิ 28-32 C
ระยะออกดอก : เห็ดเริ่มออกดอกหลังจากเส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อยแล้ว 10-15 วัน และเห็ดจะออกดอกแต่ละรุ่นห่างกัน 20 วัน ที่อุณหภูมิ 28-32 C ความชื้นสัมพัทธ์ 80-85 % ต้องการแสงสว่างน้อย
ผลผลิตเฉลี่ย : น้าหนักดอก 41 กรัม/ถุง (500 ถุง)
ปัญหาในการเพาะ : มักจะเกิดเมือกสีน้าตาลรบกวนการเกิดดอกบนก้อนเชื้อ และ มีกลิ่นเหม็น สามารถแก้ไขได้โดยขูดเมือกดังกล่าวทิ้ง
ประโยชน์ทางยา : ต่อต้านแบคทีเรีย, ต่อต้านมะเร็ง และ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

 

4. เห็ดโคนญี่ปุ่น(Yangimatsutake)

 

ภาพเห็ดโคนญี่ปุ่น

เห็ดโคนญี่ปุ่น

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pholiota cylindracea
ชื่อสามัญ : เห็ดยานางิ
ลักษณะดอก : หมวกเห็ดค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง4-10 เซนติเมตร ตรงกลางหมวกจะนูนสูงขึ้นมา ดอกมีสีน้าตาลเข้ม มีเยื่อหุ้มสีขาวอยู่บริเวณใต้หมวกดอก ก้านดอกจะกลมและค่อนข้างยาวประมาณ 5-11 เซนติเมตร เนื้อดอกก้านดอก กรอบแน่นคล้ายเห็ดโคน ดอกอาจเกิดเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม จานวนดอกประมาณ 4-8 ดอก/ก้อน
ระยะบ่มเชื้อ :เส้นใยเดินเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 45-50 วัน ที่อุณหภูมิ25-30 C
ระยะออกดอก : เมื่อเส้นใยเดินเต็มก้อน รอให้เส้นใยเป็นสีน้าตาลเข้ม จึงย้ายก้อนเข้าโรงเรือนเปิดดอกเห็ด เห็ดจะออกดอกแต่ละรุ่นห่างกัน 15-20 วัน ที่อุณหภูมิ 24-28 Cความชื้นสัมพัทธ์ 70-80 % ต้องการแสงสว่างน้อย
ผลผลิตเฉลี่ย : 200-250 กรัม/ก้อน
ปัญหาในการเพาะ : ดอกเห็ดแห้งและเหี่ยวตาย เกิดจากการรดน้ามากเกินไปแก้ปัญหา โดย เมื่อออกดอกอย่ารดน้าให้ถูกดอกเห็ดมากเกินไป ควรฉีดพ่นน้าเป็นฝอยให้ดอกเห็ดเล็กน้อย
ประโยชน์ทางยา : -

 

ที่มา :  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ตาบลสามพระยา อาเภอชะอา จังหวัดเพชรบุรี

Page 1 of 212

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่