แนะนำสินค้าชีวภาพ

Posts Tagged ‘เห็ดเป๋าฮื้อ’

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ

ข้อมูลการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ อ่านได้ที่นี้ครับ paohoe

การเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ

• ขอบคุณแหล่งข้อมูล:กองเกษตรสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ

ธรรมชาติของเห็ดเป๋าฮื้อ  มักขึ้นอยู่บนต้นไม้ที่ผุพังแล้ว ลักษณะของดอกเห็ดไม่ค่อยจะเป็นรูปทรงที่แน่นอน แต่มีลักษณะคล้ายเห็ดนางรม เนื่องจากเห็ดเป๋าฮื้อเป็นเห็ดที่อยู่ในสกุลเดียวกันกับเห็ดหอม จึงมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงมาก จะต่างกันก็ที่ดอกใหญ่และหายากกว่า สีดอกระยะแรกจะมีสีค่อนข้างคล้ำจนดำเมื่ออายุมากขึ้นจะค่อย ๆ จางลง และเป็นสีน้ำตาลอ่อนเมื่อแก่จัด ตามปกติจะขึ้นได้ดีในฤดูหนาว แต่เนื่องจากเห็ดเป๋าฮื้อมีการปรับตัวต่ออุณหภูมิได้ค่อนข้างสูง ฉะนั้น ในปัจจุบันจึงสามารถที่นะเพาะเห็ดเป๋าฮื้อได้ผลดีทุกฤดูกาล ในทุกภาคของประเทศไทย

 

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเห็ดเป๋าฮื้อ  

1. แสงสว่างแม้ว่าเห็ดเป๋าฮื้อจะไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่จำเป็นต้องใช้แสงสว่างในการปรุงอาหาร แต่แสงสว่างมีส่วนช่วยในการกระตุ้นให้เห็ดออกดอก โดยเฉพาะการเจริญของหมากดอก แต่ถ้าแสงน้อยหรือไม่มีแสงจะกระตุ้นการเจริญของก้านดอก นอกจากนี้ถ้าเห็ดเป๋าฮื้อเจริญในที่มืด หมวดดอกจะมีสีเข้ม แต่ถ้าเห็ดเป๋าฮื้อเจริญเติบโตในแสงสว่าง หมวกดอกจะมีสีจางลง

2. ความชื้นมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของเห็ดเป๋าฮื้อมาก เห็ดพวกนี้ต้องการความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศสูงมาก จึงจำเป็นต้องเพาะในโรงเรือนเพาะเห็ด ความชื้นภายในโรงเรียนที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 90-95 เปอร์เซ็นต์ ถ้าความชื้นสัมพัทธ์สูงจะทำให้ดอกเห็ดมีขนาด ใหญ่และมีน้ำหนักมาก

3.อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ เห็ดเป๋าฮื้อควรอยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 36 องศาเซลเซียส เห็ดจะไม่ออกดอกหรือดอกที่ออกจะมีลักษณะ แคระแกรนมีรูปร่างผิดปกติ

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ

 

 

การผลิตก้อนเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อ

1. การผลิตก้อนเชื้อโดยใช้ฟางหมัก

•นำฟางที่สับเรียบร้อยแล้ว(ยาว 2-8 นิ้ว) มาแช่น้ำหรือรดน้ำให้ทั่ว หลังจากที่ฟางสะเด็ดน้ำแล้ว นำมาผสมกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์ตามสูตร โดยหมักเป็นกองสูงแล้วคลุมด้วยพลาสติก หลังจากหมักได้ 3 วัน รอบ ๆ

กองฟางจะแห้ง ให้ใช้บัว รดน้ำรอบ ๆ ขอบกองฟางจากนั้นให้พลิกกองปุ๋ยหมัก ตีก้อนปุ้ยให้แตกแล้วนำมาคลุกกับปูนขาว หมักต่ออีก 3 วัน เมื่อครบ 3 วันแล้ว ให้พลิกกองปุ๋ยหมัก และให้หมักต่อเป็นรูปเจดีย์ โดยกองแบบหลวม ๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทให้มากที่สุด ทิ้งไว้ 1 วัน วันรุ่งขึ้นให้ผสมรำข้าง เสร็จแล้วให้บรรจุถุงพลาสติกทนร้อนที่ใช้เพาะเห็ด ควรจัดใส่ถุงให้หมดภายในวันนั้น และควรนำก้อนเชื้อไปนึ่งในหม้อนึ่งลูกทุ่งทันทีเพราะถ้าทิ้งไว้นาน ๆ จะเกิดการเจริญของจุลินทรีย์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ยากต่อการกำจัด ซึ่งในภายหลังจะก่อให้เกิดความสูญเสีย ในขั้นตอนการออกดอกได้

•นำฟางแช่ในท่อปูนโดยย่ำให้ฟางจมน้ำ และนุ่น แล้วนำมากองเกลี่ยให้เป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร บนพื้นปูน โรยฟางหนาประมาณ 3-4 นิ้ว หว่านปุ๋ยหรือแอมโมเนียซัลเฟต และโรยฟางสลับกันจนหมดฟางและปุ๋ยโดยกำหนดฟาง และปุ๋ย โดยกำหนดฟางและปุ๋ยให้พอดี ปุ๋ยจะกระจายทั่วกองฟาง กองฟางจะอยู่ในลักษณะทรายคว่ำสูงประมาณ 1.2-1.5 เมตร

เอาผ้าพลาสติกคลุมให้มิดชิดทิ้งไว้ 3 วัน แล้วให้กลับกองฟางครั้งที่สองพร้อมกับใส่ปูนขาวแล้วใช้ ผ้าพลาสติกคลุมไว้ตามเดิมทิ้งไว้อีก 3 วันให้กลับกองฟางใส่รำแล้วบรรจุลงเพาะเห็ดตามกรรมวิธีการ เพาะเห็ดทั่วไปแล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่ง ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนใส่เชื้อเห็ดลงไป  สูตรที่ใช้ในการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ  การผลิตก้อนเชื้อจากฟางข้าว

สูตร 1

ฟางเส้น(ยาว 4-6 นิ้ว) 100 กิโลกรัม ยูเรีย(แอมโมเนียนซัลเฟต 2 กิโลกรัม) 1 กิโลกรัม ปูนขาว 1 กิโลกรัม ปุ๋ยดับเบิลซุปเปอร์ฟอสเฟต 1กิโลกรัม รำละเอียด 3 กิโลกรัม

สูตร 2

ฟางเส้น 100 กิโลกรัม ปุ๋ยนา(สูตร 16-20-0 หรือ 18-20-0 หรือ20-20-0) 2 กิโลกรัม ปูนขาว 1 กิโลกรัม รำละเอียด 3 กิโลกรัม

สูตร 3

ฟางเส้น 100 กิโลกรัม ยูเรีย(คลุกกับฟาง) 2 กิโลกรัม ดีเกลือ(ใส่เมื่อกลับกองครั้งที่ 1 ) 1.2 กิโลกรัม หินปูนหรือปูนขาว 0.5กิโลกรัม น้ำ(ใส่เมื่อกลับกองครั้งที่ 2 ) 140-170กิโลกรัม

สูตร 4

ฟางเส้น 100 กิโลกรัม ยูเรีย(คลุกกับฟาง) 1 กิโลกรัม ส่าเหล้า(คลุกกับฟาง) 0.5 กิโลกรัม ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม หินปูนหรือปูนขาว0.5 กิโลกรัม น้ำ 140-170กิโลกรัม การผลิตก้อนเชื้อจากขี้เลื่อย

สูตร 5

ขี้เลื่อยไม้ยางพารา100 กิโลกรัม รำละเอียด 5-15 กิโลกรัม ข้าวโพดป่น 3-5 กิโลกรัม ดีเกลือ0.3-0.4 กิโลกรัม น้ำ พอประมาณ  กรรมวิธีการผลิตก้อนเชื้อ การอัดถุงทำเหมือนกรรมวิธีการการผลิตเชื้อทั่วไป ในการใช้รำผสมตามปกติยิ่งมากผลผลิตก็สูงตามไปด้วย แต่อัตราความเสียหายเนื่องจากเชื้ออื่นปะปนก็สูงตามไปด้วย ผู้เพาะเห็ดบางรายอาจใช้รำหรือข้าวโพดป่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันในส่วนผสมขึ้นอยู่ กับสภาพของท้องถิ่นและราคาของวัตถุดิบ (ดูรายละเอียดขั้นตอน การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก)  การผลิตก้อนเชื้อจากซังข้าวโพด ถ้าใช้ละอองซ้งข้าวโพดที่ได้จากการสีข้าวโพด ให้มาผสมกับน้ำจนมีความชื้นเหมาะสมแล้วบรรจุถุง ได้เลยไม่ต้องใช้เป็นอาหารเสริม โดยใช้ละอองซังข้าวโพด 100 กิโลกรัม ผสมกับน้ำประมาณ 100 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นซ้งข้าวโพด ให้นำไปป่นด้วยเครื่องบดแกลบ โดยตั้งเครื่องบดให้ออกมาหยาบหน่อยหรือจะใช้เครื่องบดเม็ดข้าวโพด ก็ได้แล้วนำมาเพาะเห็ดคล้ายกับขี้เลื่อยไม้ยางพารา แต่ต้องไม่ใส่รำให้ใช้ซังข้าวโพด 100 กิโลกรัม ผสมกับน้ำ 100 กิโลกรัม คลุกให้เข้ากัน แล้วกองเป็นรูปสามเหลี่ยม คลุมด้วยพลาสติกทิ้งไว้ 3 วันเพื่อให้ซังข้าวโพดนิ่มก่อน แล้วจึงบรรจุถุงพลาสติกทนร้อน และนำไปนึ่งด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่ง ทิ้งให้เย็นก่อนใส่เชื้อเห็ดลงไป  การบ่มก้อนเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อ หลังจากใส่เชื้อเห็ดลงในถุงก้อนเชื้อแล้วให้นำถุงก้อน เชื้อไปบ่มในโรงบ่มเชื้อให้เป็นชั้นเดียวในลักษณะ ตั้งหรืออาจจะวางนอนซ้อนกันเป็นชั้นๆ ก็ได้ ระยะในการบ่มเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อจะใช้ประมาณ 30-45 วันเชื้อจึงจะเจริญเต็มถุง อุณหภูมิที่เหมาะต่อการบ่มเชื้อประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส ถ้าสูงหรือต่ำกว่านี้เชื้อจะเจริญช้า ในขณะที่บ่มเชื้อปัญหาที่สำคัญคือโรดและแมลงศัตรูเห็ดอาจเข้าทำลาย ก้อนเชื้อได้โดยเฉพาะพวกไรและแมลงบางชนิด ดังนั้น จึงควรฉีดยาป้องกันโรดและแมลงศัตรูเห็ด เช่น เซฟวิน 85 ฯลฯ คลุมทับถุงเชื้อเอาไว้ ถ้าโรงเรือนสะอาดการฉีดยาคลุมทับลงบนถุงเห็ดก็ไม่จำเป็นมากนัก  การทำให้เห็ดเกิดดอก หลังจากที่เชื้อเจริญเต็มถุงแล้ว ในการทำให้เกิด ดอกเห็ด ผู้เพาะเห็ดควรใช้วิธีการปฏิบัติดังต่อไปนี้ (ดูรายละเอียดขั้นตอน การเปิดดอกเห็ดเป๋าฮื้อ)

1.การวางก้อนเชื้อนอนแล้วเปิดจุกสำลีให้เห็ด ออกตรงคอขวดวิธีการนี้ประหยัดพื้นที่ในการวางก้อนเชื้อ เพราะสามารถวางซ้อนกันได้หลายชั้นหรืออาจ จะใช้วิธีมัดเป็นพวงแทนในลักษณะนอนก็ได้วิธีการวางก้อน เชื้อแบบนอนเหมาะสำหรับวัสดุที่ใช้เพาะ พวกขี้เลื่อยและซังข้าวโพดแต่วิธีการนี้ไม่สามารถคลุมผิวหน้า(casing) ของถุงเห็ดได้

2. การวางถุงตั้งจะวางติดกันเป็นแบบหน้ากระดานโดย ให้ดอกเห็ดดอกแรกออกมาทางคอขวด แต่ดอกเห็ดจะมีปัญหาหักตรงโคนได้ง่าย หลังจากเก็บดอกเห็ดรุ่นต่อไป ก็คือการคลุมดินหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งจะช่วยให้ก้อนเชื้อไม่แพงเกินไป และมีความชื้นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด ดินที่ใช้ต้องสะอาดและมีลักษณะดังนี้

- ดินที่ปราศจากอินทรีย์วัตถุ เพราะอาจมีจุลินทรีย์เจริญลุกลามลงในถุงได้ โดยให้ขุดลอกผิวดินออกประมาณ 15 ซม. จากนั้นให้ขุดดินที่อยู่ลึกลงไป นำไปใช้คลุมผิวหน้าก้อนเชื้อได้

- ดินร่วนปนทราย เพราะเมื่อรดน้ำจะไม่จับตัวกันเป็นก้อนแข็ง โดยนำดินมาทำให้ละเอียดพอสมควรเสียก่อน

- ไม่เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป ก่อนใช้ควรผสมหินปูน 2-3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักดินแห้งหรือจะใช้ปูนขาวประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ก็ได้

-ดินที่ใช้ต้องปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ แมลงและไส้เดือนฝอย ถ้านึ่งฆ่าเชื้อก่อนนำมาใช้ได้ยิ่งดี หลังจากคลุมดินแล้วรด น้ำบนดินพอหมาดๆ อย่าให้เปียกมากเกินไป (ให้รักษาความชื้นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ) ประมาณ 5-7 วัน เส้นใยจะรวมตัวเป็นตุ่มเห็ดเล็ก ๆ จากนั้นจะขยายใหญ่และเจริญเป็นดอกเห็ดภายใน 3-4 วัน

 

ประโยชน์ของการใช้ดินคลุมก้อนเชื้อเห็ด

1.ดินจะช่วยอมความชื้นไว้ได้ดี ช่วยให้ดอกเห็ดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ไม่ฝ่อ

2. ดินจะช่วยยึดฐานดอกไม่ให้เห็ดล้มได้ง่าย และช่วยบังคับไม่ให้ก้านดอกยาวมากเกินไป

3. ช่วยป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในอากาศไปทำลายก้อนเชื้อเห็ด

4.การคลุมผิวหน้าดินทำให้ก้อนเชื้อได้รับอากาศน้อยลง จึงทำให้ดอกเห็ดเล็ก ๆ ไม่เจริญและอาหารจะถูกสะสม ไว้ในก้อนเชื้อมากซึ่งช่วยให้เห็ดเกิดรุ่นต่อไปสมบูรณ์

 

ปัญหาในการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ

1. เส้นใยเดินไม่เต็มถุงเหตุเพราะอุณหภูมิสูงหรือมี เชื้อจุลินทรีย์อื่นเจริญแทรก แก้โดยอาจเพิ่มเวลานึ่งก้อนเชื้ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง

2. ดอกเห็ดแห้งฝ่อเพราะความชื้นไม่พอ ควรรดน้ำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน

3.มีหนอนทำลายเชื้อเห็ด เป็นเพราะสำลีอุดจุกพื้นและ ไม่มีกระดาษหุ้มสำลีไว้ทำให้แมลงวันวางไข่ไว้

4. ไรทำลายเชื้อเห็ด ควรให้โรงบ่มอยู่ห่างจากวัสดุหมัก

5. เชื้อเห็ดเจริญแล้วหยุดส่วนที่เชื้อไม่เดินจะมีสีคล้ำ กว่าปกติเป็นเพราะวัสดุหมักผสมเปียกเกินไป

6.เชื้อราที่ขึ้นปะปนในก้อนเชื้อเกินทั่วไปไม่แน่นอน เหตุเพราะมดแดงตัวเล็กๆ หรือ แมลงกัดบริเวณข้างถุงพร้อมกับนำเชื้อราอื่น ๆ เข้าไปควรรักษาโรงเรือนให้สะอาดและฉีดยาฆ่าแมลงป้องกัน

ข้อมูลพื้นฐานในการเพาะเห็ด


เห็ด หมายถึง สิ่งมีชีวิตในกลุ่มจุลินทรีย์ที่เรียกว่า รา มีการเจริญเป็นเส้นใยและสร้างสปอร์ในส่วนของดอกเห็ดเพื่อใช้ขยายพันธุ์ จัดอยู่ในกลุ่ม Basidiomycotina และ Ascomycotina เนื่องจากเห็ดไม่มีคลอโรฟิลล์แบบพืชจึงไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง แต่เห็ดมีบทบาทที่สาคัญต่อระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ กล่าวคือ เป็นตัวการย่อยสลายเศษซากพืชซากสัตว์ซึ่งได้แก่ ไม้ล้ม ไม้ยืนต้นตาย กิ่งไม้ ใบไม้ ผล เมล็ด และมูลสัตว์ต่าง ๆ ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นดิน อินทรียวัตถุในดิน 90% ของเศษซากพืชเหล่านี้เป็นเนื้อไม้ที่มีเซลลูโลส (cellulose) และลิกนิน (lignin)เป็นองค์ประกอบหลักที่ย่อยสลายยาก ทาให้เกิดวงจรธาตุอาหารที่สมบูรณ์ ซึ่งเห็ดจะผลิตเอนไซม์ออกมาย่อยสิ่งเหล่านี้ให้สลายเป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารให้กับพืช และจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ
ปัจจัยที่มีผลต่อการเพาะเห็ด

  • ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ในระยะที่เห็ดพัฒนาเป็นดอก หากโรงเรือนมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงก็จะทาให้ดอกเห็ดมีลักษณะผิดปกติได้ ดังนั้น โรงเรือนเพาะเห็ดควรดูแลให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งจะช่วยให้ดอกเห็ดเจริญไปเป็นดอกที่สมบูรณ์ได้
  • ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เห็ดชอบความเป็นกลาง(pH7) หรือเป็นกรดเล็กน้อย
  • แรงดดึงดูดของโลก เห็ดที่มีลักษณะเป็นทรงร่ม จะเจริญในแนวต้านแรงดึงดูดของโลก ไม่ว่าจะจับวางในตาแหน่งใด ส่วนเห็ดหิ้งจะเจริญในแนวขนานกับพื้นโลก (อินเตอร์เน็ต)
  • ความชื้นของอากาศ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเห็ดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในระยะเปิดก้อนเห็ด เห็ดต้องการความชื้นค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงจาเป็นต้องเปิดก้อนเชื้อภายในโรงเรือนที่เก็บความชื้นได้ และรักษาระดับความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับ 70-80 เปอร์เซ็นต์
  • แสงสว่าง มีผลต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตของดอกเห็ดมาก เนื่องจากแสงสว่างจะช่วยกระตุ้นการรวมตัวของเส้นใย และพัฒนากลายเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์
  • อุณหภูมิ มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของเห็ดมาก อุณหภูมิที่เห็ดแต่ละชนิดใช้สาหรับการเจริญเติบโตของเส้นใยจะสูงกว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเกิดดอกเห็ดเล็กน้อย

 

การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก
เห็ดที่ทาการเพาะในถุงพลาสติก ได้แก่
1. เห็ดนางฟ้า
2. เห็ดนางรม
3. เห็ดเป๋าฮื้อ
4. เห็ดโคนญี่ปุ่น
ลักษณะทางด้านชีววิทยาของเห็ดที่เพาะในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดาริ มีดังนี้

 

1. เห็ดนางฟ้า (Phoenix Oyster Mushroom)

 

ภาพเห็ดนางฟ้า

เห็ดนางฟ้า

 

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Pleurotus sajor-caju (Fr.) Sing
ชื่อสามัญ : เห็ดนางฟ้า
ลักษณะดอก : ดอกเห็ดเกิดเป็นกลุ่มจานวน 6 ดอกโดยประมาณ หมวกดอกมีเนื้อแน่นสีน้าตาลดาอมเทา ก้านดอกยาว มีครีบดอกสีขาว ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-8 เซนติเมตร
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 30 – 40 วัน ที่อุณหภูมิ30-33 C
ระยะออกดอก : เห็ดออกดอกเก็บไว้ได้นาน 3-4 เดือน ที่อุณหภูมิ 20-30 C ความชื้นสัมพัทธ์ 75-85 %
ผลผลิตเฉลี่ย : 250-300 กรัม / ถุง
ปัญหาในการเพาะ : ก้อนเชื้อมักจะเสีย เนื่องจากมีเชื้อราอื่นปนเปื้อน การแก้ไขสามสรถทาได้โดยไม่ควรใส่อาหารเสริมในก้อนเชื้อมากเกินไป นึ่งฆ่าเชื้อในก้อนขี้เลื่อยที่อุณหภูมิประมาณ 90-100 C นาน 2 ชั่วโมง และทาความสอาดโรงเรือนอยู่เสมอหลังจากสิ้นการเปิดดอกในแต่ละรุ่น
ประโยชน์ทางยา : ลดไขมันในเส้นเลือด และ ต่อต้านมะเร็ง

 

2. เห็ดนางรม (Oyster Mushroom)

 

ภาพเห็ดนางรม

เห็ดนางรม

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pleurotus ostreatus (jacq.ex Fr.) Kumn
ชื่อสามัญ : เห็ดนางรมขาว, เห็ดนางรม
ลักษณะดอก : เกิดเป็นกลุ่มจานวน เฉลี่ย/ถุง 8 ดอก มีสีน้าตาลหรือเทา หมวกดอกคล้ายหอยนางรม ครีบดอกเป็นแผ่นบาง ๆ ดอกค่อนข้างใหญ่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เซนติเมตร ก้านดอกชูขึ้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 30-40 วัน ที่อุณหภูมิ30-35C
ระยะออกดอก : เห็ดออกดอกเก็บไว้ได้นาน 3-4 เดือน อุณหภูมิ 20-30 C ความชื้นสัมพัทธ์ 75-85 %เห็ดต้องการแสงสว่างอย่างน้อย 40 % ต่อวัน
ผลผลิตเฉลี่ย : น้าหนักดอก 78.89 กรัม / ถุงโดยเฉลี่ย ผลผลิตจะสูง เนื้อดอกจะแน่นมีน้าหนักดี เมื่อเพาะในช่วงอากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-26 C ( ช่วงฤดูฝน )
ปัญหาในการเพาะ : เห็ดออกดอกช้าหลังจากเปิดถุงแล้ว แต่สามารถแก้ไขได้โดย หลังจากที่เส้นใยเดินเต็มถุงแล้ว ควรปล่อยให้เส้นใยรัดตัวให้แน่นประมาณ 8-10 จากนั้นจึงเปิดถุง
ประโยชน์ทางยา : ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น, ระงับการปวดตามข้อ, ยับยั้งการก่อมะเร็ง และ ลดไขมันใน
เส้นเลือด

 

3. เห็ดเป๋าฮื้อ (Abalone Mushroom)

 

ภาพเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pleurotus cystidiosus O.K. miller
ชื่อสามัญ : เห็ดเป๋าฮื้อ
ลักษณะดอก : ดอกเห็ดมีสีน้าตาล หรือ ขาวนวล คล้ายหอย ทะเล ดอกหนา ผิวดอกมีสีคล้ามีขนาด เส้นผ่าน ศูนย์กลางดอกประมาณ 9 เซนติเมตร ก้านดอก อวบมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางก้านประมาณ 2เซนติเมตรความยาวก้านประมาณ 8 เซนติเมตรมีจานวนดอกประมาณ 2 ดอก/ถุง การออกดอก แต่ละรุ่นพร้อมกัน และสม่าเสมอ
ระยะบ่มเชื้อ : เส้นใยเดินเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม)ใช้เวลา 40-50 วัน ที่อุณหภูมิ 28-32 C
ระยะออกดอก : เห็ดเริ่มออกดอกหลังจากเส้นใยเจริญเต็มอาหารผสมขี้เลื่อยแล้ว 10-15 วัน และเห็ดจะออกดอกแต่ละรุ่นห่างกัน 20 วัน ที่อุณหภูมิ 28-32 C ความชื้นสัมพัทธ์ 80-85 % ต้องการแสงสว่างน้อย
ผลผลิตเฉลี่ย : น้าหนักดอก 41 กรัม/ถุง (500 ถุง)
ปัญหาในการเพาะ : มักจะเกิดเมือกสีน้าตาลรบกวนการเกิดดอกบนก้อนเชื้อ และ มีกลิ่นเหม็น สามารถแก้ไขได้โดยขูดเมือกดังกล่าวทิ้ง
ประโยชน์ทางยา : ต่อต้านแบคทีเรีย, ต่อต้านมะเร็ง และ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

 

4. เห็ดโคนญี่ปุ่น(Yangimatsutake)

 

ภาพเห็ดโคนญี่ปุ่น

เห็ดโคนญี่ปุ่น

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pholiota cylindracea
ชื่อสามัญ : เห็ดยานางิ
ลักษณะดอก : หมวกเห็ดค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง4-10 เซนติเมตร ตรงกลางหมวกจะนูนสูงขึ้นมา ดอกมีสีน้าตาลเข้ม มีเยื่อหุ้มสีขาวอยู่บริเวณใต้หมวกดอก ก้านดอกจะกลมและค่อนข้างยาวประมาณ 5-11 เซนติเมตร เนื้อดอกก้านดอก กรอบแน่นคล้ายเห็ดโคน ดอกอาจเกิดเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม จานวนดอกประมาณ 4-8 ดอก/ก้อน
ระยะบ่มเชื้อ :เส้นใยเดินเต็มอาหารผสมขี้เลื่อย (800-900 กรัม) ใช้เวลา 45-50 วัน ที่อุณหภูมิ25-30 C
ระยะออกดอก : เมื่อเส้นใยเดินเต็มก้อน รอให้เส้นใยเป็นสีน้าตาลเข้ม จึงย้ายก้อนเข้าโรงเรือนเปิดดอกเห็ด เห็ดจะออกดอกแต่ละรุ่นห่างกัน 15-20 วัน ที่อุณหภูมิ 24-28 Cความชื้นสัมพัทธ์ 70-80 % ต้องการแสงสว่างน้อย
ผลผลิตเฉลี่ย : 200-250 กรัม/ก้อน
ปัญหาในการเพาะ : ดอกเห็ดแห้งและเหี่ยวตาย เกิดจากการรดน้ามากเกินไปแก้ปัญหา โดย เมื่อออกดอกอย่ารดน้าให้ถูกดอกเห็ดมากเกินไป ควรฉีดพ่นน้าเป็นฝอยให้ดอกเห็ดเล็กน้อย
ประโยชน์ทางยา : -

 

ที่มา :  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ตาบลสามพระยา อาเภอชะอา จังหวัดเพชรบุรี

Page 1 of 11

ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ
เพิ่มเพื่อน
SiamMushroom.com สยามเห็ดฟาร์ม ศูนย์รวมทุกอย่างเกี่ยวกับเห็ด รู้ลึก รู้จริง จากประสบการณ์โดยตรงกว่า 10 ปี เรามีทั้งข้อมูล ความรู้ เคล็ดลับ เทคนิก ต่างๆ เกี่ยวกับ การเพาะเห็ด การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน สนใจหรือมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ครับ

Line id = http://line.me/ti/p/fCnGrmYhKc
กด Like พูดคุยกันบน Facebook
มั่นใจในคุณภาพของเรา
สินค้ามาใหม่